วันนี้วันหยุดหลี่เยว่ซินตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเข้าเมือง ออกมาจากห้องก็พบกับหลินเสี่ยวเหม่ยที่ยืนรออยู่หน้าห้อง
“วันนี้ฉันไม่เข้าเมืองด้วย ฉันรบกวนเธอส่งจดหมายและส่งของกลับบ้านทีได้ไหม”
“ได้สิ ทำไมเธอถึงไม่เข้าเมืองล่ะ” หลี่เยว่ซินถามด้วยความสงสัย เพราะแต่ไหนแต่ไรหลินเสี่ยวเหม่ยไม่พลาดที่จะเข้าเมืองสักครั้งเมื่อมีวันหยุด
“แม่ฉันส่งจดหมายมา บอกว่าพี่สะใภ้ฉันท้อง ้าอาหารดีๆ อยากให้ฉันช่วยสนับสนุนคนที่บ้านด้วย แม่บอกว่าฉันมาอยู่ที่นี่คงไม่ต้องกินหรือใช้จ่ายอะไรมาก ยังไงก็ขอให้ฉันนึกถึงหลานชายที่กำลังจะเกิดมา” หลินเสี่ยวเหม่ยก้มหน้าตอบเสียงเบา
“แต่เงินกับธัญพืชที่เธอมีก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นะ” หลี่เยว่ซินมองเพื่อนด้วยความรู้สึกเห็นใจ
“.......” หลินเสี่ยวเหม่ยได้แต่ก้มหน้า เธอไม่สามารถตอบคำถามเพื่อนได้ เพราะเธอก็ยังไม่รู้ว่าเธอจะแก้ไขปัญหานี้ในอนาคตได้อย่างไร
“ได้ เดี๋ยวฉันจัดการธุระให้เธอเอง ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวเกวียนวัวจะเต็มเสียก่อน” พูดจบหลี่เยว่ซินก็เดินออกจากบ้านไป
วันนี้มีคนอาศัยเกวียนวัวมาก ต้องนั่งเบียดเสียดกันพอสมควร เพราะในหมู่บ้านมีวัวเทียมเกวียนอยู่แค่ 3 ครอบครัวเท่านั้น เธอเห็นมู่ชงนั่งอยู่บนเกวียนแล้ว ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นไปนั่งข้างเขา ครั้งนี้เธอคิดว่ามู่ชงคงเข้าตลาดเพื่อไปหาซื้อหนังสืออีกเช่นเคย เธอต้องยอมรับเลยว่ามู่ชงเป็หนอนหนังสือและสมกับเป็ยุวชนผู้รักความก้าวหน้าอย่างแท้จริง
“วันนี้เข้าไปซื้อหนังสือในเมืองเหมือนเดิมหรือ” หลี่เยว่ซินเริ่มบทสนทนาก่อน
“อืม…ฉันจะเข้าไปซื้อหนังสือและจะไปส่งจดหมายกลับบ้านด้วย” มู่ชงตอบคำถาม
“นายชอบอ่านหนังสือจริงๆ เลยนะ อ่านไว้ก็ดี เพราะฉันเคยได้ยินคนในเมืองเริ่มพูดกันแล้วเื่การรื้อระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะมีขึ้นในปีหน้า” หลี่เยว่ซินคิดว่ามู่ชงเป็คนดีใช้ได้คนหนึ่ง เธออยากให้เขาเตรียมตัวไว้เผื่ออนาคต และเธอก็คิดว่ามู่ชงกับหลินเสี่ยวเหม่ยเหมาะสมกันมาก เธออยากเป็กามเทพให้กับคนคู่นี้
“อันที่จริงฉันก็เคยได้ยินมาบ้าง เธอคิดว่ายังไงหากมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เธอยังอยากลองสอบอยู่ไหม” มู่ชงตอบกลับ
“ฉันคิดว่าฉันคงไม่สอบแล้วล่ะ ฉันอยากค้าขายและอยากเปิดร้านอาหาร ถึงเวลานั้นฉันคิดว่านอกจากจะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว คงจะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจด้วย อิสระทางการค้าคงมีมากขึ้น”
นั่งพูดคุยกันมาตลอดทางจนมาถึงตัวเมือง ทั้งคู่จึงไปที่ไปรษณีย์แล้วจึงแยกย้ายกันทำธุระของตนเอง
หลี่เยว่ซินหาที่ลับตาคนแล้วนำจักรยานออกมา 1 คัน แล้วเดินทางไปส่งมอบให้กับคุณป้า ตามที่อยู่ที่ได้เคยคุยกันไว้ และรับเงินมา 250 หยวน
“คุณป้าคะ หนูยังมีจักรยานอย่างนี้อีก 2 คันและจักรยานผู้หญิงอีก 1 คันนะคะ คุณป้ามีคนรู้จักหรือใครที่สนใจอยากจะได้อีกไหมคะ คือรอบนี้เขาได้ของมาเยอะน่ะค่ะ แต่หลังจากนี้ไม่แน่ใจว่าจะหาได้อีกหรือเปล่า ของพร้อมมอบให้วันนี้ได้เลย” หลี่เยว่ซินกระซิบถามคุณป้า เธออยากนำจักรยานออกมาปล่อยใน่นี้ แล้วจะพักไปก่อน เธอไม่อยากเป็ที่จับตามองมากเกินไปหากว่านำจักรยานออกมามาก
“ได้รับของวันนี้เลยหรือ โชคดีจริงๆ ลูกเขยกับลูกสาวป้าก็อยากได้เหมือนกัน” คุณป้าลังเลเล็กน้อย “ถ้าป้าตกลงซื้อทั้ง 3 คันนี้ หนูพอจะมีส่วนลดให้ป้าไหมจ๊ะ”
“คุณป้าคะ หนูไม่สามารถตัดสินใจแทนเขาได้เลยค่ะ อันที่จริงหนูก็ได้ค่าตอบแทนจากการขายไม่มากนะคะ แต่หนูคิดว่าหนูมอบสบู่ให้คุณป้าได้ 2 ก้อนค่ะ”
“งั้น...หนูรอป้าสักครู่นะจ๊ะ”
คุณป้าหายไปสักพักและกลับมาพร้อมกับลูกเขยและลูกสาว เพราะนี่เป็เวลาพักกลางวันพอดี
“หนูจ๊ะ ป้าตกลงซื้อทั้ง 3 คนเลย”
“ได้ค่ะ อีก 10 นาที รบกวนพี่ชายทั้งสองไปรับรถกับหนูที่ตรอกด้านข้างนี้นะคะ”
ทำการซื้อขายจักรยานเสร็จ เธอตรงไปยังตลาดมืดเพื่อนำสิ่งของออกมาขาย การค้าในวันนี้เป็ไปได้ด้วยดี เธอมีรายได้เข้ามา 2,000 หยวน รวมกับรายได้คราวที่แล้วทำให้ตอนนี้เธอมีเงินในมืออยู่ที่ 2,400 หยวน
……………………………………………………….
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
หลี่เยว่ซินมายืนอยู่หน้าบ้านจางเฉินอวี้เรียบร้อยแล้ว เธออยากมาดูว่าอาการป่วยเขาเป็อย่างไรบ้าง ยืนอยู่สักพักจึงมีคนมาเปิดประตูให้
“คุณมาแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มให้เธอ และยืนมองเธออยู่เป็เวลานาน
“เอ่อ...เราจะยืนกันอยู่ตรงนี้หรือคะ” เธอเขินอายเล็กน้อย ก็เขาเล่นยืนมองหน้าเธอนานขนาดนั้น
“เชิญครับ ผมขอโทษด้วย” เขาก็เก้อเขินเช่นเดียวกัน เขาก็มองเธอนานไปจริงๆ นั่นล่ะ
……………………………………………………….
ระหว่างที่เดินเข้ามา เธอก็สำรวจบริเวณโดยรอบ เห็นความแตกต่างจากเมื่อเธอมาคราวที่แล้ว บ้านถูกจัดเก็บและทำความสะอาดไว้เป็ระเบียบเรียบร้อยกว่าเดิมมาก
“คุณหิวไหมครับ นี่เที่ยงวันแล้ว”
“ค่ะ ฉันเตรียมซาลาเปามา คุณจะลองชิมดูไหมคะ ฉันทำเอง” เธอยิ้มพร้อมทั้งหยิบซาลาเปาออกมาจากตะกร้า
ทั้งคู่เริ่มกินซาลาเปาและน้ำซุปที่เธอเตรียมมา
“ผมไม่เคยกินซาลาเปาที่หอมหวานอย่างนี้มาก่อนเลยครับ”
“มันเรียกว่าซาลาเปาไส้ครีมค่ะ ฉันคิดว่าคงเป็เพราะคุณยังไม่เคยลองกินไส้อย่างนี้มาก่อนมากกว่าค่ะ คุณถึงบอกว่าอร่อย เพราะจริงๆ แล้วคุณคงทำซาลาเปาเก่งกว่าฉันอีกนะคะ ไม่ใช่ว่าคุณเคยขายมันมาก่อนหรือ” เธอพูดพลางมองไปที่เขา
จางเฉินอวี้ใเมื่อได้ยินคำพูดเธอ “เมื่อสักครู่คุณพูดว่าอะไรนะครับ!!!”