บทที่ 55
หน่วยอินทรีย์คราม
หน่วยอันแข็งแกร่งที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยหวงหมิงตัวของเขาได้ก่อตั้งหน่วยนี้ขึ้นมาโดยนำเอาพวกองครักษ์ทั้งหมดที่เดินทางไปที่เมืองชายแดนใต้กับตนเองมาอยู่ภายในสังกัดหน่วยนี้
มันเป็นหน่วยที่ถูกตั้งขึ้นมาด้วยตัวของเขาโดยการก่อตั้งหน่วยอินทรีย์ครามขึ้นมามุ่งเน้นกับความแข็งแกร่งและการไว้ใจ
ในตอนนี้ตัวของเขาได้ผ่านเรื่องราวมากมายมาพร้อมกับพวกทหารองครักษ์พวกนี้
โดยทหารองครักษ์พวกนี้ล้วนแล้วผ่านเรื่องราวมากมายมาพร้อมกับหวงหมิงในตอนนี้เดินทางไปที่เมืองชายแดนใต้
โดยการผ่านเรื่องราวมามากมายครั้งนั้นมีทั้งการที่ได้พบเจอพวกอสูรการฝึกฝนภายในป่าและมีทั้งการที่ต้องประเชิญหน้ากับพวกผู้เล่น
หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวมากมายเช่นนั้นมาแล้วมันเองก็ทำให้ตัวของเขามั่นใจองครักษ์พวกนี้มากเลยทีเดียว
ไม่เพียงเท่านั้นพวกองครักษ์พวกนี้ยังเป็นผู้องครักษ์ที่มีความสามารถพวกมันรู้แล้วเป็นคนที่มีความสามารถยอดเยี่ยมยังพัฒนาไปได้อีกไกล
หลังจากที่เริ่มทำการฝึกฝนพวกมันตอนนี้ตัวของเขาเองก็มองเห็นว่าคุณสมบัติภายในร่างกายของพวกมันเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วและยังมีท่าทีว่าคุณสมบัติภายในร่างกายของพวกมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อย
บางทีในวันข้างหน้ามันอาจจะกลายเป็นพวกหน่วยองครักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในเมืองหลวงเลยก็ว่าได้
และเพราะแบบนั้นทางด้านของหวงหมิงเลยใช้งานพวกมันทั้งหมด
ในตอนนี้ได้มอบหมายงานงานนึงให้กับพวกมันการตามสืบเกี่ยวกับเรื่องขุนนางที่ส่งขันทีเข้ามาสอบสวนหรือว่าสืบหาบางอย่างภายในตำหนักบูรพา
หลังจากที่มอบหมายงานให้กับพวกมันจนเสร็จเรียบร้อยแล้วในตอนนี้วันเวลานั้นดำเนินผ่านไปอีกหนึ่งวัน
...
วันแห่งพิธีการและธรรมเนียมดำเนินมาถึงในวันนี้ทางด้านของหวงหมิงจำเป็นจะต้องเดินทางไปที่ห้องแรกนั่นคือห้องของชายารอง
ในตลอด 10 วันตัวของหวงหมิงจำเป็นจะต้องเดินทางไปที่ห้องของพวกนางสนมทุกๆคนรวมไปถึงชายาด้วย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้ทางด้านของหวงหมิงค่อนข้างจะประหม่าอยู่ไม่น้อยเขาสวมใส่เสื้อสีเข้มแต่งกายด้วยชุดดูดีเดินทางมุ่งตรงไปที่ห้องของชายารองหรือหูฟังอี้ตั้งแต่ในช่วงประมาณยามเย็น
ด้านหน้าห้องของหลิวฟางอี้
หวงหมิงยืนอยู่บริเวณด้านหน้าห้องดวงตาของเขามองตรงเข้าไปบริเวณด้านใน
ภายในใจรู้สึกประหม่าทางด้านของหวงหมิงแสดงท่าทางที่แปลกๆ “ถึงภายในสถานที่แห่งนี้มันดูเป็นเรื่องธรรมดาก็เถอะแต่ว่าถ้ามองว่าภายในสถานที่แห่งนี้เป็นเกมมันเองก็… ”
หวงหมิงรู้สึกแปลกๆ ถึงแม้จะบอกว่าการที่เขากระทำแบบนี้มันเป็นไปตามประเพณีก็เถอะแต่ว่าความรู้สึกกึ่งหนึ่งที่ยังบอกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเกมมันเองก็ยังคงมีอยู่ภายในใจ
ถึงแม้ว่าเขานั้นจะพยายามคิดว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เกมแล้วแต่ว่าอีซูมันเองก็ไม่สามารถลบลืมความคิดนั้นไปได้อย่างสมบูรณ์เสียที
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เลยแสดงท่าทางแบบนี้เพราะว่าตัวของเขานั้นรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
ทางด้านของหวงหมิงยืนอยู่บริเวณด้านหน้าห้องอยู่สักพักใหญ่ๆเขายืนครุ่นคิดอยู่ภายในใจจนกระทั่งพวกข้ารับใช้ที่อยู่บริเวณด้านหลังได้เอ่ยทักขึ้นมา
“ องค์รัชทายาทพะย่ะค่ะเข้าไปได้แล้วพะย่ะค่ะ ”ขันทีที่เป็นคนจัดแจงเกี่ยวกับเรื่องนี้พูดขึ้นมา
หวงหมิงใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปบริเวณด้านหลังเมื่อมีพวกขันทีที่คอยมาคุมแบบนี้แน่นอนว่าตัวของเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ได้แต่ต้องเดินเข้าไปบริเวณด้านในเท่านั้น
หวงหมิงทำการก้าวเดินเข้าไปบริเวณด้านใน ตัวของเขาเดินเข้าไปภายในห้องฝ่ามือผลักประตูเปิดอย่างช้าๆ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องสัมผัสแรกที่ตัวของเขาสามารถสัมผัสได้ก็คือกลิ่นกลิ่นอันหอมหวนที่ล่องลอยมาเตะจมูกของเขา
กลิ่นที่ลอยมาเตะจมูกในตอนนี้เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอันหอมหวนที่ปกคลุมภายในห้องแห่งนี้
มันน่าจะเป็นกลิ่นของบุปผาที่ล่องลอยเข้ามาเตะจมูกมันน่าจะเป็นกลิ่นของเครื่องหอมที่ถูกตกแต่งเอาไว้ภายในห้องแห่งนี้
กลิ่นที่สามารถสัมผัสได้มันเบาเป็นอย่างมากยามที่ก้าวเข้ามาก็รู้สึกผ่อนคลายภายในหัว
หวงหมิงแสดงท่าทางสงบนิ่งดวงตาของเขามองไปยังบริเวณรอบๆภายในห้องแห่งนี้เขาเพิ่งเคยเดินทางเข้ามาภายในเป็นครั้งแรก
ห้องนี้เป็นห้องที่กว้างขวางมีพวกของมีค่ามากมายตกแต่งอย่างงดงามอย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้เองก็เป็นห้องของชายารอง
ห้องแห่งนี้จึงมีความกว้างขวางเป็นอย่างมากข้าวของที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ก็มีมูลค่ามากมายดวงตามองไปยังบริเวณรอบๆด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง
ก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ร่างของหลิวฟางอี้ปรากฏกายออกมา นางสวมใส่ชุดสีม่วงอ่อนนางมีรูปร่างอรชรภายในชุดที่นางสวมใส่รูปร่างของนางงดงามจนพิ้นที่สะดุดตา
ดวงตาของหวงหมิงจ้องมองไปที่เรือนร่างของนางอย่างไม่กระพริบตานางมีใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วผิวกายที่ขาวดุจหยกขาว
เพราะแบบนั้นในตอนนี้จากที่มองเห็นด้วยสายตานางจึงงดงามเป็นอย่างมากเมื่อสวมใส่ชุดแบบนี้ในปกติยามที่ตัวของนางนั้นเดินทางออกไปบริเวณด้านนอกตัวของนางจะสวมใส่ชุดที่มันหนากว่านี้
แต่ในตอนนี้เป็นเพราะว่าอยู่ภายในตำหนักของตนเองหรืออาจจะเป็นว่าพิธีผลิตทายาทที่ภายในวังจัดตั้งขึ้นนางจึงสวมใส่ชุดที่มันบางกว่าปกติ
หวงหมิงเลยมองเห็นเรือนร่างของนางที่อยู่ภายใต้ชุดที่นางกำลังสวมใส่ได้ชัดเจนมากขึ้นหวงหมิงทำการกระแอมหนึ่งครั้งเขาค่อยๆเดินตรงไปบริเวณด้านหน้าค่อยๆนั่งลงตรงตำแหน่งที่ยังคง
ตัวของเขานั้นนั่งลงที่บริเวณเก้าอี้ใจกลางห้องชุดน้ำชาและขนมชั้นดีถูกจัดเตรียมเอาไว้
หวงหมิงเขาแสดงท่าทางไม่ถูกในตอนนี้รู้สึกประหม่าและก็รู้สึกว่าหัวใจภายในอกของตนเองมันเต้นรัว
ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เกมอีกแล้วความรู้สึกของเขามันคือความรู้สึกจริงๆเพราะแบบนั้นในตอนนี้จึงรู้สึกแตกต่างออกไป
หลิวฟางอี้ทำการก้าวเข้ามาหาหวงหมิงหวงหมิงใช้ดวงตาของตนเองเหลือบไปจ้องมองนางอย่างรวดเร็ว
มาทำการพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานชวนเย้ายวน “รัชทายาทจากทำอันใดก่อนเจ้าคะ ”
นางทำการพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนหวานก้าวเข้ามานั่งบริเวณใกล้ๆล่างของห่วง
หวงหมิงแสดงท่าทางประหม่าดวงตาของเขาเหลือบไปมองนางอยู่เป็นครั้งคราวพร้อมกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ลง
ยามพบเจอกับนางในช่วงเวลาปกติมันเองก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ในช่วงเวลาที่รู้ว่าตนเองต้องทำอะไรแบบนี้ตัวของเขารู้สึกจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ เวรเอ๋ยเวรเอ้ยสถานการณ์แบบนี้มันอะไรกันหัวใจเต้นรัวเลยต้องหาวิธีการออกจากสถานที่แห่งนี้ไม่สิไม่ได้ถ้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้ภารกิจเองก็ทำไม่สำเร็จ”
“ เควสมันจำเป็นจะต้องทำให้สำเร็จเพราะว่าถ้าทำไม่สำเร็จมันเองก็จะทำให้ค่าความมั่นคงในการสืบทอดบัลลังก์ลดลงไปอีก”
หวงหมิงไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้เขาได้แต่ทำใจดีสู้เสือเพื่อเข้าร่วมหลับนอนกับชายารองหลิวฟางอี้
ยามราตรีเคลื่อนผ่านเข้ามาถึงภายในสถานที่แห่งนี้หวงหมิงอยู่ภายในห้องของฉายารองบรรยากาศภายในสถานที่แห่งนี้เงียบสงัด
ยามราตรีเข้าใกล้มาถึงควงมิ้งรู้ดีว่ามันถึงเวลาที่ตัวของเขานั้นจำเป็นจะต้องปฏิบัติเควสที่กำหนด
หวงหมิงนั่งดื่มชาอยู่บริเวณใจกลางห้องในขณะที่ยกน้ำชาขึ้นมาดื่มด้วยท่าทางที่ประหม่าเสียงฝีเท้าดังมาจากบริเวณด้านหลังของ
ชายารองก้าวเท้าออกมาจากหลังม่านนางสวมใส่ชุดที่บางจนเห็นเนื้อหนังด้านในหวงหมิงมองเห็นเรือนร่างของนางที่มีเพียงแค่ผ้าชิ้นบางบางๆปกปิดเอาไว้เขากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ลงคอ
“ สถานการณ์แบบนี้… ”
จบบท