[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 57 ผู้ชายรอบตัวฉันทำไมถึงได้เปราะบางขนาดนี้นะ!

    ระหว่างรอรับกระเป๋าเดินทาง ไป๋ลู่ปลีกตัวเดินเลี่ยงออกมาไกลจากฝูงชนหน่อยเพื่อโทรหาคุณพ่อสุดที่รัก

    แต่ดูเหมือนพ่อของเธอกำลังยุ่งสายตัวแทบขาด คนที่รับสายแทนเลยกลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวซะงั้น

    “เสี่ยวลู่? ไป๋ลู่เหรอ? เธอไปเอาเบอร์ส่วนตัวของคุณลู่มาได้ยังไง?”

    “สวัสดีค่ะพี่เหมย” ไป๋ลู่ทักทายกลับด้วยน้ำเสียงสดใสปานกระดิ่งลม “พอดีช่วงนี้ฉันย้ายไปอยู่ชั้นล่างห้องของคุณลู่น่ะค่ะ ก็เลยแลกเบอร์กันไว้เผื่อฉุกเฉิน”

    น้ำเสียงของเหมยเหม่ยเต็มไปด้วยความระแวงขั้นสุด “เธอมีธุระอะไรกับคุณลู่?”

    ไป๋ลู่ “............”

    โดนเข้าใจผิดว่ากิ๊กพ่อตัวเองอีกแล้วเหรอเนี่ย? เหนื่อยใจชะมัด!

    โชคดีที่พ่อของเธอคว้าโทรศัพท์ไปคุยต่ออย่างรวดเร็ว 

    “อย่าเที่ยวแจกเบอร์ส่วนตัวของฉันให้ใครซี้ซั้ว มีอะไรก็ว่ามา”

    ไป๋ลู่ปรับโหมดเสียงสองทันที 

    “คุณพ่อขา... ในรายการวาไรตี้หนูต้องสร้างกระแสคู่จิ้นกับคนอื่นนะ พ่ออย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ มันก็แค่การตลาด!”

    ลู่อี้ถิงสวนกลับทันควัน “ไอ้หลานชายสารเลวอวี่ฟู่ชิงมันบังคับแกเหรอ?”

    “เปล่าค่ะๆ หนูเป็นคนอยากทำเอง พ่อคะ เดี๋ยวพอรายการออนแอร์พ่อก็จะรู้เอง ฮั่วเหยียนซุยเขาหล่อวัวตายความล้ม ถึงจะทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง แต่แค่มีหน้าหล่อๆ นั่นก็หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว หนูอยากจะเซ็นสัญญาดึงเขามาปั้น เขาคือบ่อเงินบ่อทองเคลื่อนที่ของหนูเลยนะคะ!”

    ลู่อี้ถิงแค่นเสียง “อาซุย? เหอะ ก็ไอ้คนที่แกคุยโทรศัพท์ด้วยตอนอยู่โรงพยาบาลวันนั้นน่ะสิ”

    “...” ไป๋ลู่งัดลูกอ้อนไม้ตายออกมาใช้ 

    “พ่อคะ... หนูเป็นลูกสาวพ่อนะ ในหัวหนูมีแต่เรื่องเงิน พ่อก็น่าจะรู้ดีที่สุดนี่นา”

    ลู่อี้ถิงคำรามในลำคอ “ถ้ากล้ามีความรักก่อนวัยอันควร พ่อจะตีขาแกให้หัก!”

    ไป๋ลู่มองหน้าจอมือถือที่ดับวูบไปอย่างงงๆ

    โกรธจนสติแตกวางสายใส่กันดื้อๆ เลยแฮะ

    นี่ภาพลักษณ์เธอเหมือนพวกคลั่งรักขนาดนั้นเลยเหรอ?

    เหลวไหลสิ้นดี!

    ฉันเป็นสาวบ้างานที่บูชาเงินเป็นพระเจ้าต่างหากย่ะ!

    ห่างออกไปไม่ไกล ฮั่วเหยียนฟางเองก็ปลีกตัวออกจากกลุ่มมาคุยโทรศัพท์เหมือนกัน

    ทันทีที่เขากวักมือเรียก ไป๋ลู่ก็รีบซอยเท้าวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปหาทันทีราวกับลูกสุนัขที่เชื่อฟัง

    “อาซุย คุณเรียกฉันเหรอคะ”

    “ถังสิงเรียกเธอ” ฮั่วเหยียนฟางยื่นโทรศัพท์ให้ พร้อมกับเดินไปช่วยเธอยกกระเป๋าเดินทางให้อย่างรู้งาน

    ไป๋ลู่เพิ่งจะกรอกเสียงลงไปว่า ‘ฮัลโหล’ ปลายสายก็รีบละล่ำละลักพูดขึ้นมาทันที 

    “คุณไป๋ลู่ครับ ผมกราบล่ะครับ ช่วยดูแลนายน้อยอาซุยแทนผมหน่อยนะครับ เขาไม่เคยลำบากตรากตรำ แล้วก็ไม่เคยเดินทางไกลคนเดียวมาก่อนเลยในชีวิต!”

    ไป๋ลู่เหลือบมองคุณชายฮั่วที่แม้จะอยู่ในชุดกีฬาธรรมดาๆ แต่รัศมีราศีจับจนปิดความสูงส่งเลอค่าไว้ไม่มิด แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

    “รู้แล้วน่า ฉันจะดูแลอาซุยอย่างดี คุณวางใจเถอะ”

    ผู้ชายรอบตัวฉัน... ทำไมถึงได้เปราะบางกันจังนะ!

    พ่อก็คนหนึ่ง อาซุยก็อีกคน

    ถังสิงย้ำอีกรอบ “ต้องดูแลนายน้อยอาซุยให้ดีนะครับ รับปากผมนะ ไม่อย่างนั้นท่านประธานฮั่วต้องถลกหนังหัวผมแน่ๆ ถ้านายน้อยอาซุยดื้อไม่ยอมกินยา คุณก็ต้องหาวิธีจับเขากรอก——”

    “เขาเป็นเด็กดีมาก ฉันป้อนยาแก้หวัดให้เขาแล้วค่ะ” ไป๋ลู่เริ่มจะจนปัญญา 

    “เอาเป็นว่าถ้าเขายังไม่ดีขึ้น ฉันจะลากเขาไปหาหมอเอง ตกลงไหมคะ?”

    ถังสิงเสียงอ่อย “...รบกวนคุณด้วยนะครับ”

    พอกดวางสาย ก็มีเสียงนุ่มนวลของสวี่อี้ เพื่อนร่วมงานเก่าเอ่ยแซวขึ้นมาว่า 

    “ผู้ช่วยถัง ทำไมท่านประธานฮั่วผู้แข็งแกร่งถึงเป็นหวัดได้ล่ะครับ?”

    ถังสิงตอบเสียงเรียบ “เขายืนตากลมเย็นๆ อยู่ที่ระเบียงทั้งคืนน่ะสิ”

    สวี่อี้ยิ้มมุมปาก “แล้วคุณก็ยืนดูเจ้านายตากลมเฉยๆ เหรอครับ?”

    ถังสิงถอนหายใจ 

    “ไป๋ลู่กับราชาจอเงินลู่ซ้อมชกมวยกัน กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ที่ระเบียงห้อง 886 ทั้งคืน เจ้านายก็ยืนสังเกตการณ์อยู่ที่ระเบียงห้อง 888 นายคิดว่าคนอย่างฉันกล้าห้ามเหรอ? สีหน้าเขาตอนนั้นนะ... หึหึ ตอนพวกตระกูลฮั่วสายรองก่อกบฏ สีหน้าเขายังไม่น่ากลัวขนาดนี้เลย”

    สวี่อี้หน้าถอดสี 

    “เพื่อลูกสาวแห่งชาติคนนั้นเนี่ยนะ? ผู้ช่วยถัง ผมเพิ่งจะย้ายไปทำงานที่อื่นแค่สองเดือน ท่านประธานฮั่วก็โดนนางจิ้งจอกน้อยตัวนั้นทำให้หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงขนาดยอมเปลี่ยนชื่อแซ่ ยอมลดตัวลงไปเป็นดาราหน้าใหม่? แล้วคุณก็ไม่คิดจะห้ามเขาหน่อยหรือไง”

    ถังสิง “............”

    สวี่อี้เลิกคิ้วกวนประสาท “คุณทำหน้าเหมือนอมยาขมแบบนั้นหมายความว่ายังไง?”

    “คุณหนูไป๋ลู่เธอแค่อยากใช้หน้าตาของท่านประธานฮั่วหาเงิน ในหัวสมองของเธอมีแต่หนทางกอบโกยเงินทองเงิน เงิน เงิน ส่วนท่านประธานฮั่ว... เขาเป็นฝ่ายตบะแตก ยอมสละมาดท่านประธานลงมาเกลือกกลั้วเอง”

    สวี่อี้ “............”

    ถังสิงพูดต่อด้วยน้ำเสียงปลงตก 

    “แม่หนูน้อยคนนั้นเขาชอบลู่อี้ถิง เขาแค่อยากจะปั้นท่านประธานฮั่วเดบิวต์เพื่อกอบโกยเงินทอง ท่านประธานฮั่วต่างหากที่เป็นฝ่ายรักเขาข้างเดียว”

    สวี่อี้ “............”

    เรื่องบ้าบอคอแตกอะไรวะเนี่ย!!!

    ไป๋ลู่วิ่งตึกตักๆ กลับไปหาฮั่วเหยียนฟาง แล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้ 

    “อาซุย ถังสิงเขาเป็นห่วงคุณมากนะ คุณต้องทำตัวเป็นเด็กดีเชื่อฟังรู้ไหมคะ?”

    เธอกวักมือเรียกยิกๆ ฮั่วเหยียนฟางก็โน้มตัวลงมาหาอย่างว่าง่าย

    ไป๋ลู่เขย่งปลายเท้า มือข้างหนึ่งทาบหน้าผากตัวเอง อีกข้างทาบหน้าผากเขา 

    “อืม... ดูเหมือนจะยังมีไข้อยู่นิดหน่อย ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายต้องรีบบอกนะคะ เดี๋ยวจะให้ทีมงานส่งไปโรงพยาบาล ห้ามฝืนเด็ดขาดเลยนะ เข้าใจไหม?”

    ฮั่วเหยียนฟางตอบรับในลำคอ “อืม”

    ทางด้านโน้น ผู้กำกับเริ่มตะโกนเรียกรวมพลแล้ว

    “มาแล้วค่า มาแล้ว!” ไป๋ลู่คว้ามือเขามากุมไว้ พลางกำชับเสียงกระซิบ “อาซุย คุณมาออกรายการวาไรตี้ครั้งแรก ไม่ต้องกังวลนะ เกาะติดฉันไว้แน่นๆ ฉันจะดูแลคุณเอง”

    ฮั่วเหยียนฟางกระชับตอบมือเล็กนุ่มนิ่มของเธอ

    ฝ่ามือใหญ่หนา ห่อหุ้มมือเล็กๆ ของเธอไว้จนมิด

    ไป๋ลู่สะดุ้งเล็กน้อย คิดจะสะบัดมือออกตามสัญชาตญาณ

    ฮั่วเหยียนฟางพูดเสียงเรียบ “สร้างกระแสคู่จิ้น”

    ไป๋ลู่เป็นพวกนักปฏิบัติ พูดจริงทำจริง ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย!

    เธอเปลี่ยนมาควงแขนฮั่วเหยียนฟางหมับเข้าให้ทันที “คุณรับบทเป็นเทพบุตรเฉยชา ส่วนฉันเป็นทาสรักของคุณ คุณต้องทำตัวเย็นชาเข้าไว้ ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่เจ้เอง!”

    ฮั่วเหยียนฟางขยับแขนออกห่างเล็กน้อยอย่างแนบเนียน

    ทั้งสองคนเดินเข้าไปหากลุ่มด้วยท่าทางตัวติดกันแบบนั้น

    ผู้กำกับถึงกับอ้าปากค้าง “ไป๋ลู่... กล้องจะเริ่มถ่ายแล้วนะ พวกคุณ... ช่วยขยับห่างกันหน่อยดีไหม?”

    ไป๋ลู่กอดแขนเขาแน่นกว่าเดิม แถมยังซบหัวลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างออดอ้อน 

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกับอาซุยรู้จักกันมานานแล้ว สนิทกันแค่นี้เรื่องจิ๊บๆ”

    ผู้กำกับ “............”

    เอ้า! ได้! แขกรับเชิญเสนอตัวเซอร์วิสแฟนคลับสร้างกระแสคู่จิ้นเอง แถมหน้าตาของทั้งคู่ยังฟ้าประทานขนาดนี้

    วาสนาดีๆ แบบนี้ ต่อให้จุดธูปขอก็ยังยากเลยวุ้ย!

    VJ ที่รับหน้าที่ตามถ่ายยกกล้องขึ้น เตรียมพร้อม

    ทีมงานประกาศกติกา

    “เวลาสี่วัน กับสถานที่ท่องเที่ยวแปดแห่ง ต้องไปเช็กอินให้ครบ ทุกคนจะได้รับเงินคนละสองหมื่นเยน สำหรับค่ากิน ค่าที่พัก และค่าเดินทาง พวกคุณต้องบริหารจัดการกันเอง แต่ต้องไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่ม นี่คือโทรศัพท์ของพวกคุณ ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวถูกบันทึกไว้ข้างในแล้ว โทรออกได้ เล่นเน็ตได้ ออกเดินทางได้เลยครับ!”

    กติกา ก็คือแทบจะไม่มีกติกา

    หลินเย่อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปากได้ “เงินแค่นี้จะไปพอทำอะไร? ตั้งสี่วัน! ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ ค่ารถ!”

    คนละสองหมื่นเยน คิดเป็นเงินหยวนก็แค่พันกว่าๆ 

    ถ้าประหยัดกินประหยัดใช้แบบสุดๆ ก็พอถูไถไปได้แบบลากเลือด

    เฉียวเซียนอี๋เชิดหน้าขึ้น “ใช้เงินตัวเอง——”

    ผู้กำกับรีบเบรก “กรุณาส่งของใช้ส่วนตัวและโทรศัพท์มือถือมาให้หมดครับ ระหว่างการถ่ายทำ พวกคุณจะใช้ได้แค่โทรศัพท์ที่ทีมงานแจกให้เท่านั้น ห้ามโกง!”

    ไป๋ลู่ร้อนรนจนนั่งไม่ติด “แล้วถ้าฉันมีสายสำคัญต้องคุยจะทำยังไงคะ?”

    พ่อสั่งให้เธอโทรรายงานตัวทุกวัน ถ้าไม่โทร... เธอโดนพ่อฟาดขาหักแน่!

    “วางใจเถอะครับ ถ้ามีโทรศัพท์ส่วนตัวของคุณเข้ามา VJ ประจำตัวจะเอาไปให้คุณรับเอง”

    ไป๋ลู่เลยยอมส่งของใช้ส่วนตัวและมือถือให้เป็นคนแรกอย่างจำยอม

    ฮั่วเหยียนฟางทำตามเธอติดๆ ไม่ห่าง

    ทุกคนทยอยส่งของให้ทีมงาน

    เหลือแค่คุณหนูเฉียวเซียนอี๋คนเดียว ที่กอดกระเป๋าแอร์เมสหนังจระเข้ของตัวเองไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สุดท้ายผู้กำกับต้องออกโรงเอง แย่งมาจากมือคุณหนูขี้วีนแบบดื้อๆ จนแทบจะตบกันกลางกองถ่าย

    ตอนที่ตี๋เจียเออร์อยู่วงบอยแบนด์ เขาเคยมาแสดงที่นี่บ่อยๆ เลยค่อนข้างคุ้นเคยกับโอซาก้า

    ตี๋เจียเออร์เลยอาสารับหน้าที่ไกด์นำเที่ยว 

    “นั่งแท็กซี่ที่นี่แพงหูฉี่ มิเตอร์ขึ้นเร็วกว่าชีพจรพวกเราเต้นอีกครับ ต้องนั่งรถไฟหรือรถไฟใต้ดินเท่านั้น มีทั้งแบบตั๋วเที่ยวเดียว แล้วก็แบบตั๋วรายสัปดาห์ พวกเราต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอยู่แล้ว ผมว่าซื้อตั๋วรายสัปดาห์คุ้มกว่า”

    ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์

    ตี๋เจียเออร์ลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองนำขบวน “งั้นพวกเราไปหาที่ซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟใต้ดินกันก่อน”

    ต่างคนต่างก็ลากกระเป๋าของตัวเอง เตรียมออกเดินทาง

    ทันใดนั้น เฉียวเซียนอี๋ก็กระทืบเท้าเร่าๆ ร้องโวยวายขึ้นมา “พวกนาย! ใครก็ได้มาช่วยฉันยกกระเป๋าหน่อยสิ!”

    ไป๋ลู่หันกลับไปมองแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง

    คุณพระช่วย!

    คุณหนูใหญ่เฉียวคนเดียว ล่อกระเป๋าเดินทางมาเป็นสิบใบ!

    นี่หล่อนมาเที่ยวทริปยาจก... แต่ทำอย่างกับย้ายบ้านหนีตามผู้ชายมาชัดๆ!

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730