ตอนที่ 123 :เริ่มการบันทึกเทปศึกแบทเทิล
เทปบันทึกของรายการรันนิ่งแมนในวันนี้เสร็จสิ้นแล้ววันที่วุ่นวายของหลิวจือเซียเพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งทาง
ในห้องพักผ่อนของรายการหลิวจือเซียและแขกรับเชิญทั้งชายและหญิงของรายการต่างกล่าวลากัน ก่อนจะแยกตัวจากไปจากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ ไม่นานทางบริษัทก็ส่งรถหนึ่งคันมารับเขากลับไป
เยว่เยว่และหลี่เมิ้งอีต่างแสดงความสนิทสนมกันจนคนอื่นแยกไม่ออกโชคดีที่หลี่เมิ้งอีแอบบอกเยว่เยว่ไปก่อนหน้านั้นแล้วว่าตกค่ำจะไปทานอาหารมื้อค่ำด้วยใบหน้าของเยว่เยว่จึงได้แสดงสีหน้าเคร่งขรึม
หลิวจือเซียกลับมารอในโรงแรมที่จองไว้ในเมืองอวี๋หางก่อนหน้านั้นหลังจากที่รอไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลี่เมิ้งอีก็มาถึง
ครั้งนี้หลี่เมิ้งอีไม่ได้พาเฉิงซือฉีและเหอจิงจิงมาด้วยแต่กลับมาเพียงลำพัง
“คุณแม่หนูคิดถึงคุณแม่ที่สุดเลย ! ”
ในห้องวีไอพีของโรงแรมฉีหมิงฮอลิเดย์เยว่เยว่เกาะติดหลี่เมิ้งอีเหมือนกับโคอาลาตัวหนึ่ง ศีรษะเล็ก ๆ ของเธอคลอเคลียอยู่บนหน้าอกของหลี่เมิ้งอีไม่หยุด
หลิวจือเซียเพิ่งจะสั่งอาหารของโรงแรมไปไม่นานเมื่อเห็นเยว่เยว่ติดหนึบหลี่เมิ้งอี ก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความอิจฉา “เยว่เยว่ทำไมไม่เห็นทำแบบนี้กับพ่อบ้างเลยล่ะ ? ”
“ฮิฮิก็เจอคุณพ่อทุกวันนี่นา” เยว่เยว่พิงไหล่ของหลี่เมิ้งอีอย่างมีความสุข“ถ้าคุณพ่อไม่อยู่กับเยว่เยว่สักสองสามวัน เยว่เยว่ก็จะทำแบบนี้เหมือนกันค่ะ”
“นายยังอิจฉาฉันอีกหรือ? ” หลี่เมิ้งอีกลอกตาให้กับหลิวจือเซียแวบหนึ่ง“เยว่เยว่ เราไปนั่งบนโซฟาดีไหม ? แม่วิ่งมาทั้งวัน เหนื่อยมากๆ เลย”
“ค่ะ”เยว่เยว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “แล้ววันนี้ คุณแม่จะนอนกับเราไหมคะ ? ”
“เรื่องนี้...”หลี่เมิ้งอีมองไปทางหลิวจือเซียด้วยสัญชาตญาณ “แม่ซือฉีและป้าจิงจิงก็มาด้วยถ้าแม่...”
“งั้นก็เรียกพวกเธอมาพักที่นี่สิ! ” หลิวจือเซียพูดอย่างไม่พอใจ “เยว่เยว่ไม่ได้เจอเธอตั้งนานจะไม่อยู่กับเยว่เยว่หน่อยหรือ ? ”
“ก็ได้ฉันขอตัวไปโทรศัพท์หาพี่ซือฉีก่อน”
ความจริงแล้วหลี่เมิ้งอีอยากพักที่นี่มากแต่เพราะกลัวว่าหลิวจือเซียจะอึดอัด จึงไม่ได้รับปากเยว่เยว่ตั้งแต่ตอนแรก
ตอนนี้หลิวจือเซียตอบรับแล้วเธอจึงไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธ
“ติ๊งต่อง ! ”
ในตอนนี้เองเสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้น
หลิวจือเซียส่งสัญญาณไปทางหลี่เมิ้งอีให้เธอซ่อนตัว จากนั้นก็เดินไปเปิดประตู
“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย อาหารมื้อค่ำที่คุณผู้ชายสั่งได้แล้วค่ะ ! ” พนักงานหญิงวัยรุ่นหน้าตาดีคนหนึ่งเข็นรถอาหารคันหนึ่งอยู่นอกประตูห้อง “นี่คือไวน์ สเต็กเนื้อ... ต้องการให้ดิฉันเข็นเข้าไปจัดวางให้คุณไหมคะ? ”
กิริยาท่าทางของพนักงานสาวเป็นมิตรมากเพราะลูกค้าที่สามารถอยู่ในห้องวีไอพีของโรงแรมได้ ใครจะกล้าพูดจาหยาบคายล่ะ ?
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจัดการเองครับ” หลิวจือเซียรับรถเข็นอาหารจากในมือของพนักงานหน้าสาวจากนั้นก็หยิบธนบัตร 100 หยวนหนึ่งใบยื่นให้กับพนักงานสาวคนนั้น “ขอบคุณครับ”
“คุณผู้ชายไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้ก็ได้ค่ะทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ดิฉันต้องทำ” รอยยิ้มของพนักงานสาวหวานหยดย้อย “ถ้าคุณผู้ชายมีอะไรต้องการโทรศัพท์ลงไปยังลอบบี้ได้ทุกเมื่อนะคะ”
“ครับ” หลิวจือเซียพยักหน้าจากนั้นก็เข็นรถอาหารเข้าไปในห้อง โดยไม่ลืมที่จะปิดประตู
ต้องบอกก่อนว่าการบริการของห้องวีไอพีแห่งนี้ดีมาก เพิ่งสั่งอาหารไปเพียง 10 นาที อาหารก็มาส่งแล้วถ้าเป็นห้องธรรมดาทั่วไปละก็...จะต้องลงไปรับประทานที่ห้องอาหารข้างล่างแล้ว
หลังจากเข็นรถเข้ามาในห้องก็เริ่มจัดวางอาหารบนโต๊ะทันทีทั้งกุ้งมังกร ปูจักรพรรดิ… อาหารเหล่านี้ถ้าเปรียบเทียบกับปริมาณอาหารของคนทั่วไป สามารถกินได้ถึง 6 คนเลยทีเดียว
แต่มีราชาพุงโตอย่างหลี่เมิ้งอีอยู่ทั้งคนน่าจะฝืนกินให้หมดได้อยู่แล้ว
……………….……
ยากนักที่ทุกคนในครอบครัวจะได้อยู่กินข้าวด้วยกันแบบนี้สักมื้อหนึ่งตกค่ำประมาณ 1 ทุ่มกว่า ทางบริษัทได้ส่งรถมารับหลิวจือเซีย เยว่เยว่ รวมทั้งหลี่เมิ้งอีที่ปลอมตัวเรียบร้อยแล้วมาส่งที่สถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง
จากนั้นก็พาเยว่เยว่และหลี่เมิ้งอีไปยังห้องพักส่วนหลิวจือเซียตรงไปยัง ‘ห้องซ้อมของทีมเฉินอี้เจี๋ย’
เมื่อเปรียบเทียบกับความสบายอกสบายใจของหลิวจือเซียแล้วหลังจากการแข่งขันในรอบที่แล้วเขาก็กลับไปเมืองหลวง ส่วนเมนเทอร์ทั้งสี่คนและเด็กฝึกคนอื่นถึงกับหมดแรงแทบเอาชีวิตไม่รอดไปกับสัปดาห์นี้
เพราะตอนนี้ฮัวเซียนิววอยซ์ได้เข้าสู่การแข่งขันรอบที่สองแล้วและถือว่าเป็นการแข่งขัน ‘รอบแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหด’
เหล่าเด็กฝึกที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปถึงแม้ว่าในทุกรอบไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือว่าทักษะการร้องเพลงจะยอดเยี่ยมแต่ถึงอย่างไรก็ยังเทียบกับนักร้องมืออาชีพไม่ได้
ดังนั้นเมนเทอร์ทั้งสี่ท่านจึงยุ่งกันหัวหมุนเพื่อช่วยเหล่าเด็กฝึกคัดเลือกเพลงเข้าแข่งขัน และยังชี้แนะแนวทางเพลงของพวกเขาด้วย
จากการแข่งขันทุกทีมคู่แข่งจะมีทั้งหมด 9 คนทุกคนจะสามารถเข้าร่วมการแบทเทิลกับทีมคู่ต่อสู้อีกสามทีมได้ พูดได้ว่าทุกคนจำเป็นต้องเตรียมเพลงทั้งหมด 3 เพลง 9 คนก็ 27 เพลง
ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์เมนเทอร์ทั้งสี่คนต่างก็ยุ่งกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ กระทั่งบ่ายวันนี้พวกเขาเพิ่งจะได้เจียดเวลาออกมาพักผ่อนแบบจริงจัง
“เอี๊ยด! ”
ประตูห้องซ้อมของทีมเฉินอี้เจี๋ยถูกเปิดออกข้างในดูแตกต่างไปจากเดิมนับตั้งแต่ที่หลิวจือเซียเข้ามาในครั้งแรกเดิมทีห้องซ้อมขนาดใหญ่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน
ส่วนแรกคือโซนพักผ่อนมีโซฟาหนึ่งแถว และก็โต๊ะตัวยาว มีผลไม้ ขนม และเครื่องดื่มวางอยู่บนโต๊ะ
อีกส่วนหนึ่งเป็นโซนเก็บเสียงโซนเสียงตรงนี้ถูกแบ่งออกเป็น 9 ห้องเท่า ๆ กันห้องดนตรีทุกห้องต่างถูกกั้นด้วยวัสดุกันเสียง ภายในมีไมโครโฟนและโน้ตบุ๊คอยู่ในนั้น
บนประตูใหญ่โซนพักผ่อนด้านในของพวกเขามีรายชื่อของเหล่าเด็กฝึกแปะไว้
ตอนนี้นอกจากห้องของหลิวจือเซียที่ว่างเปล่าแล้ว อีก 8 ห้องยังมีคนฝึกร้องเพลงอย่างขะมักเขม้น
เวลานี้เฉินอี้เจี๋ยกำลังเอนกายพักอยู่บนโซฟา กำลังนอนครุ่นคิดอย่างหมดแรงพลางกวาดสายตาไปยังในห้องดนตรีทั้งแปดห้อง
“พี่อี้เจี๋ยพี่ต้องพักจริง ๆ แล้วนะ” เมื่อเห็นท่าทางของเฉินอี้เจี๋ยหลิวจือเซียก็คลี่ยิ้มทันใด
“ไอหยานายมาสักทีนะ ! ” เมื่อเห็นหลิวจือเซียผลักประตูกเข้ามา เฉินอี้เจี๋ยก็ผุดลุกขึ้นยืน“ฉันกำลังคาดหวังอยู่พอดี แล้วนายก็ทำให้ฉันสมหวัง”
“ขนาดนั้นเลยหรือครับ? ” หลิวจือเซียพูดอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ถึงขนาดนั้นเลยแหละ! ” เฉินอี้เจี๋ยพยักหน้าหงึกหงัก “เวลาในสัปดาห์นี้ เล่นงานฉันหอบเหมือนลูกหมาถ้านายมาถึงก่อนล่วงหน้าสองวัน นายจะได้มาช่วยชี้แนะการร้องเพลงให้กับพวกเขาฉันก็จะได้พักผ่อนนานขึ้นสักหน่อย”
“ผมไม่ได้มาหาเงินจากรายการมีสิทธิ์อะไรมาให้ผมทำงานของพี่ล่ะครับ ? ” หลิวจือเซียกลอกตาไปมา แล้วพูดว่า “เอาล่ะอย่าให้ผมต้องแสดงบทลำบากใจแบบนี้เลย พูดมาเถอะ มั่นใจว่ารอบนี้จะชนะไหม ? ”
“ถ้าต้องส่งนายขึ้นไปทุกรอบเราต้องชนะแน่นอน ! ” เฉินอี้เจี๋ยพูดอย่างไม่เกรงใจ
หลิวจือเซียมองเธออย่างหมดคำพูดแล้วพูดว่า “แล้วทำไมจะต้องเหลือทางรอดให้แก่ทีมอื่นด้วย ? ”
“นี่คือการแข่งขัน ! ” เฉินอี้เจี๋ยแบะปาก“ถ้าพวกเขาไม่ตาย เราก็ต้องตาย ! ”
“พูดอวดดีขนาดนี้ได้ก็มีแค่เฉินอี้เจี๋ยนี่แหละครับ”
เวลานี้อู๋อิงก็ผลักประตูเข้ามา มีหลิวเยว่ และหยูเฉิงหมิงเดินตามหลังเขามาด้วย
“จือเซียในที่สุดนายก็มาสักที ฉันคิดถึงนายจนนอนไม่หลับเลย”หยูเฉิงหมิงเดินรุดขึ้นหนึ่งก้าว แล้วคว้ามือของหลิวจือเซียมาแกว่งไปแกว่งมา
หลิวจือเซียอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาพร้อมกับดึงมือออก แล้วพูดว่า “พี่เฉิงหมิง รสนิยมของผมยังปกติดี”
ประโยคนี้ของหลิวจือเซียทำให้หลิวเยว่และเฉินอี้เจี๋ยต้องถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวส่วนหยูเฉิงหมิงก็แข็งทื่อเป็นหินไปโดยปริยาย
“คาดไม่ถึงว่าเฉิงหมิงของเราจะโดนแบบนี้”อู๋อิงตบไหล่ของหยูเฉิงหมิง แล้วพูดว่า “นายวางใจเถอะ พี่ไม่ดูถูกนายแน่นอน ! ”
หยูเฉิงหมิงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจึงต้องรีบอธิบายว่า “ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น...”
ยิ่งอธิบายก็ยิ่งมั่วหยูเฉิงหมิงจึงต้องพูดออกไปตรง ๆ
“บอกฉันมาตามความจริงเถอะฉันเห็นที่นายถ่ายทอดสดกับจินฉือถังในวันนั้น มันสุดยอดมากเลย ! สำหรับความสามารถในด้านการแต่งเพลงของนาย ฉันเลื่อมใสนายจริง ๆ อัลบั้มในตอนนี้ของฉันขาดแต่เพลงหลัก ดังนั้นฉันเลยอยากจะให้นายมาช่วยเขียนเพลงให้ฉันหน่อย ! ”
“พรวด ! ”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ของหยูเฉิงหมิงเมนเทอร์อีกสามคนที่เหลือก็พากันหัวเราะร่วนออกมา
ที่แท้ก็อยากจะเชิญเพื่อนมาร้องเพลงด้วยจะต้องโอ้อวดกันขนาดนี้เลยหรือไง ?
“เฮ้เฮ้เฮ้เฉิงหมิง นายเคยชวนเพื่อนมาร้องเพลงแบบนี้ที่ไหนกัน ? ”
อู๋อิงไม่สบอารมณ์ในคำพูดของหยูเฉิงหมิงจึงพูดขึ้นว่า “จือเซีย แค่ความสามารถของนายก็มากพอที่จะออกอัลบั้มสักหนึ่งอัลบั้มแล้ว หรือจะให้ฉันพูดกับพี่ซิงก่อนไหมว่าให้นายออกอัลบั้มเดี่ยวสักอัลบั้ม ลองก่อนดีไหม ? ”
“พี่อิงพี่ซิงเป็นผู้จัดการของจือเซีย พี่ซิงไม่มีเหตุผลจะต้องคิดเผื่อจือเซียสาเหตุที่ไม่ให้เขาออกอัลบั้ม จะต้องมีแผนการของเขาแน่นอน ! ” เฉินอี้เจี๋ยพูดต่อ“สำหรับฉัน พวกเธอต้องคิดถึงจือเซียให้มาก ๆ ไม่อย่างนั้นก็ยอมแพ้ไปซะ”
“ยอมแพ้? เธอคิดจะทำอะไร ? ” หลิวเยว่พูดอย่างไม่สบอารมณ์“เหล่าเด็กฝึกต่างก็พยายามกันมาถึงขนาดนี้ ถ้าจะแพ้ก็ถือว่าต้องแพ้ด้วยความซื่อสัตย์ และต้องไม่เสียใจ ! ”
“ถูกต้องนี่การแข่งขันนี่นา ก็ต้องเคารพกฎกติกา” อู๋อิงพยักหน้า “เอาล่ะ เรื่องชวนร้องเพลงค่อยว่ากันหลังจากนี้ ! ที่เรามาครั้งนี้ก็เพื่อมาถามอี้เจี๋ย ทัพหน้าของเธอคือใคร ? ใช่จือเซียไหม ? ”
เมื่อเห็นอู๋อิงและคนอื่นเฉินอี้เจี๋ยจึงยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “พวกเธอเดาดูสิ ? ”
“ฉันเดาว่าเธอจะต้องส่งเขาออกมาทั้งสามครั้ง”หลิวเยว่พูดขึ้นเป็นคนแรก
“ถูกต้อง! ” เฉินอี้เจี๋ยหัวเราะ “เตรียมตัวแพ้กันได้เลย ! ”
“อี้เจี๋ยเธอก็อย่าไร้ยางอายขนาดนั้นสิ ? ” หยูเฉิงหมิงพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “จบแล้ว คู่แข่งเหล่านี้ของเราวันนี้เป็นวันที่ต้องตัดสินคัดเด็กฝึกออกสามคน”
“เฮ้อ! ” อู๋อิงส่ายหน้า “รู้แบบนี้ ตอนนั้นให้จือเซียมาอยู่ในทีมฉันก็ดี ! ”
“นี่คือโชคชะตาพวกเธออิจฉาไม่ทันแล้ว ! ” เฉินอี้เจี๋ยรีบคลี่ยิ้มอย่างภูมิใจ
“เชอะ! ” คำพูดของเฉินอี้เจี๋ย เปลี่ยนมาเป็นความเอือมระอาของทั้งสามคน
……………………..
เวลาประมาณ20.00 น. ในช่วงเวลาทอง ณ สตูดิโอหมายเลขหนึ่งของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง
ผู้ชมกว่า500 คนและนักวิจารณ์มืออาชีพอีก 51 คน ได้เฝ้ารออย่างเงียบสงบอยู่ในสตูดิโอแห่งนี้เฝ้ารอคอยการเปิดรายการในรอบ ‘แบทเทิล’ ของนิววอยซ์
สิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนหน้านั้นก็คือเมนเทอร์ทั้งสี่ท่านในครั้งนี้ได้นั่งประจำอยู่บนที่นั่งของเมนเทอร์แล้ว
“ตึงตึง ตึง ! ”
เสียงที่สะเทือนเลือนลั่นก็ดังขึ้นก็ยังคงเป็นเฉียวเฉี่ยวในชุดสูททั้งตัวมีแว่นตากรอบดำสนิทเกาะอยู่บนจมูกที่โด่งเป็นสันหลังจากผ่านสะพานอันทรงเกียรติแล้ว ก็ค่อย ๆ ย่างเดินขึ้นไปบนเวทีที่มีแสงไฟสีทองเจิดจ้า
“กราบสวัสดีผู้ชมทุกท่านนี่คือศึกแบทเทิลช่วงชิงความเป็นหนึ่งกับเมนเทอร์สุดโหดในราย ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’สัปดาห์ที่สอง ! ”
เฉียวเฉี่ยวโค้งตัวเล็กน้อยกางแขนซ้าย แขนขวาทาบบนหน้าอก แล้วโค้งไปทางเหล่าผู้ชมที่อยู่ ณที่แห่งนี้อย่างสุภาพ
“เมนเทอร์ทุกท่านจะต้องให้เด็กฝึกทำการแบทเทิลกับเมนเทอร์คนอื่นตัวต่อตัว เป็นจำนวนสามรอบกฎกติกานี้ อาจจะทำให้เมนเทอร์บางคนถูกโค่นล้ม ! ทุกท่านขอเสียงปรบมือต้อนรับเด็กฝึกทั้งเก้าคนของแต่ละกลุ่มขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ ! ”