ตอนที่ 12: การสืบสวนของเ้านายหน้าน้ำแข็ง กับความลับจากชาติก่อน!
ตำหนักส่วนตัวของประมุขเทพหลิงหยุน ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของกรมคุมกฎ์ บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากแผนกรับเื่ร้องเรียนของรพีราวฟ้ากับเหว ทุกตารางนิ้วปูด้วยผลึกน้ำแข็งพันปีที่แผ่ไอเย็นะเืออกมาตลอดเวลา ไม่มีทหารยาม ไม่มีผู้ช่วย มีเพียงความเงียบสงัดที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รพีในชุดเซียวเซียนที่สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวเวทมนตร์ (ที่เหม่ยหลิงยัดใส่มือมาให้ก่อนเดินออกห้อง) ยืนถูมือไปมาอยู่หน้าประตูไม้สลักลายเมฆา เขาสูดลมหายใจลึกๆ ปรับสีหน้าให้เป็ 'พนักงานผู้พร้อมรับการประเมิน' ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องกว้างขวางและมินิมอลสุดๆ มีเพียงโต๊ะหยกตัวใหญ่ และร่างสูงโปร่งของหลิงหยุนที่นั่งอ่านม้วนคัมภีร์อยู่เงียบๆ ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนน้ำชาในแก้วบนโต๊ะกลายเป็น้ำแข็ง
"มาแล้วหรือ" หลิงหยุนเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากคัมภีร์ น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบก้องไปทั่วห้อง
"มารายงานตัวตามคำสั่งด่วนแล้วครับ ท่านประมุข" รพีเดินเข้าไปหยุดยืนห่างจากโต๊ะพอประมาณ ประสานมือโค้งคำนับอย่างมีมารยาท "มีเื่ด่วนอะไรให้กระผมรับใช้หรือครับ?"
หลิงหยุนวางม้วนคัมภีร์ลง ั์ตาสีเทาเข้มตวัดขึ้นมองนิติกรหนุ่ม สายตาของเขาแหลมคมราวกับใบมีดที่พยายามจะชำแหละเปลือกนอกของรพีออกเพื่อดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"คดีเทพแห่งฝน คดีปะทะกับกองประเมินผล และล่าสุด... คดีัวารีกินเมฆสาธารณสมบัติ" หลิงหยุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็จังหวะช้าๆ "เพียงไม่กี่วัน เ้าเปลี่ยนจากเทพชั้น 9 ที่ไม่มีใครเหลียวแล กลายเป็ตัวหนามที่ทิ่มแทงผู้มีอำนาจไปทั่ววังเมฆา"
"ผมแค่ปฏิบัติหน้าที่ตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัดครับท่าน" รพีตอบด้วยรอยยิ้มการค้า
"เลิกเล่นลิ้นกับข้าได้แล้ว เซียวเซียน" หลิงหยุนลุกขึ้นยืน ร่างสูงก้าวอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้ารพี แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจนรพีรู้สึกเหมือนมีหินหนักร้อยชั่งทับอยู่บนบ่า "เซียวเซียนที่ข้ารู้จัก ขี้ขลาด หัวทึบ และไม่มีวันท่องจำกฎ์ได้แม้แต่มาตราเดียว นับประสาอะไรกับการหา 'ช่องโหว่' มาพลิกคดีอย่างแยบยลเช่นนี้"
หลิงหยุนหรี่ตาลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของรพี
"เ้าเป็ใคร? และเ้าเรียนรู้วิธีพลิกแพลงกฎ์พวกนี้มาจากไหน?"
คำถามพุ่งตรงเข้าเป้า รพีลอบกลืนน้ำลาย สมองนักกฎหมายของเขาประมวลผลทางรอดอย่างรวดเร็ว
จะโกหกดีไหม? อ้างว่าตกเขาแล้วเจอคัมภีร์ลับ? หรืออ้างว่ามีนักปราชญ์ชรามาเข้าฝันสอนกฎหมายให้? ทว่า ยังไม่ทันที่รพีจะอ้าปากแต่งเื่ ริมฝีปากของเขาก็รู้สึกชาหนึบขึ้นมาทันที ประจุไฟฟ้าสถิตสีฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่รอบตัวเขา... มันคือสัญญาณเตือนจาก 'คัมภีร์สัจจะ' ที่ผูกมัดอยู่กับิญญาของเขา!
ฉิบหายแล้ว! ลืมไปสนิทเลยว่าฉันโดนคำสาปห้ามตอแหลอยู่นี่หว่า! ขืนโกหกไป ฟ้าได้ผ่ากลางห้องท่านประมุขแน่ๆ!
รพีหลับตาปี๋ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อโชคชะตาและเครื่องจับเท็จเวทมนตร์
"ท่านประมุขครับ... สิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ อาจจะฟังดูบ้าบอคอแตกสักหน่อย แต่ผมขอสาบานด้วยเกียรติของนิติกรเลยว่า มันคือความจริงทุกประการ" รพีลืมตาขึ้น สบตากับเ้านายหน้าน้ำแข็งตรงๆ
"พูดมา" หลิงหยุนกอดอก รอฟัง
"จริงๆ แล้ว ผมไม่ใช่เซียวเซียนครับ... หมายถึง ิญญาข้างในนี้น่ะไม่ใช่" รพีชี้ที่อกตัวเอง "ผมชื่อรพี เป็มนุษย์ธรรมดาจากโลกเบื้องล่าง อาชีพของผมในชาติก่อนคือ 'นักกฎหมาย' หน้าที่ของผมคือการอ่าน ตีความ และหาช่องโหว่ของตัวบทกฎหมายเพื่อว่าความในศาล... แล้วบังเอิญว่า ผมทำงานหนัก อดหลับอดนอนปั่นเอกสารคดีจนหัวใจวายตายคาโต๊ะทำงาน"
รพียิ้มแหยๆ "พอรู้ตัวอีกที ผมก็ตื่นขึ้นมาในร่างของเทพชั้น 9 คนนี้แล้วครับ ส่วนเื่กฎ์ 3,000 หน้า... ผมใช้ทักษะจากชาติก่อน ท่องจำและจัดหมวดหมู่มันใหม่ทั้งหมดในหัวครับ"
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานทันทีที่รพีพูดจบ หลิงหยุนยืนนิ่งสนิท ั์ตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งสำหรับคนหน้าน้ำแข็งอย่างเขา นี่ถือเป็รีแอคชันที่ใขีดสุดแล้ว
หลิงหยุนแหงนหน้ามองทะลุเพดานน้ำแข็งขึ้นไปบนท้องฟ้า์... ไม่มีเมฆดำ ไม่มีสายฟ้าฟาดลงมาลงทัณฑ์
ประมุขเทพรู้ดีว่ารพีคือผู้ถือครอง 'คัมภีร์สัจจะ' คนปัจจุบัน หากสิ่งที่ชายตรงหน้าพูดเป็เื่โกหกแม้แต่คำเดียว ป่านนี้ร่างของเขาคงไหม้เกรียมเป็ตอตะโกไปแล้ว การที่ฟ้าไม่ผ่า พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า... เื่เหลือเชื่อนี้คือความจริง!
"มนุษย์... ที่ตายเพราะทำงานหนักจนตาย... แล้วมาสิงร่างเทพชั้นผู้น้อยเนี่ยนะ?" หลิงหยุนพึมพำ มุมปากที่เคยเรียบตึงเสมอเริ่มกระตุกเล็กน้อย คล้ายจะหัวเราะก็ไม่ใช่ จะร้องไห้ก็ไม่เชิง "์ช่างเล่นตลกร้ายสิ้นดี"
"เื่ตลกร้ายกว่านี้คือ ์ที่ผมคิดว่าศักดิ์สิทธิ์ ดันมีระบบราชการที่ล้าหลังและคอร์รัปชันยิ่งกว่าโลกมนุษย์ที่ผมจากมาซะอีกครับ" รพียักไหล่ "แต่ในเมื่อผมได้ชีวิตใหม่มาแล้ว ผมก็ไม่อยากใช้ชีวิตเป็เบ๊ให้พวกรุ่นใหญ่กดหัวเล่นหรอกครับ กฎหมายมีไว้คุ้มครองทุกคน ไม่ใช่แค่พวกคนรวยหรือคนมีเส้นสาย"
หลิงหยุนมองนิติกรหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความหวาดระแวงอีกต่อไป แต่เจือไปด้วยความสนใจและ... ความหวังลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็ง
"รพี..." หลิงหยุนทดลองเรียกชื่อจริงของเขาเป็ครั้งแรก "เ้าคิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะงัดข้อกับพวกมหาเทพตระกูลใหญ่ ด้วยกฎหมายคร่ำครึพวกนี้จริงๆ หรือ?"
"ถ้ากฎหมายมันคร่ำครึ เราก็แค่ตีความมันใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยครับท่านประมุข" รพียิ้มกว้างอย่างมั่นใจ "และถ้ากฎหมายข้อไหนมันบิดเบี้ยว... เราก็แค่ลากคนเขียนกฎมายืนหน้าบัลลังก์ศาล แล้วรื้อระบบมันซะใหม่เลย"
หลิงหยุนหรี่ตาลง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่หล่อเหลาและเ็าเป็ครั้งแรก มันเป็รอยยิ้มที่ทำให้รพีรู้สึกเสียวสันหลังวาบแปลกๆ
"ความอวดดีของเ้าช่างน่าประทับใจ นิติกรจากโลกมนุษย์" หลิงหยุนหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน "ถ้าเ้ามีความกล้าถึงเพียงนั้น... กลับไปที่แผนกของเ้า แล้วลองใช้พลังปราณของเ้า อัดเข้าไปในแกนเหล็กสีดำของคัมภีร์สัจจะให้ลึกที่สุดดูสิ"
รพีขมวดคิ้ว "ทำไมหรือครับ?"
"สิ่งที่เ้าเห็นและใช้มันอยู่ เป็เพียง 'เปลือกนอก' ของคัมภีร์เท่านั้น" เสียงของหลิงหยุนเย็นเยียบและลึกลับ "อดีตหัวหน้าแผนกของเ้า ไม่เคยมีพลังพอ หรืออาจจะขี้ขลาดเกินกว่าจะปลดล็อกความลับที่แท้จริงของมัน... แต่ข้าคิดว่า เ้าอาจจะทำได้"
ประมุขเทพปรายตามองรพีเป็ครั้งสุดท้าย "จงจำไว้ รพี... ในวังเมฆาแห่งนี้ สิ่งที่น่ากลัวกว่าการละเมิดกฎ คือการล่วงรู้ 'ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ในความมืด' เตรียมใจรับมือกับสิ่งที่เ้ากำลังจะค้นพบให้ดี"