บทที่ 147 เจ้าเด็กดื้อ
หลี่ชิงหมินและเจ้าสิงโตน้อยเที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข สำหรับการตามหาเมล็ดพันธุ์ที่น่าสนใจนั้น ชิงหมินไม่รีบร้อนเลย เขาเพียงปล่อยให้สิงโตน้อยกระโดดไปรอบๆ เมื่อสายลมพัดผ่านใบหน้าของเขา ก็ยิ่งทำให้มีความสุขมากขึ้นเท่านั้น
เขารู้สึกได้ถึงอิสระเมื่ออยู่กับสิงโตน้อยอย่างแท้จริง ยังคิดว่าถ้าหากในอนาคต...หวงซีเฉิงไม่สามารถปกป้องเขาได้ตามที่สัญญาเอาไว้ เขาจะแกล้งตายแล้วแอบหนีมากับสิงโตน้อยเสียดีไหม
สิงโตน้อยมักจะวิ่งวนอยู่รอบๆลำธาร เนื่องจากมันสามารถหาอาหารกินได้ด้วย แน่นอนว่าชิงหมินไม่ได้ว่าอะไร เขาเพียงมองดูเจ้าสิงโตน้อยจับปลาอ้วนอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตาม...เมื่อวิ่งลึกเข้าป่ามากขึ้น สายตาของชิงหมินก็เริ่มเห็นบางอย่างที่ผิดปกติเสียแล้ว
ถ้ำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา สิงโตน้อยเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของบางอย่างในถ้ำนั้น ทำให้มันไม่กล้าเข้าไปด้านในอีก ชิงหมินพยายามประเมินถ้ำข้างหน้า แต่เขาก็ได้รับข้อมูลแค่ว่าเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีอายุหลายหมื่นปีก็เท่านั้น ไม่มีรายละเอียดอื่นๆปรากฏขึ้นให้ได้เห็นเลย
“เที่ยวเล่นสนุกพอแล้วหรือ?” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังอยู่ด้านหลัง
ดีที่หวงซีเฉิงคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าเด็กน้อยทั้งสองคนอาจจะพบเจอที่นี่เข้า ดังนั้นเขาจึงรีบตามมาภายหลัง ไม่เสียเวลากับพวกองค์รัชทายาทนานเกินไป
ชิงหมินหันกลับไปมองเขา ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาให้ ซึ่งเหมือนกับสายตาของสิงโตน้อยที่กำลังเอียงคอมองมาที่เขาด้วย เห็นทั้งเจ้านายและสัตว์เลี้ยงแสดงท่าทางเหมือนกันเช่นนี้ หวงซีเฉิงก็รู้สึกว่าพวกเขาเหมาะสมกันจริงๆ หรือบางที...สิงโตน้อยที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะเจ้านายของมันก็คือชิงหมินกันนะ?
“ในถ้ำนั้น ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่าง...” ชิงหมินเอ่ยความสงสัยของตนเองออกมา
เขาเคยมีทัศนคติที่ว่า ถ้าไม่อยากรู้อยากเห็นมากเกินไปย่อมไม่มีทางตายเร็ว เรื่องถ้ำที่หุบเขานี้ไม่เคยปรากฏขึ้นในนิยายมาก่อน หากเขารู้ว่าอะไรอยู่ข้างในก็ยังคิดหาคำตอบและวิธีรับมือได้ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉิน แต่ในเมื่อไม่มีข้อมูล...เช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องการเสี่ยง
“อืม นี่เป็นลางสังหรณ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว”
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นพวกข้าก็จะไปวิ่งเล่นที่อื่นกัน แล้ว....ยังมีที่อื่นที่ต้องระวังอีกหรือไม่” ชิงหมินยอมถอยอย่างง่ายดาย คนขี้เกียจเช่นเขาจะหาเรื่องใส่ตัวไปทำไมกัน
“ไม่มี ที่นี่ก็มีแค่ตรงนี้ที่เป็นจุดอันตราย”
“เข้าใจแล้ว แล้ว...ท่านมาที่นี่เพราะจะตรวจสอบมันหรือ?” ชิงหมินสังเกตเห็นหวงซีเฉิงที่พาคนมาด้วย อีกฝ่ายเตือนไม่ให้เขาเข้าไปก็จริง แต่ดูท่าแล้ว...เป้าหมายที่ยินดีรับพระราชโองการมาที่นี่อย่างง่ายดาย สมควรเป็นเพราะเขามีบางอย่างที่ต้องการด้วยกระมัง
“เพียงต้องการตรวจสอบเท่านั้น เคยได้ยินว่าข้างในมีสัตว์ร้ายระดับสูงอาศัยอยู่ หากมันไม่เป็นอันตรายก็แล้วไป แต่ถ้ามันมีโอกาสที่จะเป็นภัยร้ายขึ้นมา อาจจะต้องเรียกกำลังเสริมมาจัดการก่อนที่จะเริ่มมีปัญหาขึ้น”
หวงซีเฉิงอธิบายความคิดของตนเอง หากลำพังแค่พวกเขาไม่กี่คนนี้ คงเพียงพอให้เอาตัวรอดออกมาได้ ทุกคนล้วนมีทักษะในการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น รอจนกว่าพวกเขาจะตรวจสอบเบื้องต้นเสร็จก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับมันดีกว่า
เขาเคยได้ยินข่าวลือลับๆมาอยู่บ้างจากพวกที่โลดแล่นอยู่ในตลาดมืด พวกมันบอกว่าถ้ำนี้เป็นถ้ำต้องห้าม ใครเข้าไปข้างในก็ไม่มีทางรอดชีวิตออกมาทั้งนั้น ตัวเขาเองได้ใช้วิญญาณร้ายหลายสิบตัวเพื่อส่งพวกมันเข้ามาตรวจสอบ ปรากฏว่าแม้แต่วิญญาณร้ายก็ไม่สามารถกลับออกมาได้เช่นกัน ดังนั้นระดับความอันตรายจึงค่อนข้างสูง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น บิดาของเขาเองก็ต้องการตรวจสอบให้กระจ่าง แต่ก็มีเรื่องบังเอิญทำให้ต้องเลื่อนการตรวจสอบออกไปอยู่เสมอ
ถ้าหากว่าความคิดของเขาถูกต้อง เจ้าสัตว์ร้ายที่อยู่ด้านในอาจจะได้รับบาดเจ็บจากก่อนหน้านี้ หรือไม่...มันก็เพิ่งถือกำเนิดขึ้น ไม่อย่างนั้นมันจะเพิ่งเริ่มสร้างปัญหาได้อย่างไร
หวงซีเฉิงกลัวว่า หลังจากที่มันฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่แล้ว มันจะสร้างปัญหาด้วยการออกมาโจมตีผู้คนแทน ไม่เพียงหมู่บ้านในหุบเขาเท่านั้น มันอาจจะใช้ความเร็วล่าสังหารหมู่บ้านที่อยู่รอบๆหลายสิบหมู่บ้านรวดเดียวเลยก็ได้ ถึงตอนนั้น กว่าจะรอกองทัพ กว่าจะรอพวกเขามาช่วยเหลือ คงมีการสูญเสียไปไม่น้อยแล้ว
ไหนๆก็ได้รับพระราชโองการให้มาที่นี่ ซีเฉิงจึงต้องการยืนยันสถานการณ์ด้วยตนเองแล้วกลับไปแจ้งต่อองค์จักรพรรดิเพื่อหาวิธีการดำเนินการต่อไป
แม้จะรู้ว่าสุดท้ายแล้ว หน้าที่อันตรายเหล่านี้จะต้องเป็นของเขาและกองทัพก็เถอะ....
“นี่...จะไม่เป็นอันตรายมากหรอกหรือ? ให้สิงโตน้อยเข้าไปช่วยท่านข้างในหรือไม่” ชิงหมินได้ยินก็รู้ว่าสถานการณ์นี้อันตรายมาก ขนาดหวงซีเฉิงยังบอกว่าเขาเพียงต้องการตรวจสอบสถานการณ์ให้แน่ชัด ถ้าเป็นปกติ...คนผู้นี้จะต้องรู้แล้วว่าข้างในมีอะไรอยู่ ด้วยความช่วยเหลือของวิญญาณร้ายทั้งหลาย
การที่วิญญาณร้ายไม่อาจตรวจสอบได้ คงเป็นสิ่งที่อันตราย หรือไม่ก็เป็นพลังดาวข่มของเขาแน่นอน
“เป็นห่วงข้าหรือ?” หวงซีเฉิงหยอกล้อคนตรงหน้า ชิงหมินมองค้อนเขาเล็กน้อย
“ข้าเพียงกลัวว่าตอนเดินทางกลับไป จะไม่มีคนนำขบวนต่างหาก”
“โอ้ น่าเสียดายจริงๆ ข้าหลงคิดว่าเจ้าเป็นห่วงข้า...” เจ้าของใบหน้าดุดัน บัดนี้เปลี่ยนเป็นคนที่มีความสุขที่สุด เห็นชิงหมินเบ้ปากเช่นนั้นก็ยิ่งอารมณ์ดี เขารู้สึกว่าการได้ทำให้ชิงหมินหมันไส้ตนเองจนแสดงอาการเช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุขได้อีกเรื่องหนึ่งแล้ว
“อย่างไรก็ระวังตัวด้วย” ชิงหมินไม่ล้อเล่นกับเขาอีก สัญชาตญาณยังบอกเขาว่าข้างในถ้ำนั้นอันตรายมาก ขนาดสิงโตน้อยก็ยังรู้สึกหวาดกลัว เช่นนั้นจะต้องเป็นสัตว์อสูรที่อันตรายยิ่งกว่าระดับ 9 ดาวเป็นแน่
“เข้าใจแล้ว” หวงซีเฉิงลูบหัวเจ้าตัวแสบของเขาก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คนของตนเองเพื่อเตรียมพร้อม
“ไปเล่นไกลๆก่อนก็แล้วกัน” แม้เขาจะพูดแบบนั้นแล้วหันหลังกลับไป ทว่าชิงหมินก็ยังไม่ยอมขยับ คนตัวเล็กชะเง้อคอมองตามหลังแม่ทัพใหญ่เข้าไปข้างในด้วยความกังวล
สิงโตน้อยเองก็เปลี่ยนท่ายืนกลายเป็นท่านั่ง จนกว่าเจ้านายของมันจะออกคำสั่ง มันก็คิดว่าตนเองอาจจะนั่งรออยู่ตรงนี้ไปตลอด เผื่อว่าจะได้เห็นสถานการณ์ข้างในบ้าง
สิงโตน้อยที่ผ่านมาได้รับการเลี้ยงดูโดยหวงซีเฉิงเป็นอย่างดี ในสายตาของมัน แม้ว่าหลี่ชิงหมินจะเป็นเจ้านาย เป็นเหมือนผู้ให้กำเนิด แต่หวงซีเฉิงก็ถือว่าเป็นสหายที่ดีของมันเช่นกัน คนผู้นั้นสอนให้มันรู้สิ่งต่างๆมากมาย แถมยังให้คนเอาอาหารอร่อยๆมาให้ทุกมื้อด้วย ไม่แปลกที่มันจะมีความห่วงใยต่อเขา
สัตว์ร้ายก็เหมือนกับมนุษย์ พวกมันมีหัวใจ มีสติปัญญา และมีความคิดเป็นของตนเอง
หลี่ชิงหมินลูบหัวเจ้าตัวใหญ่ไปมา ทั้งๆที่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ชิงหมินยังจำภาพที่หวงซีเฉิงกลับมาพร้อมกับบาดแผลเต็มตัวได้ ตอนนั้นเขารู้สึกผิดมากที่เป็นต้นเหตุให้แม่ทัพใหญ่ต้องเจ็บตัวปางตายขนาดนั้น แต่ความห่วงใยย่อมไม่อาจเทียบได้กับเวลานี้อย่างแน่นอน
แซ่กๆ
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อถึงคราวซวย ต่อให้ไม่วิ่งเข้าไปหาเรื่องซวย คนก็สามารถเจอกับปัญหาได้อยู่ดี หลี่ชิงหมินและสิงโตน้อยนั่งรออยู่ข้างนอก ระยะห่างค่อนข้างไกลจากถ้ำนั้น แต่...เขาจะรู้ได้อย่างไรว่า “เงาความตาย” กำลังเข้าใกล้พวกเขาทุกขณะแล้ว!
แซ่กๆ
ครั้งแรกไม่ได้ยิน แต่ครั้งสองจะไม่ได้ยินอีกได้อย่างไร บรรยากาศข้างนอกค่อนข้างเงียบ ไม่มีสัตว์ร้ายตัวไหนกล้าผ่านมาทางนี้ อีกทั้งย่อมไม่กล้าเข้ามาใกล้สิงโตน้อยด้วยเช่นกัน
หากไม่มีสิ่งที่ปล่อยออร่าความตายจากข้างใน ย่อมไม่มีตัวอันตรายในป่านี้เทียบเท่ากับสิงโตน้อยได้แล้ว ไม่เช่นนั้น..พวกเขาวิ่งเล่นไปทั่วป่า เหตุใดจึงไม่เจอสัตว์ร้ายเลยสักตัว นี่เป็นเพราะพวกมันรู้ดีว่าตนเองอยู่ในขั้นไหนของห่วงโซ่อาหาร ถ้ากล้าปรากฏตัวออกมา เช่นนั้นก็ต้องพร้อมที่จะเจอกับความตายแล้ว
ชิงหมินและสิงโตน้อยแทบจะหันหน้าไปหาสัตว์ร้ายที่ไม่เกรงกลัวต่อสิงโตน้อยระดับ 9 ดาว สิงโตน้อยพองขนของมันขึ้นเพื่อเตรียมการปกป้องเจ้านายของตนเอง ในขณะที่หางของมันก็ยกขึ้นสูงด้วย
แซ่กๆ
พริบตาเดียว เจ้าสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ไม่ห่างก็เข้ามาประชิดมากขึ้น สิงโตน้อยเตรียมใช้พลังประกายสุดท้ายที่มันไม่ค่อยได้เรียกใช้ออกมา ทว่า...หลังจากที่พวกเขากวาดสายตามองไปรอบๆ กลับไม่เห็นสัตว์ดุร้ายขนาดใหญ่อย่างที่คิด มีเพียง “แมงมุมตัวน้อย” สีฟ้าใสตนหนึ่งอยู่ด้านหน้าเท่านั้น
“ฮุ๋ม?” เจ้าสิงโตน้อยผงะไปเมื่อเห็นเจ้าตัวประหลาดนี้ ไม่สิ! อันที่จริงมันไม่ได้ดูประหลาดมากนัก ลักษณะของมันเหมือนกับลูกบอลใสที่น่ารักมากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะดวงตาสีแดงของมันที่บ่งบอกว่าเป็นสัตว์ร้ายตนหนึ่ง สีและลักษณะตัวอ้วนกลมของมันก็ดูน่าเอามาเล่นจริงๆ
“แมงมุมสีฟ้างั้นหรือ?” ชิงหมินเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาจากหลังของสิงโตน้อย รีบใช้ทักษะตรวจสอบของตนเองเพื่อไม่เป็นการประมาท
- แมงมุมสีฟ้านที
คุณสมบัติ
สัตว์อสูรแรกเกิดระดับ 9 *สมบูรณ์ มีโอกาสที่จะพัฒนาขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าเนื่องจากพันธุกรรมเทพ
ทักษะ
- ใยพิสุทธิ์ : ใช้เพื่อสร้างใยที่เป็นธาตุน้ำพิสุทธิ์ ดักจับศัตรูได้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
- แส้พิฆาต : สร้างใยขึ้นมาเพื่อใช้โจมตี
- หยดน้ำพลิกกลับ : สามารถกลั่นของเหลวออกมาจากร่างกาย เป็นดั่งน้ำอมฤทธิ์ รักษาชีวิตได้ –
“เจ้าตัวนี้...เป็นสัตว์อสูรแรกเกิดระดับ 9 เลยหรือ?” ชิงหมินที่ตรวจสอบเจ้าแมงมุมน้อยก็ต้องประหลาดใจ ปรากฏว่าที่มันไม่กลัวสิงโตน้อย แท้จริงแล้วเป็นเพราะว่ามันก็คือสัตว์อสูรแรกเกิดระดับ 9 เช่นกัน
แต่เจ้าสิงโตน้อยของเขา ถึงจะเป็นสัตว์อสูรแรกเกิดที่ตอนนี้มีระดับ 9 แล้ว ทว่าตอนที่ชิงหมินได้รับมันมาครั้งแรก เจ้าสิงโตน้อยยังเป็นทารกระดับ 8 เท่านั้น จนกว่าจะกลายเป็นระดับ 9 ได้ ยังต้องได้รับอาหารที่เพียงพอ นอกจากนี้....สัญลักษณ์พิเศษที่ปรากฏอยู่ด้านหลังกล่าวว่าแมงมุมสีฟ้าตัวน้อยนี้เป็นอสูรแรกเกิดสมบูรณ์ หมายความว่า ตอนที่มันเกิดมา ไม่ได้เจอกับอันตรายใดๆเหมือนที่สิงโตน้อยต้องเจอใช่ไหม?
การถือกำเนิดที่สมบูรณ์นี้ ถึงจะไม่รู้ว่ามีความหมายพิเศษอะไรหรือไม่ แต่มันจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน
“เจ้าตัวน้อย ออกมาวิ่งเล่นข้างนอกเช่นนี้ เดี๋ยวมารดาของเจ้าก็ตำหนิเอาหรอก!” ชิงหมินแสร้งดุมัน แมงมุมตัวเล็กนี้ดูเหมือนจะฉลาดมาก มันค่อยๆเดินเข้ามาหาพวกเขาหลังจากที่รู้ว่าพวกเขารู้ตัวแล้ว
ชิงหมินและสิงโตน้อยระวังตัวมากขึ้น แต่เพราะความน่ารักและสายตาเว้าวอนของมัน ชิงหมินจึงค่อยๆผ่อนคลายลง ยิ่งเห็นว่ามันไม่ได้มีท่าทีที่จะโจมตี เขาก็ยิ่งไม่กล้าสั่งให้สิงโตน้อยจัดการ
แมงมุมน้อยอยากเข้าใกล้พวกเขามากขึ้น ไม่สนใจว่าชิงหมินจะเตือนให้มันรีบกลับไปหาพ่อแม่ของตนเองในถ้ำใหญ่ สายตาของมันเลิกขึ้นลงราวกับหมุนได้ 360 องศา ก่อนที่ชิงหมินและสิงโตน้อยจะได้ทำอะไร เจ้าแมงมุมสีฟ้าก็ค่อยๆหยดน้ำใสบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายไว้บนใบไม้แล้ว
“กิ...” เจ้าแมงมุมดันหยดน้ำใสที่กำลังกลิ้งบนใบไม้แห้งมาไว้ตรงหน้าของชิงหมิน ทำท่าทางราวกับต้องการให้ของบรรณาการอย่างไรอย่างนั้น
“อะไร? ให้ข้างั้นหรือ?”
ชิงหมินตรวจสอบหยดน้ำเล็กๆที่มีประกายอยู่ตรงหน้า ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ เจ้าแมงมุมน้อยตัวนี้ช่างใจกว้างจริงๆ ถึงกับมอบหยดน้ำพลิกกลับให้กับเขาเชียวหรือ?
……………………………….