หลังจากช่วยเหลือศิษย์สำนักัฟ้าที่ถูกจับตัวมา อี้หลงได้พาทุกคนกลับไปยังสำนักโดยปลอดภัย
ข่าวการต่อสู้ที่ดุเดือดของเขากับหานเถิงรองหัวหน้าสมาคมโลหิตัเริ่มแพร่กระจายไปทั่วดินแดน ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อเสียงของอี้หลงโด่งดัง
แต่ยังทำให้สมาคมโลหิตัเริ่มมองเขาเป็ศัตรูที่อันตรายอย่างแท้จริง
การต้อนรับกลับสำนัก เมื่ออี้หลงกลับมาถึงสำนัก อาจารย์ใหญ่เซี่ยเทียนและเหล่าผู้อาวุโสต่างชื่นชมในความกล้าหาญและความสามารถของเขา เซี่ยเทียนกล่าวว่า เจ้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังของเจ้าสามารถปกป้องพี่น้องได้ แต่เจ้าก็ต้องระวัง สมาคมโลหิตมังกรไม่ใช่ศัตรูที่จะจัดการได้ง่าย พวกมันจะกลับมาแน่ และครั้งนี้อาจยิ่งใหญ่กว่าเดิมอี้หลงพยักหน้า เขารับรู้ถึงภาระอันหนักอึ้งที่วางอยู่บนบ่าของเขา แต่ก็ไม่มีความคิดที่จะถอยหนี
ความลับในหุบเขาัซ่อนเร้น
หลังจากการปะทะกับหานเถิง อี้หลงรู้สึกได้ว่าพลังปราณัในร่างของเขายังมีสิ่งที่เขาไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
เขาตัดสินใจกลับไปยัง หุบเขาัซ่อนเร้น เพื่อสอบถามเฒ่าัผาอัคคี
เฒ่ามังกรผาอัคคีมองอี้หลงด้วยสายตาเคร่งขรึมและกล่าวว่าเจ้าหนุ่ม เจ้าพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น พลังปราณมังกรในตัวเจ้ายังไม่ถึงครึ่งของศักยภาพที่แท้จริง มีความลับที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า...และข้าจะไม่ปิดบังมันอีกต่อไป คำบอกเล่าเกี่ยวกับสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์เฒ่ามังกรผาอัคคีเล่าว่า สายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์ของอี้หลงนั้นไม่ได้เกิดจากโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวพันกับอดีตที่ยิ่งใหญ่ของโลกยุทธ์ มังกรศักดิ์สิทธิ์ในตำนานไม่ได้เป็นเพียงสัตว์วิเศษ แต่เป็นจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์และธรรมชาติ สายเลือดมังกรในตัวอี้หลงคือส่วนหนึ่งของพลังที่เหล่ามังกรศักดิ์สิทธิ์ได้ทิ้งไว้ เพื่อรอคอยผู้ที่เหมาะสมที่จะสืบทอด เฒ่ามังกรผาอัคคีเตือนว่า"พลังที่เจ้าได้รับมานั้นยิ่งใหญ่ แต่มันก็ดึงดูดภัยอันตราย เจ้าไม่ใช่เพียงเป้าหมายของสมาคมโลหิตมังกร แต่ยังมี 'พวกมัน' ที่เฝ้ารอเวลาที่เจ้าจะแข็งแกร่งพอ...เพื่อแย่งชิงสายเลือดของเจ้า" ศัตรูใหม่: เงาแห่งพันธมิตรโบราณเฒ่ามังกรผาอัคคีได้เอ่ยถึงกลุ่มลึกลับที่เรียกว่า “พันธมิตรมังกรดำ” กลุ่มนี้เป็นองค์กรเก่าแก่ที่เชื่อว่าพลังของมังกรศักดิ์สิทธิ์คือกุญแจที่จะเปิดประตูสู่โลกแห่งความเป็นอมตะ พวกเขาเฝ้าติดตามผู้ครอบครองสายเลือดมังกรมาเป็นพันปี และไม่เคยปล่อยให้ผู้ใดได้ถือครองพลังนี้นานเกินไป การเตรียมตัวเพื่ออนาคตหลังจากได้ยินเรื่องนี้ อี้หลงรู้สึกถึงภัยที่กำลังใกล้เข้ามา เขาใช้เวลาหลายวันในหุบเขามังกรซ่อนเร้นเพื่อฝึกฝนและขยายขีดจำกัดของตนเอง เฒ่ามังกรผาอัคคีได้ถ่ายทอดเคล็ดลับใหม่ให้กับเขา คือ “มังกรอัคคีพิฆาตสุริยัน” วิชานี้คือการรวบรวมพลังเพลิงมังกรเข้มข้นที่สุด เพื่อปลดปล่อยการโจมตีที่สามารถเผาผลาญทุกสิ่ง การกลับสู่สำนักพร้อมความมุ่งมั่นหลังจากการฝึกฝนเสร็จสิ้น อี้หลงกลับมายังสำนักมังกรฟ้าอีกครั้งพร้อมพลังใหม่ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้รับข่าวที่น่าตกใจจากพี่ใหญ่หวังหลี่เฉียงว่า สมาคมโลหิตมังกรได้เริ่มโจมตีสำนักอื่นๆ เพื่อขยายอำนาจ และเป้าหมายถัดไปอาจเป็นสำนักของพวกเขาอี้หลงกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น "พวกเราจะไม่ปล่อยให้พวกมันทำลายทุกสิ่ง ข้าจะยืนหยัดเพื่อปกป้องพี่น้องและสำนักนี้!"
ความมุ่งมั่นในดวงตาของอี้หลงทำให้เหล่าศิษย์คนอื่นๆ รู้สึกฮึกเหิม และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
หลังจากที่อี้หลงกลับมาถึงสำนักัฟ้า เหล่าศิษย์ต่างรับรู้ถึงการเตรียมพร้อมสำหรับศึกครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น
ทุกคนตื่นตัวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการปกป้องสำนัก การฝึกฝนที่เคยเงียบสงบในสำนักัฟ้า
กลับเต็มไปด้วยเสียงฝึกฝนและการเสริมกำลังของเหล่าศิษย์
การประชุมสภาศิษย์ระดับสูงอาจารย์ใหญ่เซี่ยเทียนเรียกประชุมศิษย์ระดับสูงทั้งหมดรวมถึงเหล่าผู้อาวุโสเพื่อวางแผนป้องกันการโจมตีของสมาคมโลหิตมังกร แผนที่ถูกวางไว้เป็นการป้องกันทุกทางเข้าออกของสำนัก และจัดทีมป้องกันตามระดับของศิษย์อี้หลงถูกเลือกให้นำทีมป้องกันทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็ทางผ่านสำคัญที่ศัตรูอาจใช้เป็เส้นทางโจมตี
การที่อาจารย์ใหญ่ไว้วางใจมอบตำแหน่งสำคัญนี้ให้อี้หลง สร้างความตื่นเต้นให้เขา แต่ก็เป็ความรับผิดชอบที่เขาไม่อาจยอมแพ้
การฝึกพิเศษสำหรับทีมป้องกันอี้หลงเริ่มฝึกฝนทีมป้องกันของเขาด้วยวิธีการฝึกพิเศษที่เขาได้เรียนรู้จากเฒ่ามังกรผาอัคคี เขาฝึกให้ทีมเข้าใจการควบคุมปราณมังกรและการสร้างเกราะป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ และยังถ่ายทอดเคล็ดวิชา “กำแพงมังกรเพลิง” ซึ่งสามารถสร้างกำแพงปราณที่แข็งแกร่งป้องกันการโจมตีจากศัตรูได้ใน่เวลานี้ อี้หลงได้รู้จักศิษย์หลายคนในทีมของเขาที่มีความสามารถโดดเด่น รวมถึง หลี่หรง
ศิษย์สาวผู้ชำนาญวิชาเคลื่อนไหวรวดเร็วและว่องไวเช่นเงา
และ เจิ้งหยาง ผู้ชำนาญวิชาดาบเพลิงฟ้า ผู้มีความกล้าหาญและพร้อมจะเผชิญหน้ากับศัตรู
การสืบข่าวจากเครือข่ายของสำนักมังกรฟ้าไม่กี่วันต่อมา สำนักมังกรฟ้าได้รับข่าวจากเครือข่ายสายสืบว่าสมาคมโลหิตมังกรได้รวบรวมกองกำลังจำนวนมากและกำลังเคลื่อนพลมายังสำนัก สำนักมังกรฟ้าจึงเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันอี้หลงก็เริ่มตระหนักว่าศึกครั้งนี้อาจเป็นการทดสอบครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา เงามืดแห่งพันธมิตรมังกรดำในคืนก่อนศึก อี้หลงได้พบกับชายปริศนาที่เข้ามาท้าทายเขา ชายคนนี้มีตรามังกรดำบนชุดของเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งใน พันธมิตรมังกรดำ ชายผู้นี้แนะนำตัวว่า หยางเฉิน เขามีรูปลักษณ์เยือกเย็นและสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจหยางเฉินกล่าวกับอี้หลงว่า"ข้าคือผู้ส่งสารจากพันธมิตรมังกรดำ ข้าขอเตือนเจ้าในฐานะผู้ครอบครองสายเลือดมังกรศักดิ์สิทธิ์...เจ้าควรระวังตัวและยอมมอบสายเลือดของเจ้ามาให้เราโดยไม่ต่อต้าน เจ้าจะได้ไม่ต้องพบกับชะตากรรมที่เจ็บปวดในภายหลัง"อี้หลงตอบด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง "ข้าไม่สนใจว่าเ้ามาจากที่ไหนหรือจะ้าอะไร สายเืนี้เป็ของข้า ข้าจะปกป้องมันด้วยชีวิต
ข้าจะไม่ยอมให้พวกเ้ามีสิทธิ์ตัดสินชะตากรรมของข้า!"
หยางเฉินเพียงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหายตัวไปในความมืด
คำเตือนนี้ทำให้อี้หลงรู้ว่านอกจากสมาคมโลหิตัแล้ว เขายังมีศัตรูที่น่ากลัวรออยู่ข้างหน้า
รุ่งสางของศึกใหญ่รุ่งสางมาถึงพร้อมกับเสียงเตรียมพร้อมจากเหล่าศิษย์ของสำนักมังกรฟ้า ทุกคนต่างพร้อมเผชิญกับการโจมตีที่กำลังมาถึง อี้หลงและทีมของเขาเตรียมยืนหยัดป้องกันทางทิศตะวันออก ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำและไอปราณชั่วร้ายจากกองทัพของสมาคมโลหิตมังกรที่เริ่มเข้ามาใกล้อี้หลงมองไปยังเพื่อนร่วมทีมของเขาและกล่าวด้วยเสียงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ"พวกเรามีหัวใจเดียวกันเพื่อปกป้องสำนัก ไม่มีสิ่งใดจะทำให้เราหวั่นไหว พวกเราจะยืนหยัดและต่อสู้เพื่อความยุติธรรม!"ศิษย์ในทีมต่างส่งเสียงะโพร้อมกัน และเมื่อกองกำลังของสมาคมโลหิตัปรากฏตัวขึ้นบนขอบฟ้า
การต่อสู้ระหว่างแสงสว่างกับความมืดก็เริ่มต้นขึ้น...