“ใต้เท้าเหมิน โปรดสำรวมด้วย” ท่านป้าส่งเสียงมาจากทางหนึ่ง ก่อนที่นางจะเดินเร็วๆ มาขวางทางระหว่างใต้เท้าเหมินกับซู่หรานไว้
“สำรวมบ้าอะไร ลูกสาวบ้านเ้าใช้พัดตีข้า ข้ายังต้องสำรวมอีกหรือ พวกเ้าตระกูลหวังสั่งสอนอย่างไรกัน” ใต้เท้าเหมินหันมาด่ากราดใส่ป้าหวังมี่
“ที่ข้าเห็นคือท่านทำตัวเป็อันธพาล รังแกหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงาน” ท่านป้าออกตัวปกป้องซู่หราน แม้ในใจจะรู้เต็มอกว่าซู่หรานต้องทำอะไรมาแน่ ใต้เท้าเหมินถึงได้เข้ามาพูดคุยด้วย แต่เห็นแก่ซู่หรานที่เป็หลาน อย่างไรก็ต้องปกป้องคนในบ้าน
“ข้าไม่ได้รังแก ข้า ข้ากับนาง เรา..” ใต้เท้าเหมินพูดได้เท่านั้นก็เงียบไป
“ข้าไม่รู้จักเขาเ้าค่ะ” ซู่หรานบอกท่านป้าทันที ยังคงหลบตา ไม่แม้แต่จะมองไปทางใต้เท้าเหมิน ทำตัวเรียบร้อยสมเป็ลูกสาวขุนนางที่อ่อนต่อโลก
ท่านป้าไม่พูดอะไร ยังคงยืนจ้องมองใต้เท้าเหมินด้วยสายตาปกติ แต่เท่านั้นก็เพียงพอให้คนรอบๆ เริ่มมองมาด้วยสายตาแปลกๆ ใต้เท้าเหมินหันดูแล้วได้แต่ตัดสินใจเลิกรา
“ได้ แค่เื่เข้าใจผิดเท่านั้น อย่าถือมาใส่ใจเลยแม่นางหวัง ข้าขออภัยด้วย ข้าคงจำผิดไป ขอตัว” ใต้เท้าเหมินยกมือประสาน จากนั้นก็เดินเร็วๆ จากไปพร้อมผู้ติดตามของเขา
ในรถม้าระหว่างทางกลับบ้าน ท่านป้าไม่เอ่ยถามสักคำ ซู่หรานก็ไม่คิดแก้ตัว กระทั่งใกล้จะถึงจวนขุนนางหวัง ซู่หรานตัดสินใจพูดออกมา
“ข้ารู้จักเขาเ้าค่ะ เคยตกลงจะช่วยเขาบางอย่าง เป็เื่ไม่ดี เื่เลวร้าย เื่ที่ข้าไม่ควรเข้าไปยุ่ง”
“แต่ตอนนี้เ้าไม่ได้ยุ่งกับเขาแล้ว” ท่านป้ารวบรัด
ซู่หรานพยักหน้า
“ดีแล้ว ข้ากับพ่อของเ้าจะปกป้องเ้าเอง” ท่านป้าออกตัว ถึงอย่างไรซู่หรานก็เป็ลูกของน้องชายนาง คนอื่นไม่รู้เพราะปกติขุนนางหวังวางตัวเป็กลางได้อย่างไร้ที่ติ แต่นางที่เป็พี่สาวจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าน้องชายเป็ห่วงลูกคนนี้ที่สุด
“ขอบคุณ” ซู่หรานน้ำตาคลอ แม้เธอจะไม่ใช่ซู่หรานจริงๆ แต่การมีใครสักคนคอยเป็ห่วงเธออย่างจริงใจ แม้เธอจะทำเื่ไม่ดีแค่ไหนก็ยังปกป้องเธอ มันช่างอบอุ่นหัวใจจนซู่หรานรู้สึกรับไม่ไหว ไม่คุ้นชินกับความใจดีเช่นนี้
ซู่หรานรู้สึกอยากร้องไห้จนไม่กล้าเงยหน้า แต่หยดน้ำตาก็ไหลลงมาอยู่ดี ท่านป้าไม่ได้มองเธอ แต่ก็ยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ ซู่หรานรับมาเช็ดน้ำตา สัญญากับตัวเองในใจว่าจะแก้ตัวใหม่ให้ซู่หรานเอง และจะเคารพนับถือท่านป้าคนนี้อย่างไม่มีเงื่อนไข
หลังจากเข้าบ้าน แม้ท่านย่าจะถามอย่างไร แต่ท่านป้าไม่พูดอะไรมาก บอกเพียงทุกอย่างเรียบร้อยดี
ซู่หรานเข้าไปในเรือนของตัวเองก็เริ่มรื้อข้าวของ นางแยกของในเรือนออกเป็สองส่วน ส่วนหนึ่งเป็ของปกติที่นางใช้ และอีกส่วนเป็สิ่งของเสื้อผ้าเครื่องประดับล้ำค่าที่นางเก็บไว้อย่างดี ไม่ว่าจะราคาแพงมากเพียงใด ซู่หรานก็โยนกองรวมกันไว้และจุดไฟเผา สาวใช้สองคนต่างใแต่ถูกซู่หรานไล่ให้ออกไปจากเรือนของเธอ
ของอื่นๆ มอดไหม้จนหมด เหลือแต่พวกเครื่องประดับที่ถูกเผาจนไม่รู้ว่าสภาพเดิมมันเป็เช่นไร ซู่หรานยังไม่พอใจ หยิบก้อนหินแถวนั้นมาทุบจนส่วนที่เป็หยกหรือพลอยแตกละเอียด ส่วนที่เป็ทองนางก็เอาไปต้มในหม้อดินอีกหลายชั่วยาม จนทองคำพวกนั้นเหลวเป็น้ำ เธอก็เอาไปเททิ้งในถังอุจจาระ
ซู่หรานเคยถามสาวใช้แล้ว ถังปฏิกูลพวกนี้ จะถูกขนไปรวมกับของชาวเมืองหลวงทั้งเมือง เมื่อถึงตอนนั้นไม่มีทางตรวจสอบได้ว่าเป็ของจวนไหน ส่วนคนที่รับผิดชอบเอาถังพวกนี้ไปดูแลพืชผัก และบังเอิญเจอทองคำ อย่างไรก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็ทองคำของใครแล้ว ถือว่าตอบแทนคนพวกนั้นที่ทำงานหนัก คิดแล้วซู่หรานก็วิ่งไปหยิบเศษพลอยและหยกละเอียดพวกนั้นทิ้งไปในถังปฏิกูลด้วยเสียเลย
กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็เลยเวลาอาหารเย็นไปมากแล้ว ในเรือนของเธอตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่มีอาหาร เรือนก็มืดไปหมด ซู่หรานเริ่มรู้สึกเสียใจที่ไล่สาวใช้สองคนนั้นไป
‘เฮ้อ หิวจัง ไม่น่าไล่สาวใช้ไปเลย เหนื่อยจนไม่อยากขยับ ตัวก็เหม็นไปหมด’
ระหว่างที่ซู่หรานกำลังบ่นๆ ในใจ ก็มีแสงไฟมาจากด้านนอก เธอดีใจรีบวิ่งไปดู เผื่อว่าเป็ใครที่เอาอาหารมาให้เธอ
“อิงเถา” ซู่หรานเอ่ยคำนั้นไป
ร่างสาวใช้ที่ผ่ายผอมมากกำลังถือโคมไฟและเสียหนา [1] ใส่อาหาร อิงเถาย่อตัวทำความเคารพ
“ไม่ต้อง!” ซู่หรานรีบวิ่งไปจับแขนอิงเถาไว้
“อย่าทำเช่นนี้เลย เป็ข้าที่ควรขอโทษเ้า ขอโทษด้วย” ซู่หรานคุกเข่าลงไปทันที อิงเถาก็ใรีบวางของในมือ นั่งลงมาห้ามซู่หราน
“ให้ข้าขอโทษเถิด ข้าจะได้ตายตาหลับ” เธอหมายถึงซู่หรานคนเก่า
อิงเถาคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายยอมปล่อยมือ ปล่อยให้ซู่หรานก้มหัวขอโทษ แต่หลังจากก้มหัวขอโทษเสร็จ สองสาวก็จ้องมองกันต่างคนต่างเงียบ
“นี่ เ้าเอาอาหารมาให้ข้าหรือ” ซู่หรานถามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศอึดอัดเ่าั้ อิงเถาทำเพียงพยักหน้า
“หมายความว่าเ้า..ให้อภัยข้าแล้วหรือ”
อิงเถาพยักหน้าอีก
“ฮ่าๆ ขอบใจนะ ซู่หรานเนี่ย มีแต่คนใจดีด้วย ทำไมไม่รู้จักรักษาไว้เลย แต่ไม่เป็ไร ตอนนี้ฉันจะทำให้ดีขึ้นนะ ขอบใจ” เธอยื่นไปจับมืออิงเถาไว้ บีบเบาๆ เป็เชิงขอบคุณ
อิงเถารู้สึกงุนงงกับความเปลี่ยนแปลงนี้มาก นางก้มมองมือของคุณหนูซู่หรานที่กำลังบีบมือของนาง ไม่แน่ใจว่าคุณหนู้าสิ่งใดกันแน่
ซู่หรานเริ่มรู้สึกว่าแปลกๆ จึงปล่อยมือของอิงเถา
“ฮ่าๆ โทษที ลืมตัวน่ะ” ที่นี่คงไม่ได้บีบมือขอโทษและขอบคุณ
“ข้ายังนึกว่าเ้าจะไม่มาอยู่กับข้าแล้ว ถึงใครๆ จะบอกว่าข้าเป็คนตัดลิ้นเ้า แต่เ้ากับข้าต่างรู้ดีว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าถูกบังคับให้ดื่มยาพิษ ส่วนเ้าก็ถูกเ้าพวกนั้นตัดลิ้น ทั้งหมดเป็ความผิดของข้าเอง” ถึงจะมืด แต่ซู่หรานเห็นชัดเวลาที่พูดว่าถูกตัดลิ้น มือของอิงเถาจะสั่นเบาๆ
[1] ปิ่นโตแบบจีนโบราณ