พอผมกลับไปอยู่บ้านญาติ ก็ใช้เวลานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านแทบไม่ออกไปไหนเลย แต่อ่านเท่าไหร่ อ่านยังไงก็ไม่ค่อยเข้าหัว ใจมันลอยไปหมด ยิ่งก่อนเริ่มสอบ 2 วัน สติผมว้าวุ้นมาก จึงโทรไปขอนัดเจอกับพี่เจนที่ร้านขนมเ้าประจำที่พวกเราเคยมากินด้วยกันบ่อยๆ เมื่อพี่เจนตกลงแล้ว ผมก็รีบออกเดินทางทันที พอพวกเรามาถึงร้านและได้เห็นหน้ากัน ผมรู้สึกอิ่มอย่างบอกไม่ถูกเลย ไม่ต้องกินอะไรแล้ว โคตรมีความสุขเลย (อาการหนักแล้วตอนนั้น)
หลังจากนั่งปุ๊บ ยังไม่ทันไร ผมก็นำความอัดอั้นของผมพูดออกไปว่า
“ผมไม่ได้เจอพี่แล้วผมไม่มีสมาธิเลยครับ คิดถึงพี่มาก ใจมันลอยๆ ไปหมด พี่ช่วยผมที”
เธอก็หัวเราะ แล้วพูดว่า “ให้พี่ช่วยยังไง เราเป็เอามากนะเนี่ยะ 555”
ผมก็เขินๆ ไป “ก็ไม่รู้ครับ เป็แบบนี้ผมทำข้อสอบไม่ได้แน่ๆ” (นั่นไปโทษเธออีก)
“เอายังงี้ไหม ติดหรือไม่ได้ตรงไหนถามพี่มา เดี๋ยวพี่จะช่วยดูให้ก็ได้…”
เธอให้ข้อเสนอมาก็เข้าทางผมเลยสิครับแบบนี้ วันถัดมาผมเลยหอบหนังสือมาให้เธอสอนที่ร้านเชสเตอร์กริลล์แถวบ้านเธอเลย ผมนั่งฟัง นั่งดูเธอสอนไป แต่ใจไม่อยู่กับสิ่งที่เธอกำลังสอนเลย ผมนั่งมองหน้าดูท่าทางเวลาเธออธิบายแล้ว และยิ่งพอตอนที่เธอดุเหมือนคุณครู ยิ่งน่ารักมากๆ เป็การเรียนที่โคตรมีความสุขเลย ระหว่าง่สอบ 7 วัน ่ไหนเธอว่างก็จะมาคอยติวมาสอนให้ผม ผมก็รู้สึกละอายใจอยู่บ้างที่ไม่ตั้งใจเรียนตั้งใจสอบเลย ทั้งที่เธอตั้งใจสอนซะขนาดนั้น…
จนมาถึงวันสอบวันสุดท้าย เธอบอกไว้ว่า “สอบเสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่จะพาไปเลี้ยงฉลอง…” ว้าว… วันนี้ผมจึงตั้งใจมากเป็พิเศษรอคอยให้สอบเสร็จเร็วๆ หลังสอบเสร็จก็รีบกลับไปเปลี่ยนชุดออกมาเลย พวกเรานัดกันที่ร้านประจำ พอมาถึงก็นั่งกินข้าวไปด้วยพูดคุยเื่เกี่ยวกับการสอบต่างๆ ว่าทำได้ ไม่ได้ยังไงไปด้วย จนหลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว เธอก็ถามว่า
“อยากไปหาอะไรดื่มต่อไหม..”
ผมเคยเล่าให้เธอฟังว่าตอนอยู่ที่ชัยภูมิ ระดับการดื่มของผมถือเป็หนึ่งในคอทองแดงละแวกนั้นเลยทีเดียว ผมจึงตอบไปว่า
“พี่คิดจะมอมผมเหรอ… มันไม่ง่ายนะครับผม…” แล้วยิ้มแบบกรุ้มกริ่ม
เธอก็หัวเราะแล้วพูดกลับมาว่า“งั้นเราไปพิสูจน์กัน…”
จากนั้นพวกเราก็ไปแถวถนนข้าวสารซึ่งอยู่ไม่ไกล เดินหาร้านที่ไม่ต้องตรวจบัตรประชาชนอยู่พักนึงก็เจอ พวกเรานั่งดื่มกันไปซักพัก แอลกอฮอร์เริ่มทำปฏิกิริยากับร่างกาย ความกล้าต่างๆ ของผมเริ่มมีมากขึ้น…
ระหว่างนั่งฟังเพลงกันอยู่ โต๊ะที่เรานั่งเป็โต๊ะเล็กสำหรับ 2 คน ผมนั่งตรงข้ามเธอพอดี ระหว่างที่เธอกำลังใช้มือขวาหยิบแก้วขึ้นดื่ม ผมเริ่มเอื่อมมือขวาของผมไปกุมมือซ้ายของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะไว้ ซึ่งเธอก็ทำหน้างงๆ แล้วมองมา… ผมจึงพูดไปว่า
“พี่เจนครับ ผมชอบพี่มากจริงๆ นะครับ ผมสอบเสร็จแล้วไม่อยากกลับชัยภูมิเลย อยากอยู่กับพี่ไปตลอดจัง…”
ทุกอย่างตอนนั้นคือกลั่นออกมาจากใจจริงๆ สายตาที่จ้องมองกันตอนนั้น มันมีคำเป็ล้านที่ไม่ได้สื่อออกมาแต่เข้าใจได้ เธอก็ยิ้มให้ แล้วอยู่ๆ เธอก็โน้มตัวมาใกล้ๆ ผมก็ใจึงได้แต่หลับตา… (ใจคิดเตลิดมากว่าต้องใช่แน่ๆ ต้องมาจูบหรือหอมแก้มผมแน่ๆ) แต่แล้วกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดกลางหน้าผาก พอลืมตาขึ้นดู ปรากฏว่าเธอใช้นิ้วดีดหน้าผากผม… (อ่าวเห้ยยย) พอผมกำลังจะโวยวาย
เธอก็พลันโน้มตัวมาอีกครั้ง แล้วจูบมาที่หน้าผากของผม (เป็ตำแหน่งเดิมที่เพิ่งโดนดีดไป) ผมทั้งประหม่าและดีใจ จนทำตัวไม่ถูก (แต่รู้สึกดีเป็บ้าเลย) เธอก็ได้แต่นั่งยิ้มและหัวเราะท่าทางของผม ผมรีบคว้ามือเธอเข้ามากุมไว้ แล้วพูดไปว่า
“พี่แกล้งผมทำไม… ผมจริงจังอยู่นะ”
เธอก็บอกว่า “เอาหน่า… ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีโอกาสได้เจอกันซะหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอก”
เธอก็พยายามปลอบผม พยายามอธิบายถึงวิธีการติดต่อกันทางไกลรูปแบบต่างๆ ผมก็ออกแนวงอแง ขอกุมและบีบมือเธอไว้ตลอด จนเวลาล่วงเลยไปประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ซึ่งพวกเราก็ดื่มกันไปเยอะพอสมควร เธอก็บอกว่าควรแก่เวลาที่เราต้องกลับได้แล้ว เดี๋ยวผมจะกลับบ้านไม่ได้ รถเมล์จะหมดก่อน…
ผมก็อาสาเดินกลับไปส่งเธอที่บ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง คราวนี้ผมกล้าที่จะขอเดินจับมือระหว่างเดินไปส่งแล้ว จากร้านไปบ้านของเธอประมาณกิโลกว่าๆ นี่เป็ครั้งแรกเลยที่เราเดินจับมือกัน ได้เดินพิงไหล่กัน หัวอิงกัน ผมมีความสุขมากๆ ถึงจะรู้สึกมึนๆ แต่ก็ยังจำบรรยากาศตอนนั้นได้ดี เราเดินกันจนไปถึงบ้านของเธอ และวันนี้ที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่ด้วย เธอเลยชวนผมให้เข้าไปนั่งเล่น และกินน้ำในบ้านก่อน…
พอเข้าไปนั่งซักพัก... ระหว่างที่ผมนั่งรอเธอไปรินน้ำมาให้ที่โซฟา ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับความไร้เดียงสา ขณะเธอเดินถือแก้วน้ำกลับมา ผมรีบรับแก้วและวางลงทันที จากนั้นจึงรีบคว้าตัวเธอลงมานั่งด้วย สองมือของผมโอบกอดเธอไว้จากด้านข้าง เพียงแค่อยากกอดเธอไว้อย่างนี้นานๆ (ตอนนั้นผม้าแค่นี้เท่านั้น)
ไม่คิดว่าบรรยากาศมันจะพาไป เธอกลับใช้สองมือจับหน้าของผมให้เงยขึ้น แล้วบรรจงจูบมาที่ริมฝีปากผม ผมตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก นี่มันคือครั้งแรกของผม… ลมหายใจของเธอเริ่มร้อนขึ้น… ความรู้สึกของผมตอนนั้นมันรู้สึกดีแปลกๆ อธิบายไม่ถูก ริมฝีปากของเธอเริ่มกดลงมาที่ริมฝีปากของผมหนักขึ้น และมีบางอย่างล่วงล้ำเข้ามาในปากของผม ผมรู้สึกชอบการัันี้มากๆ ต่อจากเวลานี้ไม่มีอะไรจะหยุดพวกเราได้แล้ว เราสองคนจูบกันอย่างดูดดื่ม จาก่แรกที่ผมประหม่า ทำอะไรไม่ค่อยถูก พอได้ปล่อยตัวไปตามที่เธอชี้นำ ผมก็สามารถร่วมบรรเลงไปกับเธอจนได้…
ฉากเปลี่ยนจากโซฟาห้องรับแขกเป็เตียงนอนในห้องของเธอ เธอผลักผมให้ล้มนอนลง เสื้อผ้าของผมถูกเธอปลดเปลืองออกจนหมด เธอบรรจงละเลงร่างกายของผม จนผมแทบอดกลั้นไม่ไหว มันรู้สึกดีมากๆ เลย ตลอด่เวลานั้น เธอเป็ผู้ควบคุมทุกอย่าง จนสุดท้ายเธอสามารถนำพาผมไปสู่ปลายทางที่ผมเคยสงสัยได้ในที่สุด (ตอนที่เคยคิดจะทำกับกล้วย) ผมรู้สึกมีความสุขมากๆ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าการที่หญิงชายมีสัมพันธ์กันมันจะรู้สึกดีได้ขนาดนี้…
หลังจากนั้นเธอก็สอนให้ผมลองเป็คนคุมเกมดูบ้าง จากตอนแรกที่ทำไปแบบเงอะๆ งะๆ ซักพักก็พอจะเริ่มจับทางได้ ดูเป็งานขึ้น จนสุดท้ายผมก็สามารถบรรเลงและนำพาเธอไปถึงปลายทางพร้อมกันได้อีกครั้ง คืนนั้นพวกเราได้ทำอะไรโดยไม่คิดกันไปตลอดทั้งคืน… ตอนนั้นรู้สึกแค่เพียงความสุขตรงหน้า ไม่คิดถึงอนาคตที่จะตามมากันเลย…
พอตื่นเช้ามา ผมต้องรีบกลับบ้านโดยด่วน พอถึงบ้านโดนน้าบ่นยกใหญ่ว่า “ไปค้างบ้านเพื่อนทำไมไม่โทรมาบอก... ไม่รู้เหรอว่าที่บ้านเป็ห่วง…” และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งผมก็ได้แต่รับสภาพไป พอหลังจากโดนจนหูชาแล้ว ก็รีบกลับเข้าห้องมานอนนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
พวกเราแทบไม่ได้นอนกันเลย พี่เจนได้จับมือนำทางผมเข้าไปยังดินแดนแห่งความสุขที่ผมยังไม่เคยได้ััมาก่อนในชีวิต… คิดแล้วก็ได้แต่นอนยิ้มบิดตัวไปมา ครั้งแรกในชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง มันต้องจำไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว (จวบจนถึงทุกวันนี้ผมยังคงจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดีเลย)
ที่จริงตามแผนที่วางไว้ ในวันถัดมาผมต้องกลับชัยภูมิแล้ว และหากสอบผ่านรอบแรกแล้วถึงค่อยกลับมาสอบรอบถัดไป แต่ตอนนี้ผมได้ขอที่บ้านเลื่อนวันกลับออกไป 3-4 วัน จะขออยู่ต่ออีกหน่อย เพราะเมื่อมีครั้งแรกแล้วก็ต้องมีครั้งที่สองและสามตามมา ระหว่างนี้ผมและพี่เจนก็นัดเจอกันเกือบจะทุกวัน กระทั่งวันที่ผมต้องเดินทางกลับ ก่อนไปขึ้นรถทัวร์กลับที่หมอชิต พวกเราก็ยังนัดเจอกันและมีอะไรกันอีกครั้ง…
ซึ่งผมไม่คาดหวังเลยว่าจะได้กลับมาสอบรอบสองแล้ว เพราะรู้ตัวเองดีว่าการสอบรอบแรกเป็อย่างไร จึงอยากจะตักตวงความสุขตรงนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนผมจะขึ้นรถกลับบ้านไป…
พอกลับมาถึงบ้าน พวกเราก็ยังคงติดต่อกันอยู่ตลอด แม้เราจะคุยกันทางมือถือไม่ไหว ผมก็หาทางออกโดยเตรียมเหรียญไว้หยอดตู้สาธารณะ (ที่มีแค่ตู้เดียวทั้งหมู่บ้าน ต่อคิวกันสนุกเลย) เพื่อใช้โทรเข้าบ้านพี่เจน ซึ่งจะประหยัดกว่ามาก ยิ่งถ้ากด 1234 แล้วตามด้วยเบอร์โทร จะยิ่งประหยัดไปได้เยอะทีเดียว
แต่แล้วความฟลุ๊คก็มีอยู่จริง เมื่อการประกาศผลสอบรอบแรกของเหล่าหนึ่งดันมีชื่อผมติดมาด้วย (แต่อันดับอยู่ไกลมาก) ทำให้ผมมีข้ออ้างให้ได้กลับมากรุงเทพอีกครั้ง เพื่อมาทดสอบสมรรถภาพร่างกายและสัมภาษณ์…
ผมดีใจมากที่ได้กลับมาเจอพี่เจนอีกครั้ง พอมาถึงกรุงเทพผมก็แทบติดเธอเป็ตังเมเลย อยากอยู่ด้วยและอยากมีอะไรด้วยตลอด แม้เวลาเธอไม่สะดวก ผมก็จะงอแงเอาแต่ใจเหมือนเด็ก จนบางทีก็รู้สึกได้ว่าเธอเริ่มจะรำคาญ แต่ก็ยังทนยังยอมผมอยู่ นับถือใจเธอมาก จนการทดสอบต่างๆ จบลง… แน่นอนว่าผมไม่ผ่านเข้าไปรอบถัดไป สุดท้ายผมก็ต้องกลับบ้าน และต้องกลับไปเรียนต่อ ม.6 ที่เดิม…
‘พวกเราจะยังประคับประคองความรักนี้ไปได้ไหมนะ รักทางไกลแบบนี้ ทำยังไงดี ไม่อยากจากพี่เจนไปเลยจริงๆ…’ ผมยังยอมรับความห่างไกลที่จะเกิดขึ้นนี้ไม่ได้…
……….>> สับสน…