อยู่ ๆ ห้องโถงใหญ่ภายในวังวิหาร สั่นไหวเล็กน้อย เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมา "เจ้าถือว่าไม่เลวฝึกปรือมาได้ถึงขนาดนี้"
อี้เฉินเองตกใจอย่างมาก เขาไม่กล้าเสียมารยาท ชายชราคนหนึ่งเดินออกมา เขาสวมอาภรณ์คล้ายกับจักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ อาภรณ์สีดำตัดกับลวดลายมังกรสีทอง ถักทออย่างประณีต ดูแล้วน่ายำเกรง
"คารวะท่านผู้อาวุโส ขออภัยที่ข้าเข้ามาโดยพลการ" อี้เฉินหวั่นเกรงชายชราผู้นี้อย่างมาก
"ไม่เป็นไรข้าหาตัวแทนสืบทอดวิชาอยู่มันคงจะเป็นชะตาของเจ้า"
อี้เฉินครุ่นคิด ชายชราหมายความว่าอย่างไร
"ท่านอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่ ที่ท่านพูดหมายความว่าอย่างไร"
"เจ้าต้องปกป้องดินแดนแห่งนี้ อีกไม่นานดินแดนแห่งนี้จะเกิดสงครามใหญ่" ก่อนที่ชายชราจะมองอี้เฉิน หวนคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ที่ผ่านมา
"ข้าหวังว่าดินแดนแห่งนี้ยังคงจะอยู่ต่อไป" ชายชราถอนหายใจยาวออกมา
ก่อนที่ชายชราส่งปราณจิตเข้าไปในทะเลความรู้ของอี้เฉิน
ทันทีที่ชายชราเข้าไปภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน เขาเห็นหญิงสาวในทะเลในทะเลความรู้ของอี้เฉิน
ชายชราขมวดคิ้วมุ่นเหตุใดถึงในทะเลความรู้อี้เฉินถึงมีสภาพเป็นแบบนี้
แถมหญิงสาวนางนั้นเป็นใครทำไม ปราณพลังถึงได้เหมือนกับศัตรูต่างดินแดน
ชายชราจ้องมองเมี่ยนจือ อย่างไม่วางตา
แม้แต่เมี่ยนจือยังรู้สึกขนลุกกลับแววตาที่ชายชรามองมา นางเริ่มหวาดหวั่นในใจชายชราผู้นี้มองนางทะลุปรุโปร่ง
นางส่งคำพูดบางอย่างพูดคุยกับชายชรา ก่อนที่ชายชราจะ คลี่ยิ้มออกมา
ชายชราไม่รอช้า เขาส่งเคล็ดวิชาหมื่นโลกลงไปในทะเลความรู้ของอี้เฉินทันที
อี้เฉินรู้สึกถึงตัวอักษรหลั่งไหลเข้าไปในทะเลความรู้อย่างมากมาย เขาค่อยไปจมดิ่งเริ่มหยั่งรู้วิชาหมื่นโลก วิชานี้ประหลาดอย่างมาก
เหมือนกับสร้างโลกใบเล็กรอบตัวเองขึ้นมา
เพียงอี้เฉินปลดปล่อยปราณพลังขับเคลื่อนวิชาหมื่นโลก คิดจะสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา
ภายในโลกเล็กเขากลับแตกร้าวเป็นใยแมงมุมราวจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ภายในโลกเต็มไปด้วยสีเลือด
อี้เฉินคิดอยากจะซ่อมแซมสิ่งที่เขาสร้างแต่มันกลับไม่ได้ผล
โลกที่เขาสร้างขึ้นอาณาเขตเล็กอย่างมาก วนอยู่เพียงรอบตัวของเขาเท่านั้น
ชายชราที่เห็นโลกที่อี้เฉินสร้างขึ้น
เขาถึงกับขมวดคิ้วเหตุใดโลกที่อี้เฉินสร้างขึ้นจึงแตกร้าว เหมือนมันจะพังทลายได้ตลอดเวลา
เหมือนโลกที่อี้เฉินสร้างมันขาดแคลนปราณพลังอย่างไรอย่างนั้น
ชายชราเอ่ยถาม "เจ้าเปิดสิบประตูวิถีด้วยอะไร"
"ข้าใช้เลือดของข้า เปิดสิบประตูวิถี"อี้เฉินตอบอย่างไม่ลังเล
ชายชราตกตะลึงเล็กน้อย มันมีวิธีเปิดสิบประตูวิถีแบบนี้ด้วยหรือ มันไม่มีบันทึกในตำราเล่มไหนมาก่อน
"เจ้าช่างแปลกคนเสียจริง กล้าคิดวิธีใหม่ ๆ เพื่อเปิดสิบประตูวิถี"
"ข้าไม่มีทางเลือกมากกว่า ทั้งตัวของข้ามีเพียงเลือดที่ล้ำค่าที่สุด เท่านั้น"
ชายชรายิ้ม "เจ้าลองนำเอาเลือด ของเจ้าไปสร้างโลกดูมันอาจจะช่วยเติมเต็มได้"
อี้เฉินพยักหน้ารับ
ก่อนเขาจะกรีดตัวเอง ควบคุมเลือดเข้าไปภายในโลกที่เขาสร้างมันดูดกลืนเลือดเขาอย่างบ้าคลั่ง โลกขยายใหญ่ขึ้นมาหลายสิบจั้ง
โอบล้อมตัวอี้เฉินไว้ เท่ากับห้อง ห้องหนึ่ง
รอยแตกร้าวภายในโลกค่อย ๆ สมาน รอบตัวอี้เฉินเหมือนมีหนึ่งโลกหมุนวน อักขระภายในเลือดสอดประสานลงไปภายในโลกที่เขาสร้าง
โลกที่อี้เฉินสร้างเป็นสีแดงฉานมีอักขระเลือนรางอยู่รอบ ๆ
ชายชรายิ้มเป็นปีติ ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งขึ้นว่า "อีกไม่นานดินแดนนี้จะโกลาหลครั้งใหญ่ เจ้าต้องเตรียมตัวที่จะรับมือ กฎเกณฑ์ฟ้าดินที่นี่กำลังจะล่มสลาย ต่างดินแดนจะสามารถข้ามผ่านมาได้"
หลังจากสิ้นเสียงชายชราวาดมือ ส่งอี้เฉินออกมาด้านนอก วังวิหารน้อยก่อนที่วังวิหารน้อยจะบินจากไป
แสดงว่าสิ่งที่อี้เฉิน คิดเป็นความจริง อีกไม่นานต่างดินจะข้ามผ่าน สวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล จะถูกทำลายกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่นี่จะล่มสลาย
ตัวเขารู้สึกมาตั้งนานแล้วดินแดนแห่งนี้เหมือนถูกกฎเกณฑ์ฟ้าดิน ขวางกั้นไว้
หลังจากที่อี้เฉินถูกส่งตัวออกมาเขาได้ยินเสียง
สัตว์อสูรคำรามดังก้องมาแต่ไกล ๆ เสียงต่อสู้โรมรันดังสนั่นหวั่นไหว แม้แต่ปฐพียังสั่นสะเทือน
อากาศรอบ ๆ บริเวณบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ขนาดอี้เฉินอยู่หากไกลยังได้ยินเสียง
เขารีบออกไปดู ปรากฏว่าเหมือนมีกลุ่มคนที่เขาไม่เคยเห็นออกไล่ล่าเหล่าจอมยุทธ์ พวกเราขี่สัตว์อสูรออกไล่ล่า
ปราณพลังสีดำแพร่กระจายกลืนกินรอบบริเวณ ตรงไหนที่พวกมันบินผ่านรอบบริเวณแห้งเหี่ยวถูกทำลาย กลิ่นอายความตายลอยคลุ้ง
ดั่งยมทูตลงมือสังหาร
หรือจะเป็นพวกต่างดินแดน อี้เฉินครุ่นคิด
พวกมันไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ปกติ แต่ปราณพลังที่แพร่กระจายออกมา กลับมืดมิดดุจรัตติกาล
วิถีการฝึกปรือของพวกมันหน้าจะแตกต่างจากพวกเราอย่างมาก
ปราณพลังสีดำของพวกมัน คล้ายกับของ เมี่ยนจือเป็นอย่างมากทำให้อี้เฉินเริ่มสงสัยในตัวนาง
อี้เฉินเข้าไปในทะเลความรู้ไต่ถาม "เมี่ยนจือ เจ้าพอรู้อะไรเกี่ยวกับอีกดินแดนหรือไม่"
"เจ้าเอาเวลาหาของล้ำค่าดีกว่าอย่าพึ่งสนใจต่างดินแดน เจ้าต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้"
"ข้าเข้าใจแล้ว" เหมือนนางจะรู้เรื่องต่างคิดแดนแต่ไม่อยากพูดออกมาเท่านั้นเอง ก็จริงอย่างที่นางว่าตัวเขายังอ่อนแอเกินไป รู้เรื่องมากเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดี ยิ่งทำให้จิตใจสับสนวุ่นวาย