บทที่ 63
มาเป็นผู้ชายของฉันซะ
เรื่องที่เขานั้นคือชายลึกลับที่ทำร้ายเย่เหลียงถูกเปิดเผยแล้วงั้นเหรอ!?
ริมฝีปากของอู๋ตี้เริ่มสั่นระรัวด้วยความช็อก
เป็นไปได้ยังไงกันน่ะ? ก็ตอนนั้นเขาสวมเกราะเทพเจ้าสงครามไว้ รวมถึงสวมหน้ากากด้วย เพราะงั้นต้องไม่มีใครรู้ถึงตัวตนของเขาสิ
เพราะงั้นแล้วเขาจึงรีบถามออกไปทันที “เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? แล้วทำไมถึงมาบอกฉันตอนนี้?”
พฤติกรรมของซูหลี่เหยาในตอนนี้น่ะมันทำให้อู๋ตี้รู้สึกแปลกมากๆ
หากยึดตามธรรมชาติของเธอแล้ว ในเมื่อเขาถูกตระกูลเย่หมายหัว ด้วยนิสัยใจคอของซูหลี่เหยานั้น มันคงจะดีกว่าถ้าปล่อยให้เขาต้องตายไป แต่ทำไมเธอถึงมาเตือนเขาด้วยความกังวลแบบนี้ล่ะ?
ซูหลี่เหยานั้นก็แสดงสีหน้าไม่ถูกซะทีเดียว การที่ต้องเผชิญหน้ากับอู๋ตี้พร้อมคำถามนั้น มันทำให้เธอไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ
“พ-เพราะว่าตอนนั้น ที่คฤหาสน์ทางตอนใต้ ฉันเก็บเส้นผมของชายลึกลับคนนั้นได้ จากนั้นก็ส่งมันให้ตระกูลเย่ผู้ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อล้างแค้นให้ลูกของเขาเอง เขานำมันไปตรวจ DNA ด้วยวิธีต่างๆมากมายและนำข้อมูลจากโรงพยาบาลแห่งชาติมาปรับเทียบเพื่อหาเจ้าของ จากนั้นพวกเขาถึงได้พบ ว่าชายลึกลับนั่นคือนาย เพราะงั้นตอนนี้พวกตระกูลเย่จึงกำลังล่าตัวนายอยู่ และนายน่ะ ถือเป็นบุคคลอันดับหนึ่งที่ต้องตายเลย”
ได้ยินดังนั้น หัวใจของอู๋ตี้ก็เต้นแรงราวกับถูกทุบ
ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้วจริงๆด้วย แถมตอนนี้ตระกูลเย่ยังพยายามล่าตัวเขาอีก
ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ดูท่าว่านี่จะเป็นปัญหาเสียแล้ว เหมือนกับว่า...จะเคยได้ยินอะไรบางอย่างมาจากเจ้าของร้านอาหารที่เป็น 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ในตงหลิงมาอยู่นิดหน่อย
ว่าตระกูลเย่นั้น จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เจ้าบ้านที่ดีสักเท่าไหร่อยู่แล้ว
เย่เฉินที่เป็นเจ้าของตระกูลเองก็เกิดตามท้องถนน และเพราะแบบนี้ มันทำให้ผู้คนกว่าครึ่งของตงหลิงนั้นต่างเชื่อฟังเย่เฉินราวกับฟังคำสั่งอย่างไรอย่างนั้นเลย
ยิ่งไปกว่านั้น วิธีที่เขาจะได้มาซึ่งสิ่งต่างๆนั้นมันก็โหดร้ายทารุณเสียยิ่งกว่ากระไรอีก ใครก็ตามที่คิดต่อต้านเขา คนคนนั้นไม่เคยพบจุดจบดีๆสักคนเดียว
ในกรณีนี้ เย่เหลียงนั้นเป็นถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเย่เฉินเลย แล้วอู๋ตี้นั้นเข้าไปเตะเย่เหลียงถึงที่เลยราวกับเปิดศึกปิดฉากตระกูลเย่กันเลยทีเดียว แค่ต้นกำเนิดก็ต่างกันมากๆแล้ว
ถ้าหากหาด้วยกำลังคนแล้วยังไม่เจอ ต่อไปเย่เฉินต้องงัดเอากองทัพทั้งหมดที่มีมาตามล้างแค้นเขาแน่ๆ แล้วถ้ามันถึงตอนนั้นจริงๆ เขาควรจะทำยังไงดี?
ซูหลี่เหยาที่เห็นอู๋ตี้รู้สึกหนักใจในตอนนี้ เธอก็รีบทึกทักพูดขึ้นมาอย่างรีบร้อน “มันไม่เป็นไรหรอกน่า อย่ากังวลมากเกินไปสิ ตราบใดก็ตามถ้านายไม่บอกใครเพิ่มว่านายคืออู๋ตี้ ก็จะไม่มีใครรู้ว่านายคืออู๋ตี้”
มองไปยังซูหลี่เหยาที่ซึ่งพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างมาก อู๋ตี้ก็ทำใจเย็นเพื่อสอบถามเธอ
“ในเมื่อเธอเป็นคนเอาความลับนี้บอกตระกูลเย่ แล้วทำไมเธอยังมาบอกฉันอีก? มันจะไม่ใช่เรื่องดีกว่าหรือไงถ้าเอาฉันไปส่งให้ตระกูลเย่จัดการไปเลยน่ะ?”
ตอนนี้อู๋ตี้เข้าใจแล้วว่าซูหลี่เหยานั้นคือคนที่เอาความลับเรื่องนี้ของเขาไปให้ตระกูลเย่ ซึ่งนี่ก็เพื่อให้ตนเองไต่เต้าเข้าสู่ตระกูลเย่ได้
อย่างไรก็ตาม นี่มันเหมือนกับทรยศเหล่าคนในตระกูลเลยนะที่จู่ๆเธอก็หันกลับมาช่วยเขาแบบนี้ ชอบทำให้คนอื่นประหลาดใจ เธอคิดจะทำอะไรกันแน่น่ะ?
ซูหลี่เหยาลังเลขณะที่กัดริมฝีปากตนเองไว้ และในชั่วพริบตาเธอก็มั่นใจพร้อมกับมองอู๋ตี้เพื่อจะพูด “มาเป็นผู้ชายของฉันซะ ตราบใดที่นายเป็นผู้ชายของฉัน ฉันจะช่วยเก็บความลับของนายไว้ให้ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป นายต้องเปลี่ยนชื่อ แล้วฉันจะปกป้องนายเอง”
“หา?”
อู๋ตี้ทั้งตกใจและสับสน นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย?
เธอไม่ได้สนใจท่าทีตกใจของอู๋ตี้เลยพร้อมกับพูดต่อ “ฉันพูดชัดเจนแล้วว่านายเป็นคนประเภทที่ฉันชอบมากๆ ฉันไม่อายที่จะบอกนายว่าฉันเป็นคู่หมั้นของเย่เหลียงหรอกนะ ที่ให้นายมาเป็นคนรักลับๆของฉันน่ะ ก็เพราะว่าถ้าเมื่อไหร่เย่เหลียงทิ้งฉันไป ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นแม่หม้ายไปชั่วชีวิตที่เหลือด้วย”
ตรงสุดๆ จริงจังขนาดไหนเนี่ย พูดยังกับเขียนเรียงความมาแล้ว
พูดจากใจจริงเลยนะ อู๋ตี้น่ะคิดถึงความเป็นไปได้ถึงร้อยแปดพันข้อ แต่เขาไม่เคยคิดถึงความเป็นไปได้นี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
หากเป็นเมื่อก่อน เขานั้นตกหลุมรักด้านที่ถ่อมตัวของซูหลี่เหยา เธอนั้นเหมือนมดตัวเล็กๆ แต่ตอนนี้ เธอตรงหน้ากลับกำลังสารภาพเรื่องในใจออกมาแบบตรงไปตรงมาไม่ถ่อมตนเอาเสียเลย
ใช่ เธอกำลังสารภาพรัก
ซูหลี่เหยาในตอนนี้นั้นตกหลุมรักกับภาพลักษณ์และความหล่อเหลาของอู๋ตี้ เพราะงั้นเธอจึงอยากจะได้เขาเป็นแฟนแบบมากๆเลย
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีอะไรที่ต้องยุ่งกับเธออีกต่อไปแล้ว”
อู๋ตี้ปฏิเสธแทบจะทันที
“อย่าพูดอะไรงี่เง่าแบบนี้สิ”
เธอชะงักไปในตอนแรกก่อนจะหน้าจะดูเจื่อนไปในทันทีพร้อมกับพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว “นายคิดว่ากำลังเผชิญหน้ากับใครน่ะ? นั่นน่ะ ตระกูลเย่เลยนะ! 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่แห่ง ตงหลิงเลยนะ! นายรู้หรือเปล่าว่าคนพวกนี้มีอำนาจในตงหลิงขนาดไหน? พวกเขามีกำลังมากกว่าที่นายจะคาดคิดอีกนะ!”
“แล้วอย่าคิดนะว่าสังคมนี้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายน่ะ ห้ามแม้แต่จะคิด สถานะของคนตอนนี้ขึ้นอยู่กับความรวยที่มี ยิ่งรวยก็ยิ่งมีอำนาจ ซึ่งอำนาจพวกนั้นมันคือสิ่งที่คนธรรมดาอย่างนายไม่สามารถจินตนาการได้! แล้วถ้าเกิดนายถูกพวกนั้นจับตัวได้ล่ะก็ นายไม่มีทางรอดจากการถูกฆ่าแน่ๆ เรื่องของนายจะเงียบหายไป ต่อหน้าพลังที่เหลือล้นพวกนั้น ประวัติศาสตร์ถูกเขียนใหม่ได้เสมอ สิ่งที่ฉันจะบอกก็คือ ตัวตนของคนพวกนั้นน่ะ มันน่ากลัวกว่าที่นายพอจะคิดได้เยอะ!”
ครั้งนี้ อู๋ตี้เงียบและไม่ได้พูดอะไรต่อ
ซูหลี่เหยาเห็นดังนั้นก็คิดว่าอู๋ตี้น่าจะกำลังลังเล ดังนั้นเธอจึงรีบพูดต่อ
“มาเป็นคนรักของฉัน เพราะตอนนี้ มีแค่ฉันเท่านั้นที่สามารถปกป้องความมั่นคงของนายได้ แล้วเมื่อไหร่ที่ฉันแต่งงานกับเย่เหลียงแล้ว ฉันก็จะมีเงินมหาศาล เมื่อถึงตอนนั้นฉันก็มีเงินให้นายได้ด้วย และด้วยเงินก้อนนั้นน่ะ นายสามารถมีชีวิตเยี่ยงคนรวยได้เลย แต่ถ้าไม่ นายอาจจะจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถก็ได้นะ เอาล่ะ เลือกได้แล้วว่าจะมาเป็นคนรักของฉันแล้วใช้ชีวิตมีความสุขแบบรวยๆ หรือจะให้ตระกูลเย่ตามหาตัวนายจนเจอแล้วฆ่านายแล้วทิ้งไว้ข้างถนน ฉันคิดว่านายน่าจะเลือกได้ไม่ยากนะ”
เธอไม่ใช่คนโง่ หนำซ้ำยังฉลาดมากๆ เพราะงั้นเพื่อให้ได้มาถึงเป้าหมาย เธอจึงบอกอู๋ตี้ถึงผลลัพธ์ของทางเลือกทั้งสองข้อนั้น และเธอเชื่อว่าอู๋ตี้จะเลือกทางที่มันทำให้เธอพึงพอใจ
ถึงจะดูล่อลวงแต่มันก็เต็มไปด้วยความข่มขู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันทำให้หัวใจถูกบีบอัดแน่น
ใช่แล้ว มันชัดเจนอยู่แล้วว่าฝั่งหนึ่งคือสวรรค์ ส่วนอีกฝั่งก็คือนรก คิดแบบนี้แล้วคุณจะเลือกทางไหนล่ะ?
หากเป็นคนทั่วๆไปแล้ว คงไม่รีรอที่จะเลือกทางฝั่ง ซูหลี่เหยาแน่ๆ
เพราะยังไงเสียซูหลี่เหยาก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ หากได้เธอมาเป็นแฟนล่ะก็ ยังไงเขาก็ไม่ได้เสียอะไรเลย แถมยังมีเงินมากมายรวมถึงสิ่งของมากมายไว้ให้ใช้ในอนาคตด้วย ดังนั้นนี่มันจึงยากมากๆสำหรับคนธรรมดาที่จะปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นจนจบนั้น อู๋ตี้นั้นเก็บความรู้สึกเอาไว้ตลอด
บนใบหน้าของซูหลี่เหยานั้น มีท่าทีของความกระตือรือร้นและความคาดหวังอยู่ เธอจ้องมองไปยังอู๋ตี้และเฝ้ารอคำตอบนั้นไปด้วย
“ฉันขอปฏิเสธ”
3 คำลอยออกมาจากปากของอู๋ตี้
มันไม่มีการลังเลเลยใน 3 คำนั้น และมันไม่มีอะไรคั่งค้างด้วย
ถึงแม้ว่าเสียงนั้นจะเบา แต่มันก็เป็นอะไรที่มั่นใจมากๆว่าเขานั้นเลือกอะไรตามที่ใจของเขาเองต้องการ
เพราะว่านี่เป็นทางเดียว ที่เขาจะไม่เสียใจในภายหลัง หัวใจเขาในตอนนี้นั้นมีเพียงภาพของคนคนเดียว สาวงามที่ยังคงชัดเจนในใจเขา
และด้วยภาพของเธอคนสวยนั้น มันก็ช่วยทำให้เขาเข้มแข็งขึ้นได้ด้วย ซึ่งนี่น่ะ ต่อให้เขาจะต้องเจอกับสิ่งที่ล่อลวงเขาอย่างมากหรือขำขู่ใดๆ เขาก็จะไม่หวั่นไหวอีกเป็นอันขาด
ในตอนนั้น สีหน้าของซูหลี่เหยาได้เปลี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว
“อา เข้าใจแล้ว นายไม่กลัวตระกูลเย่เพราะนายเป็นเจ้าของเกราะนั้นสินะ ใช่ไหม?”
ซูหลี่เหยายิ้มเหยียด และใบหน้าของเธอนั้นกลับไปแสดงสีหน้าข่มขู่เหมือนที่ชอบใช้กับอู๋ตี้ตอนอ้วนแล้ว “มันน่าเสียดายนะ ถึงแม้ว่าภายนอกนายจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน แต่นายก็ยังโง่เหมือนเดิมไม่ต่างจากตอนเป็นไอ้หมูอ้วนเลย! และถ้านายไม่ตอบตกลงข้อเสนอของฉันเพราะเหตุผลนี้ล่ะก็ นายมันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นแหละ! ตระกูลเย่น่ะมีทรัพย์สินอยู่มากมาย แถมมีกองทัพมากมายอยู่เบื้องหลังในแบบที่นายคิดไม่ถึง เพราะแบบนี้แล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่เกราะของนายแตกสลายไป ตัวนายก็จะโดนจับแยกส่วนไปด้วย! อู๋ตี้ เมื่อถึงตอนนั้นจะมาขอฉันมันก็สายเกินไปแล้วนะ!”
น้ำเสียงของซูหลี่เหยานั้นกระชากสุดๆ ส่วนหนึ่งก็เพื่อข่มขู่อู๋ตี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะโกรธจนแทบจะฆ่าอู๋ตี้เลยด้วย
มองซูหลี่เหยาที่โกรธเคืองแล้วอู๋ตี้ก็ส่ายหน้าด้วยความช่วยไม่ได้และถอนหายใจ
“ซูหลี่เหยา ถึงแม้ว่าเธอจะสวย แต่เธอเองก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักสินะ? เธอแค่รู้ว่าเธอชอบอะไร และทำอะไรก็ได้เพื่อให้ได้มันมา แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าเธอรักสิ่งนั้นๆจากข้างในหัวใจ เพราะงั้นน่ะ เธอจะไม่ได้เข้าใจบางสิ่งบางอย่างในชีวิตแน่ๆ”
หลังพูดประโยคนี้เสร็จแล้ว อู๋ตี้ก็หันหลังกลับและเดินจากไป
ทำให้พื้นที่ตรงนั้น มีเพียงซูหลี่เหยาที่ยังยืนอยู่โดยไม่ไปไหนอีกพักใหญ่ๆเลย
มันใช้เวลานานมากกว่าที่เธอจะสามารถเก็บกลั้นอารมณ์บนใบหน้าได้ ทุกอย่างมันยุ่งเหยิงไปหมด
อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวก็เข้าแทนที่ความสง่างามบนใบหน้าของเธอ เธอขบฟันแน่นและพูดกระซิบเบาด้วยเสียงที่เยือกเย็นซึ่งออกมาจากร่องฟัน
“ความรักที่นายว่า หมายถึงนังแรดจิ๋วนั่นสินะ? ได้! ฉันจะทำลายรักของนายเอง! นายเลือกแล้วนะ ว่าจะไม่ยอมตามฉันมา!”