ั้แ่จำความได้นี่ก็เป็ครั้งที่สองที่เธอได้มาเยี่ยมบ้านปู่กับย่าที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน เขมหรือเขมิกาเกิดและโตที่จังหวัดอยุธยา พ่อของเธอเป็คนอีสานแต่เข้ามาทำงานที่อยุธยาจนได้พบรักกับแม่หลังจากทั้งคู่แต่งงานพ่อก็ย้ายมาอยู่กับแม่ที่อยุธยา นานๆ ครั้งพ่อจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักทีด้วยภาระหน้าที่การงานไม่เอื้ออำนวย ครั้งนี้เป็โอกาสดีที่บริษัทของพ่อกับแม่หยุดยาวใน่เทศกาลปีใหม่เลยมีโอกาสได้มาเยี่ยมบ้านปู่กับย่าพอดี
เขมิกาเป็ลูกสาวคนเดียวของอรพินท์กับมนัส อายุตอนนี้ก็สิบแปดปีเรียนอยู่ปีหนึ่งมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ วันนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆ เพราะปกติก็อยู่แต่ในชุมชนเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น เธอใฝ่ฝันอยากมีบ้านที่รายล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี ภายในบริเวณบ้านปลูกผักและดอกไม้ล้อมรอบ มีสระบัวอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้าน
พอมาถึงบ้านปู่กับย่าก็เกือบเก้าโมงเช้าปู่กับย่าตอนนี้ไปทำบุญที่วัดยังไม่กลับ ลุงดำจึงพาออกไปบ้านสวนก่อนแล้วค่อยมารับปู่กับย่าทีหลัง ซึ่งลุงดำทำเกษตรผสมผสานและมีเถียงนาขนาดใหญ่ที่ดูทันสมัยเพื่อต้อนรับญาติพี่น้องซึ่งที่นาของลุงมีลำน้ำไหลผ่านเป็สายยาว สามารถสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตรได้เป็อย่างดี
เขมิกาเดินลัดเลาะเข้าไปด้านในพื้นที่นาของลุงจนเห็นสระน้ำขนาดใหญ่ ในสระมีบัวแดงที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง และอีกต้นคือต้นอะไรเขมิกาไม่รู้จัก แต่หน้าจะเป็ไม้น้ำเหมือนกันมีลักษณะขอบใบหยักเล็กน้อยใบคล้ายรูปพัดเรียงซ้อนกันแผ่ออกมาเป็วงกลมลอยอยู่บนผิวน้ำ บางต้นมีดอกกำลังบานอยู่เหนือน้ำสีขาว ภายในสระน้ำมีเรือพายสำหรับนั่งเก็บสายบัว คิดแล้วก็อยากลงไปเก็บติดก็ตรงที่เธอพายเรือไม่เป็
เขมิกาทนดูความสวยของดอกบัวแดงไม่ได้จนต้องหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ ขอบสระลุงดำปลูกกล้วยน้ำว้า ชะอม ข่า ตะไคร้ แมงลัก ไว้ทั้งสี่ด้าน พื้นที่ด้านข้างเป็ที่นาของคนในหมู่บ้านเดียวกันซึ่งเป็พื้นที่ติดต่อกันไม่ได้ล้อมรั้วเป็เขตแดน ที่นาด้านข้างมีข้าวที่กำลังสุกงอมเหลืองอร่าม เขมิกาอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเก็บไว้อีก เธอชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุด โทรศัพท์แพลนกล้องไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่บนขอบสระของที่นาด้านข้าง เหมือนกับตอนนี้เธอได้ยินเสียงเหมือนเครื่องสูบน้ำดังก้องมาแต่ไกล
ลุงกับป้าเธอที่อยุธยาก็ทำนาเหมือนกันแต่ส่วนมากใช้เครื่องจักรทุ่นแรง มีรถเกี่ยวข้าวไม่ต้องใช้แรงคนในการเก็บเกี่ยว
เขมิกาซูมกล้องเข้าไปใกล้ๆ เธอเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของชายหนุ่ม ผิวสีน้ำผึ้งเนียนราวกับผิวผู้หญิงตอนนี้เขากำลังหันหน้ามาทางเธอพอดี เขมิกากดปุ่มถ่ายรูปเขาไว้ได้ทันก่อนจะมีเสียงเรียกเธอจากทางด้านหลัง
“พี่เขม มายืนอยู่ตรงนี้เองวาตามหาตั้งนาน”
วาหรือวรดาเป็ลูกสาวคนเดียวของลุงดำเป็รุ่นน้องของเขมิกาสองปีตอนนี้เธอเรียนอยู่ชั้นมอห้าในตัวอำเภอเมือง ท่าทางเธอเป็คนทะมัดทะแมง ดูคล่องแคล่วไม่เชื่องช้าเหมือนกับเธอ
“วาเขากำลังทำอะไรกันหรอ” เขมิกาหมายถึงเสียงเครื่องยนต์รถเกษตรที่กำลังสูบน้ำลงไร่นา เสียงดังกึกก้องไปทั่วทุ่งนา
“อ๋อ เขาสูบน้ำหาปลาจ้ะ ่เทศกาลคนอีสานเขาชอบทำกัน รวมญาติมาหาปลาแล้วก็ทำกินกันค่ะ พ่อวากับคุณอาทั้งสองก็อยู่ค่ะ ลุงแขกแกมาชวนไปหาปลาด้วยกัน” วรดาคงหมายถึงเ้าของที่นาแปลงนั้นมาชวนพ่อกับแม่และลุงของเธอไปร่วมหาปลาด้วย
“วาพี่อยากลงไปเก็บสายบัวน่ะ เอาไว้แกงใส่ปลาพี่ชอบกิน วาพายเรือเป็มั้ย” เขมิกาถามสาวรุ่นน้องด้วยสายตาที่มีความหวัง
“โอ้ย สบายมากเลยค่ะ เกิดมาก็พายเป็ละ กะอีแค่พายเรือไม่เห็นจะยากตรงไหน” นี่ชมตัวเองหรือด่าพี่มันกันแน่เนี่ย อย่าว่าแต่พายเรือเลย ว่ายน้ำก็ยังไม่เป็จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีก
“งั้นดีเลย เราลงไปเก็บกันเถอะ” สองสาวเดินลงไปท่าน้ำ เขมิกาก้าวขาลงเรือไปก่อนแล้ววรดาก็ตามไป
“นั่งดีๆ เด้อ ตกลงไปหนูบ่อซอยเด้” วรดาพูดติดตลกเป็ภาษาอีสานเขมิกาหัวเราะชอบใจเธอพอฟังออกบ้างและสามารถพูดได้เป็บางคำเพราะพ่อเคยพูดให้ได้ยินบ่อยๆ ตอนอยู่บ้านที่อยุธยา เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปอีกหลายครั้งก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายข้างขนาดเล็ก