ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่39 เค้นความลับ (1)

    27 1-2

     

    ตอนที่39 เค้นความลับ (1)

     

    “ก็จากไปทั้งเช่นนี้เลยรึ?”

     

    ชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆาปริปากหยุดนางไว้น้ำเสียงฟังดูประหลาดใจมิใช่น้อย ก็พลันคิดไปว่านางจะเข้าเปิดฉากโจมตีตนอย่างครั้งที่แล้วอีก

     

    “อะไร?”

     

    เซียถงหันศีรษะเหลือบมองอีกฝ่ายเชิดคางเงยสูงขึ้นเล็กน้อย ประกายตาคู่เยียบเย็นของนางสะท้อนแววหนาวเหน็บหรือชายคนนี้มีเจตนาจะเข้าสัประยุทธ์ต่อสู้กับนาง?

     

    “เจ้าพอมีเวลาว่างหรือไม่?ข้าต้องการจะจับสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนหนึ่งแต่กำลังคนกลับไม่เพียงพอ”

     

    ชายสวมหน้ากากเงยหน้ามองอีกฝ่ายจับจ้องอย่างรู้ทันกล่าวว่า

     

    “นี่หาได้เสียแรงเปล่าแน่นอนหากเจ้าช่วยข้าจับสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้น ย่อมตอบแทนอย่างไม่ตระหนี่แน่นอน”

     

    ท่าทางการแสดงออกของชายคนนี้ดูหยิ่งยโสมิใช่น้อยขนาดกำลังขอความช่วยเหลือจากนาง ยังดูห่างเหินไม่ค่อยมีมิตรสัมพันธ์เสียเท่าไหร่

     

    เซียถงพ่นลมหายใจเสียงหนักขณะกำลังจะหันหลังกลับและจากไป แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินสุ้มเสียงของเสี่ยวฮั่วดังขึ้นผ่านห้วงความคิดว่า

     

    “นายท่านข้าสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรปราณวิญญาณลึกลับตนนั้น!และดูเหมือนว่าพลังในเขาของมันจะช่วยให้ร่างกายของข้าสามารถฟื้นตัวได้อีกครั้ง!”

     

    เซียถงชะงักหยุดเล็กน้อยก่อนจะหันมองไปทางชายคนนั้นอีกครั้ง

     

    “ได้แต่ข้าขอเขาของสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้น”

     

    สัตว์อสูรปราณวิญญาณกล่าวได้ว่าเป็น สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ชนชั้นสูง ซึ่งหาได้ยากยิ่ง จุดเด่นของพวกมันคือเขาบนศีรษะของมันทั้งนี้เองก็ยังเป็นส่วนที่มีค่ามากที่สุดของพวกมันเช่นกันทุกคนโดยส่วนใหญ่ที่ออกตามล่าสัตว์อสูรปราณวิญญาณล้วนแล้วแต่ต้องการเขาบนศีรษะของพวกมันทั้งสิ้นซึ่งเซียถงเองก็วางแผนที่จะจับสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้นด้วยตัวเองเช่นกันหากอีกฝ่ายปฏิเสธข้อเสนอนี้

     

    “ได้เลย”

     

    ชายสวมหน้ากากพยักหน้าตอบโดยไม่มีท่าทีลังเลใดๆ

     

    “เช่นนั้นข้าจะไปล่าเอง...”

     

    เซียถงมั่นใจสิบในสิบส่วนว่าชายสวมหน้ากากต้องปฏิเสธจึงเตรียมบทพูดตอบโต้ไว้อยู่แล้วแต่คล้อยหลังผ่านไปได้ครึ่งประโยค นางก็เพิ่งตระหนักได้และรีบหุบปากลงโดยไวก่อนจะปริปากกล่าวอีกครั้งว่า

     

    “เข้าใจแล้ว”

     

    ทั้งสองหรี่ตาแคบใส่กันและกันนางเองก็กลัวว่าอีกฝ่ายจ้องจะจับผิดที่หลุดปากกล่าวออกไปสักครู่

     

    “เอาล่ะช่วยข้าตามล่าสัตว์อสูรปราณวิญญาณ เขาอสูรจะเป็นของเจ้า”

     

    ชายสวมหน้ากากเหลือบสายตามองไปทีหนึ่งกล่าวย้ำข้อตกลงระหว่างกัน ภายใต้หน้ากากมุมปากของเขาเชิดสูงขึ้นเล็กน้อยกลายมาเป็นรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาคู่นั้นก็ดูอบอุ่นไม่แพ้กันเลย

     

    เซียถงมองผ่านจับจ้องสายตาดังกล่าวอดรู้สึกเนื้อตัวสั่นมิได้ สายตาของชายคนนั้นแม้จะดูอบอุ่นไร้ผิดภัยแต่นางกลับรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก ราวกับสิ่งเหล่านี้คือภาพลวงตาหรือนางจะถูกชายคนนี้ลอบลักพาตัวไป?

     

    ลักพาตัวงั้นเหรอ? นางดูประมาทขนาดนั้น?และที่สำคัญ รูปโฉมของนางอัปลักษณ์เกินเยียวยาคนปกติที่ไหนจะกล้าลักพาตัวนางไปทำเรื่องเช่นนั้น? กลับเป็นอีกฝ่ายเสียมากกว่าที่ต้องกลัวนาง

     

    หรือว่า...มันจะรู้แล้วว่าภายในตัวนางมีคัมภีร์วรยุทธ์ลับอยู่?

     

    เมื่อนึกขึ้นได้เช่นนี้เซียถงก็หรี่ตาแคบเพิ่มเสริมความระมัดระวังตัวขึ้นเป็นทวีเท่าคมมีดสั้นโผล่ปลายปรากฏขึ้นอีกครั้งภายใต้แขนเสื้อยาวอย่างเงียบงัน

     

    “ก่อนหน้านี้มีลูกน้องของข้าประมาณสองถึงสามคน ค้นพบสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนี้โดยบังเอิญพอกำลังจะเข้าล้อมจับ ดันถูกชายสวมหน้ากากไม่ทราบฝ่ายเข้ารบกวนจนปล่อยให้มันหลุดเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขาลูกนี้”

     

    ชายคนนั้นเหมือนจะมิได้สังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของนางเลยแต่กลับหันไปอีกทางและก้าวเดินตรงออกไป

     

    เซียถงยังมีทีท่าลังเลอยู่บ้างแต่ในท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเดินติดตามไปสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ชนชั้นสูงค่อนข้างหายากมาก และลำพังตัวนางคนเดียวก็หาใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดที่จะจับมัน ดังนั้นแล้ว โอกาสมาถึงขนาดนี้มีหรือที่นางจะทนต่อเสน่ห์เย้ายวนของเขาอสูรระดับชั้นนี้ได้ไหว? แผนการแปรเปลี่ยนนางเฝ้าติดตามชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆาคนนี้ไปก่อนชั่วคราวเมื่อใดที่รู้ว่าเขามีเจตนาอื่นแอบแฝง อาศัยขุมพลังขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นกลางนางมิเชื่อว่า ตนจะไม่มีปัญญาหนีรอดออกจากเงื้อมมือของอีกฝ่ายพ้น

     

    เดินติดตามชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆาได้สักพักใหญ่เดินวนเดินเวียนอยู่บนหุบเขาเป็นเวลานานแต่กลับไม่พบสิ่งใดเลยนอกจากรอยเท้าของสัตว์อสูรปราณวิญญาณคนนั้นน่านฟ้าท้องนภาเริ่มส่องสว่าง เซียถงตัดสินใจจะขอแยกตัวกลับจวนก่อนไม่พรุ่งนี้หรือมะรืนค่อยติดตามเข้าสมทบใหม่นางมิอาจมาเสียเวลาอยู่บนหุบเขาเช่นนี้ได้อีกแล้วจริงๆหากคู่ต่อสู้คนสุดท้ายที่เซียถงต้องเผชิญเป็น หลัวซีจริงๆนางกลับไม่มั่นใจเช่นกันว่า สามารถเอาชนะได้

     

    ดังนั้นแล้วเซียถงจำต้องแบ่งเวลาส่วนใหญ่นำใช้ไปกับการศึกษาคัมภีร์วรยุทธ์ลับเล่มนี้

     

    แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยกล่าวอันใดชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆากลับชิงพูดแทรกขึ้นก่อนว่า

     

    “ข้ายังมีธุระที่ต้องทำค่อยกลับกลับมาค้นหาสัตว์อสูรปราณวิญญาณใหม่ในวันมะรืนหากเจ้ายังต้องการเขาอสูรของมัน จงกลับมาที่นี่ใหม่ในวันมะรืนเสีย”

     

    กล่าวจบอีกฝ่ายมิได้รอคำตอบกลับจากเซียถง เหาะเหินทะยานหายวับลับสายตาไปในทันใด

     

    เจ้านี่มิได้ปั่นประสาทข้ากระมัง?

     

    เซียถงเฝ้ามองแผ่นหลังของชายคนนั้นที่หายลับไปต่อหน้าต่อตาใจหนึ่งพลันสังหรณ์ใจคล้ายว่า มีบางสิ่งอย่างผิดปกติ

     

    เพราะระหว่างทางที่กำลังเดินตามหาสัตว์อสูรปราณวิญญาณบนหุบเขาลูกนี้นางคอยเฝ้าสังเกตอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเขานั้นปราศจากท่าทีกระตือรือร้นอันใดเดินแช่มหันซ้ายทีขวาทีราวกับกำลังออกมาเดินชมแสงจันทร์ยามค่ำคืนอย่างใดอย่างนั้นตรงกันข้ามกับนางที่เผยสีหน้าท่าทางระมัดระวังมองหาสัตว์อสูรปราณวิญญาณอยู่ตลอดเวลา

     

    หรือชายคนนี้จะมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่จริงๆ?

     

    ช่างมันเถอะสิ่งที่เขาต้องการบางทีอาจมิได้ข้องเกี่ยวกับนางก็เป็นได้อีกไม่นานการประลองรอบสุดท้ายใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว นางส่ายหัวสะบัดละทิ้งความคิดอื่นใดออกไป และเดินทางกลับเข้าจวนเสนาบดีโดยตรง

     

    กลับมาจวนคราวนี้เซียถงสั่งการให้อิ๋งเอ๋อร์คอยเฝ้ายามหน้าประตูเรือนพักของนางเอาไว้ห้ามให้ใครรบกวนเด็ดขาด ปิดประตูแน่นหนา และคลี่คัมภีร์วรยุทธ์ลับออกมาอ่านศึกษา

     

    เซียถงทำความเข้าใจในเคล็ดวิชาส่วนเริ่มต้นซึ่งเป็นระดับชั้นเหลืองก่อน ข้างต้นเป็นการสอนอาศาท่าทางของกระบวนโจมตีและทักษะเสริมต่างๆ ซึ่งกล่าวตามตรงลักษณะการฝึกปรือมันคล้ายกับ ตอนที่นางเข้าเทรนในฐานฝึกของชีวิตก่อนหน้ามากลองเคลื่อนไหวตามคำอธิบายสักสองสามประโยค นางก็สามารถเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

     

    อาศัยพลังลมปราณในร่างกายที่โคจรไหลเวียนเซียชกอากาศชักนำกระแสลมสายใหญ่ฉีกสะบั้นเคลื่อนไหวตามท่าร่างในประโยคที่คัมภีร์เขียนอธิบายไว้ ทันใดนั้นกำแพงเบื้องหน้าพลันก่อเกิดเป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่ เจียนทะลุออกไปข้างนอก!

     

    ภายในใจเซียถงรู้สึกทึ่งตะลึงงันไม่น้อยคล้อยหลังที่หยิบนำวรยุทธมาจับคู่กับลมปราณผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นอานุภาพทำลายล้างที่เพิ่มพูนถึงสองเท่าทวี!

     

    “คุณหนู!”

     

    จู่ๆอิ๋งเอ๋อร์ก็เปิดประตูเลื่อนมาชะโงกมองก่อนปรบมือกล่าวชื่นชมด้วยความตื่นอกตื่นเต้น

     

    เซียถงโบกมือไล่ให้อีกฝ่ายกลับไปทำหน้าที่และเข้าเก็บตัวศึกษาวรยยุทธลับต่อเกือบทั้งวัน พอรู้ตัวอีกฝ่ายฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว

     

    “คุณหนูแย่แล้ว!”

     

    ครั้งนี้อิ๋งเอ๋อร์เปิดประตูโพล่งเข้ามาสีหน้าเป็นกังวลอย่างยิ่ง

     

    “เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก?”

     

    เซียถงหันหน้ามองอีกฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นคำหนึ่ง

     

    ทว่าอิ๋งเอ๋อร์กลับเงียบนิ่งมิได้ตอบคำถามนางกลับไปผ่านไปสักครู่ใหญ่ เซียถงอดเลิกคิ้วมองติดตามไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายมองอยู่มิได้ก่อนจะเห็นนางกำลังยืนเหม่อดูร่องรอยหลุมบ่อขนาดใหญ่น้อยมากมายทั่วทั้งกำแพงเรือนพัก

     

    อิ๋งเอ๋อร์ค่อยๆหันศีรษะเคลื่อนมาหาเซียถง แววตาฉายแววประหลาดใจอัดแน่นจนล้น เอ่ยปากตะกุกตะกักกล่าวว่า

     

    “นี่...นี่เป็นฝีมือของคุณหนูทั้งหมด...?”

     

    “ใช่”

     

    เซียถงพยักหน้า

     

    “คุณหนูท่านแข็งแกร่งเกินมนุษย์แล้ว!”

     

    ประกายสายตาคู่นั้นของอิ๋งเอ๋อร์ยิ่งทวีความศรัทธาชื่นชม

     

    “อิ๋งเอ๋อร์ ฝากหาดินมาโปะหลุมบ่อทั่วกำแพงพวกนี้ด้วย”

     

    เซียถึงยิ้มพร้อมเอ่ยสั่งการหน้าที่ไป

     

    “อ๊ะ...ข้าลืมสนิท!แย่แล้วคุณหนู! ฮูหยินหลี่ถูกฮูหยินเฉิงทุบตีจนเจียนตายแล้ว!”

     

    ทันทีทันใดอิ๋งเอ๋อร์ก็พลันนึกถึงจุดประสงค์ที่วิ่งมาหาได้ รีบคว้าแขนเซียถงกล่าวขึ้นด้วยความกังวลใจยิ่ง

     

    ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าการแสดงออกของเซียถงพลันเปลี่ยนไปทันที สะบัดมืออิ๋งเอ๋อร์ออกจากแขนตนและรีบมุ่งหน้าไปยังกระท่อมดน้าในสุดของจวน

     

    เมื่อพวกนางมาถึงโรงฝืนก็ได้ยินเสียงฮูหยินเฉิงดุด่ามาแต่ไกล จึงรีบเร่งตีฝีเท้าวิ่งเข้าไปยังที่เกิดเหตุก่อนจะพบเห็น ฮูหยินเฉิงกำลังถือแส้หางเหล็กกระหน่ำฟาดแม่ของนางไม่หยุดจนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นแบบนั้น

     

    หัวใจแสมือนถูกคมมีดกรีดแทงเพลิงโทสะโหมปะทุเดือดคลั่งในทันใด คู่เท้ากระตุกวูบเซียถงทิ้งตัวพวยพุ่งตัวเข้าไป ทิ้งทวนเป็นสายสายหนึ่งยื่นมือกระชากแส้หางเหล็กออกจากมือของฮูหยินเฉิงอย่างรวดเร็ว

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635