ข่าวการปูนบำเหน็จและของรางวัลมากมายถูกทหารม้านำราชโองการมาส่งให้แม่ทัพเจียวลู่ขณะที่กำลังนำทหารที่เหลือจากศึกากลับเมืองถังโจวสร้างความปีติยินดีให้กับเหล่า
เฮ้! เฮ้! เฮ้!
"ท่านแม่ทัพของพวกเราจะออกเรือนแล้วโว้ย! "
"ท่านแม่ทัพของข้าจะตกเป็ของชายอื่นแล้ว ฮือๆ "
"ข้าไม่เชื่อ! ไม่แน่บัณฑิตหนุ่มผู้นั้นคงจะเป็ชายพิการแขนขาหักก็เป็ได้นะ"
"เฮ้ยเ้าก็เห็นว่าท่านแม่ทัพของเรานั้นเป็สตรีที่งดงามที่สุดในใต้หล้าแล้ว"
"เพราะในกองทัพนี้มีท่านแม่ทัพที่เป็สตรีผู้เดียวเ้าห่างหายจากบ้านเมืองมานานอาจจะหูตาฝ้าฟางเป็ก็ได้"
"ใช่ๆ "
เหล่าทหารในกองทัพต่างซุบซิบนินทาถึงราชโองการที่องค์ฮ่องเต้ส่งมาถึงในวันนี้
มีทั้งคนที่ร่วมยินดีและไม่เชื่อว่าจะเป็เื่จริง ท่านแม่ทัพของพวกเขาทั้งโเี้ผิดสตรีนางอื่นไม่อยากจะเชื่อว่านางจะขายออก
"เหตุใดพวกเ้าถึงไม่เชื่องั้นรึ"เสียงหนึ่งถามขึ้น
"ก็ถึงแม้ท่านแม่ทัพจะเป็สตรีที่งดงามแต่นางก็โเี้ไร้ความปรานี หากนางแต่งไปแล้ววันดีคืนดีลุกมาฟันหัวสามีตายทำเช่นไร "ทหารผู้หนึ่งตอบเสียงนั้น
"งั้นข้าควรทำเช่นไรกับทหารที่แอบซุบซิบนินทาข้าลับหลังตัดหัวมันเลยดีไหมเ้าว่า"
ได้ยินเช่นนั้นกลุ่มทหารที่พักจับกลุ่มนินทากันอยู่ประมาณเกือบ 10 คนก็หันไปตามเสียงที่คุ้นหูทันที
ภาพที่เห็นคือท่านแม่ทัพที่พวกเขากล่าวถึงนั้นกำลังยืนเท้าสะเอวมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาไม่พอใจ
"ท่านแม่ทัพ! "
"ทำเช่นไรดีหรือข้าจะลงโทษไม่ให้พวกเ้ากลับเข้าเมืองดีหรือไม่"
เจียวลู่ถามทหารที่ยืนเรียงแถวทำหน้าสลดอยู่ตรงหน้า ไล่ดูทีละคนเพื่อคาดโทษมีอย่างที่ไหนคิดว่านางจะลุกมาฟันคอสามีตัวเองกลางดึก นางไม่ได้โเี้ถึงเพียงนั้นเสียหน่อย
แล้วมีอย่างที่ไหนกันไม่เชื่อว่าราชโองการที่ฮ่องเต้ส่งมานั้นเป็เื่จริง ทั้งที่นางใจสั่นทันทีที่ได้รู้ว่าชายผู้นั้นคือใคร ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็เขาผู้นั้นได้
"ไหนเ้าพูดมาซิ ข้าเป็แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เก่งกาจในการรบเหนือกว่าผู้ใด แล้วเหตุใดสวามีของข้าถึงจะอยู่กับข้าไม่ได้"
"ท่านแม่ทัพข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงแต่ห่วงท่านกลัวชายผู้นั้นทำท่านเสียใจขอรับ"ทหารใจกล้าผู้หนึ่งตอบ
"ชายผู้นั้นสิจะต้องเสียน้ำตาเพราะข้า ข้าเป็สตรีที่งดงามออกปานนี้ไม่ว่าชายใดในเมืองหลวงที่เห็นข้าในตอนนี้ก็จะต้องอยากได้ค่าเป็ชายาแน่นอน"
เจียวลู่พูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจในความงดงามของตน ไหนจะความสามารถในการต่อสู้ที่ไม่อาจมีผู้ใดเทียบเคียงได้อีก
เหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็ต่างหันหน้ามองสบตากันไปมา เป็อันรู้กันว่าหากท่านแม่ทัพพูดเช่นนี้คงไม่มีสิ่งใดจะโต้แย้งได้อีกแล้ว
อี้เฉินก็ทำได้เพียงอมยิ้มเล็กน้อยกับความน่ารักของท่านแม่ทัพที่ไม่ว่าจะทำสิ่งใดเขาก็มองว่านางนั้นชั่งสง่างามยิ่งนัก
นานนับเดือนกว่ากองทัพของแม่ทัพเจียวลู่จะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงที่ตอนนี้จัดงานต้อนรับอย่างสมเกียรติท่านแม่ทัพใหญ่
เหล่าชาวเมืองที่ลูกหลานออกรบั้แ่ยังเยาว์วัยต่างก็ออกมารอต้อนรับและรอคอยดูทหารที่ออกรบว่าบุตรหลานจะได้กลับสู่อ้อมอกของครอบครัวหรือไม่
แม่ทัพเจียวลู่ที่เวลานี้คาดผ้าสีดำปิดบังใบหน้าเพื่อที่จะไม่ให้เป็จุดสนใจของผู้คน นางยังไม่อยากเปิดเผยโฉมหน้าในเวลานี้อยากจะเปิดทีเดียวในวันเข้าหอกับว่าที่สวามี
"เหตุใดท่านต้องปิดบังใบหน้าเช่นนี้ด้วยขอรับ"
"อี้เฉินเ้าไม่รู้ยิ่งทำเช่นนี้ข้ายิ่งเป็จุดสนใจ ข้าอยากให้สามีของข้าเห็นใบหน้าที่งดงามของข้าเป็คนแรก"
อี้เฉินได้ยินเช่นนั้นก็เพียงพยักหน้ารับ แม้จะมีใจให้ท่านแม่ทัพมากมายเพียงใดแต่ก็ไม่อาจเป็บุรุษที่ยืนเคียงข้างท่านแม่ทัพได้
ขบวนต้อนรับของเหล่าชาวเมืองที่ออกมายินดีกับชัยชนะที่แม่ทัพเจียวลู่นำมานั้นกึกก้องไปจนถึงราชวัง
ฉีิและองค์ชายอันโจวก็ออกมาดูขบวนต้อนรับในครั้งนี้ด้วยแต่ยืนอยู่ห่างๆ บนระเบียงของโรงเตี๊ยมใกล้ๆ
"ข้านั้นอุตส่าห์ออกมาต้อนรับนางเพื่อที่จะยลโฉมว่าที่ชายาของเ้า เหตุใดนางต้องปิดบังใบหน้าด้วยหรือข่าวลือที่ว่านางนั้นหน้าตาอัปลักษณ์นั้นจะเป็เื่จริง"
องค์ชายอันโจวด้วยความเสียดายแต่คำพูดนั้นกลับทำให้ฉีิหัวใจเต้นแรง นางมาถึงเมืองหลวงแล้วก็คงจะใกล้วันอภิเษกเข้ามาแล้วเช่นกัน
"ข้าถามเ้าจริงๆ หากนางเปิดหน้ามาหน้าอัปลักษณ์ดังเช่นผู้คนกล่าวขานเ้าจะทำเช่นไร"
"หม่อมฉันเคยทูลองค์ชายไปแล้วว่าไม่ว่านางจะอัปลักษณ์หรือเป็เช่นไรหม่อมฉันก็ต้องอภิเษกรับนางเป็ชายาตามราชโองการขององค์ฮ่องเต้ อีกทั้งงานอภิเษกนี้ปราศจากความรักั้แ่ครั้งแรกไม่มีเหตุจำเป็ใดที่หม่อมฉันจะต้องเสียใจพ่ะย่ะค่ะ"
"ตอบได้ดีๆ ข้าจะรอดูวันอภิเษกของเ้าว่าเ้าจะทำเช่นไร หวังว่าคงไม่พาคู่หมายของข้าหนีไปหรอกนะ"
แม้จะเป็คำกล่าวในเชิงหยอกล้อแต่ฉีิรับรู้ได้ว่ามีความไม่พอใจในน้ำเสียงนั้น ถึงคุณหนูเจียลี่จะเป็เพียงคนผู้ที่ผู้ใหญ่หมายตาให้เป็พระชายาแต่นางไม่มีใจปฏิพัทธ์ต่อองค์ชายแต่กลับมีต่อบุรุษอื่นทำให้องค์ชายไม่พอพระทัยพอสมควร
ถึงฉีิจะยอมรับว่ามีใจรู้สึกดีต่อคุณหนูเจียลี่แต่ก็รู้ดีว่าทั้งสองไม่อาจมีวาสนาต่อกันนางเองก็ต้องมีเส้นทางโชคชะตาของนาง ส่วนเขานั้นโชคชะตาและวาสนาจะเป็เช่นไรก็คงต้องปล่อยให้เป็ไปตามนั้น
"ลู่ลู่ลูกแม่ "
"ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว"
ลู่จื่อฮูหยินของอดีตแม่ทัพใหญ่เมื่อรู้ว่าบุตรีที่ห่างจากอ้อมอกไปนานหลายสิบปีกลับมาแล้วก็ออกมารับหน้าจวนพร้อมกับคุณชายเจียวมิ่งบุตรชายคนเล็กของตระกูล
"ข้าคิดถึงท่านยิ่งนักท่านแม่"
"ลู่ลู่ของข้าเหตุใดเ้าถึงได้ผ่ายผอมไปเพียงนี้ อยู่ที่นั่นเ้าไม่ได้กินของดีๆ ใช่หรือไม่"
"ท่านแม่ข้ากินอิ่มนอนหลับทุกวันเลย ที่ข้าผอมเช่นนี้เป็เพราะตลอดทางที่ข้าเดินทางมาเมืองหลวงข้าได้ลดหุ่นลงเพื่อเข้าพิธีอภิเษกเ้าค่ะ" นางตอบด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
"เ้านี่นะ แม่เป็ห่วงเ้าแทบแย่ดูสิน้องเ้าก็ต้องโดนท่านพ่อของเ้าให้ฝึกซ้อมทุกวันเพื่อเก่งเท่าเ้าจะได้ไปเปลี่ยนเ้าที่ชายแดน"
"ท่านแม่ข้าไม่ไปได้หรือไม่ ท่านพี่ข้ากลัวตาย โอ๊ย!"
"นี่แน่ะ! เ้าลูกไม่เอาไหนดูพี่เ้าสิเก่งกาจเป็ที่เลื่องลือ ส่วนเ้าก็เคล้าสุรานารีจนเป็ที่เลื่องลือสินะ"
เจียวมิ่งบุตรชายคนเล็กของตระกูลไม่เอาไหนเื่การต่อสู้และเื่ท่องตำรายิ่งแล้วใหญ่จนผู้เป็บิดาเห็นแล้วระอาใจ
"ปล่อยเจียวมิ่งไปเถอะท่านแม่ ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้วไม่ต้องให้เจียวมิ่งออกรบ ถึงจะมีข้าศึกมาข้าก็เอาอยู่"
เจียวลู่ออกตัวแทนผู้เป็น้อง แม้นางจะไม่มีเวลาอยู่วิ่งเล่นกับผู้เป็น้องแต่ก็ไม่อาจให้ไปต่อสู้เพียงลำพังทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ได้
"เอาล่ะๆ เข้าจวนกันเถอะข้าเตรียมของที่เ้าชอบไว้เต็มเลย"
"ท่านแม่ท่านดีกับข้าที่สุด"
เจียวลู่เข้าไปกอดผู้เป็มารดาที่ไม่ว่านางจะจากไปนานเพียงใดท่านแม่ก็ยังจดจำว่านางชื่นชอบสิ่งใดอยู่ นางรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกคราที่คิดถึงบ้านแม้จะรอนแรมอยู่สนามรบนานหลายสิบปีก็ตาม