ตึกสูงตั้งตระหง่าราว 45 ชั้น ชั้นที่ 45 เป็ชั้นทำงานของผู้กุมบังเหียนบริษัทปูนที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย อย่าง ‘บริษัท VN CEMENTจำกัด (มหาชน)’ ภายในห้องทำงานมีร่างสูง ‘ฟอคซ์ วิชญากรวัฒนาพานิชกุล’ ลูกชายคนโตในบรรดาในบรรดาพี่น้อง3คน ปีนี้เขาอายุแค่ 29 ปี เขาเข้ามารับ่ต่อธุรกิจของผู้เป็บิดาอย่าง‘นิกร วัฒนาพานิชกุล ที่เป็ประธานบริษัทนี้มากว่า 30 ปี ตึกนี้เป็แค่อาคารสำนักงานของบริษัทเท่านั่น ยังมีเหมืองหินปูนที่ตั้งอยู่แห่งใหญ่ที่จังหวัดสระบุรีอีกต่างหากซึ่งบริษัทแห่งนี้มีกำลังการผลิตปูนมากกว่าหลายล้านตันต่อปี บริษัทนี้ได้ก้าวะโไปข้างหน้าจนมีฐานการผลิตและการส่งออกปูนทั้งในประเทศและต่างประเทศใน่ที่เขาเข้ามาบริหารบริษัทแห่งนี้ ระหว่างที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยก็เขามาช่วยบิดาดูบัญชีมาด้วยั้แ่สมัยเรียนปี1
บริษัทแห่งนี้ยังมีหุ่นส่วนบริษัทอีกสองคน คือ คุณวิวัฒน์ที่ปัจจุบันลูกชายอย่างเตนท์ ตฤณสิษฐ์เข้ามาดูแลในส่วนของการตลาดแทนผู้เป็บิดาแล้ว และ คุณเจษฏา ซึ่งตอนนี้ เจฟ จิรณัฏฐเข้ามาดูทางโรงงานแทน แต่คนที่เป็หุ่นส่วนใหญ่ตอนนี้และคุมสูตรปูนทั้งหมด มีแค่ นิกรและ ฟอคซ์ วิชญากร เท่านั่น
ไม่ใช่แค่ธุรกิจบริษัทปูนอย่างเดียวที่‘ตระกูลวัฒนาพานิชกุล’ เป็เ้าของยังไม่ธุรกิจอีกด้านโรงแรม และผับชื่อดังย่านทองหล่อ ที่น้องชายทั้ง 2คนได้ดูแลอยู่ คือ คนรอง ‘ฟร๊อง ฤทธิกรวัฒนาพานิชกุล’ อายุ 28 ปี คนสุดท้อง ‘ฟรังอาภากร วัฒนาพานิชกุล’ อายุ 27 ปี
ตลอดหลายวันที่ผ่านนี้ชายหนุ่มต้องจัดการปัญหาที่ผ่านมาทั้งหมดทั้งเื่บริษัท ลูกน้อง เื่บิดาที่หลังจากโอนธุรกิจมาให้ลูกๆหมดก็เอาแต่กินเหล้ากับเพื่อน บ้านไม่อยากจะกลับ ส่วนแม่ก็เสียั้แ่สมัยเขาอายุได้10ปีแล้ว และเื่สุดท้ายนี้คือเื่ของคนรักที่แอบไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่นที่เขาจับได้แต่ดันไม่รู้ว่าชายคนนั้นเป็ใคร
“คุณฟอคซ์ครับวันที่22 ที่จัดงานเลี้ยงบริษัทคุณฟอคซ์จะไปไหมครับ วันนั้นจัดที่โรงแรมคุณฟร๊องด้วย เพราะว่าครบรอบ 35ปีบริษัทครับ คนมากันเยอะน่าจะมีพวกนักข่าวด้วย” ลูกน้องคนสนิทอย่างเตพูดขึ้นมาระหว่างที่ผมนั่งหมุนควงปากกาอ่านเอกสารการซื้อขาย
“ไปสิ บริษัทกูจะไม่ไปได้ไงเดี๋ยวป๊ารู้ว่าไม่ไปด่าตายห่าอีก” ถึงแม้ว่าป๊าจะออกไปใช้ชีวิตชิวๆกับเพื่อนแล้วแต่ป๊าก็ยังมาแอบสอดส่องบริษัทเสมอ
“แต่คุณฟอคซ์ครับเห็นว่าคุณเตนท์จะพาแฟนเขามาเปิดตัวที่งานนี้ด้วย คุณฟอคซ์จะเอาสาวที่ไหนไปควงครับ ในเมื่อคุณกระต่ายมีคนใหม่ไปแล้ว”
“มึงอย่าพูดถึงผู้หญิงคนนั้นได้ไหมเดี๋ยวกูจัดการเอง” เมื่อผมได้ยินลูกน้องคนสนิทพูดกระต่ายและไอเตนท์ผมนี่ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที ไอเตนท์มันอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมเลยตอนนี้มันดูเกี่ยวกับการตลาดของบริษัทปูนผมเองแหละ มันไปดูแทนพ่อมัน
“หรือจะให้คุณเอนเทอร์ไปกับคุณฟอคซ์ไหมครับไหนๆคุณฟอคซ์ก็โสดแล้ว คุณเอนเทอร์เองก็ไม่มีใคร ไม่ลอง...”
“มึงหยุดพูดเื่ของเ้านายแล้วออกไปได้แล้วไป” ที่ไอเตพูดมันก็เป็ไอเดียที่ดีนะ แต่ผมคิดอยู่ว่างานเลี้ยงปีนี้ครบรอบ35 ปี บริษัทด้วยจะให้เทอร์ไปในฐานะอะไร ‘ผู้หญิงของผมหรอ’ มันคงจะไปหรอกนะ
“ครับคุณฟอคซ์”
เมื่อผู้เป็นายสั่งลูกน้องอย่างเต หรอจะกล้าขัดคำสั่งเขา ได้เปิดประตูออกจากห้องผู้บริหารไปในใจเตเองก็คิดว่าเ้านายอาจจะต้องทำคะแนนในการโสดครั้งนี้แล้วชอบเขามาตั้งนานไม่เห็นจะจีบสักที เห็นต่างคนต่างมีแฟนไม่เว้นช่องว่างในการโสดสักที คงจะมีแต่ตอนนี้ละมั่งที่โสดพร้อมกันทั้งคู่
่นี้ปัญหาเข้ามาไม่เว้นแม้แต่ละวันจนร่างสูงต้องติดต่อหาปลายสายที่คิดว่าน่าจะทำให้ผ่อนคลายที่สุดถ้าไม่ใช่เพื่อนสาวคนสนิทเข้าที่เราสนิทมาั้แ่สมัยเรียนปี1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง หลายคนคงจะแปลกใจว่าผมมาทำงานตรงนี้ได้ยังไงตอนนั้นดันอยากเรียนสาขานี้ รู้อย่างนี้ไปเรียนเคมีซะดีกว่า ถ้ารู้ว่าป๊าจะให้มาบริหารบริษัทปูนแห่งนี้จนตอนนี้ที่เราสนิทกันมาก็ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว แต่ก็นะเพื่อนสนิทที่สนิทกันมาก แม้ว่าเป็ได้แค่เพื่อนก็ตามซึ่งมันก็คือ Friend Zone นั่นเอง อย่างว่านะ ตอนมีแฟนมันดันโสด ตอนโสดมันดันมีแฟน แต่กำแพงคำว่าเพื่อนนี่มันสูงจริงๆเพื่อนสาวคนสนิทคิดไม่ซื่อนั่นคือ ‘เอนเทอร์ ทนิดาวิริยะวีรพงษ์’ ถ้าโทรไปตอนนี้หวังว่าจะไม่เข้าเวรนะ ไม่งั้นโดนด่าหูชาแน่นอน
เราเป็เพื่อนกันที่สนิทกันมากมันนิสัยลุยๆ จึงไหนถึงกันดี มันเป็น้องผมแค่ปีเดียวตอนเรียนมหาวิทยลัยก็ได้เพื่อนคนสนิทคนนี้แหละที่ทำโปรเจคจบช่วย ไม่อย่างงั้นล่ะก็กว่าจะจบคงไม่เร็วขนาดนี้หรอก มันก็เก่งทั้งเขียนโปรแกรม ทั้งด้าน Network จนตอนนี้อยู่บริษัทชื่อดังด้านโทรนาคมแห่งหนึ่งมา5ปีล่ะ มันทำงานด้าน Network ซึ่งงานที่มันทำต้องมีการเข้าเวรเช้าและบ่ายถ้าเวรเช้าั้แ่08.30-16.30น. และเวรบ่ายั้แ่16.30-08.30ผมล่ะอยากให้กรมแรงงานเข้าบริษัทมันจัง ถ้าจะทำงานขนาดนี้ แต่นี่เป็แค่ลูกจ้างนะไม่ใช่พนักงาน ทำไมอ่ะหรอ? เพราะมันอ่ะสอบผ่านแค่ข้อเขียน ตอนสัมภาษณ์เด็กเส้นเอาไปกินหมดน่าสงสารมันอยู่นะ ผมบอกมันตลอดให้มาทำบริษัทผมแต่มันก็บอกแต่ว่า ‘กูเป็เพื่อนมึง ถ้าเขารู้เขาจะเอาไปพูดในทางที่ไม่ดี’ ผมอยากจะบอกมันว่า ทำไมต้องสนใจขี้ปากคนอื่นด้วย บริษัทก็บริษัทของผมแท้ๆ
“ฮัลโหลมึงกูเครียดๆว่ะ ว่างคุยป่ะ” ผมพูดขึ้นก่อนทันที่ที่ปลายสายกดรับ
[ว่าไง วันนี้กูไม่เข้าเวร] เสียงใสพูดตอบกลับมา
“กูเลิกกับกระต่ายแล้ว”
[ทำไมอ่ะเกิดไรขึ้นมึง] เพื่อนสาวปลายสายถามอย่างใ
“เค้ามีคนอื่นอ่ะกูจับได้ว่าเค้าไปเที่ยวทะเลกับผู้ชายคนอื่นแม่งก่อนหน้านี้กูชวนไปไหว้พระที่อยุธยา มาบอกกูว่าไม่อยากไปกว่ากูจะเคลียร์ตารางงานได้ แม่งเอ๋ย”
[กูขอขำได้ป่ะไอเหี้ย อย่างหยาบอ่ะ กูจะไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟัง ตำนานชิบหายผู้หญิงเขาไม่อยากไปไหว้พระค่า เขาอยากไปทะเล]
“กูเสียใจนะเว่ย”
[อย่ามาตอแหลและมึงจับได้ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็ใคร]
“ไม่รู้วะรู้แค่นั้นก็พอแล้วปะว่ามันมีคนอื่นอะ ี้เีส่งคนไปสืบต่อ”
[โอโห้พ่อนักธุรกิจใหญ่ส่งคนไปสืบเลยว่ะ ดูว่างนะ]
“ก็มันเปลี่ยนไปจนกูรู้สึกได้ ก็เลยให้ลูกน้องไปสืบมา”
[จะโทรมาบอกกูแค่นี้หรอ]
“กูคิดถึงมึงจัง”
[มึงมีไรก็พูดมาอย่าคิดนะว่ากูไม่รู้]
“กูมีเื่ขอร้องให้มึงช่วยหน่อยว่ะนะ นะมึง กูขอร้อง”
[เื่อะไรกูอยากจะรู้จังเวลามึงคุยกับลูกน้อง เสียงมึงตอแหลขนาดนี้ป่ะ หรือต้องเก๊กทำเสียงเข้มเพื่อคุมลูกน้องคุมได้ยังไงว่ะ เป็พันๆหมื่นๆคน ขนลุกว่ะ]
“มันมีงานเลี้ยงบริษัทอ่า มาเป็ผู้หญิงของกูวันนึงได้ปะไอเตนท์ มันเอาสาวมาด้วย มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบมัน กูไม่อยากน้อยหน้ามัน มันร้ายขนาดไหนมึงก็น่าจะรู้ดีนะมึง นะนะนะ กระต่ายมันก็ทิ้งกูไปแล้วอ่ะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและอ้อนมันไปด้วยซึ่ง’เทอร์’เองก็รู้มาตลอดว่าหุ้นส่วนพ่อร้ายใช่ย่อย ผมเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัทผมให้มันฟังมาตลอดที่ผ่านมาเมื่อก่อนกว่าป๊าจะมายืนตรงจุดนี้ได้ก็โดนโกงมาไม่รู้เท่าไหร่ ผมยังเคยบอก’เทอร์’เลยว่า ‘ถ้าใครมีโกงบริษัทพ่อกูอีกนะกูจะยิงทิ้งให้ด้วย’ กว่าผมจะมายืนเป็ประธานบริษัทนนี้ 7ปีที่ผ่านมาผมต้องสู้สุดใจ แล้วพ่อนะพ่อ วางหมากไงไม่รู้เอาผมมาเป็ประธานบริษัท อยากจะบ้าตายสายที่เรียนมาก็ไม่ตรง ยังจะให้ผมมารับ่ต่ออีก
[มึงไปขอให้คนอื่นช่วยเลยจะมาน้อยหน้าเื่ไม่มีคนควงนี้นะ ตลกล่ะ]
“เทอร์นะกูขอร้อง มึงก็รู้ว่ากูไว้ใจใครไม่ได้แล้วเพื่อนสนิทผู้หญิงในรุ่นก็มีมึงคนเดียวที่กูเล่าเื่บริษัทของกูให้ฟังมึงอยากให้เพื่อนมึงไปแบบไม่หล่อเท่หรอวะ แบบมีสาวควงไปด้วยงี้อ่ะ”
[โอ๊ยยยวันไหนวุ่นวายชีวิตกูจริงๆ ถ้าตารางเวรกูมันไม่ได้ อย่าหวังว่ากูจะไปนะ บอกเลยมึงก็น่าจะรู้บริษัทกูมีแต่เด็กใหม่ๆเข้ามา น้องมันยังทำงานไม่ค่อยเป็กันทั้งนั้นแผนกกูก็ลายากอีก]
“วันอาทิตย์ที่ 22 ที่จะถึงนี้ เดี๋ยวกูเตรียมชุดสวยๆ ช่างแต่งหน้าทำผมแนวหน้าของประเทศให้เลย”
[เสียใจนะวันนั้นกูเข้าเวรว่ะ สมน้ำหน้ามึง]
“มึงลาป่วยสิเดี๋ยวกูจ้างมึงเลย มึงทำงานวันเท่าไหร่ กูจ้างมึง 10เท่า”
[โอ้โหเพื่อนกูล่าสุดเอาเงินฟาดกูแล้วจ้า กูทำงานได้ เดือนละ 18000 เองค่า วันละ 610จ่ายมา 6100 โอนเข้ามาบัญชีกู]
“กูโอนให้7000 เลย ใจนะเพื่อน”
[เออแค่นี้แหละ กูไปล่ะ งานบ้านยังไม่ได้ทำ]
“แล้วพี่มึงไปไหนพี่เปสอ่ะ” ผมถามถึงพี่ชายของเธอตามปกติถึงมาว่าจะเคยสวัสดีพี่เปส แค่ไม่กี่ครั้งตอนที่พี่ชายเธอมารับที่มหาวิทยาลัยแต่มันนานหลายปีมากแล้ว ที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลย
[พี่กูไปทำงาน]
“กูอยากจะบ้าตายพ่อแม่ทิ้งสมบัติให้เป็สิบๆล้านยังมานั่งทำงานหลังขดหลังแข็งกันทั้งพี่ทั้งน้องอีก”ผมล่ะไม่เข้าใจคนอย่าง เทอร์กับพี่เปสจังั้แ่พ่อแม่มันเสียไปตอนสมัยเทอร์เรียนจบใหม่ๆพ่อแม่ก็มีเงินทิ้งให้เป็สิบๆล้าน แถบที่ดินที่เป็ทำเลทองอีกแปลงแต่มันทำงานอย่างกับคนเป็หนี้สิบล้านมากกว่า
[แค่นี้แหละรำคาญ]
“เออๆแต๊งกิ้วนะมึง เื่งานเลี้ยงบริษัท เจอกันวันงานนะมึง”ผมวางสายจากเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของผมผมก็เจ็บใจนะที่แฟนผมคบมาเป็ปีๆดันมามีคนอื่นสะงั้นอาจจะเป็เพราะผมคงไม่มีเวลาให้แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมโสดพร้อมที่จะจีบเทอร์ได้อย่างจริงจัง แต่คนอย่างมันอะนะจะมารับรักคนอย่างผม กำแพงเพื่อนนี่สูงริบริ่วจนไม่รู้ว่าจะสามารถปีนไปได้ขนาดไหน