“เห้ออออ…”
บริกรสาวถอนหายใจออกมาซึ่งเธอเองก็นับไม่ได้ว่าตัวเองนั้นถอนหายใจแบบนี้ไปกี่ครั้งแล้ว ในขณะที่ยืนสนทนากับชายหนุ่มเบื้องหน้าเธอ
‘คงต้องให้เขาไปเจอกับของจริงเท่านั้นแหละ เขาถึงจะเข้าใจ’
บริการสาวกล่าวในใจของตนเอง ก่อนที่สีหน้าเหนื่อยใจของนางจะเปลี่ยนเป็นยิ้มอ่อนๆ เหมือนฤดูใบไม้ผลิ พร้อมกับกล่าวกับชายหนุ่มว่า
“ถ้าเธอตัดสินใจแล้วก็ตามฉันมาเถอะ ฉันจะนำทางไปเอง แต่วันนี้เธอคงได้แค่ดูเพราะวันนี้ดันเป็นวันที่หัวหน้าออกไปทำธุระข้างนอกพอดี…”
ภานุพยักหน้าก่อนที่จะค่อยๆ ก้าวเดินตามบริกรสาวไป ในระหว่างทางนั้นชายหนุ่มก็ชื่นชมสภาพแวดล้อมของตึกแมคเจนเนียแห่งนี้ไปบ้าง แต่ทิวทัศน์ทั้งหมดนั้นยังไม่มีสิ่งใดสามารถเทียบกับภาพแผ่นหลังของบริกรสาวสวยได้ เธอสวมกระโปรงและเสื้อผ้าที่ค่อนข้างจะกระชับส่วนของเธอ ทำให้ภานุอดไม่ได้ที่จะมองก้นและขาคู่งามคู่นั้นตลอดทาง
ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นภาพของหญิงสาวรูปงามและท่าทางอ่อนโยนก็ได้ปรากฏขึ้นภายในใจของเขา มันคือภาพของชาร์ลอตต์นั่นเอง
‘เธอจะหายหวาดกลัวกับเรื่องวันนี้หรือยังนะ…เธอกลับบ้านปลอดภัยหรือเปล่า…บ้าจริง! ทำไมเราถึงนึกถึงเธออยู่ตลอดเวลาเลย ดูเหมือนฉันจะชอบเธอข้างเดียวซะแล้ว…’
ภานุยิ้มออกมาอย่างขมขื่นเมื่อความคิดในหัวของเขาตอนนี้มันนึกแต่เรื่องของชาร์ลอตต์อยู่เต็มไปหมด มันมากเสียยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก อย่างไรก็ตามตัวเขาในตอนนี้ยังไม่มีสิ่งใดที่ดูเหมาะสมกับเธอเลย แต่แน่นอนว่าอนาคตนั้นไม่แน่ เขาพยายามคิดเช่นนี้เพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกด้อยค่าเกินไป
ชั้นหนึ่งนั้นค่อนข้างกว้างชายหนุ่มและบริกรสาวใช้เวลาเดินกว่าห้านาทีเข้ามาในส่วนลึกซึ้งเป็นทางเดินยาวที่มีความกว้างขวางพอสมควร แม้แต่ภานุก็ยังสงสัยและไม่เข้าใจว่าเหตุใดตึกนี้ถึงได้ใช้พื้นที่ทางเดินสิ้นเปลืองขนาดนี้ แค่ทางเดินอย่างเดียวมันสามารถสร้างบ้านได้หลายหลังติดๆ กันแล้ว
“นี่สินะชีวิตคนรวย…”
ภานุกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพตัวเองร่ำรวย หากเขามีเงินมากมายมหาศาลเขาจะใช้มันดูแลพ่อแม่ของเขาเป็นอย่างแรก จากนั้นก็จะซื้อของที่อยากได้ แต่ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ต้องหยุดความเพ้อฝันระลึกคิดของตนอย่างกะทันหัน
เนื่องจากท่าทางน่าสงสัยของบริกรสาวเบื้องหน้าที่อยู่ๆ ก็เดินมาหยุดที่กำแพงซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของโถงทางเดินอันกว้างขวางแห่งนี้ ชายหนุ่มอดไม่ได้เมื่อเห็นเธอเอาแต่จ้องมองกำแพงและคลำหาบางอย่าง เขาจึงได้กล่าวถามออกไป
“คุณกำลังทำอะไรเหรอครับ? ”
“….”
บริกรสาวสวยยังไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใดเพียงแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างบริเวณกำแพงที่เรียบๆ ในขุดระดับสายตาของภานุ อยู่ๆ กำแพงส่วนนั้นก็ได้เลื่อนเปิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ปรากฏหน้าจอที่ส่องแสงเหมือนกับไฟยามค่ำคืนแต่มันกลับมีสีสันมากมายอย่างน่าเหลือชื่อ
“มันคือโทรทัศน์เหรอ? ”
เป็นครั้งแรกที่ภานุเคยเห็นสิ่งประดิษฐ์นี้ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของคนที่ร่ำรวย มันให้ข้อมูลข่าวสารหลายหลอย่าง นั่นคือทั้งหมดที่ภานุรู้เกี่ยวกับโทรทัศน์
บริกรสาวหัวเราะออกมาอย่างน่ารักก่อนที่จะหันมายิ้มหวานให้ภานุ
“มันคล้ายๆ กับโทรทัศน์ แต่มันไม่ได้เรียกแบบนั้น สิ่งที่คือคอมพิวเตอร์และมันมีราคาแพงกว่าโทรทัศน์เป็นสิบเท่า! ”
“คอมพิวเตอร์! ”
ภานุกล่าวออกมา เขาเคยได้ยินสิ่งที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์มาก่อน แต่เขาเพียงได้ยินแค่ชื่อมันมาเท่านั้น ซึ่งได้ยินมาจากเจ้าอ้วนหวังที่มักนั่งคุยโม้กับสองพี่น้องฝาแฝดอันกับซัน
“ดูเหมือนคอมพิวเตอร์ที่เจ้าอ้วนพูดถึงมันจะมีอยู่จริง…”
ภานุกล่าวพึมพำออกมาเบาๆ ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องการที่จะกล่าวถามเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กับบริกรสาวแต่เธอกลับกล่าวขัดขึ้นมาราวกับรู้เรื่องที่ภานุคิดอยู่ในใจ
“เธออย่าถามฉันเกี่ยวกับมันเลย ฉันเป็นแค่ลูกจ้างและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมัน ฉันเพียงถูกสอนให้ใช้มันนิดหน่อยเท่านั้น โดยไม่รู้ว่าการทำงานของมันนั้นทำได้ยังไง….”
บริกรสาวเงียบไปสักพักก่อนที่จะกล่าวต่อ
“การที่จะเข้าไปในไฟต์คลับนั้นทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต้องปิดบังตัวตนของตนเองโดยการสวมหน้ากาก เธอเพียงต้องวางนิ้วที่แผ่นกระจกตรงนี้…”
บริกรสาวชี้ไปที่แผ่นกระจกใสที่อยู่ติดกับจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งภานุก็รีบวางนิ้วชี้ตามที่เธอได้กล่าวในทันที ผ่านไปสักพักภาพในหน้าจอก็เปลี่ยนแปลงไปมันปรากฏภาพที่ดูเหมือนจะเป็นลายนิ้วมือของภานุนั่นเอง ก่อนที่จะมีอักษรขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางหน้าจอว่า ‘ยักษ์’
“ยักษ์หมายความอะไรเหรอครับ? ”
ภานุกล่าวถามขึ้น ซึ่งบริกรสาวก็ได้กล่าวตอบในทันที
“ยักษ์คือชื่อปลอมที่เธอต้องใช้ในโลกใต้ดินหรือไฟต์คลับแห่งที่เรากำลังจะเข้าไป นอกจากนี้ชื่อปลอมของเธอยังบ่งบอกว่าหน้ากากที่เธอจะได้รับมันจะมีรูปร่างเป็นยังไง ฉันคิดว่ายักษ์มันต้องเท่มากๆ แน่ๆ”
เมื่อบริกรสาวกล่าวเช่นนั้นภานุเองก็หวังแบบนั้นเช่นเดียวกัน ‘ยักษ์’ นั้นเป็นตัวตนเองเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งและมีขนาดร่างกายที่ใหญ่ผิดปกติ พวกมันมีทั้งพละกำลังและความเร็ว
ภานุได้ยืนรอมาตลอดสามนาทีก่อนที่กำแพงบริเวณกำแพงจะมีช่องสี่เหลี่ยมช่องหนึ่งเปิดขึ้นมา พร้อมกับแสงไฟสีขาวส่องสว่างอยู่ภายในกระทบกับวัตถุสีขาวเหมือนหน้ากาก แต่เมื่อภานุเห็นมันเข้าก็ต้องตกใจและหันไปกล่าวถามกับบริกรสาว
“นี่เรียกว่ายักษ์จริงๆ เหรอครับ? ”