ตอนที่ 71 เปิดเผยตัวตน
ทั้งนี้แม้โทมัสและจิมจะจดจำเด็กทั้งสองคนนี้ได้ ว่าเป็นใครหรือมีพื้นเพอะไรมา แต่กระนั้นทางด้านของเอลล่าและแอล กลับจดจำโทมัสและจิมไม่ได้ เนื่องจากในทุกครั้งๆ ที่พันธมิตรทางเหนือได้ส่งทูตตัวแทนมายังอาณาจักรลูนาเทีย ทางด้านเด็กๆ ทั้งสองคนก็มักจะหลบซ่อนตัว ไม่ยอมเข้าไปร่วมงานกันสักเท่าไหร่
อาจจะเพราะด้วยกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นลูกที่เกิดจากนางสนม หรือกลัวว่าจะถูกเหล่าขุนนางเอาไปซุบซิบนินทา เอลล่าและแอล จึงมักจะเก็บตัวอยู่กันแต่ในเรือนด้านหลังของปราสาทกับแม่ของพวกเขานั่นเอง
‘. . .?’ ไลท์ที่เห็นโทมัสและจิมนิ่งไป ก็มองทั้งสองคนด้วยความสงสัย ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า โทมัสและจิมเอง ต่างก็มียศศักดิ์และพื้นเพที่สูงล้ำเฉกเช่นเดียวกันกับเอลล่าและแอล
ดูแล้วทั้งสองคน คงน่าจะรู้ถึงภูมิหลังของเอลล่าและแอลกันแล้วสินะ
“อย่าพึ่งสงสัยอะไรในตอนนี้ ตอนนี้มีคนอยู่เยอะเกินไป เอาไว้พวกเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันทีหลังเถอะนะ”
ครั้งนี้เป็นฝ่ายของไลท์ ที่ใช้มือคล่องคอโทมัสและจิม ประหนึ่งพี่ชายคนโต พร้อมทั้งกระซิบคำพูดประโยคนี้ให้กับโทมัสและจิมได้ยินเพียงแค่สองคน
“เข้าใจแล้วครับ” โทมัสและจิม สะดุ้งไปเล็กน้อยที่จู่ๆ ไลท์ก็เข้ามากอดคอพวกตน
ซึ่งอันที่จริง ทั้งสองคนไม่ควรจะแสดงออกถึงความแปลกใจ ชัดกันขนาดนี้ สืบเนื่องด้วยถ้าหากโทมัสและจิมรู้ว่า เด็กทั้งสองคนมียศศักดิ์อะไร?
คำถามต่อมาก็จะย้อนกลับมาหาพวกเขาว่า ทั้งสองรู้ได้อย่างไรเสียมากกว่า?!
หลังจากการทักทายในยามเช้าได้จบลงแล้ว ไลท์ก็หันมาพูดขอบคุณ แมท ที่ช่วยต้อนรับขับสู้ สองสามีภรรยาที่นำเนื้อมาส่งให้กับที่ร้าน
“สองคนนี้คือลูกศิษย์ของผมเอง คนผมสีทองนั้นชื่อโทมัส ส่วนคนผมดำท่าทางเงียบๆ นั้นชื่อ จิม พวกคุณลองทำความรู้จักกันดูนะครับ” ไลท์แนะนำโทมัสและจิม ให้กับทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้รู้จัก
ซึ่งโทมัสและจิม ก็มีสัมมาคารวะเป็นอย่างดี เมื่อรู้ว่าสองสามีภรรยาคือคู่ค้าของทางร้าน ส่วนแมทที่แม้จะเข้ามาขัดขวางพวกตนเอาไว้ในก่อนหน้านี้ แต่เมื่อได้รู้ว่าแมททำไปเพราะจิตอาสาที่อยากจะช่วยเหลือไลท์
ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องถือสา หาความกันให้เสียเวลา
โทมัสและจิม ต่างยื่นมือออกไป เพื่อทักทายกับอีกฝ่าย พร้อมกับแนะนำตัวอีกครั้งตามมารยาท
“พอดีสองคนนี้ ได้ออกไปทำธุระให้กับผมที่ด้านนอกของเมือง...และพึ่งจะกลับมากันเอง ยังไงหากมีเรื่องอะไรกับผม สามารถบอกผ่านสองคนนี้ได้เลยครับ” การรับเอาโทมัสและจิมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร้าน
แน่นอนว่าไลท์ คงไม่ปล่อยให้ทั้งสองอยู่สุกสบาย กินนอนเฉยๆ อยู่แล้ว...แม้ไลท์จะไม่มีพลังเวทเหมือนกับสิ่งที่โทมัสและจิม เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นผู้อาวุโสเร้นกาย แต่หลังจากที่ไลท์ได้อธิบายถึงงานในครัวให้กับทั้งสองคน ไปในก่อนหน้านี้แบบคร่าวๆ
ทั้งสองคน ก็รับรู้และเข้าใจดีว่า ไลท์ไม่ได้คิดจะสอนให้พวกเขาเรียนรู้ด้านหลังเวทหรือวิชาเล่นแร่แปรธาตุใดๆ หากแต่จะสอนถึงการใช้ชีวิตในฐานะคนคนหนึ่ง ที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานให้กับ ชายหนุ่มทั้งสองคนนั่นเอง
“โอ๊ะ! ที่ร้านมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือครับ ทำไมถึงได้มายืนอยู่ที่หน้าร้านกันเต็มไปหมดแบบนี้?” เป็นเสียงของคาห์น ที่ชายวัยกลางคนได้เดินเข้ามาทักทายกับผู้คนที่กำลังยืนคุยกันที่หน้าร้านอาหาร
แต่ทว่าเมื่อทุกคนได้หันไปตามเสียงเรียกของคาห์น ชายวันกลางคนก็พลันสะดุ้งเฮือก เมื่อกลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าร้านอาหาร หนึ่งในนั้นคือ ‘เจ้าชาย” จากดินแดนทางเหนือและอีกคนที่อยู่ข้างกายไม่เคยห่าง ‘องครักษ์’
“เจ้าชาย…?!”
ยังไม่ทันที่คาห์นจะลั่นวาจาออกมาให้จบประโยค ทางด้านโทมัสและจิมที่มีพลังเวทเหนือล้ำกว่าใครในที่นี้ ก็ได้ปลดปล่อยพลังเวทแห่งสายลม เสริมพลังลงไปที่เท้าของพวกเขา
ก่อนจะทะยานร่างออกไป
ฟุ้บ~! ในชั่วอึดใจเดียว ร่างของโทมัสและจิมก็ได้ปรากฏขึ้นข้างๆ กายของคาห์น
“ท่านคาห์นนี้เอง ไม่ได้พบเจอกันตั้งนาน ฮ่าฮ่า”
“ท่านคาห์นมาทำอะไรถึงที่นี่กันครับเนี่ย แม้ไม่เจอกันตั้งนานแบบนี้ คิดถึงจริงๆ เลย เอาไว้พวกเราไปคุย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันที่ด้านโน้นดีกว่าครับ”
โทมัสและจิมแสร้งทำเป็นปั้นหน้ายิ้ม พลางหัวเราะกลบเกลื่อน เพียงแต่สองมือของพวกเขากลับคล้องอยู่ที่ลำคอของคาห์น และระหว่างที่ลับสายตาคน นั่นเอง
โทมัสก็ได้กระซิบกระซาบบางอย่างให้กับคาห์น
‘อย่าได้แพร่งพรายเรื่องของฉันออกไปโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเจ้าก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่ามันจะจบลงที่ตรงไหน?’
‘ท่านคาห์นเข้าใจในสิ่งที่ เจ้าชายโทมัสพูดใช่หรือไม่?’
มันช่างเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกับเมื่อครู่นี้จริงๆ ไลท์ได้แต่หัวเราะแห้งๆ กับการกระทำของโทมัสและจิม ที่กำลังลากคอชายวัยกลางคน ออกไปพูดคุยกับตามลำพัง
ไลท์ปล่อยให้คาห์น โทมัสและจิม จัดการกับเรื่องของพวกเขาสามคนกันตามลำพัง ส่วนตนเองก็มีเรื่องที่ต้องคุยกับสองสามีภรรยาอย่างไรอันและจีน่า ถึงเรื่องของวัตถุดิบ ที่ต่อจากนี้ ร้านอาหารสามเวลาของเขา จะจัดซื้อเนื้อสัตว์ทุกประเภทกับร้านขายเนื้อของไรอัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เนื้อหมู ไก่ วัว เป็ดหรือแม้กระทั่งสัตว์น้ำต่างๆ หลังจากไลท์ได้ทดลองกินเนื้อเหล่านี้จากร้านของไรอัน ก็พลันพบว่า วัตถุดิบของอีกฝ่ายมีความสดและความนุ่มลึกของเนื้อสัตว์มากกว่าร้านขายเนื้อเจ้าประจำที่เคยซื้อ อยู่หลายขุม
ดูแล้ว สัตว์ที่ถูกขุนเลี้ยงจนเป็นอาหารให้กับมนุษย์อย่าง หมู ไก่ วัว เหล่านี้ คงจะได้รับการดูแลจากน้องชายของไรอันที่ชื่อว่าไรเซนเป็นอย่างดี
ไลท์ได้ลองปรึกษาเรื่องของการปรับเปลี่ยนร้านขายเนื้อกับคุณตาเกลมาบ้างแล้ว โดยทางด้านของคุณตาเกลก็ให้สิทธิ์ขาดกับไลท์ตัดสินใจได้ตามต้องการ ยิ่งเมื่อสืบทราบถึงราคาที่แน่ชัดจากไรอัน โดยราคาของร้านขายเนื้อของไรอันนั้นถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง แถมได้เนื้อที่มีคุณภาพดีกว่าเช่นนี้ มีหรือที่คุณตาเกลจะไม่ยอมเปลี่ยน
“ท่านไลท์พูดจริงๆ ใช่ไหมครับ” สองสามีภรรยาร้านขายเนื้อดูจะดีใจกับข้อตกลงของไลท์ที่เลือกร้านของพวกเขาเป็นอย่างมาก
แม้สัญญาทางการค้าของไลท์ จะกำหนดซื้อสินค้ากับพวกเขาเอาไว้แค่ระยะเวลาเพียง 1 เดือน
แต่นั้นก็มากพอที่จะทำให้ ร้านขายเนื้อของไรอัน ผ่อนคลายเรื่องเงินทุนหมุนเวียนลงไปได้มากพอสมควร
“ครับ นี้เป็นเพียงสัญญาแรกเริ่มเท่านั้น...ทางนี้เองก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจทำสัญญาแรกเริ่มให้ยาวกว่านี้ เพราะร้านของผมเองก็ไม่มั่นใจว่าในอีกเดือนถัดไป จะมีลูกค้ามากหรือน้อยเช่นเดียวกัน” ไลท์ก็ให้คำตอบที่ตรงไปตรงมา
พ่อครัวหนุ่มนั้นไม่อาจรู้ได้เลย ว่าในอนาคตหรือเดือนข้างหน้า ร้านอาหารสามเวลาจะมีลูกค้าที่มากหรือน้อย เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ร้านมีลูกค้ามากขึ้นในช่วงนี้ ทั้งหมดทั้งมวลมันเกิดจากข่าวลือที่สร้างขึ้นโดยเขา
และเมื่อนานวันเข้า ข่าวลือที่อุปโลกน์ขึ้นมาก็จะจางหายไป พร้อมๆ กับเหล่านักผจญภัยที่ต่างแยกย้ายกันกลับไปตามทาง
ดังนั้นไลท์จึงไม่กล้าเขียนสัญญาการค้าให้นานจนเกินไป เพื่อต้องการที่จะดูทิศทางของร้านอีกสักหน่อย แล้วหลังจากนั้นหากร้านอาหารของเขาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง
เขากับร้านขายเนื้อของไรอัน จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวกันทั้งสองฝ่ายนั่นเอง
“พวกเราสองคน รวมถึงน้องชายของผม ไรเซนนั้นเข้าใจดีครับ ยังไงต่อจากนี้อีก 1 เดือน พวกเรามาร่วมมือกันและทำออกมาให้ดีที่สุดกันเถอะครับ”
ไลท์ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันสดใส เพราะต่อไปหลังจากนี้ เมนูในร้านอาหารของเขา จะไม่ได้มีแค่ เนื้อและก็เนื้ออีกต่อไปแล้ว
ปลาทอด ปลานึ่งมะนาว รวมไปถึงต้มยำกุ้ง เหล่าลูกค้าเอ๊ย...จงรับแรงกระแทกที่รุนแรงที่สุด ของสุดยอดอาหารไทยกันให้ดีๆ เพราะต่อจากนี้ ไลท์จะไม่ปราณีความหิวของทุกคนอีกต่อไป!
หลังจากที่ตกลงการค้ากันเสร็จเรียบร้อย ทางด้านของคาห์น ที่ถูก โทมัสและจิม ลากคอออกไปปรับความเข้าใจก็พลันกลับมาพอดี โดยสภาพของคาห์นแม้ดูภายนอกจะไม่มีอะไรที่ผิดปกติ
แต่ไลท์ก็พอจะสัมผัสได้ว่า คาห์นคงถูกเจ้าชายหนุ่ม ขู่จนกลัวมาอย่างแน่นอน ถึงได้ดูสลดไปเล็กน้อย ที่เกือบจะเผลอลั่นเรียกโทมัสและจิม ว่าเป็นเจ้าชายในก่อนหน้านี้
หลังจากไลท์ โทมัสและจิมได้ขนย้ายเนื้อสัตว์ที่สองสามีภรรยาได้เอามาส่งให้ถึงร้านเสร็จ ระหว่างนั้นไลท์ก็ได้เรียกให้สองพี่น้องอย่างเอลล่าและแอล เข้ามาพูดคุยกันอีกครั้ง โดยมีเจ้าโปริ่งถูกอุ้มมาเป็นสักขีพยานด้วยอีกหนึ่งตัว
ไลท์เดินนำหน้าเหล่า เด็กมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น เจ้าชายโทมัสที่รักในการผจญภัย องครักษ์จิมผู้ตามใจเจ้าชายมากจนเกินไป เอลล่าและแอลที่หนีออกจากบ้าน ตัดข้ามมายังบ้านของมาร์คัสที่อยู่ตรงกันข้ามกับร้านอาหาร
พร้อมกับไขกุญแจสำรองที่คุณตาเกลได้เอามาให้ เขาไปในบ้านของมาร์คัสที่ได้ย้ายก้นไปอยู่ที่หมู่บ้านดาราฉายตั้งแต่เมื่อวาน
“พวกเธอทั้งหมดว่ายังไง...ถ้าจะพักกันอยู่ที่นี่?” ไลท์หันกลับไปถามกับทุกคน
“เชฟไลท์ บ้านหลังนี้ ไม่ใช่บ้านของมาร์คัสหรอกเหรอ?” คราวนี้เป็นจิมที่ถามออกมา
“มาร์คัสได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่หมู่บ้านแล้วเมื่อวาน นายสองคนเห็นร้านสีขาวๆ ที่พึ่งจะทาสีใหม่ตอนที่กลับมาหรือเปล่านั่นแหละคือร้านอาหารของมาร์คัส” ไลท์บอกเล่าถึงเรื่องของมาร์คัสให้กับโทมัสและจิม ที่เคยมีเรื่องกับอีกฝ่ายได้รับฟัง
แต่ก่อนที่จะไต่ถามถึงเรื่องของมาร์คัส สิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำกันในตอนนี้คือการพูดคุยกันเสียก่อน
“พักเรื่องของมาร์คัสเอาไว้ก่อน ตอนนี้ฉันอยากให้ทั้งหมดทุกคนฟังฉันให้ดีๆ” ไลท์หันหน้ามามองทุกๆ คน ด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างจริงจัง พลางตั้งใจเว้นจังหวะให้ทุกคนล้อมวงกันเข้ามา เป็นวงกลม
“โทมัส จิม นายสองคนรู้ถึงฐานะของเอลล่าและแอล อยู่แล้วใช่ไหม?”
“ครับ” โทมัสเพียงแค่พยักหน้า แต่สำหรับจิมนั้นแตกต่างกันออกไป
จิมคุกเข่าลง ต่อหน้าเด็กทั้งสองคน ก่อนจะก้มศีรษะลง เพื่อแสดงการทำความเคารพ
“พี่ไลท์” เอลล่าและแอล ดูจะตกใจอยู่ไม่น้อยที่ ชายแปลกหน้าทั้งสองคนนี้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
พร้อมกับกังวลว่าทางราชวงศ์นั้นได้ส่งคนมาจับตัวพวกเขากลับไปนั่นเอง
“เอลล่า แอล เธอก็ทำความเคารพ โทมัสด้วยสิ คนตรงหน้าของพวกเธอเป็นถึงเจ้าชายแห่งพันธมิตรแดนเหนือเชียวนะ” ไลท์พูดออกมาตามปกติ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แน่นอนว่า เอลล่าและแอล ต่างก็ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
เพียงแต่คนที่ดูจะตกใจกับเรื่องนี้มากที่สุด เห็นจะเป็นตัวของโทมัสและจิม ต่างหาก
“เชฟ...เชฟไลท์ คุณรู้ว่าพวกเราเป็นใครด้วยเหรอครับ?!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ