“พวกเจ้าฟังให้ดีผู้นี้คือศิษย์น้องของข้า เป็นศิษย์สายตรงของท่านอาจารย์ข้าถ้าศิษย์น้องถูกดูหมิ่น เจ้าว่าข้าควรออกหน้าหรือไม่?” โม่เฉินหันกลับมาและตบหน้าเอ๋าเลี่ยด้วยความจริงที่เกิดขึ้น“รังแกตระกูลเอ๋าของเจ้าหรือ? กล้าพูดใส่ร้ายข้าเช่นนั้นก็ถึงเวลารังแกตระกูลเอ๋าของเจ้าแล้ว”
หางตาของเอ๋าอวี้ซานกระตุกแต่เขาไม่ได้ลงมือหรือเคลื่อนไหวใดๆ
“เจ้าหนูข้าเพิ่งให้ทางเลือกเจ้าไปสองทาง ต่อหน้าท่านปู่ของเจ้า ข้าจะพูดอีกครั้งคุกเข่าขอโทษหรือไม่ก็ตาย!” โม่เฉินหยิบดาบยาวมาไว้ในมือของเขา
เมื่อเห็นโม่เฉินหยิบดาบยาวของเขาออกมาเอ๋าอวี้ซานก็รีบปกป้องเอ๋าเลี่ยที่อยู่ข้างๆ เขา
“ดีมาก!ผู้อาวุโสเอ๋าฐานการบ่มเพาะของเจ้าสูงกว่าข้า อาวุโสกว่าข้า มีคนมากกว่าข้าวันนี้ข้าจะฆ่าเขา ดูสิว่าเจ้าจะหยุดข้าได้อย่างไร? องครักษ์ของนครตานติ่งฟังให้ดี ข้า...ศิษย์ของยอดเขาไท่เสวียน โม่เฉิน วันนี้ข้าจะจัดการกับเรื่องนี้หากพวกเจ้าเข้าร่วม อย่าโทษข้าที่ไร้ความปรานี” โม่เฉินสะบัดดาบยาวของเขาแล้วดึงออกจากฝัก
เมื่อดาบยาวของโม่เฉินถูกดึงออกจากฝักเยี่ยซางก็เคลื่อนไหวทันที เขาใช้หอกสังสารวัฏแทงออกไปตรงๆผ่านด้านข้างของเอ๋าอวี้ซานไปที่คอของเอ๋าเลี่ยหอกสังสารวัฏนั้นเร็วมากจนได้ยินเสียงแหวกผ่านอากาศอย่างชัดเจน
โม่เฉินตกตะลึงเขาไม่ได้วางแผนที่จะต่อสู้ในตอนนี้ เนื่องจากสถานะของตนเองยังมีความสำคัญอยู่บ้างเอ๋าอวี้ซานจึงไม่กล้าทำอะไร แต่เมื่อเยี่ยซางเคลื่อนไหวแล้วโม่เฉินก็ทำได้แค่ขยับและชักดาบเข้าขวางตรงกลางระหว่างเอ๋าอวี้ซานและเอ๋าเลี่ยเขาไม่ได้ต้องการขัดขวางเอ๋าอวี้ซานจากการช่วยชีวิตเอ๋าเลี่ย แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เอ๋าอวี้ซานโจมตีเยี่ยซางต่างหาก
สีหน้าของเอ๋าอวี้ซานเปลี่ยนไปเขาดึงดาบออกมาแล้วเหวี่ยงไปทางดาบของโม่เฉิน
เอ๋าเลี่ยยังคงตกใจจึงไม่ทันขยับหลบอย่างไรก็ตามหนึ่งในองครักษ์ของเอ๋าอวี้ซานกลับตอบสนองได้อย่างรวดเร็วดาบในมือของเขาจึงสกัดหอกสังสารวัฏของเยี่ยซางไว้ทัน
ทิศทางของหอกสังสารวัฏยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมันแทงตรงไปข้างหน้า ในเวลาเดียวกันปราณแท้จริงจากตันเถียนของเยี่ยซางก็ระเบิดออกสร้างคลื่นสั่นสะเทือนสิบสองระลอก
เคร้ง!ดาบขององครักษ์ที่มีการบ่มเพาะขั้นเจ็ดของจวี้หยวนหยุดหอกสังสารวัฏของเยี่ยซางไว้ได้แต่เมื่อเขาจะถอนดาบและเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของตนเองการสั่นสะเทือนจากหอกสังสารวัฏของเยี่ยซางก็ปะทะเข้ากับดาบอย่างรุนแรงของเขาเป็นระลอก
ติ๊งด้วยเสียงที่คมชัด องครักษ์ไม่สามารถถือดาบไว้ในมือได้มันถูกหอกของเยี่ยซางกระแทกจนปลิวออกไป
หลังจากใช้แรงสั่นสะเทือนทำลายการขัดขวางของดาบในมือองครักษ์แล้วเท้าของเยี่ยซางก็ขยับเขาพุ่งตัวไปข้างหน้าจากนั้นก็สะบัดหอกสังสารวัฏแทงเข้าที่คอขององครักษ์
องครักษ์รีบปัดปลายหอกก่อนจะต่อยด้ามหอกด้วยมือขวาของเขาอย่างรวดเร็ว“ถอยไปเสีย!”
“ฝันไปเถอะ!”คลื่นปราณระลอกที่สองของเยี่ยซางปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างน่าตกใจ
ฮึ่ม!หมัดขององครักษ์ต่อยลงบนหอกสังสารวัฏของเยี่ยซางจนสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็วและส่งเสียงหึ่งๆแรงสั่นสะเทือนนั้นปะทะเข้ากับหมัดรวมถึงแขนขวาขององครักษ์โดยตรงปลายหอกสังสารวัฏแทงเข้าที่อกของเขาจนได้เลือดในที่สุด เขาจึงถอยออกไปอย่างว่องไวมิฉะนั้นร่างกายของเขาจะต้องถูกผ่าอย่างแน่นอน
หลังจากจัดการกับองครักษ์ที่ขวางอยู่เยี่ยซางก็บิดแขนขวาของตนเองเพื่อเปลี่ยนทิศทางหอกสังสารวัฏและแทงไปที่ลำคอของเอ๋าเลี่ย
เอ๋าเลี่ยดึงดาบยาวของตนเองออกมาแล้วฟันลงไปที่หอกสังสารวัฏของเยี่ยซาง
เยี่ยซางไม่ได้เปลี่ยนทิศทางของหอกเขายังคงแทงมือขวาไปข้างหน้าอย่างแรงและยกมือซ้ายขึ้นพร้อมกันกระแสลมหมุนสีฟ้าของปราณแท้จริงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเด็กหนุ่มเขากังวลว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับทางฝั่งของโม่เฉิน ดังนั้นจึงต้องรีบจัดการ
ดาบยาวที่เอ๋าเลี่ยเหวี่ยงออกไปเป็นเหมือนเพียงเรื่องตลกต่อหน้าหอกสังสารวัฏของเยี่ยซางมันโดนกระแทกลอยขึ้นไปในอากาศ ขณะที่หอกสังสารวัฏของเยี่ยซางยังคงเล็งไปที่คอเพื่อสังหารเอ๋าเลี่ย
คราวนี้องครักษ์อีกคนออกมาดึงเอ๋าเลี่ยไปอีกข้างหนึ่งเขาไม่ใช่องครักษ์ของนครตานติ่ง แต่เป็นองครักษ์ประจำตระกูลเอ๋าในขณะที่เขาดึงเอ๋าเลี่ยหลบไปด้านข้างดาบในมือของเขาก็ปัดหอกสังสารวัฏของเยี่ยซางออกไป
เยี่ยซางพุ่งไปข้างหน้าและดึงหอกสังสารวัฏกลับมาก่อนที่เขาจะแทงออกไปด้วยมือซ้ายเพื่อจัดการกับองครักษ์ที่ขัดขวางการโจมตีของเขาในการสังหารเอ๋าเลี่ย
องครักษ์ไม่มีจังหวะในการใช้ดาบเขาจึงใช้มือซ้ายต่อยไปที่เยี่ยซาง ตัวเขาอยู่ในระดับจวี้หยวนขั้นเจ็ดเขาไม่เชื่อว่าจะหยุดอีกฝ่ายไม่ได้
“ปัง!”เสียงปะทะดังขึ้น เยี่ยซางถูกองครักษ์ต่อยสวนจนต้องถอยออกมาแต่องครักษ์กลับแย่ยิ่งแย่กว่า มือซ้ายของเขามีเลือดไหลออกมาเนื่องจากกระดูกที่มือแตก
เยี่ยซางที่ถอยกลับมาเหวี่ยงหอกของเขาอีกครั้งและพุ่งเข้าหาเอ๋าเลี่ย
“หยุดมือ!ข้าจะทำตามที่เจ้าพูด บอกให้เขาหยุดมือ” เอ๋าอวี้ซานรู้สึกกังวลเขาเห็นว่าเยี่ยซางกำลังโกรธจัดและเอ๋าเลี่ยไม่อาจรับมือกับอีกฝ่ายได้แล้ว
“เยี่ยซางหยุดก่อนถ้าพวกเขาไม่ให้คำตอบที่น่าพอใจ เราค่อยสู้กันต่อ” โม่เฉินหยุดโจมตีเอ๋าอวี้ซานและขยับตัวไปขวางเยี่ยซาง
“ให้เวลาข้าอีกเล็กน้อยข้าสามารถฆ่าเขาได้แน่นอน!” เยี่ยซางเช็ดมุมปาก สายตาจับจ้องไปที่เอ๋าเลี่ยตอนที่เขาถูกองครักษ์ต่อยสวนมา ทำให้อวัยวะภายในของเขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
โม่เฉินพยักหน้าเขารู้ว่าพี่น้องของเขาล้วนโหดเหี้ยม แต่ศิษย์น้องผู้นี้กลับโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเขาล้อเล่นกับความตายอย่างแท้จริง
“ศิษย์น้องเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” โม่เฉินมองที่เยี่ยซางและถาม
“ไม่เป็นอะไร”เยี่ยซางส่ายหัวขณะมองไปที่เอ๋าเลีย
ในเวลานี้เอ๋าเลี่ยรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเขากลัวความบ้าคลั่งของเยี่ยซาง เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นดุร้ายกว่าสัตว์อสูรเสียอีกเอ๋าเลี่ยเคยล่าสัตว์อสูรมาก่อน แต่สายตาของเยี่ยซางนั้นน่ากลัวกว่าสัตว์อสูร
“ผู้อาวุโสเอ๋าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับศิษย์น้องสิบสามของข้า เจ้าคงรับไม่ไหวหรอก”โม่เฉินโกรธมากเมื่อเห็นเลือดที่มุมปากของเยี่ยซาง
“เอ๋าเลี่ยมานี่คุกเข่าขอโทษอาจารย์อาสิบสามของเจ้า” ใบหน้าของเอ๋าอวี้ซานซีดลงเขารู้ว่าเรื่องนี้จะกระจายไปทั่วนครตานติ่งในไม่ช้าและเขาก็จะเสียหน้าต่อต้านหรือ? ตอนนี้มันมีความเป็นไปได้ที่จะเอาชนะโม่เฉินกับเยี่ยซางแต่ผลที่ตามมานั้นร้ายแรงมากเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องรอถึงพรุ่งนี้กองกำลังของยอดเขาไท่เสวียนจะมาที่นี่ในไม่ช้า จากนั้นก็คงไม่มีตระกูลเอ๋าอีกต่อไป
เอ๋าเลี่ยยังรู้สึกไม่มั่นคงนักเขาไม่เคยรู้สึกว่าความตายจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้มาก่อนหลังจากได้ยินคำพูดของเอ๋าอวี้ซาน เขาก็คุกเข่าลงที่ด้านหน้าของเยี่ยซาง“อาจารย์อา ข้าผิดไปแล้ว”
“ศิษย์น้องเจ้าคิดอย่างไร?” โม่เฉินมองที่เยี่ยซาง
“วันนี้ข้าจะเห็นแก่หน้าศิษย์พี่ของข้าในอนาคตถ้าข้ายังไม่ตายใครก็ตามที่ดูหมิ่นครอบครัวของข้าและคนรอบตัวข้าจะต้องตาย”เยี่ยซางพูดอย่างเย็นชา ทว่าแฝงด้วยเจตนาฆ่าอยู่ในคำพูดของเขาเยี่ยซางรู้สึกโกรธมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
“เจ้าหนูหลังจากนี้ก็เปิดตามองให้ดี อย่าทำแบบนี้อีก สิบสามไปกันเถิด”โม่เฉินโบกมือให้เยี่ยซาง
“บอกตามตรงข้าไม่สนใจคำขอโทษของเจ้า ข้าอยากฆ่าเจ้าจริงๆ” ปลายหอกสังสารวัฏชี้ไปที่เอ๋าเลี่ยก่อนที่เยี่ยซางจะตามโม่เฉินไปที่รถอสูรที่อยู่ด้านหลัง
“น่าอับอายนัก!”เอ๋าอวี้ซานเตะเอ๋าเลี่ยจนล้มคว่ำแล้วจึงพาคนออกไปวันนี้เขาโกรธมากจนแทบหายใจไม่ออก แต่ไม่อาจปล่อยความโกรธออกมาได้เขาจึงทำได้เพียงแต่เตะหลานชายของตนเองที่เป็นต้นเหตุเท่านั้น
“ได้เห็นความมีชีวิตชีวาแบบนี้ทำให้เลือดเดือดพล่านจริงๆ”ซือคงหันกลับมาและเข้าไปในห้องชั้นหนึ่งของหอค้ำสวรรค์ตามด้วยชายชราคนหนึ่ง
“นายท่านท่านสนใจเยี่ยซางหรือไม่?” ชายชราถามขณะมองตามหลังของซือคง
“ขั้นเจ็ดของเลี่ยนชี่แต่สามารถทำลายอาวุธของผู้ฝึกตนระดับสูงของจวี้หยวนได้มากกว่าหนึ่งครั้งผู้ชายคนนี้ท้าทายสวรรค์เหลือเกิน” ซือคงดูเหมือนจะพูดกับตัวเอง
“เป็นเพราะหอกหรือไม่?” ชายชราถาม
“ผู้คุมกฎต่งเจ้าคิดผิดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความแน่วแน่และความรุนแรงในการใช้หอกเจ้าสังเกตเห็นฝ่ามือของเขาหรือไม่? นั่นคือหัตถ์ผลักภูผาเป็นส่วนหนึ่งของหัตถ์เขย่าสวรรค์ในหุบเขาโอสถทั้งเป็นทักษะเฉพาะของหลิ่วหยางอวี่ที่ฝึกฝนคัมภีร์หัตถ์คลุมสวรรค์ ถือว่าเป็นเรื่องยากที่เลี่ยนชี่ขั้นเจ็ดจะฝึกฝนหัตถ์ผลักภูผานอกจากนี้ สิ่งที่หาได้ยากที่สุดคือเจ้าตัวเล็กคนนี้มีเจตนาสังหารที่รุนแรงมากเมื่อครู่นี้โม่เฉินเพียงพูดเพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายให้ยอมประนีประนอมเท่านั้นแต่เจ้าตัวเล็กคนนี้ต้องการที่จะฆ่าเอ๋าเลี่ยจริงๆ”ซือคงส่ายหัวปฏิเสธความคิดเห็นของชายชรา จากนั้นก็วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น