[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    56 ดึงไป

    เปรี๊ยง!


    สายฟ้าสั่นสะเทือนไปบนอากาศท่ามกลางฝนเทกระหน่ำตกลงมาไม่ขาดสาย เหล่านักเวทย์ที่ยังคงเกาะอยู่บนขอบผาล้วนแล้วเกาะต่อไปเพื่อรอให้แอนเดอร์สันเคลื่อนไหวออกจากหลุม อย่างไรก็ตามพวกเขากลับไม่คิดว่าแอนเดอร์สันจะเคลื่อนไหวง่ายๆ จากพลังที่มอนสเตอร์ทั้ง 2 ปลดปล่อยเข้าปะทะกัน มันรุนแรงจนไม่มีใครกล้าขยับตัวกลัวจะเป็นจุดสนใจ แอนเดอร์สันที่ทุกคนหวังจะเข้าไปฆ่าจึงสามารถรอดต่อไปได้ภายในหลุมที่เขาขุดขึ้นมา


    “หรือว่าเราจะขุดหลุมไปหามัน” หนึ่งในนักเวทย์ออกความคิดเห็น จากระยะหลุมของแอนเดอร์สันกับหน้าผาห่างกันราวร้อยเมตร ถ้าพวกเขาใช้เวทย์ดินขุดเข้าไปหาแอนเดอร์สันสามารถจับตัวได้แน่นอน


    “จะบ้าหรือไง ส่วนที่เป็นหน้าผากับส่วนที่มันอยู่มีความแข็งต่างกันราวฟ้ากับเหว  ไม่ใช่แกคิดได้คนเดียวหรอกนะ คนอื่นก็คิดแบบแกได้เช่นเดียวกันแต่ไม่มีใครขุดหน้าผาได้พวกเราจึงอยู่ที่นี่ อีกอย่างแกดูนั่น”


    “ตระกูลซิกฟรีท”


    “ใช่ ขนาดคนของตระกูลซิกฟรีทที่มีพลังเวทย์ 250 ปียังทำได้แค่จับตามอง แล้วเราจะไปเปลืองเวทย์ขุดรูไปทำไมกันเพราะงั้น รอ”


    นักเวทย์มากมายเกาะขอบหน้าผาต่อไปเฝ้ารอให้มอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัดสินแพ้ชนะ หากไม่มีตัวใดตายแอนเดอร์สันคงไม่ออกมาจากหลุมอย่างแน่นอน


    —----------------------------


    “ให้ตายสิ ล่าวันแรกก็เจอของหนักเลยเหรอ”


    แอนเดอร์สันท้อ เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์อันตรายที่เจอกับตัวเอง จะอันตรายจนเขาไม่สามารถแก้ปัญหาและทำสิ่งใดกับมันได้ ระหว่างกำลังถอดถอนหายใจใต้ก้นหลุมเขาก็ปีนขึ้นไปดูรอบๆปากหลุมอีกครั้งหนึ่งและแล้วเขากลับต้องตะลึงเมื่อรอบข้างที่เคยมีโขดหินมากมายถูกทำลายจนกลายเป็นพื้นที่ราบ ถึงอย่างนั้นต้นองุ่นลูกบาศก์กลับยังคงอยู่ดีไม่มีส่วนใดได้รับความเสียหายจากการโจมตีเลยสักนิด


    กา!


    “ไปไหนแล้ว”


    แอนเดอร์สันกวาดตามองไปรอบๆ ระบบยังคงไม่ยอมให้เขาเสร็จภารกิจ ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นแสงสีแดงและสีฟ้าอยู่ภายใต้ก้อนเมฆสีดำ เมื่อรู้ว่าพวกมันทั้งสองขึ้นไปต่อสู้กันอยู่บนนั้นเขาก็เริ่มมองหาทางหนีเพราะนี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะรอดไปได้แล้ว


    “เดี๋ยวนะ ถ้าเราทำแบบนี้มันจะคุ้มไหมนะ”


    แอนเดอร์สันเท้าคางคิด บนหน้าผาสามารถออกไปเดินได้แล้วเพราะมอนสเตอร์อยู่สูงจากพื้นดินมาก พลังเวทย์ของพวกมันไม่สามารถโจมตีผาได้อีกต่อไป เขาจึงคิดว่าจะทำอย่างที่คิดเอาไว้หรือไม่ ตอนนี้ต้นองุ่นลูกบาศก์ปราศจากผู้ครอบครอง เขาคิดว่าจะเก็บมันกลับไปด้วยอย่างน้อยก็ไม่เสียเปล่า ทันทีที่เขาคิดว่าตัวเองน่าจะรีบเก็บจึงพุ่งออกไปจากหลุมวิ่งเก็บองุ่นลูกบาศก์เข้าไปในแหวนเก็บของทันที


    “ต่อสู้กันอยู่บนนั้นก่อนนะ ฉันเหลือไว้ให้พวกแกแน่นอน”


    แอนเดอร์สันพยายามเก็บองุ่นด้วยความรวดเร็ว กระทั่งเขาเก็บได้ครบ 10 ผล อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกว่านักเวทย์หลายคนกำลังจ้องมองจึงแสดงรอยยิ้มแล้วเด็ดองุ่นต่อไป ตอนนี้ภายในหัวของเขาไม่รู้สึกปลอดภัยแอนเดอร์สันจึงเตรียมแผนหนีพร้อมกับหาวิธีเก็บตั๋วจากนักเวทย์


    ในสถานการณ์ตอนนี้เขาถูกเวทย์ตรวจจับของมอนสเตอร์สัมผัสไปทั่วร่าง แอนเดอร์สันไม่รู้ว่าการหนีไปโดยไม่เก็บองุ่นเขาจะรอดไปได้ไหม มันไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าหากเขารอให้มอนสเตอร์ทั้ง 2 มีผู้ชนะเขาจะรอดออกไป แม้เขาจะทิ้งผลองุ่นลูกบาศก์เอาไว้เขาก็ไม่มั่นใจว่ามันจะไม่ไล่ล่าพวกเขาเพื่อเล่นสนุก  ดังนั้นแอนเดอร์สันจึงเข้ามาเก็บองุ่นเพราะถ้ามอนสเตอร์ทั้งสองทำเหมือนที่เขาคิดเอาไว้ อย่างน้อยเขาก็หนีตายโดยยังคงมีผลประโยชน์


    กา!


    “มาแล้ว คงต้องลองสักตั้ง!”


    แอนเดอร์สันเปิดใช้งานการ์ดโจมตีพร้อมกับร่ายเวทย์สายลมเสริมความเร็วด้วยผลของฉายาผู้เชี่ยวชาญในการหลบหนีทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์ในการใช้เวทย์เคลื่อนที่ ดังนั้นเขาจึงคิดวิธีทำให้ตัวเองวิ่งให้เร็วที่สุด ด้วยการใช้การ์ดโจมตีเพิ่มพลังให้กับเวทย์สายลมเสริมความเร็วจนความเร็วของเขาเทียบเท่านักเวทย์ 500 ปี เมื่อเวทย์ร่ายเสร็จแล้วนี้แอนเดอร์สันถึงขั้นฉีกยิ้มกว้าง เพราะการ์ดเสริมการโจมตีไม่ได้ถูกจำกัดให้อยู่ในพลังเวทย์ 300 ปี หลังจากรู้ว่าความรวดเร็วของเขาเพิ่มขึ้นมามากนี้แอนเดอร์สันไม่รอช้าวิ่งไปยังทิศทางที่นักเวทย์มากมายกำลังเฝ้าจับตามองดูเขา


    [แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 32]


    สายตาของนักเวทย์ที่จับจ้องมองมายังแอนเดอร์สัน เต็มไปด้วยความโลภ เหล่าคนที่คิดจะฆ่าเขาล้วนยินดีที่เขาวิ่งมาหา เหล่าคนที่คิดจะปล้นผลองุ่นลูกบาศก์ล้วนแสดงความดีใจออกทางสีหน้าเมื่อเห็นแอนเดอร์สันพุ่งมาหาพวกเขา แต่แล้วใบหน้าของทุกคนที่กำลังแสดงความดีใจกลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อด้านหลังแอนเดอร์สันกำลังมีอีกาตัวใหญ่บินลงมาจากก้อนเมฆด้วยความรวดเร็วก่อนจะมีอีแร้งโฉบบินตามลงมา


    “แย่แล้ว มันกำลังล่อมอนสเตอร์มาทางนี้!”


    สีหน้าตื่นกลัวแสดงออกมาจากนักเวทย์ ไม่เว้นนักเวทย์ของตระกูลซิกฟรีทที่มองเห็นมอนสเตอร์ 2 ตัวบินตรงมาหา ทันใดนั้นแอนเดอร์สันที่วิ่งตรงมาก็ได้ผ่านพวกเขาไปด้วยความรวดเร็วที่แม้แต่พวกเขาก็ไม่สามารถตามทันใด พริบตาที่แอนเดอร์สันมาถึงหน้าผาแล้ววิ่งกลับลงไป นักเวทย์มากมายต่างพากันใช้เวทย์วิ่งลงไปจากหน้าผาเช่นเดียวกัน หากพวกเขายังคงอยู่ตรงนี้อันตรายจากมอนสเตอร์ทั้ง 2 ที่กำลังบินมานั้นจะฆ่าพวกเขาทุกคนจนไม่เหลือ


    กา!


    กว๊า!


    “เยี่ยม แบบนี้แหละเยี่ยม”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้าง ร่างกายของเขาไม่ได้รับความเสียหายหรือได้รับภาระจากการใช้เวทย์ระดับ 5 เลยสักนิด หนำซ้ำผลของการ์ดโจมตีกลับไม่หมดลงไป  หากเขาไม่ปลดเวทย์สายลมเสริมความเร็วมันยังคงติดตัวเขาตลอด ด้วยการที่เขามีความเร็วเท่ากับนักเวทย์ 500 ปีส่งผลให้แอนเดอร์สันวิ่งหนีไม่คิดชีวิต แม้ความเร็วของเขาจะเพิ่มขึ้นแต่อีกฝ่ายที่กำลังไล่หลังบินได้ มันจึงยังไม่ปลอดภัยกับตัวของเขา


    ตู้ม!


    หน้าผาสูงชันแหว่งหายไปด้วยการถูกไฟเผา แอนเดอร์สันที่หยุดเท้าหันมองเขาก็รีบวิ่งด้วยความรวดเร็วหลังจากเห็นนักเวทย์หลายคนถูกเผาตายด้วยฝีมือของอีกา ระหว่างนี้เองอีแร้งที่อยู่บนฟ้ามันก็ได้บินโฉบนักเวทย์ที่พยายามวิ่งลงหน้าผา ส่งผลให้นักเวทย์ตกตาย


    “แสดงว่าได้ผลสินะ”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มหน้าบานหลังจากอันตรายจากทางระบบไม่ได้ลดลงไป แม้นักเวทย์มากมายจะตายไปเพราะฝีมือมอนสเตอร์ 2 ตัวที่กำลังไล่ฆ่ามนุษย์ ระดับอันตรายที่ควรจะลดลงเพราะคนที่จ้องจะเล่นงานแอนเดอร์สันตายมันกลับไม่ลดระดับอันตรายลง ทำให้เขารู้ว่าการตายของสิ่งที่ทำให้ระบบแจ้งเตือน ไม่ถูกนับรวมกับการเดินหนีของสิ่งที่ทำให้ระบบแจ้งเตือน


    ในช่วงที่เขาอาศัยอยู่ในเขตสถานีโคเวีย ระดับอันตรายสามารถเพิ่มและลดลงจากคนที่จับตามองเขาได้ การลดลงที่เขาสังเกตเห็นเกิดมาจากนักเวทย์ที่ต้องการสังหารเขาล้มเลิกความสนใจหรือไม่ก็เดินทางจากไปเพราะหมดเวลาในการจ้องมอง 


    แต่ตอนนี้เขาสามารถตรวจสอบข้อจำกัดได้อีกข้อ หากเหล่าคนที่ทำให้ระบบแจ้งเตือนอันตรายตกตาย ระบบจะไม่ลดจำนวนอันตรายที่แสดงเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงมองเห็นวิธีการเก็บตั๋วที่มากกว่าเดิม หากเขาสามารถฆ่าคนที่คิดจะหนีออกไปจากการตรวจจับของระบบ ระดับอันตรายจะยังคงอยู่ต่อไป  ดังนั้นในอนาคตถ้าเขาเจอฝูงมอนสเตอร์และระบบแจ้งเตือนอันตรายด้วยการนับรวมมอนสเตอร์ทั้งหมดก่อให้เกิดอันตรายเพียงแค่ 1 รูปแบบ เขาจะต้องจัดการมอนสเตอร์ระดับต่ำก่อนเพื่อไม่ให้พวกมันวิ่งหนีเขาจนระดับอันตรายลดต่ำลง


    “อย่าโกรธกันเลยเพราะระบบมันโกหกกันไม่ได้”


    แม้แอนเดอร์สันจะเป็นคนกระตุ้นให้ระบบแจ้งเตือนอันตราย แต่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเกิดความต้องการฆ่าตามการกระตุ้นของเขาก็ได้ ดังนั้นเหล่าคนที่กำลังถูกมอนสเตอร์ทั้ง 2 ฆ่าตายแอนเดอร์สันจึงไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิด ทันใดนั้นเขาที่มาถึงพื้นดินจึงมองหาเส้นทางวิ่งที่สามารถหลบหนีมอนสเตอร์ทั้งสองตัวนี้ต่อไป


    “บ้าเอ๊ย ไอ้แอนเดอร์สัน ถ้ารอดไปได้ฉันจะตามไล่ล่าแก!!!”


    เสียงร้องดังระงมมาจากนักเวทย์ที่กำลังวิ่งลงจากหน้าผา อย่างไรก็ตามด้วยพลังของพวกเขาไม่สามารถแม้จะยืนต้านทานการโจมตีของมอนสเตอร์ทั้ง 2 ได้  ทุกครั้งที่การโจมตีของมอนสเตอร์กระจายออกไปนักเวทย์มากมายล้วนกลายเป็นศพ ถึงอย่างนั้นกลุ่มของตระกูลซิกฟรีทกลับสามารถหลบสิ่งที่กำลังโจมตีไล่ตามหลังพวกเขาได้ด้วยการนำนักเวทย์ที่กำลังวิ่งตามหลังมาทำเป็นโล่ป้องกัน


    “จะเอายังไงต่อ” นักเวทย์จากตระกูลซิกฟรีทหันมองหน้ากัน พวกเขามาถึงพื้นแล้วจึงตกลงกันว่าจะทำอย่างไร จะวิ่งหนีหรือว่าจะตามแอนเดอร์สันไป ทันใดนั้นนกยักษ์ทั้งสองที่กำลังไล่ฆ่านักเวทย์จนเหลืออยู่ไม่ถึงแปดสิบจากที่มีเป็นพัน พวกมันก็ได้กางปีกบินออกจากหน้าผามุ่งหน้าไล่ตามเด็กหนุ่มที่ขโมยของพวกมันไป


    “จับตาดูต่อ จนกว่าเราจะมั่นใจว่ามันตาย”


    กา!


    เสียงร้องคำรามก้องฟ้าทำเอาแอนเดอร์สันขนลุกไปทั่วร่าง พริบตาที่เขาได้ยินเสียงร้องของนกยักษ์เขาก็ได้วิ่งให้เร็วขึ้นไปอีกพลางคิดหาตำแหน่งที่สามารถหนีไปได้ หากเขาวิ่งกลับสถานีแอนเดอร์สันกลัวว่าจะถูกสหพันธ์ฆ่าตายเพราะดึงมอนสเตอร์เข้าไป ดังนั้นเขาจึงเปิดแผนที่พลางมองไปยังตำแหน่งที่สามารถใช้หลบซ่อนตัว


    “เป็นไงเป็นกัน”


    พรึ่บ!


    สองเท้าก้าววิ่งไปยังทิศเหนือ ตำแหน่งที่แอนเดอร์สันต้องการไปคือเขต 3 ภายในตำแหน่งนั้นเป็นพื้นที่ป่าสูงใหญ่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับ 300 ปีขึ้นไป แม้มันจะอันตรายแอนเดอร์สันกลับคิดที่จะเสี่ยงเพราะนอกจากเขาจะหาวิธีเอาตัวรอดจากนกยักษ์ทั้งสองนี้ได้แล้ว เขาอาจจะได้ประโยชน์จากการวิ่งพาพวกมันทั้งสองไปยังเขต 3  


    ตู้ม!


    “บ้าจริง ถ้าช้ากว่านี้ได้ตายแน่ๆ”


    แอนเดอร์สันวิ่งหลบลูกไฟขนาดใหญ่ เมื่อมองกลับหลังเขาถึงกลับตกใจเพราะทุกอย่างในจุดที่ลูกไฟพุ่งกระแทกถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่านในระยะเวลาเพียงพริบตาเท่านั้น ถึงแม้เขาอยากจะใช้การ์ดโจมตีเพื่อเสริมพลังให้กับเวทย์เกราะพฤกษาก็ตาม แอนเดอร์สันกลับไม่กล้าทำเขากลัวอันตรายจากทางระบบจะถูกลดระดับลงเพราะระบบมองว่าเขามีเกราะป้องกันจนทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาจึงต้องอาศัยประสาทสัมผัสของตัวเองในการหลบการโจมตีที่กำลังไล่ตามหลังมาติดๆ


    ตู้ม!


    “บ้าเอ๊ย จะถึงเขต 3 ไหมเนี๊ย”


    มวลน้ำมหาศาลพุ่งตัดพื้นดินในตำแหน่งที่แอนเดอร์สันกระโดดหลบ เขาที่ลุกขึ้นได้ไม่คิดจะมองเลยสักนิด ทำเพียงสับเท้าวิ่งต่อไปพยายามมองหาเส้นทางที่ทำให้เขาหลบหลีกการโจมตีที่กำลังไล่หลัง ทันใดนั้นมวลน้ำและเปลวไฟที่ปลดปล่อยออกมาจากมอนสเตอร์ 550 ปีก็ได้พุ่งเข้ามาดักหน้าและดักหลังแอนเดอร์สัน เขาจึงใช้การ์ดป้องกันวิ่งฝ่าการโจมตีไปด้วยความเร็วเต็มกำลังหวังให้หลุดจากการล้อมของพวกมัน


    ตู้ม!