ล้ำเส้นที่ 1
|
(ยัยหัวขโมย) NC
ย้อนกลับไปก่อนเกิดเหตุการณ์..
มหาวิทยาลัยนาบี
คณะศิลปศาสตร์ เอกธุรกิจการท่องเที่ยว ปีที่2
“พวกแกจำตำนานเื่บ้านหลังใหญ่ท้ายมหาลัยไม่ได้เหรอ ที่มันมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับในบ้านนั้นน่ะ บ้างก็บอกว่าที่นั่นมีผี บ้างก็เล่าว่าไม่เจออะไรเลย แต่ฉันเชื่อว่าบ้านนั้นมีอาถรรพ์จริงๆนะ”
“อ๋อ.. ที่เคยมีรุ่นพี่คณะเราแอบเข้าไปที่นั่นแล้วเจอพวกทองพวกเครื่องเพชรใช่ไหม โห..ฉันน่ะอยากเข้าไปมากเลย แต่ฉันกลัวผีอะ”
“ไม่เห็นน่ากลัวเลย แม่งก็แค่เื่หลอกเด็กนั่นแหละ”
“แหม่! แกเข้าไปเองไหมเล่าไอดิม ทำเป็พูดไปนะ แกน่ะกลัวยิ่งกว่าใครเลย”
สาวสวยสองคนกับผู้ชายหน้าหล่ออีกหนึ่งคนที่นั่งในโรงยิมเอ่ยเถียงกันไปมาไม่หยุดหย่อน ยกเว้นเพียงแต่สาวหน้าหวานที่นั่งเยื้องไปตรงโต๊ะด้านข้าง เธอได้ยินทุกอย่างที่พวกหล่อนพูดแต่ก็ทำทีเป็ไม่รับรู้อะไร
“ปลายดาว..”
เกรน หญิงสาวหน้าเฉี่ยว ผมสั้น ใส่ชุดนักศึกษารัดติ้วจนถึงแก้มก้น เธอแสยะยิ้มร้ายให้กับคนที่เพิ่งจะเอ่ยเรียก ปลายดาวรู้ดีว่ากลุ่มเพื่อนร่วมเซคเรียนไม่ชอบเธอ เกรนเป็ลูกสาวของตระกูลใหญ่โตที่มีชื่อเสียงในเื่ปล่อยเงินกู้
“หื้ม ว่าไงเหรอ”
“แกไปบ้านนั้นให้ฉันหน่อยสิ ฉันอยากได้เครื่องเพชร”
กึก
เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพลางลุกขึ้นจากม้านั่งแล้วเดินกอดอกไปหาเธอ เพื่อนคนอื่นก็เช่นกัน ทุกคนต่างหวาดกลัวในอำนาจของเกรนกันหมดทุกคน เพราะพ่อของเธอใหญ่เกินจะมีใครกล้าท้าทาย
“ก..เกรน แต่บ้านหลังนั้นเป็บ้านร้างนะ ฉันแค่เคยเดินผ่านแต่ก็ไม่คิดที่จะเข้าไป มันน่ากลัวมาก ฉันไม่รู้ว่าข้างในนั้นมันมีอะไร”
“ก็นี่ไง ฉันอยากให้เธอกลับมาบอกฉัน ว่าข้างในมันมีอะไร”
“…..”
รอยยิ้มที่เริ่มคลี่บนมุมปากเรื่อยๆทำให้ปลายดาวเริ่มรู้ถึงหายนะที่เริ่มมาเยือน
“ฉันรู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหนปลายดาว ยายเธอก็อยู่บ้านคนเดียว คิกๆ เธอคงไม่อยากให้ยายไปนั่งเล่นที่บ้านฉันหรอกใช่ไหม หื้ม..”
“ย..อย่านะเกรน!”
คนที่หัวใจหล่นวูบไปกองกับพื้นรีบลุกพรวดพราดเข้าไปเกาะแขนเล็ก แววตาอ้อนวอนกับเสียงกระซิบที่ไร้ซึ่งทางเลือก ปลายดาวรักยายของเธอมาก เพราะทั้งชีวิตเธอมีแค่ยายเพียงคนเดียว
“ได้ งั้นฉันจะเข้าไปที่บ้านหลังนั้นให้”
คำตอบของเธอก็ทำให้ลูกสาวเ้าพ่อนักธุรกิจสีเทากระตุกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ เพราะไม่ว่าใครที่เธอ้ากลั่นแกล้งให้จมดิน คนๆนั้นมักจะหนีไม่รอด โดยเฉพาะหญิงสาวหน้าตาสวยอย่างปลายดาว เธอไม่ชอบที่มีคนโดดเด่นกว่าเธอ นี่จึงเป็เหตุผลหลักที่ทำให้เธอหาทางกำจัดสาวน้อยน่าสงสารคนนี้ให้พ้นทาง
บ้านร้างหลังใหญ่ท้ายมหาวิทยาลัย
ในที่สุดปลายดาวก็ได้ตัดสินใจเดินเข้ามาภายในบ้านสุดหรู แม้ว่าภายนอกมันจะถูกปกคลุมไปด้วยความน่ากลัว แต่ด้านในบ้านนั้นยังดูสะอาดราวกับว่ามีคนคอยดูแลมันตลอด หญิงสาวในชุดนักศึกษาพอดีตัว กระโปรงทรงเอเลยเข่าขึ้นมานิดเดียว เธอเหยียบย่ำเข้าไปด้านหลังบ้านที่มีรั้วเหล็กชำรุดแง้มไว้อยู่
แกร่ก..
เฮือก!
เธอสะดุ้งสุดตัวเมื่อเผลอเหยียบใบไม้ตรงพื้นจนเกิดเสียงดัง ใบหน้าหวานเริ่มซีดเผือดเพราะความกลัวสุดชีวิต ก่อนที่เธอจะทำใจกล้าและก้าวเดินต่อไปพร้อมทั้งหัวใจที่สั่นระรัว เธอกลัวทั้งผี กลัวทั้งคน บ้านร้างแห่งนี้มีเื่เล่ามากมาย เพราะมันถูกปิดตายไปกับเื่เล่าของรุ่นพี่ในคณะ ไม่มีใครรู้ว่ามันคือเื่จริงไหม.. ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น
เอี๊ยดดดดดด
“อ๊ะ.. ไม่ได้ล็อกนี่”
เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะค่อยๆหมุนกลอนประตูออกด้วยความลุ้นระทึกสุดขีด ปลายดาวเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นก่อนจะก้าวขาอันสั่นเทาเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นแรกที่เธอััได้คือกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของผู้ชาย ไม่มีแม้แต่กลิ่นสาบหรือกลิ่นเหม็นของบ้านร้างเลยสักนิด ความเย็นะเืตกกระทบกับผิวจนเธอขนลุกซู่ไปหมด
นี่บ้านร้างจริงๆเหรอ.. ทำไมมันถึงได้ดูเหมือนมีคนอยู่แบบนี้ล่ะ
แม้ว่าในหัวเธอจะคิดแบบนั้นก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าอาการหวาดกลัวในใจจะหายไป เพราะถ้าหากไม่มีคนอยู่ มันก็อาจจะเป็แหล่งกบดานของพวกโจร.. คนไร้บ้าน.. หรืออาจจะเป็ฆาตกรที่หลบหนีคดี
“ฟู่วววว..”
เธอก้าวขาที่ใกล้จะไร้เรี่ยวแรงของตัวเองเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านที่มีแสงยามเย็นส่องผ่านม่านเข้ามา
หัวใจของเธอเต้นระส่ำไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เธอพยายามก้าวขาให้ช้าที่สุดและเงียบมากที่สุด จนกระทั่งร่างบางนั้นได้มายืนอยู่ตรงห้องนอนที่ประตูถูกแง้มไว้ ปลายดาวมองสำรวจไปรอบๆก็พบว่าชั้นบนของบ้านมันกว้างขวางเหลือเกิน ประตูทุกบานมันถูกปิดตายทั้งหมด
พลั่ก..
เธอใช้นิ้วชี้ผลักประตูตรงหน้าอย่างเบาๆ ก่อนที่ร่างสั่นเทาจะก้าวขาเข้าไปในนั้นด้วยความกล้า
ทันใดนั้นเอง..ดวงตาของเธอก็เบิกโพลงด้วยความใสุดขีด เมื่อกล่องเพชรสี่เหลี่ยมสีแดงนั้นวางอยู่กลางห้อง มันตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กๆราวกับถูกจัดสรรเอาไว้แล้ว หญิงสาวที่ยังไม่รู้เื่ไม่รู้ราวเดินตรงหรี่เข้าไปหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม และความหวาดกลัวก็พลันหายไปในชั่วพริบตา
“จับได้แล้ว ยัยหัวขโมย”
เฮือก!!
แต่แล้วเสียงทุ้มใหญ่ก็ดังขึ้นมาภายในห้องที่เงียบเชียบจนทำให้เธอสะดุ้งโหยงด้วยความใ ก่อนที่หญิงสาวจะหันขวับไปมองตามเสียงก็พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ในความมืดมิด ทันใดนั้นเอง..กล่องเพชรในมือของเธอก็ได้ร่วงหล่นลงสู่พื้น
ปึก!!
“เอ่อ คือ ป..เปล่านะ ฉันคิดว่าที่นี่คือบ้านร้าง”
“ที่นี่คือบ้านฉันต่างหาก”
“…..”
“ใครเป็คนส่งเธอมา มันเป็ใคร! ไอ้เหี้ยพวกไหน!!”
เสียงทุ้มที่แปรเปลี่ยนเป็เสียงแห่งความโมโหได้เริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้จนเธอใจกระตุกวูบ ร่างของเธอแทบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นว่าชายร่างสูงโปร่งคนนั้นกำลังพุ่งเข้ามาหาเธอ
“ม..ไม่ใช่อย่างนั้น”
แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เจอปรากฏอยู่เบื้องหน้า ผู้ชายั์ตาสองสีกำลังจ้องมองเธอด้วยความขุ่นเคือง ผ่านพ้นเงามืดจนเจอกับแสงตะวันที่ลอดผ่านมาเข้ามา
“ถ้าเธอไม่พูดความจริง เธอได้ตายอยู่ที่นี่แน่”
ทำไมเขาถึงหล่อขนาดนี้กันนะ..
ปัจจุบัน
“ฉันทำไม่ได้! ฮึก.. ม..ไม่..”
หญิงสาวในสภาพเปลือยท่อนบนเกือบทั้งหมดเอ่ยด้วยเสียงสั่นไหว ใบหน้าแดงก่ำกับแววตาอ้อนวอนจ้องมองคน้า แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเคลิบเคลิ้มไปกับััอันเร่าร้อนของเขาแล้วก็ตาม
“ทำไมล่ะ เมื่อกี๊เธอยังร้องได้ถึงใจอยู่เลยนี่”
“อึ่ก อ๊ะ..”
หนุ่มหล่อที่ผละใบหน้าออกจากเนินอกขาวเลิกคิ้วถามเธออย่างเ้าเล่ห์ มือข้างหนึ่งของเขากำลังสอดใส่อยู่ตรงเบื้องล่าง มันเปียกชุ่มไปหมด แถมยังตอดรัดนิ้วของเขาจนแทบทนไม่ไหว ท่อนลำของเขา..มันตั้งผงาดขึ้นมาโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงครางของเธอ
“ฉ..ฉันไม่ใช่หัวขโมยนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาทำร้ายนายด้วย อย่าทำกับฉันแบบนี้เลย”
“แต่เธอเลือกข้อเสนอแรกของฉันแล้ว”
“ฮ..ฮึก แต่ข้อเสนอของนายมันกำลังเอาเปรียบฉันอยู่นะ!”
“เธอไม่มีสิทธิ์ขัดขืนสิ เธอเป็หัวขโมย..ที่กำลังได้รับโอกาสจากฉันอยู่”
“อื๊อออ”
ใบหน้าหวานถูกมือหนาบีบแน่นอยู่ที่แก้มขาวเนียน ดวงตาที่มีหยาดน้ำตาใสๆไหลรินลงมาด้วยความกลัว ก่อนที่คน้าจะโน้มลงมามอบจูบอันแสนเร่าร้อนให้เธออีกครั้ง มันคือจูบที่ทำให้เธอไม่อาจจะขัดขืนเขาได้อีกต่อไป เพราะปลายลิ้นอันร้อนรุ่มกำลังสอดแทรกเข้ามาจนทำให้เธอหลับตาปี๋
“หึ ไม่มีอารมณ์แต่แฉะหมดแล้วนี่”
“พี่พันไทม์!!”
“พันไทม์โว้ยยยยยยย! อยู่ไหมเนี่ย!”
เป็จังหวะเดียวกันกับที่เสียงผู้ชายหลายคนได้ะโออกมาจากทางด้านล่าง นั่นจึงทำให้ปลายดาวสะดุ้งโหยงด้วยความใ เธอหลุดออกจากภวังค์แห่งััอันเร่าร้อนชั่วขณะ แววตาหวาดหวั่นเงยหน้ามองคนที่จิ๊ปากราวกับโดนขัดใจ ในตอนนี้เธอขยับร่างกายของตัวเองถอยหนีออกมาจนสุดขอบเตียง
หนุ่มล่ำคนร้ายกาจที่ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะขบกรามตัวเองแน่น ั์ตาสองสีตวัดมองไปทางนอกประตูที่มีเสียงอันคุ้นหูะโโวยวายอยู่ด้านล่าง
“ไอเวรเอ้ย.. โผล่มาทำเหี้ยอะไรตอนนี้วะ!!”