"ในเมื่อจะสร้างขุมกำลังขึ้นมา? ก็ต้องมีแผ่นป้ายประจำตัวของสมาชิกในขุมกำลังสิถึงจะสมบูรณ์แบบ!?"หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมากับตัวเองเบาๆ พร้อมกับเดินลึกเข้าไปในถ้ำเื่ๆ
"ภายในถ้ำแห่งนี้มีหยกเหมันต์เยือกแข็งอยู่เต็มไปหมด! แบ่งออกเป็สี่สีตามคุณสมบัติของการดูดซับพลังปราณของมัน! นับว่าเหมาะเจาะพอดี! ไม่ต้องไปหาหยกชนิดอื่นเพื่อแยกความแตกต่าง!" หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ
ชายหนุมไม่รอช้า สะบัดมือขึ้นไปในอากาศ สร้างปราณกระบี่เชือดเฉือนตัดก้อนหยกออกมาจากผนังถ้ำ
"หยกสีขาว เอาไปมากๆหน่อย? เพราะจะใช้เป็ป้ายประจำตัวของศิษย์สายนอก"หยางตงเทียนกล่าวออกมาเบาๆ พร้อมกับใช้ปราณกระบี่ตัดก้อนหยกออกมาจากผนังถ้ำเรื่อยๆ
เมื่อได้จำนวนเพียงพอตาม้าแล้ว ชายหนุ่มก็สั่งให้กำไลมิติเคลื่อนย้ายมันไปกองไว้ใกล้ๆจวนที่พักของเขา จากนั้นเขาก็เดินลึกเข้าไปอีก
"หยกสีฟ้าก็เอาไปมากเช่นกัน เพราะจะใช้เป็ป้ายหยกของศิษย์สายใน"เมื่อกล่าวจบ จากนั้นหยางตงเทียนก็เก็บหยกแบบเดียวกัน พอได้จนครบแล้วเขาก็เดินเข้าไปลึกขึ้นอีก
"ต่อไปก็หยกสีน้ำเงิน อันนี้ใช้เป็ป้ายประจำตัวของศิษย์หลักและผู้าุโ!" หยางตงเทียนเก็บหยกไปเรื่อยๆ พร้อมกับจัดแจงวางแผนต่างๆเอาไว้ในหัวอย่างเสร็จสรรพ จากนั้นเขาก็เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดที่ลึกที่สุดของของถ้ำ
"หยกสีดำ หยกสีนี้ใช้เป็ป้ายประจำตัวของข้า และผู้าุโแกนหลักทั้งสิบสี่คนของูเาเทพเซียนก็แล้วกัน!?"พอกล่าวจบ หยางตงเทียนก็เริ่มเก็บหยกทันที เมื่อเก็บได้เพียงพอต่อการสร้างแผ่นป้ายสิบห้าแผ่นแล้ว หยางตงเทียนก็เดินกลับออกมา
ถึงแม้ว่าเขาจะเปลี่ยนชื่อขุมกำลังจากนิกายเทพเซียน มาเป็ูเาเทพเซียน เพื่อให้ตรงกับความ้าของตนเอง
แต่ว่าูเาเทพเซียนของเขา ก็ได้รับการสืบทอดมรดกมาจากนิกายเทพเซียน หลายๆ อย่างเขาก็ไม่ควรที่จะไปเปลี่ยนแปลงมัน เช่นจำนวนผู้าุโแกนหลักในขุมกำลังที่มีเพียงสิบสี่คน ฯลฯ
สาเหตุที่เขาไม่ตั้งชื่อตามขุมกำลังเดิมก็เป็เพราะว่า คำว่านิกายนั้น จำเป็จะต้องมีลูกศิษย์มากมายอยู่ในขุมกำลัง แต่เขาไม่้าจะทำเช่นนั้น เขาจะไม่รับศิษย์จำนวนมากเหมือนกับนิกายเทพเซียนในอดีต เขาจะเลือกรับเฉพาะอัจฉริยะและคนที่มีพร์
ศิษย์ที่รับเข้ามาจะต้องสามารถฝึกฝนไปถึงระดับเซียนหรือเทพได้ เพราะตามความคิดของเขาแล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง! ต่อให้มีศิษย์จำนวนมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี!?
เมื่อเป็เช่นนี้แล้ว มิสู้นำทรัพยากรไปใช้กับคนที่มีพร์มากเพียงพอจะไม่ดีกว่าหรือ? ส่วนเื่อื่นๆที่จำเป็จะต้องใช้จอมยุทธ์ระดับต่ำทำแทน เขาก็ได้วางแผนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
เขาจะใช้ประโยชน์จอมยุทธ์อิสระ! ผ่านการมอบหมายภารกิจให้กับพวกเขาเ่าั้ไปทำแทน หากพวกเขาทำภารกิจสำเร็จ! พวกเขาก็จะได้รับโอสถ สมุนไพร หรือหินิญญาเป็ของตอบแทน มันจะคล้ายๆกับกิลด์นักผจญภัยในอนิเมะที่เขาเคยดูในโลกก่อน
ทั้งนี้เขายังสามารถใช้จอมยุทธ์อิสระเหล่านี้เป็โลป้องกันขุมกำลังของเขาได้อีกด้วย! ที่เขากล่าวเช่นนี้ก็เป็เพราะว่า การทีู่เาเทพเซียนมอบทรัพยากรในการบ่มเพาะให้กับพวกเขาที่ไม่มีขุมกำลังใดหนุนหลังอยู่
ูเาเทพเซียนในสายตาของพวกเขา จึงราวกลับเป็สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยเป็แสงส่องประกายที่คอยปลอบประโลมพวกเขาให้มีกำลังใจสู่ต่อในโลกอันโหดร้ายใบนี้
เพราะโดยปรกติแล้ว จอมยุทธ์อิสระเช่นพวกเขา จะต้องใช้ชีวิตเสี่ยงอันตรายเกือบทุกวัน เพื่อหาทรัพยากรมาฝึกฝนตนเอง แถมการเสี่ยงอันตรายของพวกเขานั้นก็ราวกลับเป็การเสี่ยงโชค ไม่รู้ว่าในแต่ละวันจะได้อะไรกับมาหรือไม่? นับว่าเป็การกระทำที่ไร้จุดหมาย แต่ก็จำเป็จะต้องทำเพราะว่าไร้ทางเลือก....
แต่เมื่อมีภารกิจที่ออกให้โดยูเาเทพเซียน พวกเขาก็ราวกลับมีแสงสว่างนำทางชีวิต! มีจุดมุ่งหมายในการกระทำและได้รับผลตอบแทนที่ชัดเจน ไม่ต้องไปเสี่ยวอันตรายกับทรัพยากรที่ไม่รู้จักอีก!
ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจะไม่ยอมให้แสงสว่างในชีวิตของพวกเขาถูกทำลายไป พวกเขาจะต่อต้านทุกขุมกำลังที่เป็ศัตรูกับูเาเทพเซียน! และเมืองที่ใช้เป็สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างพวกเขา.....
ตามแผนที่หยางตงเทียนวางเอาไว้ ต่อไปผู้ฝึกยุทธ์อิสระทั้งหมด จะยืนอยู่ข้างูเาเทพเซียน เมื่อเวลานั้นมาถึง! ต่อให้ขุมกำลังทั้งหมดในดินแดนสี่แคว้นจะรวมกำลังกัน
ในระยะเวลาหนึ่ง!? พวกเขาจะไม่สามารถต่อต้านูเาเทพเซียนได้! หากมันเป็ไปตามแผนที่เขาวางไว้ มันจะทำให้เขามีเวลามากพอ ที่จะบ่มเพาะศิษย์ของูเาเทพเซียนให้กลายเป็ผู้แข็งแกร่งได้!
เมื่อถึงตอนนั้น ูเาเทพเซียนของเขาก็จะมีรากฐานที่แข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้! เมื่อมีความแข็งแกร่งมากเพียงพอ ภัยคุกคามต่างๆก็จะไม่มีอีกต่อไป!
........................
เมื่อเก็บหยกเหมันต์เยือกแข็งได้มากพอตาม้าแล้ว หยางตงเทียนก็กลับมาที่จวน เมื่อมาถึงเขาก็พบว่าที่ลานด้านหน้าจวนมีหยกเหมันต์เยือกแข็งถูกวางกองกันอยู่อย่างเป็ระเบียบ
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจมัน เพราะว่าเขาไม่มีความสามารถในการแกะสลักมันขึ้นมาเป็ป้ายหยก! เอาไว้ไปจ้างให้ร้านทำเครื่องประดับทำให้ทีหลังจะดีกว่า......
หยางตงเทียนเดินเข้ามาถึงห้องนอน เขาก็เดินตรงไปนั่งลงที่เตียงหยก จากนั้นเขาก็นำป้ายไม้ที่ได้มาจากตงฟางหยูออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นเขาก็ใช้เนตรส่อง์ส่องดูมันอีกครั้ง
.......................
# วิธีสร้างหุ่นเชิด (ถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกล)
........................
"ก็ยังคงเป็เช่นเดิมอยู่ดี!?"หยางตงเทียนกล่าวออกมาเบาๆ พร้อมกับสำรวจแผ่นป้ายไม้ในมืออย่างจริงจัง
ทำให้เขาเห็นลวดลายอักขระตัวเล็กๆลอยอยู่ล้อมรอบแผ่นป้ายแผ่นนี้อยู่ อักขระสามสี่ตัวนี้เมื่อนำมารวมกัน จะอ่านได้คำว่า 'ผนึก' พอดี อักขระเหล่านี้คือค่ายกลที่ปิดผนึกแผ่นป้ายแผ่นนี้เอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครเห็นเนื้อหาด้านใน?
แม้ว่าค่ายกลนี้จะมีอักขระอยู่เพียงไม่กี่ตัว แต่จากการคาดเดาของเขา ค่ายกลที่ผนึกแผ่นป้ายนี้เอาไว้ อย่างน้อยจะต้องถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพในสมัยโบราณอย่างแน่นอน!?
เพราะเหตุนี้ เซียนคนอื่นๆจึงไม่สามารถมองออก จึงคิดว่าแผ่นป้ายไม้แผ่นนี้เป็เพียงแผ่นป้ายไม้ธรรมดาเพียงเท่านั้น!?
สาเหตุที่เขาสามารถมองเห็นเห็นอักขระที่ลอยอยู่รอบๆแผ่นป้าย ก็เป็เพราะว่าเขามีเนตรส่อง์
แต่ถึงแม้ว่าเขาจะมองเห็นมัน เขาก็คงต้องใช้เวลานานหลายวัน กว่าที่จะสามารถปลดค่ายกลนี้ออกได้ เพราะหากฝืนทำลายมันโดยตรง! หรือว่าปลดมันออกผิดวิธี? มันก็จะทำลายตัวเองในทันที! เนื้อหาที่ถูกบันทึกอยู่ภายในนั้นก็จะสลายหายไป เขาจึงจำเป็จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็พิเศษ ในการปลดค่ายกลผนึกนี้ออก
........................
"ได้แล้ว!!! แปดวัน! แปดวันเต็มๆ กับความพยายามของข้าในครั้งนี้! ในที่สุดก็สำเร็จซักที! ฮ่าๆๆๆ ไหนดูซิ! ว่าข้างในบันทึกอะไรไว้อยู่!?"
ภายในกำไลมิติอันเงียบสงบ อยู่ๆก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งร้องะโขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็เสียงของหยางตงเทียนที่ลงมือทำการปลดค่ายกลมานานหลายวันแล้วนั่นเอง...
........................
## วิธีสร้างหุ่นเชิด
-- วัตถุดิบ : แก่นของต้นสนเหล็กดำ แร่จันทรา โอสถระดับแปดขั้นสูงชนิดใดก็ได้สามเม็ด กระดูกสันหลังสัตว์อสูร(ยิ่งระดับสูงเท่าใด หุ่นเชิดก็จะยิ่งมีระดับสูงขึ้นมากเท่านั้น!)
...........................
"วัตถุดิบทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็วัสดุที่ล้ำค่า! แต่ระดับของหุ่นเชิดก็ไม่จำกัดเช่นกัน นับว่าสมเหตุสมผล? แต่ต้นสนเหล็กดำกับกระดูกสันหลังของสัตว์อสูรข้าไม่มีมันอยู่ ไม่ทราบว่าที่ด้านนอกจะสามารถหาได้หรือไม่?"
"ส่วนแร่จันทราข้าเคยพบมันที่เขตทะเลทรายภายในมิติแห่งนี้?… ช่างมันก่อนเถอะ! นี่ก็ผ่านไปเก้าวันแล้วอีกหนึ่งวันก็จะถึงเมืองม่านหมอก ไม่รู้ว่าตงฟางหยูดูดซับโอสถเสร็จแล้วหรือยัง? ออกไปเลยดีกว่า....."
นั่งครุ่นคิดสิ่งต่างๆอยู่ซักพัก จากนั้นหยางตงเทียนก็ออกไปจากกำไลมิติ…..