ตอนที่ 18 ตำนานจอมปลอม
ในขณะนี้เองภายในห้องลับใต้บัลลังก์ดำของวิหารปฐมอสูร ข้างในห้องนี้มีขนาดกว้างใหญ่ราวกับหอสมุดั์ สถานที่แห่งนี้ดูราวกับหอสมุดจริงๆ ชั้นที่วางหนังสือไว้สูงตระหง่านราวกับูเา นี่ล้วนคือสิ่งที่องค์ปฐมอสูรจดบันทึกเอาไว้ เขาอดตกตะลึงงันต่อภาพเบื้องหน้าไม่ได้ ทันใดนั้น สายตาของเขากลับเคลื่อนหยุดลงที่โต๊ะๆหนึ่ง บนโต๊ะไม้นั้นมีกระดาษมากมายวางระเกะระกะกระจายไปทั่ว
ไวท์สืบเท้าออกไปก้าวหนึ่ง ชั่วพริบตานั้นเองที่สุ้มเสียงทุ้มลึกปริศนาดังขึ้นในโสตประสาท “เป็เ้างั้นรึ…” เรือนร่างของสิ่งมีชีวิตหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า รูปร่างของมันตัวเล็กจิ๋วสูงราวสามสิบเิเ ทั่วร่างหุ้มไปด้วยเกล็ดสีดำปนแดงราวกับหินูเาไฟ แต่ทว่า ร่างกายของมันราวกับขาดความเสถียร มันดูคล้ายภาพจำลองมากกว่าสิ่งมีชีวิตจริง
“จ้าววิหารปฐมอสูรคนถัดไป” สิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วตัวนี้ แท้จริงแล้ว มันก็คือองค์ปฐมอสูรนั่นเอง…
“เ้าคือ?” ไวท์ไต่ถามด้วยความฉงน
“สิ่งมีชีวิตเรียกขานข้าในฐานะองค์ปฐมอสูร” องค์ปฐมอสูรกล่าว
ใบหน้าของไวท์กระตุกคราวหนึ่ง นี่น่ะหรือองค์ปฐมอสูร? เขาคาดคิดว่าตัวตนที่ถูกยกย่องราวกับสิ่งมีชีวิตในตำนานนั่นจะมีรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามและสูงส่งยิ่งกว่านี้
“นี่คือเศษเสี้ยวจิติญญาของข้าที่ทิ้งไว้เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์สู่จ้าววิหารคนถัดไป วิหารปฐมอสูรนี้ มันไม่ใช่วิหารแต่อย่างใด มันคือมิติรูปแบบหนึ่งที่ผู้ถือครองสามารถควบคุมได้อย่างใจนึก เป็หนึ่งในบรรดาสมบัติ์ ข้าถือครองมันได้โดยบังเอิญ นี่เป็สาเหตุที่ทำให้ข้าแข็งแกร่งจนไร้ผู้ต้าน” องค์ปฐมอสูรอธิบาย
ความตกตะลึงลานจู่โจมเข้าใส่ไวท์ไม่หยุดหย่อน เขาพยายามทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับนี้ “วิหารปฐมอสูรเป็มิติรูปแบบหนึ่ง…” นี่เป็สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ ถ้าวิหารปฐมอสูรเป็รูปแบบของมิติ เฉกเช่นนั้นแล้ว เหตุใดมันถึงเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้ราวกับสถานที่หนึ่ง?!
“เ้ากำลังแคลงใจสงสัยในสมบัติ์ชิ้นนี้สินะ จงละทิ้งความสงสัยนั้นไปเสียแล้วทำความเข้าใจในการใช้งานมัน สาเหตุที่มันถูกเรียกว่าสมบัติ์เพราะพลังของมันอยู่เหนือสามัญสำนึกของสิ่งมีชีวิต สมบัติ์บางชิ้นสามารถบิดเบือนกฎของพระเ้า มอบชีวิตอันเป็นิรันดร์ มอบพลังทำลายล้างที่สามารถลบสรรพสิ่ง หรือกระทั่งการคืนชีพจากความตาย เ้ากำลังสับสนสินะ… ข้าจะไม่พูดเื่สมบัติ์อีก ตราบใดที่เ้าถือครองมันอยู่ เ้าจะรู้แจ้งในสักวัน”
องค์ปฐมอสูรจับจ้องไวท์ตาเขม็ง มันรู้แก่ใจดีว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้านี้มิใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกอัคทราลาเซีย แตกต่างจนเกินไป… ค่าพลังนั้นสูงผิดปกติกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไปทิ้งห่างมากโข
“ไขปริศนาเกี่ยวกับสิ่งที่เราเรียกว่าระบบ”
ไวท์ที่ได้ยินดังนั้น ั์ตาสีแดงฉานสี่ดวงพลันขยายโตกว้าง เขาไม่ได้เอะใจในเื่นี้เลยแม้แต่น้อย องค์ปฐมอสูรได้จุดประกายความคิดขึ้น “พวกเราทุกคนล้วนแล้วแต่ได้ยินเสียงของมัน เสียงที่แจ้งเตือนในทุกๆอย่าง มันแทนตัวเองว่าระบบ หรืออีกชื่อที่สิ่งมีชีวิตในโลกอัคทราลาเซียเรียกกันว่า …พระเ้า”
องค์ปฐมอสูรเว้นจังหวะราวสามลมหายใจ “ข้าถามหาคำตอบของสิ่งนั้นมาชั่วตลอดชีวิต แต่ข้าต้องมาถูกฆ่าตายเสียก่อนด้วยน้ำมือของาาแห่งความตาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อให้เ้าจะมีปณิธานที่คิดหมายปองโลก จงอย่ารุกรานดินแดนของาาแห่งความตายเป็อันขาด”
องค์ปฐมอสูรยกฝ่ามือขึ้น บังเกิดเส้นสายหนึ่งพุ่งทะลวงร่างของไวท์ไป
<ระบบ:ได้รับการสืบทอดฉายา>
<ท่านได้รับ:ฉายา อสูรตนแรกของโลก>
อสูรตนแรกของโลก:ท่านคือผู้ให้กำเนิดสัตว์อสูรและอสูรทั้งปวงบนโลกใบนี้ ต่อหน้าท่านที่เป็อสูรตนแรก สัตว์อสูรหรืออสูรที่กล้าต่อต้าน จะติดดีบัฟ:ค่าสเตตัสทุกอย่างลดลง50%
[ฉายาสามารถสืบทอดต่อให้ผู้อื่นได้]
นี่เป็ฉายาที่ดีมากเลยทีเดียว ทันใดนั้น องค์ปฐมอสูรก็สลายหายไป ไม่รอให้ไวท์ได้ไต่ถามอันใดสักคำ การพูดคุยกับองค์ปฐมอสูรนี้เป็ประสบการณ์พูดคุยที่ดียิ่งกว่าการท่องโลกกว้างเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจุดประกายความสงสัยให้แก่เขา
ไวท์ใช้เวลาอยู่กับห้องลับใต้บัลลังก์อยู่นานนม เขาได้ทราบคร่าวๆว่า โลกใบนี้คือโลกอัคทราลาเซีย ชื่อนี้เป็ชื่อที่พระเ้ามอบให้แก่โลก ประกอบไปด้วยเจ็ดทวีปใหญ่ เรียงตัวเลขจากหนึ่งถึงเจ็ด อ่านผิวเผินนั้นคล้ายเป็ข้อมูลพื้นฐาน แต่ทว่า เมื่อไวท์เริ่มไล่หาหนังสือมาอ่านมากขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องตกตะลึงในความสามารถขององค์ปฐมอสูร ข้อมูลในห้องใต้บัลลังก์นี้ละเอียดยิบราวกับเป็พระเ้าผู้สร้างโลกเลยทีเดียว
อย่างเช่น เผ่ามนุษย์ ในหนังสือได้อธิบายถึงจุดแข็งจุดอ่อน สถานที่ที่มนุษย์สามารถอยู่ได้และอยู่ไม่ได้ รูปร่างสรีระร่างกาย การสืบพันธุ์ จำนวนประชากรอยู่ตำแหน่งใดบนโลก เป็ต้น…
แน่นอน นี่เป็ข้อมูลที่เก่าแก่อย่างมาก ข้อมูลอย่างตำแหน่งหรือจำนวนประชากรย่อมมีการคลาดเคลื่อนไป ห้องลับใต้บัลลังก์นี้มีการเอ่ยถึงสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้วอยู่ด้วย มีข้อมูลละเอียดั้แ่ยุคที่โลกถูกสร้างขึ้นเลยด้วยซ้ำ!!
ไวท์นั่งจดจำข้อมูลนั้นทั้งหมด สืบเนื่องจากความฉลาดของเอเลี่ยนไวท์ ทุกอักษรที่ผ่านสายตาล้วนถูกบันทึกในเซลล์สมองทันที
……………………………………………………………………….
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นราวครึ่งปี ข่าวคราวเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในตำนานได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกมุมโลกในเวลาอันไม่ช้า สิ่งมีชีวิตที่มีค่าสเตตัสสูงมากถึงหนึ่งแสนหน่วย… การเล่าปากต่อปากล้วนถูกเติมแต่งเสริมเข้าไปเพื่อทำให้เื่ราวของมันดูสูงส่งประดุจตำนาน บ้างกล่าวอ้างถึงพลังที่สามารถบดขยี้จอมมารได้ บ้างกล่าวอ้างถึงพลังที่สามารถสยบผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดได้ หนึ่งฝ่ามือของมันเคลื่อนูเา หนึ่งฝ่ามือของมันแหวกทะเล หนึ่งเสียงคำรามสามารถทำใหู้เาถล่มทลายลงมา
การที่มีคนเชื่อย่อมมีคนไม่เชื่ออยู่ เป็กฎของหยินและหยาง มันมีนักผจญภัยระดับAคลาส รวมกลุ่มกันนับสามสิบคนออกเดินทางมายังที่ราบูเาสูงอาร์คทา พวกมันได้แสดงอากัปกิริยาลบหลู่ดูิ่ต่างๆ พร้อมกับการท้าทายสิ่งมีชีวิตในตำนานให้ออกมาล่าพวกเขา แน่นอน มันปราศจากเหตุการณ์ใดๆนอกจากความสงบ
การเดินทางนี้ทำให้นักผจญภัยระดับAคลาสจำนวนสามสิบคนได้รายงานไปยังศูนย์ใหญ่กิลถึงเื่ราวที่บิดเบือนไปจากความจริง ใช่แล้ว… ตำนานที่เล่าขานกันกลับกลายเป็เื่น่าตลกใน่เวลาน้ำชาในทันที ข่าวสารนี้ไม่ได้แพร่สะพัดแค่ในราชอาณาจักรลาบอนเท่านั้น ข่าวที่บอกว่าเทพปีศาจในตำนานเป็เื่จอมปลอมเริ่มแพร่ขยายไปทั่วโลก…
ใช่อย่างสุด นักผจญภัยระดับAคลาสจำนวนสามสิบคนที่เข้าไปท้าทาย เป็นักผจญภัยของราชอาณาจักรลาบอนนั่นเอง
แต่ทว่า นอกจากการแจ้งข่าวสารเื่เทพปีศาจในตำนานที่ไม่มีอยู่จริง พวกเขาได้แจ้งถึงความงดงามในเทือกเขาอาร์คทาซึ่งงดงามอย่างผิดแปลก มันสวยงามราวกับถูกสรรสร้างขึ้นมา หาได้ใช่ฝีมือของธรรมชาติไม่
“อะไรกัน เทพปีศาจนั่นเื่หลอกลวงรึ!!”
“ให้ตายเถอะ!! ตอนฟังครั้งแรก ข้ากลัวฉี่แทบราด! ไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็ข่าวปลอม!!”
ส่วนคนที่เชื่อสนิทใจในตำนานของเทพปีศาจ ซึ่งจากผู้คนจำนวนมากที่เคยหลงเชื่อ มันกลับกลายเป็แค่คนส่วนน้อยเท่านั้น พวกเขาเ่าั้ได้พากันอพยพครอบครัวของตนเองย้ายไปยังอาณาจักรอื่น เพราะเชื่อว่า นี่เป็การหลบหลู่เทพปีศาจ… ราชอาณาจักรลาบอนจะถูกล้างบางในสักวันอย่างแน่นอน…