บู้ม~!
พลังงานวิญญาณไหลทะลักไปทั่วห้อง ทำเอาประตูห้องเปิดกว้างให้เห็นด้านนอกจนตงฟางต้องใช้พลังจิตปิดประตูอีกครั้งหนึ่ง
“ให้ตายสิ จะเปลืองเกินไปหรือเปล่านะ”
ตงฟางรู้สึกว่าการดูดซับพิษและดูดซับแกนพลังวิญญาณ ร่างกายของเขามีความต้องการมากเกินกว่าปกติ ด้วยจำนวนแกนพลังวิญญาณเป็นพันก้อนแล้วยังมีพิษอีก 100 ขวดที่พึ่งดูดซับหมดในตอนเช้าตรู่ น่าจะทำให้เขาเลื่อนระดับไปเป็นระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 9
ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างนั้น เขากลับเลื่อนระดับเป็นเพียงแค่สัมผัสวิญญาณขั้น 5 จนคิดว่าสายเลือดมังกรบรรพกาลที่มีเพียงแค่ครึ่งกำลังเป็นตัวถ่วงกับการบ่มเพาะ ไม่เพียงเท่านั้นพิษระดับ 2 หลากหลายชนิดที่เขาดื่มลงไปและแกนพลังวิญญาณระดับ 2 เริ่มไม่มีผลต่อการสะสมพลังของเขาแล้ว ร่างกายของเขาต้องการพิษและแกนวิญญาณระดับสูงมากกว่านี้อีก ทำให้เขารู้สึกท้อใจ
ถึงอย่างนั้นเขากลับแสดงสีหน้าดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน แม้ระดับพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นได้ช้ามากๆเมื่อเทียบกับคนอื่น การเลื่อนระดับช้าๆของเขากลับมีผลดีกับวิญญาณยุทธ์ไม่น้อย เดิมทีชิ้นส่วนทั้ง 9 ของหม้อหลอมยามันลอยอยู่ห่างกันมากๆ ตอนนี้มีบางชิ้นขยับเข้าใกล้กัน เขาคิดว่าหากเพิ่มพลังขึ้นไปได้อีก จำนวนวิญญาณยุทธ์ที่แตกเสียหายจะต้องรวมกันจนเหลือเพียงแค่ 8 ชิ้นแน่นอน ทำให้เขากระตือรือร้นในการหาแกนพลังวิญญาณและพิษระดับ 3 มาเติมเต็มร่างกาย
“เอาล่ะ คงต้องไปขายของก่อน จากนั้นค่อยเดินทางไปยังทุ่งหญ้าสัตว์อสูรคลั่งเพื่อล่าอีกครั้ง”
ตงฟางเก็บหนังสือทักษะโลหิตสลายกระดูกเข้าไปในแหวนเก็บของแล้วเดินออกจากห้องไปเจอเข้ากับลู่จิวและคนอื่นๆอีก 3 คน
“ลูกพี่เราพร้อมแล้ว”
“ตงฟาง ถ้าพูดตามที่แกบอกเราจะขายยาได้จริงเหรอ คงไม่มีใครเข้ามาเตะเราใช่ไหม” ลู่จิวถามออกมาด้วยความวิตก เขากลัวจะมีคนเข้ามาหาเรื่อง
“ไม่ต้องกลัวลู่จิว จำได้ไหมว่าเรากำลังสร้างลู่ทางในการมีชีวิตรอด ดังนั้นแกไม่ต้องห่วง การขายยาของเรามีการหัวแตกแน่นอน แต่เราจะไม่ยอมหัวแตกฟรีๆ การหัวแตกของเราจะต้องแลกมากับทางรอดที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”
ฉาน จ้าน เป่า หลังจากพวกเขารู้ว่าการหัวแตกหลังจากขายยาเป็นเส้นทางที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น จากเดิมมีอาการกลัวพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ
“เอาล่ะไปกัน เราจะรีบขายแล้วรีบหนี ช่วงแรกเราจะเน้นทำเงิน ช่วงหลังเราถึงจะยอมหัวแตก”
“ครับ~!!!”
ลู่จิวเดินตามหลังตงฟางไปช้าๆ อย่างไรก็ตามสามสหายที่รับเข้ากลุ่มมาใหม่พวกเขาได้เดินต่อแถวตามหลังลู่จิวมาติดๆ ทำให้ตงฟางรู้สึกว่าเขาเป็นตัวประหลาดในสถาบัน
“ให้ตายเหอะ คิดถูกหรือคิดผิดกันเนี๊ยที่รับพวกมันเข้ามาแต่ก็เอาเถอะ”
ตงฟางพยายามพาคนของเขาไปยังร้านเดิมที่จองไว้เมื่อวาน แล้ววันนี้มันก็ยังไร้ผู้คนเข้าจับจองเช่นเดิมเพราะเขาไม่ได้ต่อเติมหรือซ่อมแซมร้าน จึงไม่ใครอยากเข้ามายึดร้านของเขาไป
“เอาล่ะ ทำตามแผน คนหนึ่งร้องตะโกน อีกคนเติมน้ำลงไปในหม้อหลอม ส่วนอีกคนรอขาย ส่วนฉาน แกจดบัญชี”
ตงฟางชี้นิ้วสั่งทุกคนให้ทำหน้าที่ ทันทีที่ร้านของเขาเปิดเป่าก็เริ่มร้องตะโกนโดยมีจ้านคอยเติมน้ำลงไปในหม้อหลอมยาจนมันส่งเสียงซู่ซ่าเรียกให้ผู้คนหันมาสนใจ
“ร้านน้อยหน่าของเราเปิดทำการแล้วจ้า พี่สาวถ้าไม่รีบเข้ามารับรองเลยว่าพี่สาวจะไม่ได้ซื้อมันอีกแน่นอน”
“ฮะ แกเรียกฉันว่าพี่สาวอย่างนั้นเหรอนี่แกอยากตายหรือไงฟ๊ะ”
“เร่เข้ามาเร่เข้า~! พี่สาวทั้งหลาย ทั้งน้อยทั้งใหญ่ ไม่ว่าจะผัดแป้งแต่งหน้า หรือจะไม่มีอะไรก็เดินเข้ามาดูก่อน วันนี้ร้านน้อยหน่าของเราพร้อมขายยายี่จงคุณภาพ 10 ส่วนอีกเช่นเคยแล้ว”
“พี่สาวหน้าคล้ำคนนั้นเชิญทางนี้ก่อนเร็ว ยายี่จงจะหมดก่อนนะ”
“ฉันเป็นผู้ชายหน้าคล้ำโว๊ย”
“พี่สาวคนนั้นน่ะ เข้ามาเลือกซื้อยาของเราก่อน ต่อให้จะเลือกนานแค่ไหนก็ได้เพราะยาของเรามีเพียงชนิดเดียวนั่นก็คือยายี่จง เร่เข้ามาเหล่าพี่สาวทั้งหลาย เร่เข้ามา~!”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง จากเสียงร้องตะโกนของเป่าและจ้านทำให้หลายคนหัวเสียไม่น้อย ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครเข้ามาหาเรื่องเลยเพราะผู้คนที่เข้ามามุงซื้อยามีเยอะเกินไปจนไม่ทันได้เกิดเรื่อง
“ฉันเอา 1 กล่อง”
“ฉัน 2 กล่อง”
“ฉัน 10 กล่อง ให้ฉันก่อน ให้ฉัน~!”
การแย่งซื้อยาเกิดขึ้นเร็วพลัน ไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้นยาของตงฟางก็ขายหมดทั้ง 100 กล่อง คนที่ได้สิทธิหมุนวงล้อแห่งโชคพวกเขาก็หมุนจนครบ ตงฟางจึงพาลูกน้องของเขาเก็บของด้วยความเร็วแล้ววิ่งหน้าตั้งออกจากเส้นทางการค้า ด้วยใบหน้างุนงงของลู่จิวและคนอีก 3 พวกเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองทำไมต้องวิ่งออกมาจากเส้นทางการค้าแบบนี้
“ตงฟาง ตงฟาง เฮ่ย ตงฟาง แกจะรีบวิ่งไปไหน”
ลู่จิวพยายามร้องตะโกนตามหลัง กระทั่งพวกเขามาถึงหน้าห้องพักตงฟางก็หันกลับไปฉีกยิ้มกว้างให้กับลูกน้องทั้ง 4 คน
“เอาล่ะ เมื่อกี้คงจะรู้แล้วสินะว่าร้านน้อยหน่าของเราขายยาแบบไหน”
“พวกเราเห็นแล้วครับลูกพี่ตงฟาง” ฉาน จ้าน เป่า ตอบด้วยน้ำเสียงแข็งขัน แม้จะเหนื่อยมากกับการวิ่งตามระดับสัมผัสวิญญาณ พวกเขากลับดีใจกับผลของการขายยาเมื่อครู่นี้
“เอาล่ะเราจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ช่วงนี้เราจะขายเพียงแค่ 100 กล่องเท่านั้น แต่หลังจากนี้ 5 วันเราจะขายช่วงเช้าเท่านั้น ต่อให้จะมีคนซื้อเป็นร้อยเป็นพัน เราก็จะขายให้”
“ทำไมช่วงแรกถึงขายแบบจำกัดเหรอตงฟาง” ลู่จิวทำหน้าสงสัย เขาได้รับคำตอบมากมายจากตงฟาง ถึงสาเหตุของการขายที่ต้องรีบและจำกัดจำนวนในช่วงแรก จนเข้าใจได้ว่ามันคือการโปรโมทร้านของพวกเขา ใครก็ตามที่อยากได้จะต้องมารอทุกๆวัน แล้วการรอของคนจำนวนมากจะต้องมีคนที่เดินผ่านหน้าร้านสงสัยแน่นอน ด้วยวิธีนี้ทุกคนจะรู้จักยายี่จงร้านน้อยหน่าของพวกเขาในระยะเวลาอันสั้น
“เอาล่ะ พากันฝึกต่อไปแล้วกัน ส่วนเงินฉันจะแบ่งคนละ 100 ค่าเฝ้าร้าน”
ทุกคนเบิกตากว้างกับจำนวนเงินที่ตงฟางแบ่งให้พวกเขาไป ด้วยจำนวนเงิน 100 หินวิญญาณมากมายสำหรับพวกเขามาก ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับแสดงท่าทางเหมือนกับว่ามันไม่ได้มีค่าสำหรับเขาเลย
“พี่ตงฟาง~!”
“อย่ามาแสดงความอ่อนแอให้ฉันเห็น เอาล่ะฉันจะลงเขา พรุ่งนี้เช้าค่อยเจอกัน”
ตงฟางวิ่งจากทุกคนไปปล่อยให้ทุกคนเดินทางไปหอแห่งการฝึกฝนเพื่อฝึกศิลปะการต่อสู้เช่นเดิม สำหรับเขาจำเป็นต้องรีบล่าเพื่อเพิ่มระดับให้มากกว่านี้สิ้นเดือนเขาจะต้องสู้กับศิษย์สายนอก เขาไม่อยากให้ระดับห่างกันเกินไป จะเป็นเรื่องน่าสงสัยได้หากเขาชนะ กระทั่งการวิ่งด้วยกำลังของเขามาถึงทุ่งหญ้าสัตว์อสูรคลั่งตงฟางได้นั่งพักด้วยความเหนื่อย ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกดีกว่าครั้งก่อนที่มาถึง ด้วยระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 5 ทำให้เขามีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
“เอาล่ะ ครั้งนี้เป็นสัตว์อสูรระดับ 3 หวังว่าจะได้สัก 10 ตัว”
ตงฟางพุ่งตัวผ่านทุ่งหญ้าหวังจะเข้าไปในป่า ทันใดนั้นเขาก็ย่นคิ้วเมื่อเห็นต้นหญ้าน้ำค้างเลือดหายไปเป็นจำนวนมากจากการถูกตัด เมื่อนึกไปถึงเรื่องที่คุยกับพี่ซิงเยียนเมื่อวาน เขารู้ได้ในทันทีเลยว่าพี่ซิงเยียนคงจะมาแอบตัดมันในช่วงกลางดึกเพื่อไม่ให้ใครเห็น
“พรุ่งนี้เช้ามันจะเหลือสักต้นไหมเนี๊ย”
เกินกว่าครึ่งของทุ่งหญ้าสัตว์อสูรถูกเกี่ยวหญ้าน้ำค้างเลือดไป ตงฟางคิดว่าเย็นนี้อีกครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่คงจะหายไปอย่างแน่นอน ยังดีที่เขาเร่งการเติบโตของพวกมันได้ จึงไม่มีผลเสียกับการหลอมยายี่จงของเขา ในแหล่งกบดานของเขายังมีต้นอ่อนพวกมันด้วย เขาสามารถเร่งการเติบโตพวกมันได้
ซ่า~!
น้ำตกแหวกออกเป็นสองฝั่งหลังจากตงฟางเดินเข้าไปในแหล่งกบดานของเขาเพื่อตรวจดูว่ามีใครเข้ามาใช้งานหรือไม่ เมื่อทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเขาก็นำเอาหนังสือทักษะโลหิตสลายกระดูกออกมาอ่าน เขาจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถของทักษะนี้ให้สูงขึ้น
ซึ่งทักษะโลหิตสลายกระดูกมีด้วยกันเพียง 3 ขั้นเท่านั้น ขั้นหนึ่งเป็นการสอนเกี่ยวกับการดูดซับพิษเข้ามาในร่าง ให้ตัวเองมีภูมิต้านทานพิษที่ต้องการใช้งาน
ขั้นสองของทักษะเริ่มเป็นทักษะสังหาร ด้วยการสร้างพิษที่เคยดูดซับไปออกมาทางต่อมใต้เล็บมือ เกิดเป็นพิษอาบชุ่มไปทั่วเล็บบนนิ้วทั้ง 10 ไม่เพียงแค่ใช้พิษผ่านกรงเล็บได้เท่านั้น มันยังเป็นทักษะที่ทำให้เล็บมือและนิ้วมือแข็งแกร่ง จนข่วนสร้างความเสียหายให้กับสิ่งที่ต้องการโจมตีได้
ขั้นสามของมันตงฟางบอกได้คำเดียวว่ามันอันตราย หากเขาฝึกขั้นสามสำเร็จ เขาสามารถสร้างพิษออกมาจากผิวหนังแล้วเปลี่ยนให้มันเป็นหมอกพิษได้ ด้วยสิ่งนี้มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาฆ่าเป็นวงกว้างได้ในตอนเปิดใช้งานทักษะ แต่มันกลับมีข้อจำกัดสำหรับเขาในตอนนี้ เนื่องจากว่าทักษะขั้น 3 เป็นการสร้างพิษแล้วเปลี่ยนสภาพมันให้กลายเป็นหมอก
พิษเหล่านี้ล้วนเกิดมาจากพลังวิญญาณ การปลดปล่อยพลังงานวิญญาณออกมานอกร่างกายได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในขั้นก่อตั้งวิญญาณ เขาเป็นเพียงระดับสัมผัสวิญญาณขั้น 5 ยังไม่สามารถสร้างหมอกพิษได้ จึงทำได้เพียงแค่เรียนมันในขั้นที่ 2 เท่านั้น
หลังจากรู้ข้อจำกัดตงฟางก็เริ่มฝึกการเคลื่อนพลังมุ่งเน้นไปยังนิ้ว เริ่มแรกทุกคนจะต้องฝึกนิ้วมือให้มีความแข็งแรงก่อน ทว่าตงฟางสลับขั้นตอน เขายังไม่พร้อมจะข่วนหินซ้ำๆเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้นิ้ว จึงพยายามเรียนรู้วิธีสร้างพิษด้วยพลังวิญญาณ ให้พิษโผล่ออกมาใต้เล็บของเขาก่อน
หากเขาสามารถสร้างพิษให้ไหลออกมาจากใต้เล็บได้ เขาไม่จำเป็นต้องกรีดมือตัวเองเพื่อจะใช้เลือดโจมตี
“ให้ตายสิ ยากเหมือนกันนะเนี๊ย”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักใจ ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือทำให้เขาควบคุมเปลวไฟได้ ทักษะโลหิตสลายกระดูกกลับต้องการให้เขาสร้างพิษ จากพิษที่เคยซึมซับเข้าไป เขาไม่สามารถขับเลือดออกมาได้ พิษที่สร้างขึ้นมันต้องมาจากพลังวิญญาณ จึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาเช่นกัน
ในความรู้ของเขาก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำปฎิกริยาของพิษเลย เพราะโลกก่อนเขาเน้นในเรื่องธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วยังมีธาตุสายฟ้าที่อยู่เหนือขึ้นไปอีก ไม่เคยมองพิษ ทำให้เขาโกงไม่ได้ จึงจำเป็นต้องทำตามหนังสือทักษะโลหิตสลายกระดูกเท่านั้น
การใช้ไฟผู้ใช้จะต้องมีความเข้ากันได้กับเปลวไฟ ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณยุทธ์ หรือจะเป็นพลังจากวงแหวนวิญญาณที่ทำสัญญา หรือว่าจะเป็นพลังสายเลือด หากมีความเหมาะสมอย่างใดอย่างหนึ่ง การจะใช้ไฟไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด สำหรับการใช้พิษตงฟางคิดว่ามันคงจะง่ายสำหรับเขาเพราะร่างกายของเขาเป็นพิษทั้งหมด เขาเชื่อว่าในกลุ่มศิษย์ทั่วไหมคงไม่มีใครเหมาะสมเท่าเขาแล้ว
“รวมพลังไว้ที่ปลายนิ้วจากนั้นก็ค่อยๆกระตุ้นพลังของสายเลือดขึ้นมา อาห์ อย่างนี้แหละ”
ตงฟางมองไปยังเส้นเลือดสีดำบริเวณมือของเขา มันเป็นจุดเดียวที่เขากระตุ้นให้พลังทางสายเลือดทำงาน ตอนนี้เขามีทักษะโลหิตสลายกระดูก จึงสามารถใช้พลังสายเลือดได้โดยไม่มีผลกระทบ
“เอาล่ะ จากนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนพลังวิญญาณให้มีความคล้ายกันกับเลือด”
ตงฟางหลับตาพยายามปรับเปลี่ยนพลังวิญญาณของเขาให้กลายเป็นเหมือนเลือด กระทั่งเขารับรู้ได้ถึงความเย็นใต้เล็บก็ไม่รอช้าข่วนลงไปยังผิวหนังข้างๆจนทำให้เกิดรอยเล็บทั้ง 5 ไม่เพียงเท่านั้นรอยเล็บที่ทิ้งเอาไว้ยังมีควันสีดำลอยออกมา บ่งบอกว่าพิษที่เขาสร้างกำลังทำการกัดกร่อนผนังถ้ำ
“เยี่ยม เหลือแค่ต้องใช้บ่อยๆ”