วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์

    บทที่ 62 : นิกายมารโลหิตล่มสลาย การร่วงหล่นของจักรพรรดิยุทธ!

    บทที่ 62 : นิกายมารโลหิตล่มสลาย การร่วงหล่นของจักรพรรดิยุทธ!


    ณ ใจกลางเทือกเขากะโหลกโลหิต เขตหวงห้ามอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปประจิมวิญญาณ

    ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีแดงคล้ำ บัดนี้มืดทะมึนประดุจถูกย้อมด้วยหมึกสีดำแห่งความตาย กลิ่นอายคาวเลือดที่ลอยอวลอยู่เหนือ 'นิกายบรรพชนมารโลหิต' ข้นคลั่กจนแทบจะจับตัวเป็นก้อน ภายในหุบเหวทะเลสาบเลือดที่เคยเดือดพล่าน บัดนี้ระดับน้ำลดลงไปกว่าครึ่ง ซากศพของผู้ถูกสังเวยแห้งกรังและผุพัง กลายเป็นเพียงเถ้าธุลีที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ

    ลึกลงไปในตำหนักใต้ดินที่สร้างจากโครงกระดูกของสัตว์อสูรบรรพกาล 'จ้านอู๋หยา' จักรพรรดิมารโลหิต (ขอบเขตที่ 8 ขั้นต้น) กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาโลหิต ร่างกายของมันที่เคยผอมโซ บัดนี้ยิ่งดูเอน็จอนาถยิ่งกว่าเดิม ผิวหนังเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียมและรอยปริแตกสีดำคล้ำอันเกิดจากพลังสะท้อนกลับของการสูญเสียเพลิงมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี

    "แค่ก! อั้ก..."

    ชายชรากระอักเลือดสีดำที่ปะปนมากับเศษชิ้นส่วนอวัยวะภายใน มันหอบหายใจอย่างหนักหน่วง นัยน์ตาสีเลือดขุ่นมัวสาดประกายความอาฆาตแค้นที่ไม่อาจดับมอด "ไอ้เด็กเดรัจฉาน... ซูหลงอวิ๋น! พิษเพลิงของมันกัดกินรากฐานจักรพรรดิยุทธของข้าจนแทบจะพังทลาย หากข้าไม่ได้ดูดกลืนแก่นโลหิตของศิษย์สายในไปนับพันคนเมื่อคืนนี้ ข้าคงไม่อาจรักษาสติสัมปชัญญะเอาไว้ได้!"

    วิ้ง... เพล้ง!

    ทันใดนั้นเอง ป้ายหยกสื่อสารระดับสวรรค์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างกายของมัน พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนจะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!

    พร้อมกันนั้น เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งท้าทายสวรรค์ ก็ดังก้องออกมาจากเศษหยกเหล่านั้น!

    "ตาแก่เทียนจี... ไป๋รั่วปิง... และจ้านอู๋หยา... พวกสุนัขรับใช้ที่พวกเจ้าส่งมา ข้าได้จัดการส่งพวกมันไปลงนรกหมดแล้ว..."

    "บัดนี้ ข้า ซูหลงอวิ๋น และหลิงอวี้ซี ได้กลับมาแล้ว... และเป้าหมายแรกของการกวาดล้าง... คือ นิกายมารโลหิต! จ้านอู๋หยา... ล้างคอรอข้าไว้ได้เลย ข้าจะไปเด็ดหัวของเจ้า และทวงคืนมหาทวีปประจิมวิญญาณเป็นที่แรก!"

    เสียงประกาศสงครามดังก้องกังวานไปทั่วตำหนักใต้ดิน ก่อนที่เศษหยกจะสลายกลายเป็นผุยผง!

    จ้านอู๋หยาเบิกตาโพลง ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม มิใช่ด้วยความโกรธเพียงอย่างเดียว ทว่ามันคือ 'ความหวาดผวา' ที่ก่อตัวขึ้นในก้นบึ้งของจิตวิญญาณ!

    "ป้ายหยกนี้... เป็นป้ายสื่อสารของตาเฒ่าซวนอู๋แห่งดินแดนหมื่นเต๋า! มันเป็นถึงราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น! ซ้ำยังมีสวี่เหมยและม่อทูคอยสมทบ พร้อมด้วยกองทัพนับล้าน... พวกมันถูกกวาดล้างหมดแล้วงั้นรึ! เป็นไปไม่ได้! ต่อให้นังเด็กหลิงอวี้ซีจะเป็นราชันย์ยุทธ์ ก็ไม่อาจสังหารยอดฝีมือระดับนั้นพร้อมกันได้ในเวลาอันสั้น!"

    ทว่า สัญชาตญาณแห่งความตายของจักรพรรดิยุทธ ร้องเตือนมันอย่างบ้าคลั่งว่า หายนะกำลังคืบคลานมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว!

    "เด็กนั่น... มันคือสัตว์ประหลาดที่ไม่อาจประเมินด้วยตรรกะของโลกหล้า! ไม่ได้การ! ข้าในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสและพลังตกลงมาอยู่เพียงขั้นกึ่งจักรพรรดิ ไม่อาจต้านทานลูกไม้ที่คาดไม่ถึงของพวกมันได้!"

    จ้านอู๋หยาผุดลุกขึ้นยืน มันสะบัดแขนเสื้ออย่างเกรี้ยวกราด "ผู้อาวุโสคุมกฎทั้งหมด! เข้ามาหาข้าเดี๋ยวนี้!"

    สิ้นเสียงตวาด ประตูตำหนักก็ถูกเปิดออก ผู้อาวุโสระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นและขั้นกลางนับสิบคน รีบพุ่งทะยานเข้ามาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิมารด้วยความตื่นตระหนก

    "ท่านประมุข! เกิดเรื่องอันใดขึ้นขอรับ!" ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยถามเสียงสั่น

    "ศัตรูบุกมาแล้ว! เปิด 'ค่ายกลมหาสมุทรโลหิตอสุรา' ขั้นสูงสุด! สั่งให้ศิษย์ทุกคนในนิกายสละเลือดแก่นแท้ของตนเองครึ่งหนึ่งเพื่อหล่อเลี้ยงค่ายกลเดี๋ยวนี้!" จ้านอู๋หยาสั่งการด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

    เหล่าผู้อาวุโสเบิกตากว้าง "ท่านประมุข! การเปิดค่ายกลขั้นสูงสุดและสูบเลือดศิษย์ จะทำให้ศิษย์กว่าครึ่งนิกายต้องตายตก และที่เหลือจะกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตนะขอรับ! นิกายของเราจะล่มสลายเอาได้!"

    "หากข้าตาย นิกายก็ล่มสลายอยู่ดี! หุบปากแล้วทำตามคำสั่งข้า!"

    จ้านอู๋หยาไม่รอให้พวกมันโต้แย้ง มันอ้าปากกว้าง ปลดปล่อยแรงดึงดูดระดับจักรพรรดิยุทธออกมาอย่างกะทันหัน!

    "ท่านประมุข! ท่านจะทำอั..."

    ฉัวะ! อ๊ากกก!

    ผู้อาวุโสทั้งสิบคนเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง พวกมันไม่ทันได้ตั้งตัว ทารกวิญญาณและแก่นโลหิตในร่างของพวกมัน ก็ถูกจ้านอู๋หยา 'สูบกลืน' ออกมาจากร่างอย่างหยาบคายและโหดเหี้ยมที่สุด! ซากศพแห้งกรังของยอดฝีมือระดับบรรพชนร่วงหล่นลงระเนระนาดบนพื้นตำหนัก!

    "ฮ่าฮ่าฮ่า... พลัง... พลังของบรรพชนศักดิ์สิทธิ์สิบคน ช่วยให้รากฐานของข้าฟื้นฟูขึ้นมาได้บ้าง! เมื่อรวมกับค่ายกลมหาสมุทรโลหิตอสุรา... ต่อให้พวกเจ้าเป็นทวยเทพจุติลงมา ข้าก็จะฝังพวกเจ้าไว้ที่นี่!"

    จักรพรรดิมารเช็ดเลือดที่มุมปาก มันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง การสังเวยคนของตนเองเพื่อเอาชีวิตรอด คือวิถีที่แท้จริงของมาร!

    ...

    ภายนอกเทือกเขากะโหลกโลหิต

    ท้องฟ้ามืดมิดถูกฉีกกระชากด้วยแสงสว่างสีทองคำ! ราชสีห์เพลิง 'จินหลิน' ที่บัดนี้วิวัฒนาการจนมีกลิ่นอายบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุมาหยุดลอยตัวอยู่เหนือเขตหวงห้ามของนิกายมารโลหิต!

    บนแผ่นหลังของกิเลนอัคคี ซูหลงอวิ๋นประทับยืนอย่างสง่าผ่าเผย เสื้อคลุมสีขาวขลิบทองโบกสะบัดไปตามสายลม นัยน์ตาสองสี... ข้างหนึ่งสีทองคำศักดิ์สิทธิ์ ข้างหนึ่งสีดำทมิฬปนเขียวอเวจี... ทอดมองลงไปยังเทือกเขาเบื้องล่างด้วยความเยือกเย็นประดุจมองดูเศษสวะ

    หลิงอวี้ซีในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่เคียงข้างเขา กลิ่นอายขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด' (ขอบเขตที่ 7 ขั้นสูงสุด) ของนาง ไม่ได้ถูกปกปิดอีกต่อไป ทว่ามันกลับแผ่ซ่านออกมากดทับมิติรอบด้านจนเกล็ดหิมะสีเลือดร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า

    "เตรียมการต้อนรับพวกเราได้ยิ่งใหญ่สมฐานะดีนี่..."

    ซูหลงอวิ๋นมองดู 'ค่ายกลมหาสมุทรโลหิตอสุรา' ที่กางครอบคลุมเทือกเขาทั้งลูก คลื่นเลือดขนาดยักษ์สูงนับพันจั้งม้วนตัวหมุนวนเป็นโดมครึ่งวงกลม ภายในโดมเลือดนั้น มีเงาร่างของ 'อสุราโลหิต' นับหมื่นตนที่มีหกแขนสามหน้า ถือศาสตราวุธมารว่ายวนอยู่ กลิ่นอายการทำลายล้างของค่ายกลนี้ รุนแรงจนสามารถป้องกันการโจมตีของจักรพรรดิยุทธได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง!

    เสียงกรีดร้องโหยหวนของศิษย์นิกายมารนับแสนชีวิตที่ถูกสูบเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงค่ายกล ดังก้องทะลุม่านพลังออกมา ชวนให้ขนลุกขนพอง

    "สังเวยศิษย์ของตนเองเพื่อสร้างเกราะกำบัง... ตาแก่จ้านอู๋หยาช่างไร้ความปรานีเสียจริง" หลิงอวี้ซีขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ กระบี่เหมันต์ในมือนางสั่นระริกพร้อมจะดื่มเลือดศัตรู

    "สัตว์ร้ายที่จนตรอก ย่อมแว้งกัดแม้กระทั่งหางของตนเอง"

    ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มมุมปาก เขาเดินก้าวออกไปเบื้องหน้า รวบรวมปราณวิญญาณเทวะ ก่อนจะเปล่งเสียงที่ดังกังวานทะลุค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นสูงสุด เข้าไปถึงหูของทุกคนในนิกาย!

    "จ้านอู๋หยา! จักรพรรดิมารโลหิตผู้ยิ่งใหญ่! เหตุใดจึงหดหัวซ่อนตัวอยู่ในกระดองเต่าสีเลือดเล่า! มุดหัวออกมามอบคอของเจ้าให้ข้าเสียดีๆ ข้าจะได้เมตตาให้เจ้าตายอย่างศพที่สมบูรณ์!"

    สิ้นเสียงประกาศิตของมัจจุราชหนุ่ม คลื่นเลือดของค่ายกลก็แหวกออก เผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีเลือด ลอยตัวอยู่เหนือทะเลสาบโลหิตใจกลางเทือกเขา!

    จ้านอู๋หยาจ้องมองทะลุม่านพลังออกมา นัยน์ตาสีเลือดของมันเบิกกว้างเมื่อเห็นระดับพลังของศัตรู!

    "ตัดวิญญาณขั้นต้น! ไอ้เด็กนั่นทะลวงจากวิญญาณก่อกำเนิดขึ้นมาถึงตัดวิญญาณได้ในเวลาเพียงหกเดือน! และนังศิษย์ทรยศนั่น... เป็นราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุดจริงๆ ด้วย! พวกมันไปได้วาสนาปาฏิหาริย์อันใดมาในห้วงเหวโกลาหล!"

    แม้จะหวาดหวั่น ทว่าด้วยศักดิ์ศรีของจักรพรรดิยุทธ จ้านอู๋หยาก็ไม่อาจแสดงความขลาดกลัวให้ลูกศิษย์เห็นได้ มันตวาดเสียงกร้าวสวนกลับไป

    "ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! ต่อให้เจ้าจะทะลวงขอบเขตได้ ทว่าเจ้าก็เป็นเพียงขอบเขตที่ห้า! ต่อหน้าค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดของนิกายข้า เจ้าก็เป็นได้แค่มดปลวกที่พยายามจะพังทลายภูเขาเหล็ก! วันนี้ ข้าจะใช้เลือดของพวกเจ้า มาบูชายัญแด่ค่ายกลมหาสมุทรโลหิตอสุรา!"

    "อสุราโลหิต! บดขยี้พวกมัน!"

    ครืนนนนน!

    สิ้นคำสั่งของจักรพรรดิมาร อสุราโลหิตขนาดยักษ์นับหมื่นตนที่แหวกว่ายอยู่ในค่ายกล ก็พุ่งทะยานทะลุม่านพลังออกมา! พวกมันกวัดแกว่งอาวุธมาร พุ่งเข้าสับสังหารซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีจากทุกทิศทาง! การโจมตีประสานของค่ายกลนี้ เทียบเท่ากับการโจมตีของยอดฝีมือขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นคนพร้อมกัน!

    "อวี้ซี... ไม่ต้องเปลืองแรงของเจ้า ปล่อยให้วิชาใหม่ของข้าได้ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย"

    ซูหลงอวิ๋นยกมือขึ้นห้ามหลิงอวี้ซีที่กำลังจะชักกระบี่ เขาก้าวเดินออกไปกลางอากาศธาตุอย่างองอาจ นัยน์ตาสองสีสาดประกายอำมหิตอย่างถึงที่สุด

    "มดปลวกไร้สมอง คิดจะใช้ค่ายกลวิญญาณมาร มาสู้กับผู้ปกครองแห่งวิญญาณงั้นรึ?"

    ซูหลงอวิ๋นเปิดจุดตันเถียน ทารกวิญญาณหยินหยางเทวะในร่างที่เติบโตจนมีขนาดเท่าเด็กเจ็ดขวบ ลืมตาขึ้น!

    "วิถีแห่งเทวะ... ทักษะเนตรสวรรค์... เนตรมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี!"

    วิ้งงงงงงงงง!

    ตาซ้ายของซูหลงอวิ๋นที่แฝงประกายสีเขียวคล้ำ เบิกกว้างขึ้น! ภาพมายาของ 'ดวงตาปีศาจขนาดยักษ์' ลอยตระหง่านครอบคลุมท้องฟ้าเหนือเทือกเขากะโหลกโลหิต!

    กลิ่นอายของ 'เพลิงมารกลืนวิญญาณ' ที่ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสัจธรรมของจักรพรรดิ แผ่รังสีแห่งการทำลายล้างวิญญาณลงมาอย่างเกรี้ยวกราด!

    "ดูดกลืน!"

    วูบ! วูบ! วูบ!

    เมื่อแสงสว่างสีเขียวคล้ำจากดวงตายักษ์สาดส่องลงมากระทบเงาร่างของ 'อสุราโลหิต' นับหมื่นตน... สิ่งที่จ้านอู๋หยาคาดไม่ถึงก็บังเกิดขึ้น!

    อสุราโลหิตเหล่านั้น มิได้พุ่งเข้าปะทะร่างของซูหลงอวิ๋น ทว่าพวกมันกลับหยุดชะงักกลางอากาศ ร่างกายที่สร้างจากเลือดและวิญญาณแค้น สั่นสะท้านอย่างรุนแรงประดุจพบเจอกับเทพเจ้าผู้สร้างพวกมันขึ้นมา!

    เพลิงมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี คือ 'ต้นกำเนิด' ของปราณมารและวิญญาณอาฆาต! ค่ายกลมหาสมุทรโลหิตนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบคุณสมบัติของเพลิงมาร ทว่าเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับ 'ของจริง' ที่ถูกควบคุมโดยเนตรเทวะ มันจึงถูกข่มขวัญจนไร้การต่อต้าน!

    "อ๊ากกกกกก!"

    เสียงกรีดร้องของอสุราโลหิตนับหมื่นตนดังระงม ร่างของพวกมันถูกกระชากและดูดกลืนหายเข้าไปใน 'เนตรมาร' บนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วปานพายุเฮอริเคน! พลังงานวิญญาณและปราณโลหิตอันมหาศาล ถูกย่อยสลายและกลายมาเป็นพลังหล่อเลี้ยงรากฐานของซูหลงอวิ๋นในพริบตา!

    "เป็นไปไม่ได้! ค่ายกลของข้า! ค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นสูงสุดของข้า ถูกทำลายด้วยการปรายตามองเพียงครั้งเดียวงั้นรึ!" จ้านอู๋หยาเบิกตาโพลงค้าง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอย ความเย่อหยิ่งของจักรพรรดิยุทธพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี!

    "ค่ายกลของเจ้า มันก็แค่ขนมหวานสำหรับดวงตาของข้า"

    ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มมุมปาก เขาไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขายกมือขวาขึ้นประสานอิน!

    "บัดนี้... ถึงเวลาแสดงพลังของขอบเขตตัดวิญญาณที่แท้จริง!"

    "เปิดอ้าสัจธรรม... อาณาเขตจักรพรรดิเทพยุทธ์กลืนสวรรค์!"

    ตู้มมมมมมมมมมม!!!!!

    สัญลักษณ์หยินหยางขนาดยักษ์พุ่งทะยานออกจากร่างของซูหลงอวิ๋น ขยายตัวออกครอบคลุมพื้นที่รัศมีหนึ่งร้อยลี้! กฎเกณฑ์แห่งความตาย แสงสว่าง ความหนาวเหน็บ และความร้อนแรง ถูกเขียนทับลงบนสัจธรรมของมหาทวีปประจิมวิญญาณ!

    อาณาเขตของเขากดทับลงบน 'ค่ายกลมหาสมุทรโลหิตอสุรา' โดยตรง!

    เพล้งงงงง!

    ม่านพลังสีเลือดที่เคยแข็งแกร่ง ไม่อาจต้านทานการบดขยี้ของ 'อาณาเขตจักรพรรดิ' ที่ผสานพลังจากแก่นกำเนิดเอกภพได้ มันเกิดรอยร้าวขนาดยักษ์ ก่อนจะระเบิดแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!

    เทือกเขากะโหลกโลหิตถูกเปิดเปลือยต่อหน้ามัจจุราชอย่างสมบูรณ์แบบ!

    "อาณาเขต! เจ้าเพิ่งจะทะลวงตัดวิญญาณ แต่กลับกางอาณาเขตที่สามารถบดขยี้ค่ายกลสวรรค์ได้! เจ้ามันตัววิปริต!" จ้านอู๋หยาคำรามอย่างหวาดผวา มันรับรู้ได้ทันทีว่า หากปะทะกันซึ่งหน้า มันในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส อาจจะถูกเด็กหนุ่มขอบเขตที่ห้าผู้นี้สังหารได้จริงๆ!

    "ตายซะเถิด ตาแก่!"

    ซูหลงอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพลิ้วกายด้วย 'ย่างก้าวเงามายา' พุ่งทะลวงฝ่าเศษซากของค่ายกล เข้าประชิดตัวจักรพรรดิมารโลหิตในเสี้ยวลมหายใจ!

    ชิ้งงงง!

    กระบี่กลืนเงาถูกชักออกจากฝัก! มหัคฆเพลิงทั้งสี่ดวง... ปรโลก, สุริยัน, อสนีบาต, มารอเวจี... พุ่งทะยานเข้ามาเคลือบอยู่บนใบกระบี่สีดำทมิฬ!

    "วิถีแห่งเทวะ... กระบี่เดียวพิพากษาสวรรค์!"

    รังสีกระบี่ที่อัดแน่นด้วยสัจธรรมการทำลายล้างสูงสุดสี่ขั้ว ตวัดฟันออกไปหมายจะตัดศีรษะของจ้านอู๋หยา!

    "อย่าดูถูกจักรพรรดิยุทธให้มากนัก!"

    จ้านอู๋หยากัดฟันกรอด มันเค้นพลังแก่นแท้โลหิตหยดสุดท้ายในร่าง สร้างเป็น 'โล่จักรพรรดิมารโลหิต' ขนาดยักษ์ขึ้นมาต้านทาน! แม้จะบาดเจ็บ ทว่าพลังของขอบเขตที่แปด ก็ยังคงหนักหน่วงและแฝงกฎเกณฑ์ที่เหนือกว่าปุถุชน!

    เปรี้ยงงงงงงงงง!!!!!

    รังสีกระบี่สี่สี ปะทะกับโล่จักรพรรดิมาร!

    คลื่นกระแทกจากการปะทะทำลายล้างเทือกเขากะโหลกโลหิตจนราบเป็นหน้ากลอง! ศิษย์มารนับแสนคนที่รอดชีวิตจากการถูกสูบเลือด ล้วนถูกแรงกระแทกนี้บดขยี้กลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา!

    ซูหลงอวิ๋นคิ้วกระตุก เขารู้สึกถึงแรงสะท้อนกลับที่รุนแรงกระแทกเข้ามาที่ข้อมือ แม้จะมีกายามังกรเทวะคุ้มครอง ทว่าการปะทะกับพลังของจักรพรรดิยุทธ (ที่ห่างกัน 4 ขอบเขตใหญ่) ก็ยังทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง กระบี่กลืนเงาไม่อาจทะลวงผ่านโล่ของจ้านอู๋หยาไปได้ในทันที

    "ฮ่าฮ่าฮ่า! เห็นหรือไม่! ต่อให้เจ้าจะวิปริตเพียงใด ทว่าช่องว่างระหว่างขอบเขตที่ห้าและขอบเขตที่แปด คือสัจธรรมที่เจ้าไม่อาจก้าวข้าม! พลังของเจ้าไม่อาจทะลวงการป้องกันของข้าได้!" จ้านอู๋หยาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แม้มันจะกระอักเลือดจากการรับการโจมตี ทว่ามันก็ยังรอดมาได้

    "เจ้ากล่าวถูกต้อง... พลังของข้าเพียงคนเดียว อาจจะยังทะลวงกระดองเต่าของเจ้าไม่ได้"

    ซูหลงอวิ๋นแสยะยิ้มอำมหิต เขามิได้ถอยหลัง ทว่าเขากลับตวาดเสียงก้อง!

    "อวี้ซี! ลงมือ!"

    "สัจธรรมเหมันต์... กระบี่เดียวแช่แข็งเก้าชั้นฟ้า!"

    เสียงหวานใสทว่าแฝงความตายอันเป็นนิรันดร์ ดังกังวานขึ้นจากเบื้องบน!

    หลิงอวี้ซี สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตที่เจ็ด (ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด) พุ่งทะยานลงมาจากท้องฟ้าประดุจเทพธิดาแห่งพายุหิมะ! กระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ของนาง ส่องประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่อัดแน่นด้วยกฎเกณฑ์ความหนาวเย็นบรรพกาล พุ่งทะลวงลงมาฟาดฟันเข้าใส่ 'โล่จักรพรรดิมาร' ในจุดที่ซูหลงอวิ๋นกำลังกดดันอยู่อย่างพอดิบพอดี!

    การประสานพลังของสองสัตว์ประหลาดแห่งยุค!

    ขอบเขตที่ห้าที่มีสัจธรรมระดับกึ่งเทพ ผสานกับขอบเขตที่เจ็ดขั้นสูงสุดที่มีรากฐานสมบูรณ์แบบ!

    เพล้งงงงงงงงง!!!!!

    ภายใต้แรงกดดันจากสองทิศทาง โล่จักรพรรดิมารที่ไร้การหล่อเลี้ยงและอ่อนแอลงจากการบาดเจ็บของจ้านอู๋หยา ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป! มันเกิดรอยร้าวและแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ประดุจกระจกบาง!

    "ม่ายยยยยยยยย!"

    จ้านอู๋หยาเบิกตาโพลงด้วยความสิ้นหวังสุดขีด!

    ฉัวะ!

    กระบี่กลืนเงาของซูหลงอวิ๋น ทะลวงผ่านการป้องกัน ฟันฉับเข้าที่ลำคอของจักรพรรดิมารโลหิตอย่างเฉียบขาด!

    ศีรษะของยอดฝีมือขอบเขตที่แปด หลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดสีดำคล้ำพุ่งกระฉูดขึ้นสู่ท้องฟ้า!

    ในขณะเดียวกัน รังสีกระบี่เหมันต์ของหลิงอวี้ซี ก็ทะลวงเข้าแช่แข็งจุดตันเถียนและทารกวิญญาณของมัน แช่แข็งความพยายามในการหลบหนีของวิญญาณจักรพรรดิยุทธจนหมดสิ้น! ก่อนที่เพลิงสวรรค์ของซูหลงอวิ๋นจะลุกลามเข้าไปเผาผลาญวิญญาณนั้นจนแหลกสลายกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า!

    ตุบ...

    ศีรษะและร่างไร้วิญญาณของ 'จ้านอู๋หยา' ผู้ปกครองมหาทวีปประจิมวิญญาณ ร่วงหล่นลงกระแทกซากปรักหักพังของนิกายมารโลหิตดังกึกก้อง

    ความเงียบสงัดเข้าครอบงำโลกทั้งใบ! สัตว์อสูรและผู้ฝึกยุทธ์วิถีมารที่รอดชีวิตอยู่ตามขอบพรมแดน ต่างสัมผัสได้ถึงการดับสูญของ 'ดวงดาว' ที่เคยส่องสว่างที่สุดในทวีปของพวกมัน

    จักรพรรดิยุทธ... ตกตายแล้ว!

    ซูหลงอวิ๋นสะบัดกระบี่ไล่หยาดเลือด เขายืนหอบหายใจเล็กน้อยอยู่กลางอากาศ โดยมีหลิงอวี้ซีลอยตัวอยู่เคียงข้าง ทั้งสองต่างแลกเปลี่ยนสายตากัน รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจและชัยชนะปรากฏบนใบหน้าของทั้งคู่

    การสังหารขอบเขตที่แปด แม้ศัตรูจะบาดเจ็บสาหัส ทว่ามันก็คือการสร้างตำนานที่ไม่มีผู้ใดในโลกปุถุชนเคยทำได้มาก่อน! นี่คือผลลัพธ์ของการผสานพลังระหว่างมันสมอง ไพ่ตายระดับเทวะ และความเชื่อใจที่สมบูรณ์แบบ!

    "มหาอำนาจแห่งประจิมวิญญาณ... ถูกลบออกจากสารบบแล้ว"

    ซูหลงอวิ๋นชูข้อมือที่ถือกระบี่ขึ้นสู่ท้องฟ้า ประกาศก้องให้สวรรค์และปฐพีได้รับรู้

    "ต่อไป... คือดินแดนอุดรเหมันต์! ไป๋รั่วปิง... จงรอรับความตายของเจ้าเสียเถิด!"

    มหาสงครามกวาดล้างมหาอำนาจ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น! มัจจุราชในชุดขาวและเทพธิดาเหมันต์ พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนห้ามหาทวีปให้กลายเป็นเพียงสนามหญ้าหลังบ้านของพวกตน!


    (จบบทที่ 62)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน