Age of war

    ตอนที่ 121 หัวทะลวงแผ่นดินกับจิตใจของบานา

    [หัวทะลวงแผ่นดิน]

    อาวุธไม้ตายของเผ่าอาร์โธร์โพดาที่พัฒนาโดยมันสมองของเผ่า [ราชินีฟรีด้า]

    มันคืออาวุธที่พัฒนามาจากหลักแนวคิดของการดูดกลืนพลังงานระดับโมเลกุล

    เธอศึกษาพฤติกรรมของโมเลกุล และค้นพบถึงปฏิกิริยาลูกโซ่ของการดูดกลืนและคายพลังงานของโมเลกุล

    ในตอนนั้นเองที่เธอได้เกิดแนวคิดหนึ่งขึ้น

    [ถ้าหากว่าเราสามารถสร้างวัตถุที่ดูดกลืนพลังงานรอบตัวเข้าไปได้ละ?]

    สร้างวัตถุที่มีขนาดใหญ่ แล้วทาสารตัวนำที่หากถูกกระตุ้นด้วยรังสี มันจะเกิดการสูญเสียโครงสร้าง แล้วเริ่มดูดกลืนพลังงานโดยรอบเพื่อรักษาสมดุลของโครงสร้างเอาไว้

    ส่วนพลังงานที่ดูดกลืนเข้ามา ก็พลักมันส่งลงไปใต้ผิวโลกซะ

    อิเล็กตรอนภายในโครงสร้างจะวิ่งผ่านอากาศ ผ่านสารตัวนำ เข้าสู่หอคอยงาช้าง แล้วถูกนำไปทิ้งสู่ใต้ผิวโลก

    ราชินีฟรีด้าสร้างมันขึ้นมาด้วยแนวคิดที่มีหลักการทำงานเช่นนี้

    แต่เธอไม่เคยทดลองใช้มันมาก่อน

    ดังนั้นเธอจึงไม่รู้เลย---

    " (รุนแรงไปแล้วราชินีฟรีด้า! ... ราชินีฟรีด้า? เกิดอะไรขึ้น!? ทำไมคลื่นสมองของเธอถึงอ่อนแรงลงขนาดนี้? ราชินีฟรีด้าตอบฉันด้วย!) "

    ---ว่าอาวุธนั้นจะอันตรายมากถึงขนาดนี้

    ครึ่งหนึ่งของลานกว้างได้กลายเป็นหลุมลึกที่เต็มไปด้วยขี้เถ้า

    โดมคริสตัลครึ่งหนึ่งถูกทำลายทิ้ง

    แม้แต่บาเรียภูติที่แข็งแกร่งก็ยังถูกทำลายในพริบตา

    ส่วนพลังงานที่ถูกดูดกลืนไปนั้น ได้ถูกทิ้งลงไปใต้ผิวโลก… ในตำแหน่งที่พวกราชินีฟรีด้าพร้อมเหล่าวิศวกรของเธอควบคุมมัน

    พลังงานอันมาล้นนั้น ได้ทำให้โครงสร้างใต้ผิวดินเริ่มเปลี่ยนรูป

    ราชินีฟรีด้าตื่นตกใจมากกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการคาดคะเนเอาไว้

    พลังงานนั้นได้หลอมละลาย แตกตัวสลาย พร้อมกับทิ้งอุณหภูมิที่บ้าคลั่งเอาไว้ในใต้ผิวดิน

    ดังนั้นหน่วยของราชินีฟรีด้าจึงได้รับผลกระทบที่ว่าเข้าไปเต็ม ๆ

    "ราชินีแฟต… ทุกคน… ฉัน...ไม่ได้ตั้งใจ…"

    ดังนั้นราชินีฟรีด้ากับหน่วยวิศวกรของเธอจึงสิ้นชีพจากไปด้วยเหตุผลเช่นนี้...



    ***ผู้กล้าสมองกล้ามเอรีส

    "เหวออออ!? "

    ตอนที่แสงสว่างนั้นดับสิ้นลง ฉันก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่น่ากลัวกำลังจะเกิดขึ้น

    รู้สึกได้ว่าบางสิ่งที่ผูกโยงชีวิตตัวเองเอาไว้บนโลกนี้ได้ขาดสะบั้นลงมา

    รู้สึกได้ถึง [น้ำหนักของชีวิต] ที่ในสมัยตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกเดิมของตัวเอง

    ไม่ต้องให้มีใครบอก ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ ฉันก็สามารถรับรู้ได้

    เผ่ามนุษย์ทุกคนสามารถรับรู้ได้

    ว่า…

    “เอริส เป็นอะไรหรือ ดอง! ”

    “พี่เอรีสค่ะ!? ”

    “คริสตัลเผ่ามนุษย์แตกสลายไปแล้ว… พวกเรา… รีบไปที่นั่นกันเถอะ"

    ฉันมองไปที่โดมคริสตัลอีกครั้ง

    ฉันรู้สึกว่าถ้าตัวเองไม่ไปที่นั่น มันจะต้องเกิดเรื่องที่ได้มาเสียใจทีหลังแน่นอน

    ฉันคิดเช่นนั้น

    “ไปไม่ได้นะ! หนูยังรู้สึกถึงอันตราย---”

    ในตอนนั้นเองที่เปอร์ไซด์พยายามเข้ามาหยุดฉันเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง

    “ไม่เป็นไรเปอร์ไซด์”

    แต่ไม่เป็นไรหรอก

    “แต่ว่า---”

    “ยังไงทุกคนก็ต้องตาย อยู่ที่ว่าจะตายเร็วหรือตายช้า..”

    “...”

    เธอทำสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาให้เห็น

    อย่าทำแบบนั้นสิ มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดใจนะ

    แต่ฉันต้องไปที่นั่น

    เพราะว่าเพื่อนของฉัน แอร์บาส์ร และทุกคนยังอยู่ที่นั่น

    “ถ้าฉันไม่ไปเพื่อปกป้องทุกคน แล้วจะเรียกตัวเองว่าเป็นผู้กล้าได้ยังละ จริงหรือเปล่า? ”



    ***ผู้กล้าทมิฬ [สเลบ]

    "เมื่อกี้นี้คริสตัลมันแตกทลายไปก้อนหนึ่งใช่ไหม!? "

    ผมถามตัวเองด้วยความตื่นตระหนก

    ผมยืนมองดูออกไปที่ทิวทัศน์ตรงหน้า

    ลานกว้างถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นทะเลทรายโดยมีหอคอยเป็นจุดศูนย์กลาง

    หอคอยสีดำเริ่มส่งเสียงดัง ก่อนจะเอนล้มถล่มลงไปกองกับพื้นดิน

    ที่บริเวณของโดมคริสตัลยังมีผู้รอดชีวิตอยู่บ้าง

    แต่ว่า…

    "เมื่อกี้… มีใครตายไปบ้าง…"

    ไม่สิ ต้องถามว่ามีใครรอดยังจะง่ายมากกว่า

    กองทัพของเรากับกลุ่มของบานาไม่มีใครตาย เพราะต่างอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุมาก

    แต่ว่าพวกคนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นนี่สิ

    "อลูฟ สกัด ฮอร์เนส…"

    สัญญาณคลื่นสมองของพวกเขาหายไปหมด และเหลือเพียงแค่ฮอร์เนสคนเดียวเท่านั้น

    หากมองจากตรงนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าฮอร์เนสกำลังนำทัพกลับไปบุกที่โดมคริสตัลอีกครั้งหนึ่ง

    ศัตรูในเวลานี้คงเหลือเพียงแค่เผ่าปีศาจยักษ์

    พวกปีศาจแสงไม่อยากทำสงคราม ดังนั้นจึงตัดออกไปได้

    ส่วนเผ่าจอมมารนั้น..

    "ม่ายยย! "

    "อ๊า… คริสตัลของพวกเรา! พวกเขาตายแล้ว พวกเขาตายและจะไม่เกิดใหม่ ตายจากไปแล้ว! "

    พวกเขาต่างก้มตัวลงไปคุกเข่ากับพื้นและหมดสภาพกันอย่างที่เห็น

    ต้องบอกว่าโชคดีมากที่คริสตัลซึ่งถูกทำลายไปเมื่อกี้ไม่ใช่ของเผ่าพวกเรา

    แต่นี่มันผิดแผนไปหมดแล้ว

    แผนการเดิมคือเข้าควบคุมโดมคริสตัล แล้วรอให้ทุกคนคืนชีพเพื่อชี้เป้าได้ว่าคริสตัลชิ้นไหนเป็นของเผ่าไหน ก่อนจะเข้าทำลายทิ้งเสีย

    มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ที่จะสามารถช่วยชีวิตของคนจากทุกเผ่าได้มากที่สุด

    แต่แผนการนั้นกลับล่มไม่เป็นท่าเพราะพลังทำลายของอาวุธลับชิ้นนี้ที่รุนแรงเกินไป

    ถึงได้บอกไงว่าไม่อยากใช้วิธีใช้กำลังนะ

    เพราะแผนการมักไม่เคยเป็นไปตามแผนการ

    แล้วดูผลลัพธ์ที่น่าเศร้าในตอนนี้สิ...

    ผมได้แต่ภาวนาจากใจให้สหายต่างเผ่าอย่างเอรีสยังคงมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป

    " (จากราชินีแฟต ขอให้ทุกคนดำเนินตามแผนการเดิม) "

    ให้ตายสิ… ไม่คิดจะหันหลังถอยกลับแล้วใช่ไหมครับท่านราชินีแฟต?

    แต่ผมเข้าใจท่านนะ

    เพราะว่าพวกเราได้มาถึงจุดที่ไม่สามารถหยุดอยู่แค่ตรงนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

    " (ทุกคนบุก! เป้าหมายคือโดมคริสตัล พวกเราจะไปสนับสนุนกองทัพของฮอร์เนสกัน!) "

    ผมออกคำสั่งทุกคนผ่านคลื่นสมอง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับบานา

    เขากำลังยืนมองออกไปตรงหน้าอย่างร้อนรน ราวกับกำลังมองหาใครสักคนหนึ่งที่หายสาบสูญ

    "พวกเราจะทำสงครามต่อ ลาก่อนบานา..."

    ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอะไรมากไปกว่านี้กับชายที่เป็นทั้งสหายรักและศัตรูในคนเดียวกัน

    เอาละ รีบไปสมทบกับฮอร์เนสแล้วปิดฉากเกมส์สงครามที่เลวร้ายนี้กันเถอะ!



    ***ชายผู้หลงทาง [บานา]

    "หัวหน้า! ได้โปรดมอบคำสั่งให้ด้วยครับ! "

    "ท่านขุนนางบานา ได้โปรดสั่งการด้วย! "

    หัวของข้านั้นขาวโพล้น

    สิ่งนั้นมันคืออะไร?

    แล้วคริสตัลที่แตกไปต่อหน้าเมื่อกี้คือของเผ่ายักษาน้อยเช่นนั้นหรือ?

    การโจมตีเมื่อกี้เป็นฝีมือของเผ่าตัวเขี้ยวหรือ?

    สเลบหลอกใช้ข้ากับยัยแครอทให้ไปถูกเชือด?

    *เพล้ง! *

    "มีคนโจมตีใส่คริสตัลอีกแล้ว! "

    "ม่ายยยยยย! โรส! ทุกคน! คนที่ตายไปแล้ว!? คริสตัลของเผ่าเรา! ไม่จริง กิว! "

    คราวนี้เป็นเผ่าตัวจิ๋วที่กรีดร้อง

    ดูเหมือนว่าจะมีคนโจมตีใส่เข้าไปข้างในโดมที่เปิดโล่งนั้น

    หากพิจารณาจากคนที่อยู่ใกล้ที่สุด นั่นคงเป็นฝีมือของอเมริคานา ขุนนางของเผ่าข้า

    ทำไมถึงได้ทำแบบนี้?

    คริสตัลถูกทำลาย คนที่ตายไปจะไม่ถือกำเนิดใหม่ได้อีกต่อไป

    ทุกคน… ตายจากไป...

    "ท่านบานาครับ! "

    เหล่าลูกน้องของข้าต่างกรีดเสียงเรียกหาข้า

    ดวงตาของเขากำลังร่ำร้องขอความช่วยเหลือ

    พวกเขาสับสนและไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป

    ข้าควรจะเป็นผู้นำพวกเขา

    ควรจะมอบคำสั่งออกไป

    ทั้งที่รู้แบบนั้น…

    "แค...รอท…"

    ทั้งที่รู้ว่าควรออกคำสั่ง แต่สิ่งที่ลอดออกมาจากปากของข้ากลับเป็นชื่อของสตรีคนหนึ่ง

    ใช่ ข้าเองก็สับสนไม่แพ้พวกเขา

    ข้าควรนำคนหนีไปจากที่นี่แล้วทิ้งทุกอย่างไป

    แต่ทำไมสิ่งที่ออกมาจากปากของข้า กลับเป็นชื่อของขุนนางแครอทที่หายสาบสูญไปพร้อมกับแสงสว่างนั้นไปได้ละ?

    “ทุกคนจงฟังทางนี้! เดียวพวกเราจะหนีออกไปจากที่นี่โดยมุ่งหน้าไปทิศตะวันออกกัน! พวกเผ่ามนุษย์มดดูท่าจะเชื่อใจไม่ได้แล้ว ขอให้คนที่ปลอดภัยคอยช่วยคนที่บาดเจ็บด้วย! ”

    ในตอนนั้นเองที่แอร์บาส์รแผดเสียงดังขึ้นมา

    ทุกคนรวมไปถึงลูกน้องของข้าต่างหันหน้าไปจับจ้องที่เขาเป็นสายตาเดียวกัน

    “บานา คนของนายผมจะดูแลแทนให้เอง ตอนนี้รีบไปทำในสิ่งที่นายต้องการเถอะ”

    สิ่งที่ข้า… ต้องการหรือ?

    ข้าต้องการทำอะไร?

    ทั้งที่ในหัวนั้นไม่รู้คำตอบ แต่ทว่าขาของข้ากลับออกตัววิ่งไปแล้ว

    “ขอบคุณมากแอร์บาส์ร ฝากลูกน้องข้าด้วย! ”

    พร้อมกับกล่าวขอบคุณเช่นนั้นแล้วทิ้งพวกลูกน้องเอาไว้ที่เบื้องหลัง

    นี่ข้ากำลังทำอะไร?

    ทำไมข้าถึงทิ้งทุกคนแล้วมุ่งตรงไปหยั่งพื้นที่ทะเลทรายตรงหน้า?

    ข้าไม่รู้

    แต่ร่างกายของข้ามันเริ่มออกค้นหาด้วยตัวเอง

    สอดส่องและทอดสายตาไปทั่วบริเวณ

    จนกระทั้งข้าไปพบกับเธอ

    ร่างของแม่นางแครอท

    ร่างของเธอนั้นมีสภาพไม่น่าดู

    แขนและขาหงิกงอเข้าหากันเหมือนกับศพที่ถูกเปลวไฟแผดเผา

    เพียงแค่เห็นก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นความตายที่ทุกข์ทรมาน

    “ไม่…”

    ข้าเดินเข้าไปใกล้

    เอื้อมมือออกไปแตะร่างกายของนางตรงหน้า

    แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ร่างของนางก็แตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงขี้เถ้าไป

    “อึ๊ก…”

    ในเวลานั้นเองที่ข้าได้รู้สึกตัว

    “อึ๊ก… อ๊า…”

    ว่าทำไมข้าถึงเลือกที่จะออกมาตามหาแม่นางแครอทเป็นคนแรก

    “ไม่จริง... ว๊ากกกกกกก! ”

    ใช่แล้ว ข้านะ [รัก] นางจากหัวใจจริง ๆ

    นางเป็นสหายร่วมรบ

    เป็นคนที่คอยดูแลข้ายามที่ข้าเจ็บป่วย

    ช่วยเหลืออยู่เคียงข้างตลอดเวลา ไม่เคยหนีจากไปไหน

    และต่อให้เธอกระทำเรื่องสุดสยองกับข้า แต่ข้าก็ไม่รู้สึกรังเกียจนาง

    ใช่แล้ว ข้ารู้ตัวแล้วละ

    ว่าข้ารักนาง

    ทำไมถึงรักนาง?

    ไม่ต้องมีเหตุผลให้มากความ

    ข้า [รัก] นาง นั่นละคือเหตุผลที่มากพอแล้ว

    “ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก! ไม่! แบบนี้! เรื่องแบบนี้! ”

    ข้าแผดเสียงดังลั่น

    ตอนนี้เหลือคริสตัลอีกเพียงแค่สองก้อน

    หนึ่งคือของเผ่าเรากับอีกหนึ่งคือของเผ่าตัวเขี้ยว

    ข้าไม่รู้ว่าอเมริคานามีวิธีแยกแยะคริสตัลยังไง หรือว่าพวกสเลบมันมีวิธีแยกแยะยังไงบ้าง

    แต่ข้าจะปล่อยให้คริสตัลของเผ่าตัวเองถูกทำลายตอนนี้ไม่ได้

    ไม่เช่นนั้นแครอทจะลาจากไปตลอดกาล

    โลกที่ไม่มีนางอยู่ ข้าไม่เอาด้วยหรอก

    ข้าไม่ต้องการ…โลกที่… ไม่มีนาง… เช่นนั้น…



    ณ ลานหน้าโดมคริสตัล

    “นั่นแกทำเชี่ยอะไรวะอเมริคานา! ”

    “แมงโก! แกนั่นละทำเชี่ยอะไร! ทำไมถึงเข้ามาขวาง! ”

    สองขุนนางเผ่ายักษากำลังส่งเสียงคำรามใส่กันเองอย่างดุเดือดอยู่

    คนหนึ่งคือยักษาแห่งวารีสมุทร [อเมริคานา] สูง 275 เซนติเมตร มีผิวสีเขียวคล้ำ ดวงตาสีเทา และมีผมสีฟ้าตัดเกรียนสั้น

    อีกคนหนึ่งคือตำนานมีชีวิต [แมงโก] สูง 330 เซนติเมตร มีผิวสีเขียวเข้ม ดวงตาสีทอง ผมสีส้มตัดสั้นยุ่งเหยิง

    ปืนใหญ่ที่มีขนาดยาวกว่าสี่เมตรและหนักเป็นตันได้ถูกยกขึ้นสูงแล้วหันปลายกระบอกเข้าหากันเอง

    “โจมตีใส่คริสตัลทั้งที่ไม่รู้ว่าก้อนไหนคือของเผ่าตัวเอง แกคิดอยากจะปิดฉากเผ่าตัวเองหรือยังไงฟะ! ”

    “แกนั่นละที่โง่! คิดว่าพวกเรามีเวลามากขนาดนั้นหรือยังไง! ไม่เห็นตรงนั้นหรือ? พวกศัตรูเผ่าตัวเขี้ยวมันมีกองทัพอีกนับแสน! และพวกมันกำลังวิ่งมาบดขยี้พวกเราตรงนี้ที่เหลือเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งร้อยคนแล้วนะ! ”

    “เพราะเหตุผลแบบนั้นเลยสุ่มยิงมั่ว ๆ ออกไปเนี่ยนะ! ”

    “โอกาสโดนคริสตัลของเผ่าเราเองมีแค่หนึ่งในสาม ในเมื่อยังไงก็ต้องแพ้ แล้วแบบนั้นทำไมจะไม่ลองเสียงดูละเจ้าโง่แมงโก! ”

    ถ้าหากว่าจะแพ้ งั้นขอเสี่ยงกับโอกาสชนะที่เหลืออย่างน้อยนิดนี้ยังจะดีเสียกว่า

    นั่นคือสิ่งที่อเมริคานาคิดเอาไว้

    “แต่ดูท่าว่าคริสตัลที่แกทำลายไปจะไม่ใช่ของเผ่าตัวเขี้ยวนะ”

    “แล้วทำไม? มันก็แค่เหลือโอกาสแค่หนึ่งในสอง มันก็เท่านั้นเองมิใช่หรือ? ”

    “นี่แก! ไม่สนใจชีวิตคนที่ตายไปในวันนี้เลยเรอะ!? พวกคนที่ไม่อยากทำสงครามแล้วตายลงอย่างไร้ค่า เจ้าไม่คิดที่จะมอบโอกาสคืนชีพให้กับพวกเขาเลยเช่นนั้นหรือ! เจ้ายังมีศักดิ์ศรีของนักรบอยู่อีกหรือเปล่า! ”

    “แล้วเจ้าแน่ใจได้หรือว่าเผ่าตัวเขี้ยวมันคิดเป็นห่วงเผ่าอื่นเหมือนแบบแกนะ? ”

    “อึ๊ก…”

    “เพราะฉะนั้น ข้าจะยิง! ”

    “หยุดเดียวนี้นะ! ”

    ว่าแล้วอเมริคานาก็ลั่นไกปืนออกไปแทนคำตอบ

    แมงโกเองก็ลั่นไกปืนออกไปเช่นกัน

    เป้าหมายกระสุนปืนใหญ่ของแมงโกคือหัวใจของเขา

    ร่างอันใหญ่โตของอเมริคานาได้ขาดครึ่งกระเด็นขึ้นท้องฟ้า

    แต่เป้าหมายของกระสุนปืนใหญ่ของอเมริคานานั้นกลับไม่ใช่แมงโก

    มันเป็นคริสตัลที่ตั้งอยู่ข้างหลัง ซึ่ง… เป็นคริสตัลของเผ่าไหน แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้

    เขาคิดเพียงแค่ว่าจะลองเดิมพันกับโอกาสหนึ่งในสองเพื่อเอาชนะสงครามนี้เท่านั้น

    “เจ้าโง่อเมริคานา! ”

    “ฮะ ฮะ ฮะ! แด่เผ่ายักษา! ”

    อเมริคานาหัวเราะให้กับเผ่าของตัวเองก่อนจะสิ้นใจลง

    แต่กระสุนนั้นกลับไม่อาจไปถึงก้อนคริสตัลได้

    ลำแสงสีฟ้าได้พวยพุ่งตรงเข้ามากระทบใส่กระสุนปืนใหญ่จนระเบิดออกก่อนที่จะได้ทันทำลายคริสตัลก้อนนั้นไป

    และผู้ที่เข้ามาขัดขวางกระสุนนั้นไม่ใช่ใครอื่น

    “เจอกันอีกแล้วนะครับ น่าจะเป็นครั้งที่สองที่พวกเราได้พบกันใช่มั้ย? ”

    “! ”

    เขาคือชายที่วิ่งรุดหน้าออกมาจากกองทัพโดยไม่สนลูกน้อง

    เป็นบุรุษที่สามารถดึงความสามารถของเกราะแขนกลออกมาได้สูงสุด

    บุรุษที่ได้รับสมยานาม [บุรุษไร้พ่าย] ของเผ่าตัวเอง

    [ฮอร์เนส] บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าอาร์โธร์โพดาได้มาปรากฏตัวต่อหน้าขุนนางแมงโกอีกครั้งแล้ว

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842