Chapter 8
Lm'Part
วันนี้เป็วันที่ผมโคตรปวดหัวเมื่อข้างกายผมมีคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ด้วยกันนั่งอยู่
ซ้ายเป็ไอ้ไม้ขวาเป็ไอ้อิฐ ตรงหน้าเป็ประชากรที่มาเชียร์ฟุตบอลอยู่เต็มไปหมดทั้งบนแสตนและข้างสนาม
ครบชุดจริงๆ สายตาคือรวมอยู่ที่พวกผมแทบจะทั้งหมด ดังใหญ่แล้วทีนี้
วันนี้เป็วันชิงฟุตบอลของคณะผม แต่ที่มันเป็ปัญหาตอนนี้ก็คือ
เกษตร VS วิศวะ
ให้ทายว่าอะไรจะเกิดขึ้น...
“ลม มึงต้องเชียร์กูนะ” เสียงจากด้านซ้าย
“รอดูกูด้วยนะ” เสียงจากด้านขวา
“ไอ้อิฐมึงพูดตามกูทำไม”
“มีประโยคไหนที่กูตามมึงไม่ทราบ”
กูจะบ้า!
“ถ้าพวกมึงไม่หยุดพูดกูจะกลับหอแล้วนะ”
เริ่มจะไม่ไหวแล้วครับ นับว่ายิ่งจะกัดกันตายเห็นผมเงียบหน่อยแล้วได้ใจ
“แล้วมึงมานั่งฝั่งเกษตรทำไมไอ้อิฐ”
“นั่งไหนมันก็เื่ของกูไหมล่ะ” ยัง ยังไม่สำนึกกันอีก
ถ้าไอ้ไม้มันไม่ลากผมออกมาเพราะมันให้เหตุผลว่าคณะเรากำลังจะชิงกับวิศวะ เพราะงั้นผมต้องมาเชียร์มันตอนนี้ผมคงนอนสบายใจอยู่ห้องไปละ
แต่เชื่อไหมครับมันแค่อยากจะกวนตีนผมเฉยๆ นั่นแหละ
ทั้งอีกคนที่คะยั้นคะยออยากให้ผมมาคือไอ้อิฐ
ผมเลยต้องมานั่งประสาทแดกคั่นกลางระหว่างพวกมันในตอนนี้
คอยดูเถอะว่าเหตุการณ์นี้จะไปโผล่ในเพจอีกแน่ๆ พวกมันจะรู้ตัวไหมว่าหาเื่วุ่นวายให้ผมเนี่ย
จากที่ปกติไม่เคยมีผู้ชายเข้าหาขนาดนี้ ตอนนี้คือเดินมาขอไลน์ผมแบบโต้งๆ เลยครับ
“พี่อิฐ มานี่หน่อย” เหมือนเสียง์ทันทีที่ไอ้เฟรมเดินมาหาไอ้อิฐ
“เออๆ ”
“เดี๋ยวมา” ไม่ต้องกลับมาก็ได้มั้ง
“สู้ๆ นะครับพี่ต้นไม้” ก่อนจะเดินตามไอ้อิฐไปไอ้เฟรมก็หันมาพูดแล้วขยิบตาให้ไอ้ต้นไม้
“ไอ้เด็กเวร” ไอ้ไม้มันหน้าหงิกทันทีเลยครับ
อะไรของมัน คนเขาให้กำลังใจยังจะไปด่าเขาอีก
“อีก10นาทีกูจะลงสนามละ”
“อืม ตั้งใจ”
“โอ้โห จริงใจมากไอ้ลม”
“พูดมาก ไปเตรียมตัวไป”
“ขอกำลังใจหน่อย” ไอ้ไม้ทำท่าโน้มตัวมาใกล้ผมเป็จังหวะเดียวกันกับฝ่ามือใครบางคนผลักหัวไอ้ไม้ออกไปซะก่อน
จากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร…
“ไอ้อิฐ!”
ไอ้อิฐยักไหล่ก่อนจะมองมาที่ผม
“ขอกำลังใจหน่อย” มันยิ้ม
“สู้ๆ มึงด้วยไอ้ไม้ทีนี้ก็ไปได้ละ”
พอผมพูดแบบนั้นไอ้ไม้มันก็ส่งมินิฮาร์ทให้ผม
ทำไมจะไม่รู้ว่าตอนนี้พวกมันกำลังแกล้งผมโดยเฉพาะที่ที่มีคนเยอะๆ ชอบกันจังไอ้โมเมนต์ที่เขาเอาลงเพจเนี่ย
“เดี๋ยวมึงเจอกูไอ้อิฐ”
“ก็มาดิค้าบบ”
ถ้าตีกันกลางสนามผมสาบานเลยว่าจะนั่งดูอยู่ตรงนี้ไม่ไปห้ามพวกมันแน่ๆ
ได้เวลาที่ทั้งสองทีมลงสนามเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นทันที วิศวะเขาก็มีดีกรีของเขาอยู่แล้วอะนะ ส่วนพวกผมอืม...ละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกัน
สบายหูจากไอ้สองตัวนั้นแต่หูจะแตกเพราะเสียงกรี๊ด ตอนผมแข่งบาสยังไม่ขนาดนี้เลยนะ
เรามันคนละชั้นกันสินะ
“ไงมึง”
ผมหันไปมองคนที่มาใหม่ก่อนจะทักมันกลับ
“ไง หายหน้าหายตา” ไอ้จินนั่งลงข้างๆ ผม
“ปกติไม่เห็นมาพอกูไม่แข่งล่ะมานะมึง” ไอ้จินมันเคยแข่งครับเมื่อปีที่แล้ว มันเคยบอกให้ผมมาดูแต่ผมก็ไม่ได้มา โดยมันบ่นตั้งหลายวัน
“ไอ้ไม้ลากมา”
“ไอ้อิฐด้วยปะ”
“ก็ประมาทนั้นแหละ” พอหันมาก็พบสายตาไอ้จินที่มองผมแล้วยิ้มแปลกๆ อะไรของมันเนี่ยมีแต่คนไม่ปกติอยู่รอบตัวผมรึไง
“ตอนนี้มึงคบใครอยู่รึเปล่า” ผมนึกแปลกใจเมื่ออยู่ๆ มันก็ถามเื่นี้ขึ้นมา
“เปล่า”
“ั้แ่ตอนนั้นน่ะนะ” ผมหันไปมองหน้ามันซึ่งตอนนี้มันไม่ได้มองผมแต่มองไปยังสนามที่ตอนนี้ทั้งสองทีมกำลังแย่งลูกบอลกันอยู่แต่ตอนนี้ผมเริ่มไม่มีอารมณ์ดูบอลแล้วล่ะ
“มึงถามทำไม”
“ไม่มีอะไรกูก็แค่ถามไปงั้น แล้วนี่สนิทกับไอ้อิฐหรอ”
ผมมองคนที่กำลังวิ่งอยู่กลางสนาม ถามว่าสนิทไหมก็สนิทนั่นแหละ
“เหมือนไอ้ไม้นั่นแหละ”
“มึงดูมีชีวิตชีวาขึ้นนะ” ผมว่าผมก็ดูปกตินะ
“ทำไมปีนี้มึงไม่ลงแข่ง”
“ปล่อยให้เด็กมันลงบ้างไง”
ไอ้จินพูดยิ้มๆ จะว่าไป่นี้ผมกับมันไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองถึงแม้จะอยู่มหาลัยเดียวกันก็เถอะ มันมีเพื่อนผมก็มีเพื่อน
“มึงไปรู้จักไอ้อิฐได้ไงวะ ดูท่าแล้วไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้เลยว่ะ”
“เรียนตัวเดียวกัน”
“จริงๆ มันก็รู้จักคนเยอะนะแต่ไม่คิดว่าจะรู้จักมึงด้วย”
“มันก็ไม่ได้แย่”
“ลม ถ้าคนนั้นกลับมา..มึงจะทำไงวะ”
ผมชะงักเมื่อมันพูดถึงคนที่ผมพยายามไม่นึกถึงขึ้นมา ความรู้สึกที่ผมพยายามบอกตัวเองตลอดว่ามันดีขึ้นแล้วก็เริ่มผุดขึ้นมาตอกย้ำว่าผมไม่มีทางลืมความรู้สึกนี้ได้
“ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ยังไงเธอก็ไม่มีทางกลับมา”
ไอ้จินหันมามองหาผมแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนมันจะหันไปมองการแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่
ผมเหม่อมองกลุ่มคนที่กำลังแย่งลูกบอลอยู่กลางสนาม ทั้งที่รอบข้างมีแต่เสียงเชียร์การแข่งซึ่งกำลังเข้มข้นแต่ผมไม่ได้รู้สึกถึงสิ่งเหล่านี้เลย ตอนนี้มีแต่คำถามของไอ้จินที่วนเวียนอยู่ในหัวถึงแม้จะตอบไอ้จินไปแบบนั้น แต่จริงๆ ผมก็แอบหวังว่าเธอจะกลับมา…
.................................................
วิศวะชนะ
เป็ผลการแข่งขันที่ผมก็คาดเดาได้อยู่แล้วแต่สิ่งคาดไม่ถึงก็คือ ไอ้ไม้กับไอ้อิฐ ตอนนี้พวกมันมาฉลองด้วยกัน อีกทั้งยังเลิกปากหมาใส่กันั้แ่ที่จบการแข่งขันแถมยังเหมือนคุยกันถูกคออีกด้วย
ส่วนผมก็ยืนงงๆ ในดงอะไรก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็มานั่งอยู่ร้านสาติที่รายล้อมไปด้วยพวกที่อยู่ในสนามเมื่อ่เย็น ฉลองที่ตัวเองแพ้หรือฉลองให้กับชัยชนะก็ไม่รู้รู้แต่ว่าตอนนี้เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยเฉยเลย
“กูไปเข้าห้องน้ำนะ” ผมบอกไอ้จินที่ตอนนี้เป็มันที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม
ที่บอกไอ้จินว่ามาเข้าห้องน้ำ ผมโกหก
ผมไม่มีอารมณ์ทำอะไรั้แ่่เย็นแล้ว แต่ไม่อยากกลับก่อนเพราะมีคนขอเอาไว้ก็ไอ้สองตัวนั่นแหละครับบวกกับไอ้เนมอีก
ผมเดินออกมาอีกทางด้านหนึ่งของร้านซึ่งมันไม่ได้ดูมืดหรือน่ากลัวอะไรแถมคนยังเดินไปมา มันเป็ทางออกอีกทางซึ่งเวลามาร้านนี้ผมก็มาทางนี้บ่อยๆ เป็เหมือนที่นั่งเล่นชะมากกว่า
ตามจริงก็อยากกลับเลยแต่เผื่อเก็บศพพวกนั้นก็เลยอยู่ต่อสักหน่อยแต่ผมดื่มไม่ไหวจริงๆ อารมณ์มันไม่ได้ว่ะ
“ทำไมไม่ไปดื่มกับเพื่อนล่ะ” เสียงจากด้านหลังดังขึ้นแต่ผมก็ไม่ได้หันไปมองไม่รู้ว่าเป็ไอ้ไม้หรือไอ้อิฐ
จนกระทั่งอีกคนนั่งลงข้างๆ ผมจึงหันไปแต่ผมต้องใเมื่อคนข้างๆ ไม่ใช่แม้กระทั่งไอ้ไม้หรือไอ้อิฐ
“ไอ้กิม” ผมเอ่ยชื่ออีกคนอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่ามันจะมาอยู่ตรงนี้เพราะความทรงจำที่มีต่อมันล่าสุดมันไม่ดีเท่าไหร่นัก
“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะลม” ไอ้กิมส่งยิ้มมาให้ผม ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดีเพราะผมไม่ได้เจอมันก็นานพอสมควร เวลาเจอหน้าผมทีไรแม่งเมินผมทุกที
“ทำหน้าอะไรของมึง ใขนาดนั้นหรอที่เจอกู”
นึกว่ากำลังฝันอยู่เลยล่ะ มันตัวเป็ๆ จริงๆ หรอวะ
ไวกว่าความคิดเมื่อผมยื่นมือไปจับแขนมันเบาๆ ก็พบว่าตัวเองไม่ได้ฝัน
“มึงจริงๆ ด้วย”
“ก็กูไง”
“แล้วทำไมมึงถึงมาอยู่ที่นี่ได้วะ”
“กูเรียนอยู่อีกมอแล้วก็เพิ่งรู้ว่ามึงก็เรียนมอแถวนี้ ก็เลยมาหาดูและก็เจอจริงๆ ”
“มาหากู...ทำไม” ผมหันไปมองหน้าไอ้กิม
มันยังเหมือนเดิมกับตอนที่เจอกันครั้งล่าสุดตอนม.6 เพียงแต่มันดูดีขึ้นตามประสาคนที่ดูแลตัวเอง
นี่คงเป็การเจอกันในรอบ 2 ปี
“มึงดูดีขึ้นนะ… แล้วสบายดีไหม”
“สบายดี มึงล่ะ”
“สบายดี…ที่กูมาหามึงจริงๆ แล้วกูอยากมาขอโทษ”
“กูไม่ได้โกรธมึงก็รู้”
เื่ที่ว่าผมกับมันก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเื่อะไรรวมถึงไอ้จิน จริงๆ แล้วไอ้กิมก็คือเพื่อนสนิทของผมอีกคนแต่เกิดการบาดหมางระหว่างผมกับมัน ไม่ได้คุยกันเป็ปีสองปี จนกระทั่งวันนี้…มันมาหาผมแล้วขอโทษ
“ถ้าวันนั้นมึงไม่คบกับเธอกูคงพามึงไปเกเรที่ไหนก็ไม่รู้”
“ไอ้กิม…”
“เธอไม่ติดต่อมาเลยหรอ” คำถามที่ผมเองก็ไม่มีวันตอบได้ถูกถามออกมาจากปากไอ้กิม
“ไม่” ผมยิ้มให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง จริงๆ แล้วผมรอเธอมาตลอด
“คิดถึงพวกมึงว่ะ ตอนนั้นกูไม่น่างี่เง่าเลย” ไอ้กิมมันมองไปข้างหน้าก่อนจะยิ้ม
“กูไม่คิดว่ามึงจะกลับมา”
“กูเพิ่งคิดได้มึงไม่รู้หรอ กูมัวแต่งี่เง่า”
“แต่กูดีใจที่มึงกลับมา”
ผมยิ้มให้มัน ผมไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนดีใจที่มันยอมกลับมาหาผม
“มึงไม่โกรธกูใช่ไหม”
“กูไม่เคยโกรธมึงเลยเหอะ” ผมกอดคอมันก่อนจะยีผมมันอย่างหมั่นเขี้ยว
ไอ้กิมก็คือไอ้กิม มันเป็คนขี้งอนแถมเอาแต่ใจ
และมันยังเคย...ชอบผม
“มึงรู้ไหมกูเกือบไม่ได้เรียนต่อ เพราะตอนปิดเทอมวันแรกกูไปต่อยลูกผอ.จนเข้าโรง'บาล”
ไอ้กิมมันเล่าไปยิ้มไป
“ซ่านะมึง” ผมแซวมัน
“ไม่เท่ามึงปะ เมื่อก่อนหนักกว่ากูอีกแต่พอมีแฟนก็เดินตามเขาต้อยๆ ”
นี่คือสาเหตุเื่บาดหมางระหว่างผมกับไอ้กิม ผมมีแฟนเป็ธรรมดาที่ผมจะติดแฟนตอนนั้นผมก็เกเรพอสมควรแต่มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าไอ้เื่ที่ผมติดแฟนมันไม่ได้เป็ที่ไม่พอใจของไอ้กิม
ผมไปหาเพื่อนน้อยลงและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ไอ้กิมเริ่มเมินผมเอาแต่คุยกับไอ้จิน จนผมมารู้ทีหลังว่ามันชอบผมก็ตอนที่พวกเราไม่ได้คุยกันแล้วแถมยังทำเหมือนคนไม่รู้จักกันอีก
ตอนนี้ผมดีใจด้วยซ้ำที่มันยอมมาคุยกับผม
“แล้วมึงเป็ไงบ้าง เพื่อนเยอะดีนี่” ถ้าเป็ไอ้พวกข้างในไม่ใช่เพื่อนผมทั้งหมดซะหน่อยเหอะ
“ก็เรื่อยๆ ”
“ยังไม่ลืมเธอหรอ” ใครจะไปลืมวะ
“มึงก็รู้ดีนี่”
“นั่นสินะ” มันยิ้มแต่เป็รอยยิ้มที่ดูเศร้ามากกว่า
" แล้วมึงยังชอบกูอยู่รึเปล่า”
ไอ้กิมไม่ตอบในทันทีมันหันมายิ้มให้ผมก่อนจะพูดประโยคที่แทงใจดำผมพอสมควร
“ก็เหมือนกับที่มึงยังไม่ลืมเธอนั่นแหละ”
ไม่มีคำจะพูดเลยครับเพราะความรู้สึกนั้นผมเข้าใจดี การจะลืมใครสักคนมันไม่ใช่เื่ง่าย
แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้
“เข้าไปข้างในกันไหม” ผมลุกขึ้นแล้วถามไอ้กิม
“เดี๋ยวกูจะกลับแล้ว” มันลุกขึ้นตามผมก่อนจะมองผ่านผมไปแล้วขมวดคิ้ว
ก่อนที่ผมจะหันไปมองตามเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้น
“เห็นไอ้จินบอกว่ามึงมาเข้าห้องน้ำ แถวนี้มีห้องน้ำด้วยหรอ” ตัวกวนมาแล้วครับแล้วไอ้ที่ทำหน้าเหมือนจะฆ่าคนนั่นมันอะไรวะไอ้อิฐ!
เห็นแบบนั้นไอ้กิมก็ยิ้มมุมปากตามสไตล์มัน หมายถึงสไตล์เรียกตีนจากฝ่ายตรงข้ามน่ะครับตอนที่เป็เพื่อนกันนี่มีเื่กับคนอื่นเพราะหน้ามันนี่แหละ
“เพื่อนมึงหรอลม”
“อืม”
“ใครว่ะลม” ตอนนี้ไอ้อิฐมันดูหงุดหงิดแปลกๆ ผมเข้าใจนะว่าไอ้กิมมันหน้ากวนตีนแต่เหมือนมันหงุดหงิดมาก่อนหน้านี้แล้ว
“เพื่อน ' รัก ' ของไอ้ลมน่ะ” ไอ้กิมมันเน้นคำว่ารักก่อนจะยักคิ้วใส่ไอ้อิฐ
หน้ามันเพิ่มระดับความหงุดหงิดเป็เท่าตัว เป็อะไรของมันวะเนี่ยดื่มแล้วของขึ้นง่ายรึไงวะ
แต่ก่อนจะได้วางมวยกันจริงๆ ไอ้กิมก็เอ่ยขึ้น
“กูกลับก่อนดีกว่า ไว้ว่างๆ จะแวะมาหาว่าแต่ยังใช้เบอร์เดิมใช่ปะ”
ผมพยักหน้าให้ไอ้กิมก่อนมันจะเดินออกไปยังไม่วายหันมาโบกมือให้ผมอีก
ไอ้กิมเดินออกไปจนลับสายตาแต่พอหันกลับมามองคนตรงหน้าเท่านั้นแหละครับ
จ้องกูขนาดนี้จะแดกหัวกูรึไงวะ!
ก่อนที่ผมจะถามหาสาเหตุที่มันหงุดหงิด ผมคงต้องหาทางรอดพ้นจากสายตามันก่อนแล้วล่ะ
สายตามันไม่ใช่ไอ้อิฐคนที่ยิ้มเรี่ยราดแต่เป็อิฐอีกคนที่ผมไม่รู้จัก
และก็นะผมไม่อยากเจอมันในเวอร์ชั่นนี้อีกสักเท่าไหร่หรอก....
***อิฐเกี้ยวกราดแล้ววว