บทที่ 51 ตุ๊กตาสังหาร
เหยียนเจี้ยนตงมีสีหน้าเคร่งขรึม การบาดเจ็บของเหมียวเจิ้นชวนต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนกว่าจะหายสนิท เขาไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้น
ลู่เฉิงเฟิงบุกเข้ามาในบ้านตระกูลเหยียน ฆ่าลูกชายของเขา และหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัย หากไม่กำจัดลู่เฉิงเฟิงโดยเร็ว เขาคงกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยสักวัน
ก่อนหน้านี้ เขายังหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าลูกชายคนที่สองของเขา เหยียนโย่วเว่ย อาจจะยังมีชีวิตอยู่ แค่ถูกลู่เฉิงเฟิงจับตัวไป
แต่หลังจากเหตุการณ์คืนนี้ เขารู้ว่าโอกาสที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่แทบจะเป็นศูนย์
‘ฉันควรจะกำจัดเด็กเวรนี่ไปตั้งแต่ตอนนั้น’
การสูญเสียลูกชายไปถึงสองคนทำให้เหยียนเจี้ยนตงอยากจะฉีกร่างลู่เฉิงเฟิงเป็นชิ้น ๆ
ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปที่โต๊ะ ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกองเอกสาร ใบหน้าเผยรอยยิ้มอำมหิตน่ากลัว
“เฮ่าจง! เข้ามาหน่อย”
หลวนเฮ่าจงที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเปิดประตูเข้ามา “นยท่านเหยียน มีอะไรจะสั่งหรือครับ?”
เหยียนเจี้ยนตงยื่นกระดาษในมือให้เขา “จับตัวคนพวกนี้มาให้หมด”
หลวนฮ่าวจงรับมาดูคร่าว ๆ “ครับ นายท่านวางใจได้ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
เหยียนเจี้ยนตงโบกมือ หลวนฮ่าวจงจึงเดินออกไป
เหมียวเจิ้นชวนมองเหยียนเจี้ยนตง “เจอวิธีจัดการลู่เฉิงเฟิงแล้วเหรอ”
เหยียนเจี้ยนตงฉายแววตาเหี้ยมเกรียม พยักหน้าเล็กน้อย
เหมียวเจิ้นชวนเอ่ยอย่างเฉยเมย “ไม่ว่านายจะจัดการลู่เฉิงเฟิงยังไง แต่อย่าลืมเงินที่สัญญากับฉัน ต้องได้ครบทุกบาททุกสตางค์”
แววตาเหยียนเจี้ยนตงมืดครึ้มลงเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับคำ
ยามค่ำคืน ลู่เฉิงเฟิงกำลังนั่งฝึกสมาธิ เสียงโทรศัพท์ก็ดังกึกก้องขึ้น
เขาลืมตา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นหมายเลขที่ไม่รู้จัก
ลู่เฉิงเฟิงกดรับสาย “ฮัลโหล”
[สวัสดีค่ะ ขอถามหน่อยว่าคุณเป็นเจ้าของรถทะเบียน Yan A ใช่ไหมคะ?]
เสียงจากปลายสายฟังดูนุ่มนวลน่ารัก ราวกับเป็นสาวน้อยแสนซน
ลู่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย สงสัยว่ารถของเขาไปขวางทางคนอื่นหรือเปล่า แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะเขาจำได้ว่าจอดรถในพื้นที่ของตัวเอง ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น เขาก็ตอบกลับไปว่า “ใช่ครับ”
[ขอโทษจริง ๆ ค่ะ เมื่อกี้ดิฉันขับรถไม่ระวัง ไปชนรถของคุณเข้า คุณสะดวกลงมาดูหน่อยได้ไหมคะ?]
เสียงนุ่มนวลนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ลู่เฉิงเฟิงทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ตอบรับเบา ๆ ว่า “ได้ครับ ผมจะลงไปเดี๋ยวนี้”
เขาลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า หยิบกุญแจรถแล้วออกจากห้องไป
เมื่อมาถึงลานจอดรถใต้ดิน ลู่เฉิงเฟิงเห็นรถตู้สีขาวคันหนึ่งชนไฟหน้ารถของเขาแตก ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเจ็บใจไม่น้อย
ข้าง ๆ รถมีชายหนุ่มร่างผอมหน้าม้ายาวคนหนึ่ง กำลังจูงมือสาวสวยหน้าเด็ก อกใหญ่ ที่สวมชุดกระโปรงสีชมพูแบบเจ้าหญิง ดูเหมือนโลลิที่คนมักพูดถึงกัน
โลลิมีข้อดีสามอย่าง ตัวเล็ก นุ่มนิ่ม และง่ายต่อการผลัก น่าเสียดายที่ผู้ชายคนนี้หน้าตาธรรมดา ผักดี ๆ โดนหมูขุดซะแล้ว ลู่เฉิงเฟิงแอบนึกเล่นมุกเก่า ๆ ในใจ พร้อมกับวิจารณ์ไปด้วย
ทั้งสองคนมองลู่เฉิงเฟิงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นเจ้าของรถคันนี้หรือเปล่าครับ”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้ารับ
“ขอโทษจริง ๆ ครับ คุณวางใจได้เลย ผมผิดเองทั้งหมด คุณดูสิครับว่าค่าซ่อมเท่าไหร่”
ชายหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ดูประหม่า ท้ายที่สุด รถของลู่เฉิงเฟิง สำหรับคนทั่วไปก็ถือว่าเป็นรถหรูแล้ว
“พวกคุณไม่ได้ทำประกันไว้เหรอ หรือว่าเมาแล้วขับ”
ลู่เฉิงเฟิงถามพลางก้าวขาไปข้างหน้า ตรวจดูไฟหน้ารถที่ถูกชนเสียหาย
“ผมไม่ใช่เจ้าของรถ รถคันนี้ผมขโมยมา”
ชายหนุ่มหน้าม้าพูด ปรากฏแววตาดุดันขึ้นมาในฉับพลัน
สัญญาณเตือนภัยในใจของลู่เฉิงเฟิงดังขึ้น เขารีบแนบตัวชิดกับฝากระโปรงรถ หมุนตัวหลบ แสงแวววาวเฉียดผ่านลำคอของเขาไป ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เขาก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบเพื่อรักษาระยะห่าง ก่อนจะหรี่ตามองคู่หญิงชายตรงหน้าอย่างไม่วางตา
ชายหนุ่มหน้าม้ายืนงุนงง
“เอ๊ะ! พลาดได้ยังไงเนี่ย?” เสียงหวานใสของสาวน้อยตาโตข้าง ๆ แฝงไปด้วยความขบขัน
ชายหนุ่มหน้าม้ามองลู่เฉิงเฟิงอย่างดุดัน “ไม่คิดเลยว่านายจะเก่งขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ตั้งค่าหัวถึงพันล้าน”
ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกเคลือบแคลงใจ ไม่น่าเป็นไปได้ เหยียนเจี้ยนตงเพิ่งจะประกาศรางวัลไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามหลักแล้วนักฆ่าไม่น่าจะหาเขาพบเร็วขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายอย่างเขามีค่าหัวระดับ SSS ดังนั้นนักฆ่าที่รับงานนี้ย่อมต้องเป็นระดับ SSS เช่นกัน
การที่เหยียนเฉิงมีนักฆ่าระดับ SSS ปรากฏตัวพร้อมกันถึงสองคน ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือ ทั้งสองคนนี้ถูกส่งมาจากองค์กรนักฆ่าเทพมรณะ พวกเขามาถึงเหยียนเฉิงได้สักพักแล้ว และกำลังรอโอกาสลงมือ แต่มันก็ไม่ถูกอีก พวกเขาเพิ่งจะพูดว่าเขาค่าหัวพันล้าน แสดงว่าพวกเขาเพิ่งรับงานนี้มา
และถ้าหากพวกเขาถูกส่งมาจากองค์กรนักฆ่าเทพมรณะจริง พวกเขาก็น่าจะรู้จักฝีมือของลู่เฉิงเฟิงเป็นอย่างดี
ชายหนุ่มหน้าม้าผู้นี้ เมื่อครู่พลาดท่าไปกลับทำสีหน้าประหลาดใจราวกับไม่รู้ว่าเป้าหมายคือมังกรสะเทือนเวหา
‘ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใคร ฉันจัดการแกก่อนแล้วค่อยว่ากัน’
ลู่เฉิงเฟิงยื่นมือออกไป นิ้วเกี่ยวเรียกชายหนุ่มหน้าม้า ดวงตาคมกริบเย้ยหยัน “เงินน่ะเป็นของดีก็จริง แต่ก็ต้องมีลมหายใจใช้มันด้วย”
“ให้ฉันจัดการเองดีกว่า ได้เงินมาแล้วแบ่งให้แกครึ่งหนึ่ง”
สาวน้อยตาโตเขย่งปลายเท้าตบบ่าชายหนุ่มหน้าม้า ก่อนจะหันไปเปิดประตูท้ายรถตู้ หยิบธนูขนาดใหญ่ที่แทบไม่ต่างจากความสูงของเธอออกมา
จากนั้นหยิบแล่งธนูมาสะพายไหล่อย่างคล่องแคล่ว แล้วดึงลูกธนูเหล็กกล้าออกมาอันหนึ่ง
หญิงสาวตัวเล็กง้างธนูเล็งไปที่ลู่เฉิงเฟิง
“ลาก่อนพี่ชาย”
สาวน้อยตาโตส่งยิ้มหวานมาให้ลู่เฉิงเฟิง ดึงสายธนูจนตึง
ลู่เฉิงเฟิงประหลาดใจอย่างมาก เด็กตัวแค่นี้กลับสามารถดึงธนูใหญ่ขนาดนี้ได้ แรงเยอะไม่ใช่เล่น
“หวืดดด!!!”
ลูกธนูเหล็กกล้าความยาวเมตรครึ่ง พุ่งแหวกอากาศเสียงดังหวีดหวิวพุ่งตรงไปยังลู่เฉิงเฟิง
ลู่เฉิงเฟิงตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาก้าวหลบไปด้านข้างครึ่งเมตรก่อนที่ลูกธนูจะพุ่งเฉียดผ่านไป เสียง “ฉึก” ดังขึ้น ลูกธนูพุ่งทะลุประตูรถยนต์ที่จอดอยู่ห่างออกไปสิบเมตร
ลู่เฉิงเฟิงหันกลับไปมอง มุมปากกระตุกเล็กน้อย นี่มันไม่ใช่สาวน้อยตาหวานแล้ว นี่มันตุ๊กตาสังหารชัด ๆ
สาวน้อยตาโตเห็นลูกธนูของตัวเองยิงไม่โดนลู่เฉิงเฟิง ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “พี่ชายเก่งจังเลย หลบได้ยังไงเนี่ย”
“เพราะเรื่องยิงธนู เธอยังสู้ฉันไม่ได้หรอก ของเธอแค่ธนูหนึ่งดอก ของฉันนี่ทีละหลายร้อยล้านดอก”
สาวน้อยตาโตกระพริบตาปริบ ๆ เอียงคออย่างน่ารัก “พี่ชาย พี่กำลังเล่นมุกเหรอคะ หนูเป็นเด็กดีนะ พี่พูดแบบนี้หนูงอนแล้วนะ”
พูดจบ เธอก็ดึงลูกธนูเหล็กกล้าออกมาจากซองที่อยู่ด้านหลังสองดอก
โก่งคันศร เหยียดตรงจนสุด
“ฉึบ! ฉึบ!” ลูกธนูเหล็กกล้าสองดอกถูกยงออกไป แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงรวดเร็ว พุ่งตรงมายังลู่เฉิงเฟิงพร้อมเสียงแหวกอากาศ
ลู่เฉิงเฟิงกำลังจะพุ่งตัวหลบ แต่ไม่คาดคิดว่าลูกธนูทั้งสองจะแยกออกจากกัน ปิดกั้นทางหนีของเขาทั้งทางซ้ายและขวา
“บ้าเอ๊ย! ยิงธนูได้เทพขนาดนี้เลยเหรอ” ลู่เฉิงเฟิงตกใจสุดขีด
ท่ามกลางความตื่นตระหนก เขาก็ตอบโต้กลับอย่างรวดเร็ว มือของเขาพุ่งออกไปราวสายฟ้า คว้าลูกธนูที่พุ่งตรงมายังลำคอของเขาเอาไว้ได้ ส่วนลูกธนูอีกดอกก็พุ่งทะลุประตูรถที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตรด้านหลังเขา
แรงมหาศาลของลูกธนูทำให้เขาต้องถอยหลังติดต่อกันหลายก้าว ปลายลูกศรอยู่ห่างจากลำคอของเขาเพียงแค่สามเซนติเมตรเท่านั้น