ตอนที่ 29
หลังจากทำความเข้าใจโครงการแล้วติงเกาไม่รอช้าชักชวนไป๋กุนหลางไปดูที่ดินที่จะใช้ปลูกสมุนไพรทันทีซึ่งเป็นที่ดินของตระกูลเกาอยู่นอกกำแพงเมืองฝั่งทิศใต้
พอไปถึงไป๋กุนหลางได้แผ่พลังให้เจ้าระบบตรวจสอบ,วิเคราะห์พื้นที่ว่าตรงไหนควรจะปลูกอะไรกว่าจะทำเสร็จก็เป็นตอนเย็น
งานเสร็จติงเกาชวนไป๋กุนหลางสังสรรค์แต่เพราะมีธุระกับน้องสาวไป๋กุนหลางจึงปฏิเสธ ก่อนจากกันไป๋กุนหลางได้ฝากยาไขกระดูกมังกรไปให้หานห้าวตง
กลับถึงวังหลวงไป๋กุนหลางตรงไปตำหนักของไป๋เหมยเซี่ยนทันที
"พี่ชายท่านมีเรื่องอะไรรึเปล่าเจ้าคะถึงได้มาหาน้องถึงตำหนัก" ไป๋เหมยเซี่ยนถามพลางเข้าหาพี่ชาย
"ถ้าข้าไม่มีธุระก็มาหาเจ้าไม่ได้หรือ" ไป๋กุนหลางกล่าวเย้าแหย่พลางยกมือขึ้นลูบหัวน้องสาว
"โธ่...พี่ชายก็..ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย"
ไป๋กุนหลางเหลือบไปเห็นลายอักขระบนกระดาษขนาด A4 ที่แฝงเจตนารมณ์แห่งเปลวเพลิงอันร้อนแรง(แม้ส่วนใหญ่จะให้เจ้าระบบเป็นคนศึกษาแต่ไป๋กุนหลางก็พอจับหลักการได้บ้างนะเอ่อ)ก็ได้กล่าวกับน้องสาวว่า "นี่คือลายอักขระของกฎเพลิงสวรรค์ใช่ไหม?" ถามพลางเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดู
"ใช้เจ้าคะมันทรงพลังมากกว่าลายอักขระไฟที่ข้าเคยเห็นมาในขนาดเท่ากัน" ไป๋เหมยเซี่ยนตอบ
ไป๋กุนหลางเห็นด้วยเพราะอักขระไฟที่เขาศึกษาที่หออักขระถ้าจะให้มีพลังเท่านี้ต้องใช้พื้นที่มากกว่าอักขระเพลิงสวรรค์ถึงสองเท่า
"เห็นอักขระแล้วน้องก็นึกถึงเรื่องหนึ่งได้" ไป๋เหมยเซี่ยนกล่าวอมยิ้ม ไป๋กุนหลางหันมามองน้องสาวอย่างสงสัย
เห็นสายตาตั้งคำถามของพี่ชายไป๋เหมยเซี่ยนจึงเฉลยว่า "ก็เรื่องพี่หมิงเหยาอย่างไรเล่าตอนแรกข้านึกว่าท่านอยากจีบนางซะอีกแต่ทำไมตอนที่นางมาตำหนักข้าท่านจึงไม่ปรากฏตัวมาเลยละ?"
ได้ยินคำถามของน้องสาวไป๋กุนหลางถอนหายใจนึกถึงหกร้อยซีซีคู่นั้นและหน้าตาน่ารักงดงามของว่านฉีหมิงเหยา
ตัวไป๋กุนหลางเองก็ชอบว่านฉีหมิงเหยาจริงๆนั้นแหละแต่มันเป็นความชอบแบบนักศึกษาหนุ่มพบดาวมหาลัยอยากจะได้มาเป็นแฟนเพื่อเอาไปอวดเพื่อนๆแต่ไป๋กุนหลางรู้สึกว่าตัวเองเลยวัยนั้นมาแล้วแถมข้างตัวยังมีปินปินที่คอยตามใจเขาสารพัดและดั่งที่ผู้เชี่ยวชาญว่าไว้การถูกตามใจมากๆจะทำให้มนุษย์คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองเพราะงั้นการตามใจของปินปินได้ทำให้ไป๋กุนหลางเหลิงจนอยากจะนำเคล็ดวิชาที่ศึกษาจากหนัง ฟตช. มาใช้กับนางดู
'แล้วถ้าตูนำเคล็ดวิชานี้ไปใช้กับว่านฉีหมิงเหยาละ?' ไป๋กุนหลางนึกภาพ
ถ้าใช้เคล็ดวิชาฟตช. กับปินปินผลเสียที่ไป๋กุนหลางได้รับคงเป็นแค่อาการงอนแต่ถ้าไป๋กุนหลางนำมันไปใช้กับว่านฉีหมิงเหยาละก็ผลเสียที่ได้รับคงเป็นการที่เทพเพลิงเมฆาพุ่งมาหาเขาประหนึ่งดาวหางแล้วเผาเขาด้วยกฎเพลิงสวรรค์ที่ร้อนแรงที่สุดในชีวิตทันที
พอในสมองเห็นภาพตนเองกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยฝีมือของเทพเพลิงเมฆาไป๋กุนหลางก็เปลี่ยนเรื่องคุยกับน้องสาวทันที "พี่ว่า...เออ..เรามาคุยธุระกันจริงๆดีกว่า"...
"คือพี่จะออกไปนอกเมืองคงใช้เวลาประมาณสองเดือนถึงจะกลับพี่จึงจะฝากปินปินให้น้องช่วยดูแล"
"ปินปินเป็นผู้หญิงของท่านพี่แล้ว?" ไป๋เหมยเซี่ยนถาม
"ใช่" ไป๋กุนหลางยอมรับเขาไม่คิดจะปิดบังน้องสาว
"พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วงน้องจะดูแลนางอย่างดีที่สุด" ไป๋เหมยเซี่ยนให้คำมั่น
"พี่ขอขอบใจเจ้ามาก...นี่ตะวันก็จะลับฟ้าแล้วพี่คงต้องกลับแล้วละ" กล่าวลาแล้วไป๋กุนหลางก็ยื่นมือไปลูบหัวน้องสาวซึ่งไป๋เหมยเซี่ยนก็น่าจะชอบจึงก้มหัวให้ลูบตลอด
กลับถึงตำหนักไป๋กุนหลางก็ทำกิจวัตรเหมือนเดิมเวลาเข้านอนก็จัดหนักปินปินในบรรยากาศที่สว่างคาตาอีกสามรอบจนปินปินสลบเหมือดเหมือนเดิม
ซูม!!!
แสงพุ่งขึ้นฟ้าไป๋กุนหลางลุกจากที่นอนทำกิจวัตรเดิมส่วนปินปินอาจจะเป็นเพราะชินหรือรู้ว่าจะไม่ได้เจอไป๋กุนหลางอีกเป็นเดือนนางจึงตื่นทันมาช่วยไป๋กุนหลางแต่งตัวจัดข้าวของเตรียมเดินทางไกล
สิ่งของที่ไป๋กุนหลางเตรียมหลักๆก็มี เงินอันนี้ขาดไม่ได้,ผลึกน้ำเผื่อฉุกเฉิน,ยารักษาแผลกับยาแก้พิษสองอย่างนี้ก็ขาดไม่ได้,ยันต์สถิตย์ห้าแผ่นแกะสลักใส่แผ่นโลหะมนตราโดยตรงไม่มีวันหมดอายุแถมใช้พลังโลหะมนตราหมดแล้วยังสามารถใช้ในรูปแบบยันต์ธรรมดาได้อีกด้วยและอย่างสุดท้ายน้ำหอมเผื่อเอาไว้
ของทุกอย่างจัดใส่กระเป๋าคาดเอวที่คล้ายกับของทหารซึ่งไป๋กุนหลางเป็นคนอธิบายรูปร่างแล้วให้ปินปินเย็บให้เพื่อสะดวกในการหยิบใช้สิ่งของ
ด้วยการที่ฝึกฝนอย่างหนักเสมอมาทำให้กล้ามเนื้อของไป๋กุนหลางเข้ารูปเด่นชัดบวกกับใบหน้าอันคมสันเมื่อใส่ชุดที่ทะมัดทะแมงสีดำกับผ้าคลุมสีดำทำให้เขาดูเหมือนเทพบุตรซาตาน(นึกคำเปรียบเทียบไม่ออกจริงๆ...ผู้แต่ง)
แต่งตัวเสร็จไป๋กุนหลางก็ส่งปินปินไปที่ตำหนักของไป๋เหมยเซี่ยนแล้วกระโดดขึ้นม้าขี่ออกมา
"พี่ชายระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ!!!" ไป๋เหมยเซี่ยนตะโกนไล่หลัง
ไป๋กุนหลางไม่ได้ตอบไม่ได้หันกลับทำเพียงยกมือโบกแล้วเร่งม้าไปที่ประตูเมืองทางทิศเหนือ
ออกจากเมืองได้ประมาณสามชั่วโมงไป๋กุนหลางก็หันไปประสานมือคารวะในทิศทางที่ป่าไผ่ตั้งอยู่
ตอนนี้การผจญภัยครั้งแรกของไป๋กุนหลางได้เริ่มขึ้นแล้ว