ตอนที่ 13 ถล่มจวนเ้าเมือง
เ้าเมืองจิ้นหยงมองดูภาพที่นางเซียนชุดขาวตรงหน้า ถูกจับกุมห้อมล้อมไปด้วยกรงเหล็กกล้าชนิดพิเศษ ก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ มันก้าวเท้าเดินอย่างเชื่องช้าลงบันไดมาพลางพูด
“จิ้จิ้จิ้ได้ยินว่าหุบเขาสระเหมัน อันเป็เสมือนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสำนักประกอบด้วยเพียงอิสตรีที่ล้วนงดงามปานดอกฟ้ารักษาพรหมจรรย์ชั่วชีวิต ไม่มุ่งทางโลก รักษาตนพ้นโลกีย์วิสัย แต่ทำไม...” มันพูดพลางสแยะยิ้มที่มุมปาก
“แต่ทำไมนังเด็กหญิงผู้นี่ถึงบอกว่าเป็บุตรีของท่าน ผู้เป็ศิษย์หุบเขาสระเหมัน? หรือว่าข้าเป่า เจ้นหลุนมีอันใดเข้าใจอะไรผิดไป?”
ซูรั่วซานได้ยินดังนั้นแววตาน้ำแข็งของนาง ที่เย็นเยียบอยู่แล้วก็กลายเป็เย็นเยียบเข้าไปอีกนางตวัดกระบี่วิจิตไปตรงหน้าสุดกำลังฟันไปที่กรงเหล็ก
กึง คมกระบี่ที่ฟันไปที่กรงเหล็กกับถูกหยุดไว้ที่ตัวกรงเป็รอยขึ้นมาบางๆเพียงเท่านั้น ไม่มีวี่แววพังทลายเ้าเมืองจิ้นหลงหัวเราะออกมา
“หึหึนี่เป็กรงที่ข้าสั่งทำขึ้นมาพิเศษ มันสามารถใช้กักขังอสูรขั้นนภาได้เลยมันไม่มีทางพังง่ายๆปานนั้น”
คุณชายเป่าที่หลบอยู่หลังเสาที่มุมห้องรีบเผยตัวออกมาพูดอย่างดีอกดีใจ”ท่านพ่อเราจับนางได้แล้วรีบหาทางทำให้นางไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้ ข้าอยากลิ้มลองศิษย์หุบเขาสระเหมันจะแย่อยู่แล้ว” มันพูดจาอย่างชั่วร้ายแววตาเต็มไปด้วยกิเลสตัณหายากปิดบัง
ซูรั่วซานได้ยินดังนั้นจึงพิโรธเร่งฝืนโคจรพลังลมปราณออกเกินขอบเขตที่สภาพร่างกายของนางยามนี้จะรับไว้จากตอนแรกใช้ออกสองส่วน ตอนนี้ใช้ออกถึงห้าส่วน
รัศมีพลังเหมันแผ่กระจายออกอากาศรอบข้างอุณหภูมิลดลงต่ำอย่างรวดเร็ว ร่างบางออกกระบี่ด้วยท่วงท่างามวิจิตคมกระบี่บางที่ดูเหมือนจะทำมาจากผลึกใส ฟันตัดขาดกรงเหล็กกล้าเหมือนตัดเต้าหู้แต่ยังไม่หยุดแค่นั้นรังสีแสงกระบี่สีฟ้า ที่แผ่กระจายออกมาจากรัศมีการวาดกระบี่ของหญิงงามเป็เส้นผ่าเข้าไปที่กลุ่มทหารร่างกายขาดครึ่งก่อนที่ร่างไม่สมประกอบเ่าั้จะแข็งตัวก่อนจะกระจายเป็สะเก็ดน้ำแข็งกว่าร้อยคนในกระบี่เดียว
เ้าเมืองจิ้นหยงเห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้วหนาคุณชายเป่าที่เริงร่าตอนนี้ใกลัวแทบฉี่เล็ดวิ่งหนีไปหลบหลังเสาอีกครั้ง
ร่างดุจเซียนของนางพุ่งตรงออกจากกรงเป็เส้นรอบข้างปรากฏด้วย คมกระบี่น้ำแข็ง 64 เล่มขึ้นมากลางอากาศรอบตัวคมกระบี่น้ำแข็งพุ่งออกดุจมีชีวิตพุ่ง เข้าโจมตีเหล่ากลุ่มทหารรอบด้านหลายพันคนเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน เศษชิ้นส่วนมนุษย์ หรือสะเก็ดน้ำแข็งปลิวว่อนไปทั่วทั้งห้องโถง
ภาพเศษสะเก็ดน้ำแข็งปลิวว่อนต้องแสงจันทร์ที่สาดส่องมาจากหน้าตาทำให้ดูสวยงามเปล่งประกายแต่เมื่อประกอบด้วยเสียงโหยหวนแลเศษเนืุ้์ ไม่แน่ใจว่าภาพนี้ควร จัดให้เป็ภาพสรวง์หรือนรกภูมิกันแน่
ร่างบางใช่ท่าร่างลอยขึ้นไปในอากาศพุ่งไปหาร่างเด็กสาวทันใดนั้นเ้าเมืองจิ้นหยงที่ใส่เกราะาทองแดง ก็ะเิพลังขอบเขตขั้นปรมาจารย์ออกมาลมปรานแผ่ออกมารอบตัวห่อหุ้มร่างมันเป็สีแดงฉานที่พื้นที่มันหยั่งกายแตกกระจายเป็ดั่งใยแมงมุมเพราะกระแสลมปราณ มันคว้าง้าวาสีแดงลายัพุ่งออกเข้าหาร่างนางเซียนดุจดาวตก
เป่าเจินหลุนพุ่งตัวอยู่กลางอากาศก่อนจะตวัดง้าวในมือที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟจากพลังลมปราณผ่าไปตามอากาศจนอากาศไหม้เกิดเป็ลอยไฟตามทางยาวเข้าหาซูรั่วซาน
นางตวัดกระบี่งามวิจิต ที่อาบด้วยลมปรานสีฟ้าขึ้นปะทะเกิดเสียงประทะกันระหว่างสองอาวุธอย่างรุนแรงไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำทั้งสองสัพปยุทธ์กันกลางอากาศ ทั้งง้าวทั้งกระบี่ใช้ออกตวัดปะทะกันหลายร้อยกระบวนท่าจนเกิดแรงะเิเป็คลื่นออกมาเป็วงกว้างกว่าห้าสิบจั้งพวกทหารที่อยู่ในรัศมีการปะทะบ้างตัวะเิบ้างกระเด็นออกห่างเว้นระยะจากการปะทะกันของร่างทั้งสอง
พวกมันมองดูสองร่างที่ปะทะกันด้วยความตื่นกลัวเฝ้าสำนึกว่าพวกมันที่อวดโอ่พลังฝีมือ ความจริงนั้นไร้ค่าเพียงไร “หน่ะ... นี่น่ะหรือ คือการปะทะกัน ของขอบเขตขั้นปรมาจารย์ไม่น่าเชื่อว่าตัวข้าชาตินี้จะมีโอกาศได้เห็น” ทหารส่วนหนึ่งพูดออกมาอย่างสะท้อนใจ
เป่าเจินหลุนควงร่างตวัดใช้ออกด้วยง้าวไปที่คอเรียวของซูรั่วซาน “ง้าวฟันโลกา” มันะโก้องใช้ออกด้วยกระบวนท่าสังหารซูรั่วซานวิเคราะห์การโจมตีแล้วไม่คิดเข้าปะทะกลับหงายตัวไปด้านหลังหลบรัศมีง้าวไปได้ด้วยท่วงท่าที่งดงาม
แสงง้าวพุ่งออกเป็ลำแสงสีแดงผ่านร่างซูรั่วซานไปปะทะเข้ากับกลุ่มทหารที่อยู่ห่างไกลร่างกายฉีกขาดตายไปเกินร้อยรังสีง้าวไม่หยุดลากฟันผ่าต่อจนสิ่งปลูกสร้างในจวนเ้าเมืองพลังทลายไป1ใน10ส่วน
เ้าเมืองจิ้นหยงขมวดคิ้วร่างกายโคจรปรานเส้นเืปูดโปนไปทั่วทั้งแขน ในมือใช้ออกด้วยท่าง้าวฟันโลกาหลายครั้งติดเล็งไปที่ร่างซูรั่วซานกว่าสิบสาย
ซูรั่วซานพลิ้วกายวิ่งไต่กำแพงจวนรังสีง้าวเส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งใส่แต่นางก็ยังคลื่อนตัวหลบไปตามกำแพงได้ทุกครั้งอย่างรวดเร็วพลิ้วไหวดุจกำลังเต้นระบำ เกิดรอยการโจมตีฟันขาดขึ้นสิบรอยลากยาวไปในจวนจะพังพินาทถึงกระนั้นยังไม่อาจกระทบถูกแม้ชายเสื้อของนาง
ซูรั่วซานใช้กำแพงจวนเป็ที่ค้ำยันดีดตัวพุ่งใส่เ้าเมืองจิ้นหยงที่กลางห้องในมือถือกระบี่จี้ตรงไปข้างหน้าดุจดั่งหอกลำแสงสีฟ้าครอบคลุมไปทั่วร่างงามดุจดั่งดาวตกสีฟ้า เ้าเมืองจิ้นหยงเร่งโคจรปรานทั่วร่างจนเกิดไฟลุกขึ้นมาพื้นที่มันยืนล้วนติดไฟเผาไหม้ดุจดั่งทะเลเพลิง
มันง้างง้าวาที่ติดไฟจนแดงฉานเข้าปะทะกับคมกระบี่บางก่อนการปะทะมันรู้สึกว่าตัวเองเคลื่อนที่ได้เชื่องช้าลงหลายส่วนจากรัศมีเหมันที่ปล่อยออกจากร่างตรงหน้า
คมกระบี่คมง้าวปะทะกันเกิดแรงะเิสนั่นหวั่นไหวแรงะเิกระจายจนห้องโถงนั้นพังทลาย จนแท่นที่ผูกตัวเสี่ยวไป๋ไว้พังทลายตกลงมาจากอากาศ
ร่างกำยำของเ้าเมืองจิ้นหยงโดนคมกระบี่ฟันจนกระเด็นไปไกล ทะลุลากไปเป็ทางยาวเข้าไปในส่วนลึกของจวนเ้าเมืองที่จุดสิ้นสุดของรอยแตกที่พื้นปรากฎร่างเ้าเมืองนั่งคุกเข่าด้วยสภาพดูไม่ได้มันกะอักเืออกมาคำใหญ่ ที่เกราะที่สวมมีรอยฟันบากที่หน้าอกยาวลงมาถึงเอว
ซูรั่วซานยังดีกว่ามากทั่วร่างไม่ได้มีาแแต่นางนั้นลอยกระเด็นถอยหลังอย่างแรงจากการปทะแต่ก่อนที่นางจะกระแทกเข้ากับพื้นแข็งนางกลับใช้ท่าร่างประหลาดซอยเท้าถอยหลังก่อนจะลดแรงปะทะทั้งหมดยืนได้ตรงอย่างสง่างามที่ปากนางมีเืสายบางไหลออกมาเล็กน้อยเส้นผมแฝงไว้ด้วยสีขาวเพิ่มอีกส่วนนึง
นางมองร่างเสี่ยวไป๋ที่กำลังตกลงมาใช้ท่าร่างลอยคว้างไปคว้าตัวบุตรีได้อย่างปลอดภัยในตาแฝงไว้ด้วยความเป็ห่วงลึกล้ำ
“ท่านแม่ท่านแม่ เสี่ยวไป๋กลัว หือหือ”
นางััได้ว่าเ้าเมืองยังไม่ตายแล้วกำลังเคลื่อนตัวตามมา รอบด้านนางก็ยังถูกล้อมไปด้วยพวกทหารเกือบครึ่ง
นางเสกดอกบัววิจิตขึ้นมาก่อนจะอุ้มพาร่างตัวเองกับเสี่ยวไป๋ขึ้นไปดอกบัววิจิตลอยขึ้นฟ้าพุ่งออกไปกลางอากาศหายออกไปจากเมืองจิ้นหยง