3.12 การปรับตัวของดาราสาว
หนึ่งอาทิตย์สำหรับมีนดา ผ่านไปอย่างรวดเร็วและเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน เธอกับกันสึเกะและสาวๆ ใช้เวลาในช่วงกลางวันช่วยกันปรับปรุงบริเวณบ้านของพวกเธอให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
เธอเข้ารับการฝึกยิงปืนช่วงเย็นกับพวกเพื่อนสาวโดยมีกันสึเกะเป็นคนสอนให้แต่ก็ดูเหมือนว่าฝีมือของพวกเธอจะไม่พัฒนาขึ้นมาได้เลยตลอดหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้กันสึเกะรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก
มีนดาเริ่มเข้าใจว่าชีวิตของคนเรานั้นเต็มไปด้วยเรื่องผิดหวัง เธอถูกแดนดิไลน์หลอกให้ไปงานปาร์ตี้และหวังจะข่มขืนเธอ เขาบอกเธอว่าเขาสามารถทำให้เธอกลายเป็นซูเปอร์สตาร์บนโลกได้ คำพูดนั้นทำให้มีนดามีหวัง และยอมไปงานปาร์ตี้ที่เกาะส่วนตัวของเขาจนเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นพังทะลายลงเพียงชั่วข้ามคืน ภาพวาดฝันซุปตาร์สาวน้อยสุดสวยจากดวงดาวอีเทอร์ ไปโด่งดังและเดินเฉิดฉายบนเวทีโลกมาตุภูมิหายวับไปกับตา
หลังจากกินข้าวปั้นและซุปปลาทะเลที่มาริเตรียมไว้ให้ พวกเขาก็ช่วยกันจัดห้องนั่งเล่นชั้นล่างของบ้านคุณลีโมให้เปิดโล่งเพื่อใช้เป็นสนามฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
มีนดาและมาริอาสาเป็นคนทำความสะอาดคราบเลือดแห้งบนแผ่นรองพื้นกันกระแทกที่กันสึเกะออกไปเก็บมาจากยิมที่ไหนสักแห่งในเมือง ซึ่งสภาพของมันแต่ละแผ่นไม่ต่างอะไรจากแผ่นรองพื้นที่เก็บมาจากสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมนองเลือด
“ฉันว่าเธอเริ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้แล้วนะ” ลีโมที่ยืนอยู่หน้าห้องนั่งเล่นพูดกับกันสึเกะที่ยืนอยู่ทางขวามือ ขณะมองสาว ๆ สี่คนช่วยกันปูเบาะรองพื้นกันกระแทกลักษณะคล้ายจิ๊กซอว์ยักษ์หลากสี
“ผมก็คิดแบบนั้น แต่ฝีมือการยิงปืนของพวกเธอก็ยังไม่ดีขึ้น ยิ่งถ้าซอมบี้กลางแดดพวกนั้นบุกมาผมไม่อยากจะคิดว่าเราจะรับมือพวกมันได้” กันสึเกะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “คุณว่ามันน่าจะเกี่ยวกับไอ้ตัวสีม่วงรึเปล่า”
“อาจจะ มันเป็นเรื่องที่พวกเราต้องหาคำตอบ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบทำให้พวกเธอแข็งแกร่งขึ้น”
“คุณพูดถูก ไม่รู้ว่าเป็นความคิดที่ดีหรือเปล่า แต่ผมอยากให้พวกเธอได้ไปฝึกยิงปืนกลางแจ้ง”
“ที่สนามยิงปืนหลังเขาของจอนวิคที่นายพบนะเหรอ”
“ใช่”
“เดี๋ยวฉันจะส่งโดรนไปตรวจดูให้ละกัน” ลีโมยกมือขึ้นมาบีบไหล่ซ้าย
ของกันสึเกะ ก่อนจะตรงไปยังบันไดที่จะนำเขาขึ้นไปสู่ชั้นสอง กันสึเกะอยากจะพูดขอบคุณ แต่ก็คิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องพูดออกมา เพราะทุกความช่วยเหลือจากทุกคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้เป็นเหมือนการขอบคุณกันและกันเสมออยู่แล้ว
____
พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงที่ปลายขอบฟ้า แสงส้มอมแดงสุดท้ายของวันส่องสะท้อนหมู่เมฆสีขาวงดงามจับใจ ราวกับว่าวิมานสวรรค์ได้เปิดเผยตัวออกมาแล้วที่ตรงนั้น
“ฉันส่งโดรนไปดูสนามยิงปืนของนายแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ดูเหมือนกระท่อมหลังนั้นจะห่างไกลผู้คนมากซะจนไม่มีใครสนใจมัน” ลีโมพูดพลางยกกระป๋องเบียร์เย็น ๆ ขึ้นมาเปิดฝา ขณะนั่งเหยียดยาวบนเปลแบบบุนวมที่ไม่มีที่พักแขน
“ผมจะพาพวกเธอไปทันทีที่พร้อม คุณอยากไปด้วยมั้ย” กันสึเกะที่นั่งอยู่เปลข้างกันพูดโดยไม่หันไปมอง เขากำลังเอิบอิ่มกับแสงสุดท้ายของวันที่ปลาย
ขอบฟ้า
“ฉันขอคิดดูก่อน”
“ผมจะถือว่านั่นคือคำตอบตกลงละกัน” กันสึเกะหันไปยิ้มให้ลีโมที่นอนเหยียดยาวอยู่ข้างขวา ลีโมไม่ว่าอะไร เขาหัวเราะ ฮึ ๆ ออกมาในลำคอ ก่อนจะเอนตัวขึ้นและยกเบียร์ที่อยู่ในมือขึ้นมาดื่ม
ที่ถนนด้านล่างเริ่มมีซอมบี้ออกมาเดินเพ่นพ่านแล้ว พวกมันเหมือนค้างคาวที่จะเริ่มออกหากินตอนกลางคืนและนอนหลับพักผ่อนเอาแรงในตอนกลางวัน
“คุณกันสึเกะ คุณลีโมคะ กับข้าวพร้อมแล้วค่ะ” มาริในชุดแม่มดกระโปรงสั้นคาดทับด้วยผ้ากันเปื้อนขอบลูกไม้สีขาว เดินออกมาจากประตู
“ขอบใจมากมาริ เดี๋ยวพวกฉันตามลงไป” ลีโมตะโกนพลางชูมือที่ถือกระป๋องเบียร์สีทองแดงให้เธอดู
“รีบ ๆ ตามมานะคะ” เธอส่งยิ้มน่ารักมาให้ทั้งสอง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในประตู
“เธอไปเอาชุดนั่นมาจากไหน” กันสึเกะขมวดคิ้ว
“เป็นชุดของมินนี่ ลูกสาวข้างบ้านที่นายอยู่ เธอชอบแต่งตัวคอสเพลย์หนะ ไปเถอะฉันเริ่มหิวแล้ว” ทั้งสองลุกขึ้นและเดินลงไปยังห้องอาหารชั้นล่าง
เมนูเย็นนี้มี ไข่ม้วนโปะหน้าด้วยซอสไข่กุ้งครีมชีส โรยหน้าด้วยหอมซอย ซุปหมูมันฝรั่งและแครอท ปลาหมึกแดดเดียวทอดกรอบ และข้าวสวย
มาริมีความสุขมากที่เห็นคุณมีนดาของเธอกินข้าวหมดถึงสองจาน คุณกันสึเกะกินมากสุด เขาคือนักถล่มร้านอาหารบุฟเฟ่ตัวจริงเพราะกินข้าวหมดถึงสี่จาน ส่วนทุกคนก็กินส่วนของตัวเองเกลี้ยง พวกเขาขอเติมข้าวอีกนิดหน่อย ทำให้กับข้าวฝีมือที่เธอทำไม่เหลือเศษเลยแม้แต่น้อย สิ่งเหล่านั้นทำให้มาริรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มันเป็นเหมือนกำลังใจสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตของสาวน้อยนักจินตนาการให้สุขสดใสบนดาวที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยซอมบี้
หลังจากช่วยกันล้างถ้วยชามและเก็บกวาดห้องครัว มาริ มอลลี่ มีนดา และอิสซี่ได้รับปืนสั้นมาคนละหนึ่งกระบอก ลีโมและกันสึเกะช่วยกันสอนพวกเธอถอดชิ้นส่วน และประกอบปืน พวกเขาบอกพวกเธอว่าให้เก็บปืนไว้ใกล้ตัวตลอดแม้ในยามอาบน้ำ หรือยามนอนก็จงอย่าอยู่ห่างจากพวกมัน จุดประสงค์ของพวกเขาคือต้องการให้พวกเธอเริ่มชินกับอาวุธปืน มองมันเป็นเหมือนเพื่อนที่ขาดไม่ได้ ซึ่งสาว ๆ ทั้งสี่คนก็เข้าใจและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี
มาริ มอลลี่ และอิสซี่เข้านอนห้องเดียวกันด้วยความโล่งอก ยกเว้นมีนดา ถึงเธอจะเริ่มปรับตัวเข้ากับอิสซี่และมอลลี่ได้แล้ว แต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะต้องมานอนห้องเดียวกันกับพวกเธอสามคน แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจ มีนดาในชุดเสื้อกล้ามสายเดี่ยวกางเกงขาสั้นหยิบเอาเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าของผู้ชายในตู้เสื้อผ้ามาสวมทับ โดยติดกระดุมไว้อย่างหลวม ๆ เธออยากออกไปสูดอากาศภายนอกและถ้ามีอะไรเย็น ๆ ติดมือไปด้วยก็คงจะดี