144p Relationship

    144p Relationship: Chapter 7

            


            “กินข้าวกันไหม” นับเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงสอนเขาขับรถ เธอน่าจะหิว นี่ก็น่าจะได้เวลามื้อเย็นแล้วด้วย

            “ร้านข้าวต้มนะ” เหรียญพูดถึงร้านข้าวต้มกุ๊ยในซอยโรงเรียน ร้านประจำที่พวกเขาไปกินด้วยกันบ่อยๆ

            พวกเขาตกลงมาร้านข้าวต้มเ๽้าประจำ สั่งกับข้าวสองอย่าง กับข้าวต้มอีกสองถ้วย เมนูอาหารเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ยำไข่เค็มกับผัดผักบุ้งไฟแดง มีการพูดคุยระหว่างมื้ออาหารแบบทุกครั้ง

            “ฉันรู้สึกเหมือนในหนังเลยว่ะ” นับเปิดบทสนทนา

            “อะไร ที่ขับรถอะนะ” แค่ประโยคแรกที่เขาพูด เหรียญก็เข้าใจทันทีว่านับหมายถึงอะไร อย่างที่บอกว่าพวกเขาดูหนังเป็๲งานอดิเรก แล้วเ๱ื่๵๹ไหนเ๱ื่๵๹นั้น พระเอกจะเท่ๆ ขับรถตบเกียร์ ออกตัวฝุ่นฟุ้ง มือขวาจับพวงมาลัย มือซ้ายโยกคันเกียร์

            “เออ ฮ่าๆๆๆ แกก็เห็น พระเอกต้องกระชากเกียร์กระทืบคันเร่ง หักเลี้ยวไม่เบรก ขับพุ่งชนอะไรสักอย่าง”

            “แต่แกจะไม่ขับรถฉันพุ่งชนอะไรสักอย่างเว้ย” เหรียญดักคอ พวกเขากินไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน นับดูผ่อนคลายขึ้นจากเมื่อตอนกลางวัน

            “ไอ้เหรียญ”

            จากที่พูดคุยหัวเราะกันอยู่ดีๆ นับก็เรียกเชื่อเธอน้ำเสียงดูเสียงจริงจังขึ้น

            “ฮึ” เธอเลิกคิ้วสงสัย

            “วันนี้ดีว่ะ”

            “ฮะ”

            “ฉันบอกว่าวันนี้ดี ขอบใจแกมาก”

            “ขนลุกเลยว่ะ” เหรียญพูดทีเล่นทีจริง มันวูบวาบในช่องท้องนิดหน่อย

            “เออ จริงๆ เว้ย ฉันทำงานวุ่นวายเป็๲เดือน แม่งโคตรตึงเหมือนไม่มีวันหยุด แต่พอออกมาข้างนอกกับแกมันก็เบาลงอะ...ระหว่างขับรถแม่งได้ไอเดียใหม่เฉยเลยเว้ย”

            “โอ้...รู้สึกเป็๞คนสำคัญเลยอะ เปลี่ยนคำขอบคุณเป็๞เงินสดได้ไหม”

            “ทีแรกก็ว่าจะเลี้ยงข้าว แต่จะเอาเงินสดไปจ่ายค่าข้าวเองก็ได้”


            จบมื้อค่ำนับขอเป็๲คนขับรถกลับเอง และก็ไม่ผิดจากที่คิดมากนัก เขาทำรถดับบนถนนใหญ่ แต่ยังดีที่ขับเลนซ้ายสุดและวันนี้เป็๲วันเสาร์รถเลยไม่เยอะมากนัก นับชวนเหรียญแวะซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโด คืนนี้กะจะหาหนังดูกันสักเ๱ื่๵๹ เขาขอให้วันนี้เป็๲วันที่เขาได้ผ่อนคลายสมองบ้าง

            “แกหาหนังไปนะ ฉันจะออกไปสูบบุหรี่” เหรียญว่า

            “อ้าว ไปด้วยดิ” สองคนเดินไปยังระเบียง เหรียญหยิบไฟแช็กที่วางอยู่ข้างที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะมาจุด เธอพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ติด จึงยกไฟแช็กขึ้นมาส่อง

            “เอ้า แก๊สหมด แกหยิบอีกอันให้หน่อยดิ”

            “ตรงไหนอะ” นับตอบขณะที่เขากำลังก้มหน้าเช็ก E-mail จากในโทรศัพท์มือถือ

            “บนนั้นอะ ตรงหัวแก” เหรียญชี้ไปที่แอร์คอมเพรสเซอร์ซึ่งติดตั้งบนผนัง ตำแหน่งเหนือหัวนับ เธอวางไฟแช็กอีกอันไว้ที่ขาวางแอร์คอมเพรสเซอร์

            “บนนี้” นับละสายตาจากโทรศัพท์กลอกตาขึ้นมองตามนิ้วเธอ “ไอ้บ้า เก็บเหมือนเด็กมัธยมวางไฟแชร์กันบนผนังกั้นห้องน้ำโรงเรียนเลย”

            “เออ ติดนิสัยไง เพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน” เหรียญนึกขำตัวเองที่เก็บไฟแช็กสำรองไว้ที่แบบนั้น

            “สิบกว่าปีก่อนเรียกไม่นาน?”

            “ก็สิบไม่ต่างกันปะวะ” เหรียญห่อไหล่ทำตาคว่ำใส่ นับได้แต่ขำในลำคอ “หยิบไฟให้หน่อย”

            “อ่านเมล์แป๊บ”

            “หยิบเองก็ได้” เหรียญเห็นเขายังอ่านเมล์ไม่เสร็จจึงเอื้อมแขนผ่านหน้านับขึ้นไปหยิบไฟแช็ก จังหวะเดียวกับเขาเงยหน้าขึ้นมาพอดี ต้นแขนเธอจึงถูเข้ากับคางเขา

            “อึ๋ยยยย” เธอชักแขนกลับอัตโนมัติ ฝ่ามือถูที่ต้นแขนพร้อมกับใบหน้าสั่นระรัว นั่นแสดงถึงอาการขนลุก เหรียญลูบขยี้ราวกับว่าจะเอาบางสิ่งที่ติดอยู่ที่แขนออกไป ซึ่งนั่นก็คือความรู้สึกจั๊กจี้

            “อะไรของแก”

            “บรึ๋ยยย จั๊กจี้อะ” เหรียญยังคงไม่หยุดทำหน้าเหยเก เธอลูบแขนตัวเองป้อยๆ

            “เวอร์” นับทำท่าทางเบ้ปากใส่ เธอทำอย่างกับว่าหนวดเขาสกปรกไปได้ยังไง

            “ไม่เล่นแล้ว หมดตัวนี้จะเข้าไปดูหนังแล้วนะ” เหรียญว่าพลางจุดบุหรี่สูบ นับรับไฟแช็กมาจุดและวางไว้ที่เดิม ก่อนทั้งคู่จะกลับเข้ามาในห้อง


            คืนนี้เหมือนกับทุกๆ คืนที่ดูหนังด้วยกัน ใช้เวลาหาหนังที่จะดูนานกว่าเวลาหนังฉาย ทั้งคู่อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาเบด เบียร์กระป๋องยาวคนละกระป๋อง ระหว่างกลางขั้นด้วยหมอนข้าง

            “คืนนี้นอนนี่นะ” ระหว่างดูหนังอยู่ดีๆ นับก็หันมาบอกเหรียญ และแน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรก

            “ฉันว่าแกต้องช่วยฉันจ่ายค่าไฟแล้วอะ” เหรียญหยอก

            “โถ่ นะนะ ขอนอนหน่อย ฉันหมกแต่ห้องตัวเองเป็๞เดือนแล้ว เบื่ออะ”

            “เออออ” เหรียญตอบพลางกระดกเบียร์ดื่ม สำหรับเธอเบียร์กระป๋องยาวหนึ่งกระป๋องกำลังดี พอให้ได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำอยู่ ไม่รู้สึกเมาเกินไป ยิ่งถ้ามีเมล็ดทานตะวันด้วยแล้ว...จริงสิ เมล็ดทานตะวัน เธอซื้อมาแล้ววางไว้ตรงไหนนะ เหรียญกวาดตามองตามจุดที่เธอชอบวางของ

            “อะ นั่นไง...แกหยิบถุงเมล็ดทานตะวันให้หน่อยดิ” เหรียญชี้ไปที่โต๊ะเล็กวางของข้างโซฟา ซึ่งอยู่ซ้ายมือของนับ แต่นับกลับนั่งดูหนังเพลินจนเหมือนไม่ได้ฟังที่เหรียญพูด เธอไม่อยากรบกวนเขาจึงยื่นแขนผ่านหน้าเขาไปหยิบเอง

            “อึ๋ยยยย” อีกแล้ว ต้นแขนเธอรูดโดนคางเขาอีกแล้ว เหรียญลูบต้นแขนสั่นหน้ารัว

            “มันอยู่เฉยๆ แล้วมาโดนมันทำไม ไอ้บ้า ฮ่าๆๆ” นับหัวเราะเมื่อเห็นเธอทำท่าทางแขยงดูน่าตลก

            “บรื๋อออ”

            “โคตรเวอร์”

            “ก็บอกแล้วว่าจั๊กจี้” เหรียญยังรู้สึกยุบยับที่ต้นแขน นับเห็นเธอแขยงไม่เลิกทำให้ยิ่งอยากแกล้ง

            “ไหนๆ มันเป็๞ยังไง ฮะๆ” เขายื่นคางส่ายไปมาใส่เธอ

            “ไม่ๆๆ” เหรียญยืดตัวหนี ใช้มือปัดป้องคางนับที่ยื่นเข้ามาใกล้ เธอพยายามให้มือแตะโดนส่วนที่ไม่ใช่หนวด “ม่ายยย มันจึ๊กกะดึ๋ย”

            จังหวะที่เหรียญปัดมือห้าม นับคว้าเอาแขนข้างหนึ่งของเธอได้แล้วดึงมันขึ้นมาใช้คางขยี้ใส่

            “อี๊ๆๆๆ โอ๊ย จั๊กจี้ อีนับ!” เหรียญยุดยื้อแขนข้างนั้นคืน แต่นับกลับยิ่งบดขยี้หนวดลงมา เธอจั๊กจี้จนรู้สึกได้ว่าขนลุกซู่ทั้งตัว หน้าตาเขาดูสะใจมากที่ได้ทำกับเธอแบบนั้น

            “จั๊กจี้หรอ ฮะๆๆ” นับยิ่งดูสะใจวนคางเขาไปทั่วท่อนแขนของเธอ ก่อนจะขยับสูงขึ้น สองมือเรียวประคองแขนเล็ก คางของเขาบดลงบนต้นแขน ไรหนวดแข็ง๱ั๣๵ั๱กับเนื้ออ่อนนิ่ม จุดนั้นเป็๞จุดที่จั๊กจี้ที่สุด เหรียญรู้สึกถึงไรหนวดแข็งที่ไล้ไปตามต้นแขนของเธอ ทั้งยังรู้สึกได้ถึงริมฝีนุ่มที่เผลอ๱ั๣๵ั๱ผิวส่วนนั้นซ้ำๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจ มากไปกว่าความรู้สึกจั๊กจี้ เหรียญรู้สึกวูบวาบที่ต้นแขนและใบหน้า ร้อนไปถึงหู

            ทางนับเองที่แกล้งเธออย่างสนุกสนาน แต่เมื่อตัวเองขยับขึ้นไปถึงต้นแขนเล็ก คางที่เคยบดขยี้กลับผ่อนน้ำหนักลงจนเหมือนโลมไล้ ริมฝีปากล่างแตะโดนเนื้อนิ่มโดยเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรือเขาตั้งใจ แต่เขาไม่อยากหยุดมันเลย

            เขารู้สึกได้ว่าร่างที่ดิ้นพล่านของเหรียญสงบลง เธอนิ่งไป ในขณะที่เธอเองรู้สึกว่าตัวเธออ่อนยวบเพราะไอร้อนผ่าวแผ่ไปทั้งตัว ปั่นป่วนในท้องและหน้าอก นับช้อนตาขึ้นมองเหรียญ สายตาเขาเชื่อมเยิ้ม ดูลึกล้ำ

            เหรียญตาปรือฉ่ำ หายใจหอบถี่ ราวกับลุ้นกว่าจะเกิดอะไรต่อหลังจากไรหนวดและริมฝีปากนั้นโลมไล้แขนเธอขึ้นมาจนสุด สายตาประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง เหรียญสะดุ้งเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงสถานการณ์ที่แปลกไป เธอรีบชักแขนกลับ

            “อย่ามาใช้สายตาลึกซึ้งกับฉันนะ” เธอว่าทั้งที่ตายังจ้องกับนับ ทว่าตอนนี้มันไม่ฉ่ำเยิ้มแล้ว

            “ลึกซึ้งอะไร” นับก็จ้องตาสู้เธอเหมือนกัน ๲ั๾๲์ตาเขายังแฝงแววหวานเชื่อม เขาแสร้งกวนเธอไปอย่างนั้นเอง ทั้งที่ใจเต้นตึกตักจนเขาเองได้ยินมัน “ลึกซึ้งแบบไหน” เขาถามต่อไม่ละสายตา แต่ภายในใจเขาวาบหวามไปหมดแล้ว

            เพี้ยะ!

            เหรียญยกมือขึ้นตีหน้าผากนับเบาๆ

            “ไม่เล่นแล้ว ดูหนังต่อแล้ว” เธอรีบพูดตัดบท ยกเบียร์ขึ้นดื่มอั้กๆ อาการหวิวในอกร้อนผ่าวที่หูไม่ลดลงไปเลย มันไม่ควรจะมีความรู้สึกแบบนี้ไหมนะ

            นับแอบเป่าปากถอนหายใจเบาๆ เขาหายใจช้าๆ เพื่อให้หัวใจเต้นเป็๲ปกติ ทำไมวันนี้เขาเจอเธอแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาต้องทำตัวแปลกๆ ใส่เธอด้วย ไหนจะความรู้สึกงุ่นง่านนี่อีก


            ต่างคนต่างนึกถึงเ๱ื่๵๹เมื่อครู่

            โดยไม่รู้ตัว พวกเขาไม่มีใครดูหนังรู้เ๹ื่๪๫อีกต่อไปแล้ว


            144p Relationship: Chapter 7


            “กินข้าวกันไหม” นับเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงสอนเขาขับรถ เธอน่าจะหิว นี่ก็น่าจะได้เวลามื้อเย็นแล้วด้วย

            “ร้านข้าวต้มนะ” เหรียญพูดถึงร้านข้าวต้มกุ๊ยในซอยโรงเรียน ร้านประจำที่พวกเขาไปกินด้วยกันบ่อยๆ

            พวกเขาตกลงมาร้านข้าวต้มเ๯้าประจำ สั่งกับข้าวสองอย่าง กับข้าวต้มอีกสองถ้วย เมนูอาหารเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ยำไข่เค็มกับผัดผักบุ้งไฟแดง มีการพูดคุยระหว่างมื้ออาหารแบบทุกครั้ง

            “ฉันรู้สึกเหมือนในหนังเลยว่ะ” นับเปิดบทสนทนา

            “อะไร ที่ขับรถอะนะ” แค่ประโยคแรกที่เขาพูด เหรียญก็เข้าใจทันทีว่านับหมายถึงอะไร อย่างที่บอกว่าพวกเขาดูหนังเป็๞งานอดิเรก แล้วเ๹ื่๪๫ไหนเ๹ื่๪๫นั้น พระเอกจะเท่ๆ ขับรถตบเกียร์ ออกตัวฝุ่นฟุ้ง มือขวาจับพวงมาลัย มือซ้ายโยกคันเกียร์

            “เออ ฮ่าๆๆๆ แกก็เห็น พระเอกต้องกระชากเกียร์กระทืบคันเร่ง หักเลี้ยวไม่เบรก ขับพุ่งชนอะไรสักอย่าง”

            “แต่แกจะไม่ขับรถฉันพุ่งชนอะไรสักอย่างเว้ย” เหรียญดักคอ พวกเขากินไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน นับดูผ่อนคลายขึ้นจากเมื่อตอนกลางวัน

            “ไอ้เหรียญ”

            จากที่พูดคุยหัวเราะกันอยู่ดีๆ นับก็เรียกเชื่อเธอน้ำเสียงดูเสียงจริงจังขึ้น

            “ฮึ” เธอเลิกคิ้วสงสัย

            “วันนี้ดีว่ะ”

            “ฮะ”

            “ฉันบอกว่าวันนี้ดี ขอบใจแกมาก”

            “ขนลุกเลยว่ะ” เหรียญพูดทีเล่นทีจริง มันวูบวาบในช่องท้องนิดหน่อย

            “เออ จริงๆ เว้ย ฉันทำงานวุ่นวายเป็๞เดือน แม่งโคตรตึงเหมือนไม่มีวันหยุด แต่พอออกมาข้างนอกกับแกมันก็เบาลงอะ...ระหว่างขับรถแม่งได้ไอเดียใหม่เฉยเลยเว้ย”

            “โอ้...รู้สึกเป็๲คนสำคัญเลยอะ เปลี่ยนคำขอบคุณเป็๲เงินสดได้ไหม”

            “ทีแรกก็ว่าจะเลี้ยงข้าว แต่จะเอาเงินสดไปจ่ายค่าข้าวเองก็ได้”


            จบมื้อค่ำนับขอเป็๞คนขับรถกลับเอง และก็ไม่ผิดจากที่คิดมากนัก เขาทำรถดับบนถนนใหญ่ แต่ยังดีที่ขับเลนซ้ายสุดและวันนี้เป็๞วันเสาร์รถเลยไม่เยอะมากนัก นับชวนเหรียญแวะซื้อเครื่องดื่มที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโด คืนนี้กะจะหาหนังดูกันสักเ๹ื่๪๫ เขาขอให้วันนี้เป็๞วันที่เขาได้ผ่อนคลายสมองบ้าง

            “แกหาหนังไปนะ ฉันจะออกไปสูบบุหรี่” เหรียญว่า

            “อ้าว ไปด้วยดิ” สองคนเดินไปยังระเบียง เหรียญหยิบไฟแช็กที่วางอยู่ข้างที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะมาจุด เธอพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ติด จึงยกไฟแช็กขึ้นมาส่อง

            “เอ้า แก๊สหมด แกหยิบอีกอันให้หน่อยดิ”

            “ตรงไหนอะ” นับตอบขณะที่เขากำลังก้มหน้าเช็ก E-mail จากในโทรศัพท์มือถือ

            “บนนั้นอะ ตรงหัวแก” เหรียญชี้ไปที่แอร์คอมเพรสเซอร์ซึ่งติดตั้งบนผนัง ตำแหน่งเหนือหัวนับ เธอวางไฟแช็กอีกอันไว้ที่ขาวางแอร์คอมเพรสเซอร์

            “บนนี้” นับละสายตาจากโทรศัพท์กลอกตาขึ้นมองตามนิ้วเธอ “ไอ้บ้า เก็บเหมือนเด็กมัธยมวางไฟแชร์กันบนผนังกั้นห้องน้ำโรงเรียนเลย”

            “เออ ติดนิสัยไง เพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน” เหรียญนึกขำตัวเองที่เก็บไฟแช็กสำรองไว้ที่แบบนั้น

            “สิบกว่าปีก่อนเรียกไม่นาน?”

            “ก็สิบไม่ต่างกันปะวะ” เหรียญห่อไหล่ทำตาคว่ำใส่ นับได้แต่ขำในลำคอ “หยิบไฟให้หน่อย”

            “อ่านเมล์แป๊บ”

            “หยิบเองก็ได้” เหรียญเห็นเขายังอ่านเมล์ไม่เสร็จจึงเอื้อมแขนผ่านหน้านับขึ้นไปหยิบไฟแช็ก จังหวะเดียวกับเขาเงยหน้าขึ้นมาพอดี ต้นแขนเธอจึงถูเข้ากับคางเขา

            “อึ๋ยยยย” เธอชักแขนกลับอัตโนมัติ ฝ่ามือถูที่ต้นแขนพร้อมกับใบหน้าสั่นระรัว นั่นแสดงถึงอาการขนลุก เหรียญลูบขยี้ราวกับว่าจะเอาบางสิ่งที่ติดอยู่ที่แขนออกไป ซึ่งนั่นก็คือความรู้สึกจั๊กจี้

            “อะไรของแก”

            “บรึ๋ยยย จั๊กจี้อะ” เหรียญยังคงไม่หยุดทำหน้าเหยเก เธอลูบแขนตัวเองป้อยๆ

            “เวอร์” นับทำท่าทางเบ้ปากใส่ เธอทำอย่างกับว่าหนวดเขาสกปรกไปได้ยังไง

            “ไม่เล่นแล้ว หมดตัวนี้จะเข้าไปดูหนังแล้วนะ” เหรียญว่าพลางจุดบุหรี่สูบ นับรับไฟแช็กมาจุดและวางไว้ที่เดิม ก่อนทั้งคู่จะกลับเข้ามาในห้อง


            คืนนี้เหมือนกับทุกๆ คืนที่ดูหนังด้วยกัน ใช้เวลาหาหนังที่จะดูนานกว่าเวลาหนังฉาย ทั้งคู่อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาเบด เบียร์กระป๋องยาวคนละกระป๋อง ระหว่างกลางขั้นด้วยหมอนข้าง

            “คืนนี้นอนนี่นะ” ระหว่างดูหนังอยู่ดีๆ นับก็หันมาบอกเหรียญ และแน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรก

            “ฉันว่าแกต้องช่วยฉันจ่ายค่าไฟแล้วอะ” เหรียญหยอก

            “โถ่ นะนะ ขอนอนหน่อย ฉันหมกแต่ห้องตัวเองเป็๲เดือนแล้ว เบื่ออะ”

            “เออออ” เหรียญตอบพลางกระดกเบียร์ดื่ม สำหรับเธอเบียร์กระป๋องยาวหนึ่งกระป๋องกำลังดี พอให้ได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำอยู่ ไม่รู้สึกเมาเกินไป ยิ่งถ้ามีเมล็ดทานตะวันด้วยแล้ว...จริงสิ เมล็ดทานตะวัน เธอซื้อมาแล้ววางไว้ตรงไหนนะ เหรียญกวาดตามองตามจุดที่เธอชอบวางของ

            “อะ นั่นไง...แกหยิบถุงเมล็ดทานตะวันให้หน่อยดิ” เหรียญชี้ไปที่โต๊ะเล็กวางของข้างโซฟา ซึ่งอยู่ซ้ายมือของนับ แต่นับกลับนั่งดูหนังเพลินจนเหมือนไม่ได้ฟังที่เหรียญพูด เธอไม่อยากรบกวนเขาจึงยื่นแขนผ่านหน้าเขาไปหยิบเอง

            “อึ๋ยยยย” อีกแล้ว ต้นแขนเธอรูดโดนคางเขาอีกแล้ว เหรียญลูบต้นแขนสั่นหน้ารัว

            “มันอยู่เฉยๆ แล้วมาโดนมันทำไม ไอ้บ้า ฮ่าๆๆ” นับหัวเราะเมื่อเห็นเธอทำท่าทางแขยงดูน่าตลก

            “บรื๋อออ”

            “โคตรเวอร์”

            “ก็บอกแล้วว่าจั๊กจี้” เหรียญยังรู้สึกยุบยับที่ต้นแขน นับเห็นเธอแขยงไม่เลิกทำให้ยิ่งอยากแกล้ง

            “ไหนๆ มันเป็๲ยังไง ฮะๆ” เขายื่นคางส่ายไปมาใส่เธอ

            “ไม่ๆๆ” เหรียญยืดตัวหนี ใช้มือปัดป้องคางนับที่ยื่นเข้ามาใกล้ เธอพยายามให้มือแตะโดนส่วนที่ไม่ใช่หนวด “ม่ายยย มันจึ๊กกะดึ๋ย”

            จังหวะที่เหรียญปัดมือห้าม นับคว้าเอาแขนข้างหนึ่งของเธอได้แล้วดึงมันขึ้นมาใช้คางขยี้ใส่

            “อี๊ๆๆๆ โอ๊ย จั๊กจี้ อีนับ!” เหรียญยุดยื้อแขนข้างนั้นคืน แต่นับกลับยิ่งบดขยี้หนวดลงมา เธอจั๊กจี้จนรู้สึกได้ว่าขนลุกซู่ทั้งตัว หน้าตาเขาดูสะใจมากที่ได้ทำกับเธอแบบนั้น

            “จั๊กจี้หรอ ฮะๆๆ” นับยิ่งดูสะใจวนคางเขาไปทั่วท่อนแขนของเธอ ก่อนจะขยับสูงขึ้น สองมือเรียวประคองแขนเล็ก คางของเขาบดลงบนต้นแขน ไรหนวดแข็ง๼ั๬๶ั๼กับเนื้ออ่อนนิ่ม จุดนั้นเป็๲จุดที่จั๊กจี้ที่สุด เหรียญรู้สึกถึงไรหนวดแข็งที่ไล้ไปตามต้นแขนของเธอ ทั้งยังรู้สึกได้ถึงริมฝีนุ่มที่เผลอ๼ั๬๶ั๼ผิวส่วนนั้นซ้ำๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจ มากไปกว่าความรู้สึกจั๊กจี้ เหรียญรู้สึกวูบวาบที่ต้นแขนและใบหน้า ร้อนไปถึงหู

            ทางนับเองที่แกล้งเธออย่างสนุกสนาน แต่เมื่อตัวเองขยับขึ้นไปถึงต้นแขนเล็ก คางที่เคยบดขยี้กลับผ่อนน้ำหนักลงจนเหมือนโลมไล้ ริมฝีปากล่างแตะโดนเนื้อนิ่มโดยเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรือเขาตั้งใจ แต่เขาไม่อยากหยุดมันเลย

            เขารู้สึกได้ว่าร่างที่ดิ้นพล่านของเหรียญสงบลง เธอนิ่งไป ในขณะที่เธอเองรู้สึกว่าตัวเธออ่อนยวบเพราะไอร้อนผ่าวแผ่ไปทั้งตัว ปั่นป่วนในท้องและหน้าอก นับช้อนตาขึ้นมองเหรียญ สายตาเขาเชื่อมเยิ้ม ดูลึกล้ำ

            เหรียญตาปรือฉ่ำ หายใจหอบถี่ ราวกับลุ้นกว่าจะเกิดอะไรต่อหลังจากไรหนวดและริมฝีปากนั้นโลมไล้แขนเธอขึ้นมาจนสุด สายตาประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง เหรียญสะดุ้งเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงสถานการณ์ที่แปลกไป เธอรีบชักแขนกลับ

            “อย่ามาใช้สายตาลึกซึ้งกับฉันนะ” เธอว่าทั้งที่ตายังจ้องกับนับ ทว่าตอนนี้มันไม่ฉ่ำเยิ้มแล้ว

            “ลึกซึ้งอะไร” นับก็จ้องตาสู้เธอเหมือนกัน ๞ั๶๞์ตาเขายังแฝงแววหวานเชื่อม เขาแสร้งกวนเธอไปอย่างนั้นเอง ทั้งที่ใจเต้นตึกตักจนเขาเองได้ยินมัน “ลึกซึ้งแบบไหน” เขาถามต่อไม่ละสายตา แต่ภายในใจเขาวาบหวามไปหมดแล้ว

            เพี้ยะ!

            เหรียญยกมือขึ้นตีหน้าผากนับเบาๆ

            “ไม่เล่นแล้ว ดูหนังต่อแล้ว” เธอรีบพูดตัดบท ยกเบียร์ขึ้นดื่มอั้กๆ อาการหวิวในอกร้อนผ่าวที่หูไม่ลดลงไปเลย มันไม่ควรจะมีความรู้สึกแบบนี้ไหมนะ

            นับแอบเป่าปากถอนหายใจเบาๆ เขาหายใจช้าๆ เพื่อให้หัวใจเต้นเป็๞ปกติ ทำไมวันนี้เขาเจอเธอแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาต้องทำตัวแปลกๆ ใส่เธอด้วย ไหนจะความรู้สึกงุ่นง่านนี่อีก


            ต่างคนต่างนึกถึงเ๹ื่๪๫เมื่อครู่

            โดยไม่รู้ตัว พวกเขาไม่มีใครดูหนังรู้เ๱ื่๵๹อีกต่อไปแล้ว