เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่81 พายุในบ้านทีม 10

    “ทุกคนระวัง! เรามาถึงเขตของบอสเกตปิดแล้ว อย่าประมาทเด็ดขาด!” หัวหน้าทีมในชุดเกราะหนาตะโกนลั่นเตือนลูกทีมที่ เมื่อครู่ยังหัวเราะเยาะ เชน กันอย่างสนุกปาก

     

    ปึง! วูม!

     

    โกเลมศิลาขนาดมหึมาปรากฏตัวขึ้นกลางลานหินกว้าง เหล่าฮันเตอร์แนวหน้ากระโจนเข้าปะทะทันที ปราณมานา ระเบิดออกเป็นระลอกคลื่น ทุกคนสาดสกิลใส่อย่างไม่ยั้งมือ

     

    เปรี้ยง! วูม!

     

    หญิงสาวนินจาที่เพิ่งตรวจสอบฐานข้อมูลรายชื่อนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชันเสร็จ สังเกตเห็นชื่อ ‘เชน’ อยู่ในนั้นจริงๆ

     

    ในจังหวะที่แนวหน้าสองคน ถูกบอสเหวี่ยงหมัดสวนกลับ ตู้ม! จนต้องร้องขอการสนับสนุน เธอพุ่งตัวออกไปพร้อมซัด [ระเบิดดาวกระจาย] แล้วตะโกนไล่หลังไปหาเชนที่ยังยืนนิ่งอยู่

     

    “พ่อหนุ่มมหาวิทยาลัยราชัน! ไม่คิดจะโชว์ความสามารถ ให้พวกเราดูเป็นบุญตาหน่อยเหรอ!”

     

    เชนยกยิ้มที่มุมปาก ชักมีดสั้นระเบิดเลือด ออกมาพลางส่ายหัวเบาๆ ฟิ้ว! พริบตาเดียว ร่างของเขาก็เลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงเงาสีขาว ที่พุ่งเข้าหาบอสด้วยความเร็วเหนือชั้น

     

    มีดสั้นปาดเฉือนลงบนร่างหินทมิฬ เลือดสีเข้มมันพุ่งกระฉูดออกมาไม่ขาดสาย เชนเร่งเร้า [สกิลติดตัวกลืนเลือด] ทันทีที่หยดเลือดสัมผัสริมฝีปาก โลหิตในกายเขาก็เดือดพล่าน ร่างกายถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด

     

    ภาพที่ปรากฏทำเอาทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง เชนหลบหมัดยักษ์ของบอส ในระยะเผาขนได้อย่างใจเย็น ก่อนจะตวัดมีดสั้นสวนกลับอย่างรวดเร็ว [ค่าดาเมจสีแดงแจ้งเตือนเด้ง รัวๆ บนหน้าจอระบบ]

     

    ผ่านไปไม่ถึงนาทีครึ่ง พลังชีวิตของบอสโกเลม ลดฮวบลงต่ำกว่า 50% ด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวเท่านั้น!

     

    ก๊าซซซ! บอสโกเลมคำรามลั่นด้วยความฉุนเฉียว มันระเบิดคลื่นเปลวเพลิงแผ่กระจาย ออก เป็นวงกว้าง เสียงตึง! ตึง! ตึง! มาพร้อมอายความร้อน กดดันที่อันตราย

     

    จนหัวหน้าทีมต้องสั่ง ให้ทุกคนถอยฉาก “อย่าพึ่งเข้าใกล้บอส!”

     

    แต่เชนกลับควง [หอกสั้นสีทองสลายปราณมานา] พุ่งทะยานสวนเข้าไป เปรี้ยง!

     

    วูม! แสงสีทองแตกกระจายพร้อมกับการโจมตีธาตุไฟของบอส ที่หายวับไปในพริบตา แววตาทุกคนสั่นเครือด้วยความไม่อยากเชื่อ

     

    เชนพุ่งเข้าหาบอสที่ถูก ‘มาร์ค’ ตำแหน่งไว้ เปลวเพลิงสีดำลุกท่วมใบมีด ก่อนจะสาดการโจมตีธาตุมืดเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง บอสโกเลมผู้น่าเกรงขาม ตอนนี้กลับดูไม่ต่างจากกระสอบทราย

     

    ขณะทุกคนหายตกใจ ช่วยกันออกแรงโจมตีคนละนิด คนละหน่อย จบบอสได้อย่างง่ายดาย ที่ช่วงสุดท้าย บอส ถูกเชนใช้มีดสั้นระเบิดเลือด เฉือนมันซ้ำๆ ติดบัฟเลือดไหล ก็ระเบิดดาเมจ ออก อย่างมากมายในตอนท้าย

     

    ตู้ม!  [แจ้งเตือน: เคลียร์บอสเกตปิดสำเร็จ!]

     

    แสงสีทองห่อหุ้มร่างเชน เลเวลของเขาพุ่งขึ้นสู่ 48 พร้อมไอเทมดรอป และหินขัดเกลาเปลวเพลิงจำนวนมาก

     

    หลังจบงาน นินจาสาวถึงกับหน้าแดง เข้ามาขอลายเซ็น และขอถ่ายรูปคู่กับเชน “ฉันว่า... ฉันเริ่มจะเป็นแฟนคลับของนายซะแล้วสิ” เธอพูดพลางกอดป้ายที่มีลายเซ็นเชนไว้แน่น

     

    ก่อนต่างฝ่ายต่างแยกย้าย โบกไม้ โบกมือ บอกลากัน

     

    เชนยิ้มแห้งๆ พลางต้องกล่าวพึมพำออกมา เหมือนกันที่กลับมาถึงมหาวิทยาลัยราชัน “นาน ๆ มาลงเกตแบบนี้ ก็ถือว่าไม่เลว จริงๆ”

     

    ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เชน ก็ไม่ได้หักโหมฝึกฝน เป็นบ้าเป็นหลังเหมือนแต่ก่อน ซึ่งตามปกติเชน กลับมาจากลงเกต เขาจะหักโหม เข้าต่อสู้ภายในสมรภูมิจำลอง ร่างเสมือนต่อทันที…

     

    แต่คราวนี้แตกต่างออกไป เขากำลังนั่งเข้าฌานในเขตพื้นที่ห้องนอนส่วนตัว อายปราณพลังหนาแน่น ไหลชะล้าง เปลี่ยนแปลงสภาพตนเอง ช้า ๆ ขัดเกลาขอบเขตปราณพลังอย่างต่อเนื่อง

     

    …ก่อนในคืนวันนั้น เชน ยังมีความรู้สึกว่า ใกล้จะทะลวงปราณระดับ6 การควบคุมธาตุเปลวเพลิงสีดำ เองก็ดูมั่นคงอยู่ในระดับสมบูรณ์ขึ้นมาก

     

    รินที่กลับห้องเห็นการเปลี่ยนแปลง ‘เชน’ อยู่ในกรอบสายตานางตลอด พลางดันแว่นตาขึ้นน้อยๆ เปลวเพลิงสีดำไหลครอบคลุมไปทั่วสารพางค์กาย มันจะเผาไหม้ทุกสิ่ง เมื่ออีกฝ่าย อยากให้เผาเท่านั้น

     

    ริน พลางหรี่ดวงตายังต้องคลี่ยิ้มกว้าง มองเชนด้วยความไม่อยากเชื่อ ชนิดนางคิดจะ เซ้าซี้ อีกฝ่ายพลันต้องเปลี่ยนความคิด

     

    เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของ ‘เชน’ แต่ก็ไม่คิดพลังปราณมานา ระดับ6 เริ่มไหลมารวมตัว รอบตัวชายหนุ่มผมขาวมากขึ้น ทำให้อากาศ ภายในห้องพวกเขาบิดเบี้ยว ควบแน่นเข้าสู่ร่างจุดตันเถียน ให้รินรับรู้แรงกดดัน คุกคามจากตัวเชนออกมาชัด

     

    “หืม! เชน กำลังยกระดับปราณพลัง ขึ้นไปสู่ระดับ6 แบบเดียวกับ พวกอาเวย มาร์คอันแลน พวกหย่าเฟย ไปอยู่ระดับพวกรุ่นพี่งั้นรึ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ” รินเผยความดีใจเป็นบ้าเป็นหลังแทบจะกระโดดโลดเต้น แสดงความยินดีกับอีกฝ่าย ที่เลเวล 40กว่าๆ ก็สามารถยกระดับปราณพลัง ไปสู่ระดับ 6 แบบอัจฉริยะพวกนั้นได้

     

    แต่เมื่อรินฉุกคิดในใจเล็กๆ ก็เผยความไม่จำยอม ปนความหวาดกลัวขึ้นมา ที่เชนกำลังจะแซงหน้านางไปอีกก้าวหนึ่ง แววตานาง พลันฉายความมุ่งมั่น

     

    “ข้ายังแพ้เจ้าตอนนี้ ไม่ได้เด็กขาด!” เมื่อรินกล่าว ก็เริ่มนั่งเข้าฌาน ภายในห้องพายุปราณพลังปั่นป่วน เฉกเช่นเดียวกับเชน

     

    …ร่วม2ชั่วโมงที่เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า [ระบบแจ้งเตือน ตอนนี้ระดับปราณพลังของคุณ เข้าสู่ขอบเขตระดับ6 สำเร็จ โดยสมบูรณ์]

     

    เมื่อปราณพลังแผ่กระจัดกระจายรอบตัว เชน ถูกเขาเหนี่ยวนำดึงมันกลับเข้าร่าง วูม! ก็แผ่แรงกดดันแข็งกร้าวของระดับ6 ออกมาทันใด พร้อมให้เชนคลี่ยิ้ม กว้างอย่างพึงพอใจ

     

    ยามวิกาลของช่วงกลางคืน ยังมีฮันเตอร์บางคนฝึกฝนดึกดื่น ไม่ยอมหลับนอน พวกเขายังสัมผัสได้ถึงบ้านทีม10 บัดนี้ มีคนเลื่อนขั้นระดับขอบเขตปราณพลัง

     

    รุ่นพี่วิลเลียม อยู่ห้องรวมกับรุ่นพี่ปู้จิ้งอวิน ยังกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “รินเลื่อนระดับปราณพลังงั้นหรือ?”


    คล้ายกับเรื่องเมื่อยามรัตติกาล ที่คุณอ่าน