ตอนที่ 683 อนาคตของเธอจะสดใสและดีขึ้นกว่านี้หากว่าเธอออกจากที่ที่เลวร้ายนี่
“เช่นนั้นพวกเราก็ไปที่สถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์กันเถอะ!”
หือ?!
สถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์?!
“ใช่แล้วท่านตาพี่ชายเจิ้งฟู่ได้สัญญาว่าจะช่วยเหลือข้าในเรื่องค่าเรียนที่ข้าติดค้างกับทางสถานบันเอาไว้ให้ทั้งหมดดังนั้นพวกเราจึงต้องไปที่สถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์ไง!”ช่างเยวี่ยตัวน้อยพูดอธิบายขึ้นเพื่อให้ชายชราเข้าใจซึ่งในขณะที่เธอกำลังอธิบายอยู่นั้นใบหน้าของเธอก็ล้วนแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและดีใจจนไม่อาจหุบยิ้มได้.......
ว้าว!!
“เจ้านี่ช่างโชคดีจริงๆเลยนะแม่หนูน้อยนี่แหละผลของการที่เจ้าเป็นเด็กดี!” ชายชรากล่าวยินดีกับช่างเยวี่ยตัวน้อยด้วย......
“ขอบคุณค่ะท่านตา!”ช่างเยวี่ยตอบกลับอย่างเขินอายเล็กน้อยกับคำชมของชายชรา......
“เอาละ! เช่นนั้นพวกเราก็ไปสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์กันเถอะจะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้อีกอย่างข้าก็มีเรื่องอยากที่จะคุยกับทางสถานศึกษาเกี่ยวกับเจ้าด้วยแม่นางฟ้าตัวน้อยสุดน่ารัก!” เจิ้งฟู่คิดว่าพวกเขาควรไปกันได้แล้วเพราะตอนนี้เวลาเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะตกดินแล้ว......
ค่ะ!
ขอรับนายน้อย!
หลังจากที่ทุกคนเข้าใจและตกลงกันแล้วเจิ้งฟู่ก็เรียกเสี่ยวเอ้อให้มาเก็บเงินซึ่งค่าอาหารทั้งหมดที่พวกเขากินไปนั้นเพียงแค่สามผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำเท่านั้นถือว่าไม่แพงแต่อย่างใดเลยและเมื่อจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จแล้วเจิ้งฟู่และช่างเยวี่ยตัวน้อยก็กลับขึ้นไปบนรถม้าโดยที่ชายชราคิงเป็นผู้ขับเคลื่อนรถม้าให้กับเขาและพาเค้าไปส่งที่สถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์......
ซึ่งสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์นั้นอยู่ห่างจากร้านอาหารแห่งนี้เพียงแค่ลี้กว่าๆเท่านั้นก็ถึงแล้วและจำต้องใช้ในการเดินทางถึงสิบหรือสิบห้านาทีเลย.......
ย๊ะ!!
ฮี่ ฮี่ ฮี่!!!
สิบห้านาทีผ่านไป.......
ณหน้าทางเข้าสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์.......
ที่หน้าทางเข้าสถานสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์แห่งนี้ไม่ได้ใหญ่เหมือนกับสถานศึกษาหลักที่เจิ้งฟู่อยู่แต่มันก็ดูเก่าแก่และแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันลึกลับเหมือนกันไม่เพียงแค่นั้นที่หน้าทางเข้ายังมีชายวัยกลางคนสี่คนยืนเฝ้าอยู่ซึ่งชายวัยกลางทั้งสี่คนนี้แท้จริงก็คือศิษย์ที่จบการศึกษาจากสถานศึกษานิกายหลักไปแล้วนั้นเอง......
‘ผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นต้น?’ เจิ้งฟู่ใช้สายตาของเขากวาดมองดูชายวัยกลางทั้งสี่คนอย่างละเอียดก่อนจะรู้ว่าชายวัยกลางทั้งสี่คนนี้มีระดับพลังอยู่ในระดับไหน.......
หยุด!!
“พวกเจ้าเป็นใครกันมาจอดรถม้าขวางทางเข้าทำไม?” หนึ่งในชายวัยกลางที่เป็นยามเปิดปากตะโกนถามขึ้นหลังจากที่เขาเห็นรถม้าที่เจิ้งฟู่นั่งอยู่หยุดจอดปิดขวางทางเข้า.......
เอี๊ยดดดดดดด!!
ตึก!
“คาราวะศิษย์พี่ผู้อาวุโสทั้งสี่ข้าเป็นศิษย์ฝ่ายนอกของสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์ ที่ข้ามาวันนี้เพราะข้าได้พาน้องสาวของข้ามาส่งก็เท่านั้นไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ!” เจิ้งฟู่ลงมาจากรถม้าพร้อมกับช่างเยวี่ยตัวน้อยอย่างช้าๆก่อนที่เขาจะกล่าวทักทายชายวัยกลางทั้งสี่อย่างสุภาพจากนั้นก็แนะนำตัวเขาว่าเป็นใครและมาที่นี้ทำไม......
หือ?
“เจ้าเป็นศิษย์ของนิกายบัญชาสวรรค์อย่างนั้นรึ?อย่างนั้น......อ่า! นั่นมันแม่หนูน้อยที่ชอบโดนเพื่อนๆแกล้งนิ?ไหนมีคนบอกว่าเจ้าอยู่ตัวคนเดียวไง แล้วไหนเจ้าถึงได้มีพี่ชายได้ละ?!”ในขณะที่ชายวัยกลางคนที่ตะโกนถามครั้งแรกจะถามคำถามเจิ้งฟู่เกี่ยวกับเรื่องที่เขาเป็นศิษย์ของสถานศึกษาหลักจริงหรือไม่นั้นสายตาของเขาก็ได้ตกกระทบไปที่ช่างเยวี่ยตัวน้อยและเขาก็จำได้ดีเกี่ยวกับเด็กหญิงตัวน้อยนี้ว่าเธอมักจะอยู่คนเดียวและถูกเพื่อนๆแกล้งเสมอรวมถึงเรื่องที่เธอไม่มีญาติหรือพี่น้องคนไหนของเธอมาเยี่ยมเธอเลยตั้งแต่เธอเข้าเรียนด้วย.......
“เขาเป็นพี่ชายของข้าเองค่ะท่านอา!” ช่างเยวี่ยน้อยได้ยินคำพูดของเจิ้งฟู่ที่ว่าเธอเป็นน้องสาวของเขาเธอรู้สึกตกใจมากในตอนแรกก่อนที่เธอจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและพูดยืนยันออกไปว่าเจิ้งฟู่นั้นเป็นพี่ชายเธอจริงๆ.......
อ่า!!
“เช่นนั้นข้าขอดูป้ายประจำตัวของเจ้าหน่อย?!”ถึงแม้ช่างเยวี่ยจะพูดแบบนั้นแต่ชายวับกลางก็ยังต้องทำหน้าที่ของตนอยู่ดีเขาต้องตรวจสอบคนนอกที่จะเข้าไปภายในสถานศึกษาให้ดีเช่นนั้นแล้วเขาจึงได้ขอดูป้ายประจำตัวการเป็นศิษย์ของเจิ้งฟู่.......
“ได้ขอรับศิษย์พี่อาวุโส!”เจิ้งฟู่ไม่คิดที่จะคัดค้านหรือขัดขืนอย่างใดเขาเพียงแต่หยิบเอาป้ายประจำตัวของเขาออกมาให้ชายวัยกลางดูอย่างว่าง่าย.....
หมับ!!
[เจิ้งฟู่]
“อ่า! เจ้าเป็นศิษย์สถานศึกษาหลักจริงๆด้วย!เช่นนั้นเจ้าก็พาน้องสาวของเจ้าเข้าไปเถอะ!”เมื่อเห็นว่าป้ายประจำตัวของเจิ้งฟู่เป็นของจริงชายวัยกลางก็คืนป้ายประจำตัวให้กับเขาก่อนจะเปิดทางให้ทั้งสองคนเข้าไปภายในสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์......
“ขอบคุณค่ะท่านอา!”
“ขอบคุณขอรับศิษย์พี่อาวุโส!”
อื้ม!!
หลังจากที่สามารถเข้ามาในสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์ได้แล้วเจิ้งฟู่ก็ให้ช่างเยวี่ยตัวน้อยนำทางเขาไปยังสถานที่ชำระเงินค่าเรียน......
“พี่ชายเจิ้งฟู่ค่ะจริงแล้วท่านไม่น่าจะมาเดือดร้อนแทนข้าเลยข้ากลัวว่าข้าจะทำให้ท่านเดือดร้อนในอนาคตหากมายุ่งกับข้าเช่นนั้นแล้วข้าคิดว่า........”
“หากเจ้าเชื่อในพี่ชายคนนี้ก็อย่าได้ปฏิเสธความหวังดีของพี่ชายปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของพี่ชายเอง หรือหากว่านางฟ้าตัวน้อยของพี่ไม่อยากอยู่ที่นี้เจ้าจะไปอยู่กับพี่ก็ได้!” เจิ้งฟู่พยายามปลอบใจเด็กหญิงตัวนี้นี้ให้สงบลงเมื่อเห็นว่าเธอแสดงออกมาตื่นตระหนกตกใจและเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ราวกับว่าเธอกลัวเจิ้งฟู่จะซวยเพราะเธอ ทว่าจริงๆแล้วถึงไม่มีเธออยู่ด้วยเจิ้งฟู่ก็มักจะซวยอยู่เป็นประจำอยู่แล้วบางทีการที่มีเด็กหญิงตัวน้อยนี้อยู่ด้วยดวงเขาอาจจะดีขึ้นก็ได้......
“ค่ะพี่ชายเจิ้งฟู่”ช่างเยวี่ยตัวน้อยพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินนำหน้าเจิ้งฟู่ไป......
ณ ลานฝึกยุทธของสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์.......
“เจ้าว่าชายคนนั้นจะช่วยเหลือนางตัวซวยนั้นได้หรือไม่?”เด็กชายคนนั้นถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็นในขณะที่ทุกคนกำลังรอว่าช่างเยวี่ยและเจิ้งฟู่จะมาไหม.....
“ข้าจะไปรู้ไหมละเจ้าพูดเองไม่ใช่หรือยังไงกันว่าชายคนนั้นไม่มีทางช่วยเธอแน่ มิหนำซ้ำเธออาจจะถูกชายคนนั้นหรอกพาไปทำมิดีมิร้ายก็เป็นได้!”เด็กชายอีกคนพูดเสริมขึ้น......
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิข้าละอยากให้เป็นแบบนั้นจริงๆเลย ข้าละเกลียดใบหน้าสวยๆของนางนั้น ถ้ามันถูกทำให้เสียหายจะเละไปเลยยิ่งดี!”น้ำเสียงที่ฟังดูไม่พอใจและอิจฉาดังขึ้นจากเด็กหญิงคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับเด็กชายทั้งสองคน......
“ใช่ ใช่ ใช่! ข้าเองก็คิดเช่นเจ้าเหมือนกันเวินเสี่ยวมันจะดีมากหากว่าหน้าสวยๆของนางถูกทำลายทิ้งไปเพียงแค่นั้นหนุ่มๆก็จะหันมาสนใจพวกเราแล้ว!” เด็กหญิงอีกคนก็คิดเช่นเดียวกับเด็กหญิงคนแรกซึ่งเธอแสดงออกมาทางสีหน้าให้เห็นได้อย่างชัดเจนมาก......
“พวกเธอจะไปคิดมากทำไมกันนี้ก็ใกล้จะหมดวันแล้ว พวกมันยังไม่มากันเลย อาจารย์ว่านางเด็กนั้นคงไม่รอดแล้วละป่านนี้คงถูกไอ้เด็กเหลือขอนั้นทำมิดีมิร้ายไปแล้ว!!” แม้แต่อาจารย์สาวยังพูดจาดูถูกและสาปแช่งด้วยอีกคน......
“ตัวข้าไม่ได้มีจิตใจเลวทรามเช่นนั้นหรอกนะมีแค่คนจิตใจเลวทรามเท่านั้นแหละที่จะคิดชั่วๆเลวๆต่ำตมแบบนั้นออกมาได้!”ทว่าในจังหวะที่อาจารย์สาวพูดจบ เสียงของเจิ้งฟู่ก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่เดินผ่านประตูทางเข้าลานฝึกยุทธมาโดยที่มีช่างเยวี่ยตัวน้อยอยู่ข้างๆ......
หือ?!
และเมื่อเจิ้งฟู่กับช่างเยวี่ยปรากฏตัวให้ทุกคนเห็นสายตาของเด็กกลุ่มนี้รวมถึงอาจารย์สาวต่างก็หันมามองที่ทั้งคู่พร้อมๆกันอย่างตกใจ......
หึ!
“ไม่คิดว่าแกจะกล้ามาจริงๆ!ว่าแต่แกผ่านประตูทางเข้าหลักมาได้ยังไงกัน คนธรรมดาแบบแกไม่น่าจะผ่านเข้ามาได้นิ?”อาจารย์หญิงพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาและดูถูกก่อนจะถามเจิ้งฟู่ออกไปอย่างสงสัยว่าเขาเข้ามาได้ยังไง เพราะปกติแล้วหากไม่ใช้ญาติของศิษย์ในสถานศึกษาแห่งนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาเว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตโดยตะรางจากผู้อำนาจ......
“เรื่องนั้นไม่ใช่ธุระอะไรของเจ้าข้าเข้ามาได้อย่างไรนั้นข้าไม่จำเป็นต้องบอก!” เจิ้งฟู่ไม่สนใจที่จะตอบคำถามของหญิงสาวคนนี้เขาเพียงแค่พูดขึ้นมาลอยๆอย่างเย็นชาเท่านั้น......
กะ.......กะ....แก!!
อาจารย์สาวกลายเป็นโกรธเกรี้ยวมากเธอไม่เคยโดยใครมองด้วยสายตาที่ดูถูกและรักเกียจเธอเท่านี้มาก่อนเลยไม่ว่าใครก็ตามที่เห็นเธอ คนเหล่านั้นมักจะยิ้มและทำตามหวานใส่แต่ชายหนุ่มตรงหน้าเธอกลับแสดงท่าทางไม่สนใจและไม่เห็นเธออยู่ในสายตาเลย.......
ดี!
“ข้าอยากรู้จริงๆเลยว่าเจ้าจะมีปัญญาจ่ายค่าเรียนและค่าอื่นๆของนางเด็กนั้นได้หรือป่าวตอนนี้ท่านผู้อาวุโสฟางตู่รออยู่ข้างในแล้วข้าว่าพวกเจ้ารีบๆเข้าไปข้างในตำหนักดีกว่านะ!” อาจารย์หญิงยังคงคิดว่าเจิ้งฟู่ต้องไม่มีปัญญาจ่ายเงินให้กับช่างเยวี่ยแน่และเธอก็มั่นใจว่าช่างเยวี่ยจะต้องถูกขับออกจากสถานบันในวันนี้ แล้วเมื่อช่างเยวี่ยถูกขับออกเธอก็จะได้จัดการได้อย่างเต็มที่......
“นางฟ้าตัวน้อยของพี่พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ อยู่ตรงนี้ต่อไปเดียวเดียวเจ้าจะหายใจไม่ออกพอดีเพราะพี่รู้สึกว่าแถวนี้มีมลพิษอยู่เยอะเลย!” เจิ้งฟู่คว้ามือเด็กสาวเอาไว้ก่อนจะกล่าวบอกให้นางเข้าไปข้างในกับเขา พร้อมกับพูดเหน็บแนมใส่อาจารย์สาวเล็กน้อย......
“คะ.........ค่ะพี่ชายเจิ้งฟู่”ช่างเยวี่ยรู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อเธอมองเห็นสายตาที่ไม่พอใจของอาจารย์สาวแต่เมื่อมือของเจิ้งฟู่ยื่นมาจับมือเธอเอาไว้พร้อมกับพูดปลอบเธอก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบและเดินตามเจิ้งฟู่เข้าไปในตำหนัก.......
ณ ตำหนักชำระเงิน........
ตึก ตึก ตึก!!
“คาราวะท่านผู้อาวุโสฟางตู่!”เมื่อเข้าไปภายในตำหนักที่ว่าแล้ว เจิ้งฟู่ก็พบกับชายวัยกลางคนเคราหนานั่งอยู่ที่กลางคนโดยที่รอบๆห้องมีชายชรา หญิงชรา หญิงวัยกลางคนและชายวัยกลางคนร่วมสิบคนนั่งอยู่ด้วยซึ่งพวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอยู่ในระดับแก่นแท้สวรรค์ไปจนถึงดาราสวรรค์ขั้นต้นเลยทีเดียว.......
“เป็นเจ้าเองสินะที่รั้งให้ช่างเยวี่ยอยู่ต่อที่ซากโบราณ?”ชายวัยกลางคนเคราหนาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและเย็นชา......
“เป็นข้าน้อยเองขอรับท่านผู้อาวุโส!ข้าน้อยเห็นว่าน้องสาวช่างเยวี่ยกำลังมีความสุขกับการได้เป็นผู้บรรยายนำเที่ยวอยู่แต่ว่าอาจารย์สาวของเธอกลับต้องการที่จะกลับ เมื่อข้าเห็นแบบนั้นข้าจึงได้รั้งเธอเอาไว้และอาสามาถึงเธอที่นี้!”เจิ้งฟู่ตอบกลับชายวัยกลางคนอย่างไม่เกรงกลัวหรือติดๆขัดๆใดซึ่งเจิ้งฟู่รู้ว่าตอนนี้ชายวัยกลางคนได้ปลดปล่อยแรงกดดันใส่เขาเล็กน้อย.......
“เช่นนั้นเจ้าก็คงได้ฟังคำเตือนของเหมี่ยวฉีแล้วสินะ!ว่าถ้าหากเจ้ารั้งตัวเด็กคนนั้นเอาไว้ไม่ยอมให้กลับพร้อมกับเธอเจ้าจะต้องจ่ายค่าเรียนที่เด็กคนนี้ติดค้างเอาไว้ทั้งหมด รวมถึงค่าเรียนจนกว่าเธอจะจบการศึกษาด้วยซึ่งมันไม่จำนวนที่น้อยเลย!” ชายวัยกลางคนยังคงถามต่อโดยที่สีหน้าของเขายังคงเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนไป......
“ข้าน้อยรู้และทราบดีขอรับ และที่ข้าน้อยมาในวันนี้ก็เพื่อจ่ายค่าเรียนและหนี้สินอื่นๆทั้งหมดที่เธอติดค้างสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์แห่งนี้รวมถึงการลาออกจากสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์แห่งนี้ด้วย!”เจิ้งฟู่พยักหน้าตอบรับและบอกว่าเขานั้นรับทราบถึงผลลัพธ์นั้นแล้ว นอกจากเขาจะมาจ่ายชำนะหนี้ให้เขายังจะพาช่างเยวี่ยลาออกจากที่นี่ด้วย.......
หือ?
คำพูดของเจิ้งฟู่ในประโยคสุดท้ายนั้นทำเอาผู้อาวุโสหลายๆคนถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเลยแม้แต่ชายวัยกลางคนเคราหนายังไม่อาจคงใบหน้าเรียบนิ่งและเย็นชาเอาไว้ได้......
“เจ้าว่ายังไงนะ?เจ้าจะให้ช่างเยวี่ยลาออกจากสถานศึกษานิกายบัญชาสวรรค์สาขารุ่นเยาว์แห่งนี้อย่างนั้นรึ?หากเจ้าทำแบบนั้นแล้วอนาคตของเธอละ?!” ชายวัยกลางคนอีกคนที่นั่งอยู่ทางซ้ายพลันลุกขึ้นและกล่าวถามอย่างจริงจัง......
“อนาคตของเธอจะสดใสและดีขึ้นกว่านี้ หากว่าเธอออกจากที่ที่เลวร้ายนี่!”
อ๊ะ!
***********************************
ทำตามสัญญาแน่ครับ 3 ตอนวันนี้ แต่ดึกหน่อยนะ