วันรุ่งขึ้น หานรุ่ยได้ทำการยื่นสาร เพื่อขอเข้าพบกับหยุนจิ่นที่คฤหาสน์เจ้าเมืองทั้งครอบครัวของเขารออยู่ในห้องรับรองของคฤหาสน์
ณ ห้องโถงในคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมือง
ในขณะที่เจ้าเมือง เซ่าเจี้ยนหลิ่น และภรรยาเอก หยุนจิ่น กำลังหารือกันอยู่
“ท่านเจ้าเมืองขอรับ มีคนมาขอเข้าพบท่านฮูหยิน” ผู้คุ้มกันเดินเข้ามาในห้องโถงเพื่อแจ้งเซ่าเจี้ยนหลิ่นและหยุนจิ่น หลังกล่าวจบ เขาก็ยื่นสารขอเข้าพบให้แก่เซ่าเจี้ยนหลิ่น
เมื่อเซ่าเจี้ยนหลิ่นอ่านสารเข้าพบแล้ว ก็ยื่นให้หยุนจิ่น และกล่าวว่า“เจ้าลองอ่านดู คนขอเข้าพบมีนามว่า ‘หานรุ่ย’ ข้อความในสารบอกว่า เป็นคนของตระกูลหานที่มาจากเมืองเย่ว์เซียน”
เมื่อหยุนจิ่นอ่านสารเข้าพบจบ เขาก็ขมวดคิ้วพลางเอ่ยขึ้นว่า“ตระกูลหานมีหานรุ่ยผู้นี้อยู่จริง เขาเคยเป็นอัจฉริยะในด้านการบำเพ็ญเพียรมาก่อนแต่ข้าได้ยินมาว่า เขาบาดเจ็บสาหัส ทั้งเส้นลมปราณขาด และจุดตันเถียนก็ถูกทำลายจนสูญสิ้นพลังปราณกลายเป็นสามัญชนธรรมดาที่ไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้อีก สุดท้ายเขาถูกองค์ชายสามถอนหมั้นทั้ง ๆ ที่หานรุ่ยผู้นี้บาดเจ็บ ก็เป็นเพราะช่วยองค์ชายสาม องค์ชายสามทำเกินไปเป็นเชื้อพระวงศ์ของจักรพรรดิที่โหดเหี้ยมเสียจริง ต่อมาหานรุ่ยก็หายไปจากสายตาผู้คนไปเลยข่าวคราวของเขาก็ค่อย ๆ จางไปจากเมืองเย่ว์เซียน บางคนบอกว่า เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิตไปแล้วบางคนก็บอกว่า เขากลายเป็นสวะ และถูกตระกูลหานขับไล่ออกจากตระกูลไปแล้ว ทุกคนต่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันแต่ตอนนี้เขามาปรากฏตัวที่เมืองซวงหวาได้อย่างไรกัน! แถมยังมาเยี่ยมเยียนข้าอีก ถึงหานรุ่ยกับลูกหลานของตระกูลข้าจะเป็นมิตรกันก็เถอะทว่าก็ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับข้าเลยนะ” การที่จู่ ๆ หานรุ่ยก็มาปรากฏตัวเช่นนี้ทำให้หยุนจิ่นรู้สึกประหลาดใจมาก
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าคิดว่า หานรุ่ยผู้นี้เป็นตัวจริงหรือตัวปลอมล่ะตระกูลเซ่าของเราในยามนี้เกิดเรื่องมากมาย จะยอมให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกไม่ได้แล้วก้าวพลาดแค่ก้าวเดียว ก็ก้าวใหม่อีกครั้งไม่ได้แล้วนะ”เซ่าเจี้ยนหลิ่นพูดพลางถอนหายใจ เขานึกในใจ ‘สถานการณ์ของตระกูลเซ่าในยามนี้คงต้องตำหนิตัวเขาเองที่ตามใจหานอี้เกินไป เขาคิดเสมอว่า คงจะไม่เกิดเรื่องยุ่งเหยิงขึ้นเพราะมีเขาคอยสอดส่องดูแลอยู่ตลอด แต่คราวนี้เขาประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ จนทำให้ตระกูลเซ่าต้องเผชิญกับจุดจบของการสืบสกุลต่อให้สังหารคนที่ชื่อจางหนิงทิ้งไปก็ไร้ประโยชน์ ดั่งคำกล่าวที่ว่า หากกระต่ายใจร้อนจะกัดคนคงจะเป็นเรื่องจริง’
“ไม่มีใครกล้าแสร้งปลอมตัวเป็นคนของตระกูลหานหรอก เดี๋ยวข้าไปพบเขาแล้วกัน อย่างไรเขาก็เป็นนายน้อยที่ห้า...ทายาทสายตรงของตระกูลหาน ตระกูลหยุนของเรามีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหานเสมอมา การที่หานรุ่ยมาเยี่ยมเยียนเช่นนี้ถ้าเราปฏิเสธก็คงจะไม่ดี” หยุนจิ่นพูดกับเซ่าเจี้ยนหลิ่น เขาคิดในใจ ‘หากไม่ต้องการอะไรสักอย่าง เขาก็คงจะไม่เดินทางมาหรอก หวังว่าหานรุ่ยจะไม่ได้มาหาเรื่องเขาแล้วกัน’
ผ่านไปสักพัก หานรุ่ยกับจุนห่าวที่กำลังดูลูก ๆ อยู่ ก็ถูกพามายังห้องโถง
เซ่าเจี้ยนหลิ่นและหยุนจิ่นมองชายหนุ่มสองคนที่มีบุคลิกสง่างาม ต่างก็นึกอิจฉาในใจหากพวกเขามีบุตรชายเช่นนี้ ก็คงจะดีไม่น้อย
“ข้า... หานรุ่ย ขอคารวะท่านลุงหยุน” หานรุ่ยจำหยุนจิ่นได้ในชั่วพริบตาและเอ่ยทักทายเขา
เมื่อเห็นหานรุ่ยในตอนนี้ หยุนจิ่นรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก จากข่าวที่แพร่กระจายในตอนนั้นที่บอกว่า หานรุ่ยกลายเป็นสวะไปแล้ว เขายังนึกเสียดายอยู่เลย แต่หานรุ่ยในเวลานี้ ทั้งพลังปราณกลับมาฟื้นฟูและอยู่ในระดับลมปราณขั้นที่ห้าแล้วตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่องนั้นจนถึงตอนนี้ เพิ่งจะผ่านมาเพียงสามปี ภายในสามปีก็สามารถฟื้นตัวมาจนถึงระดับลมปราณขั้นที่ห้าได้แบบนี้เขาปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า หานรุ่ยเป็นอัจฉริยะ
“หลานชายหาน ไม่ต้องมากพิธีรีตองอะไรหรอก เห็นเจ้าฟื้นตัวได้แบบนี้ข้ายินดีกับเจ้าด้วย” หยุนจิ่นกล่าวอย่างสุภาพ เขายินดีกับหานรุ่ยจริง ๆอันที่จริงเป็นเพราะตระกูลหยุนกับตระกูลหานเป็นมิตรที่ดีต่อกัน
หยุนจิ่นหันมาทางจุนห่าว เขาคิดในใจ ‘ชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นอัจฉริยะเช่นกันอายุยังน้อย แต่มีพลังปราณอยู่ในระดับลมปราณขั้นที่หกแล้ว ซึ่งต่ำกว่าเขาเพียงหนึ่งระดับเท่านั้นหน้าตาก็ดูฉลาดหลักแหลม แต่ไม่รู้ว่า ชายหนุ่มผู้นี้เกี่ยวข้องกับหานรุ่ยอย่างไร’
“ท่านลุงพูดสุภาพกับข้าเกินไปแล้ว เรียกข้าว่า เสี่ยวรุ่ย ก็พอ”หานรุ่ยเอ่ยกับหยุนจิ่น
หยุนจิ่นกับหานรุ่ยสนทนากันเล็กน้อย พลางแนะนำอีกฝ่ายให้รู้จักกันและกันอีกครั้งหลังจากนั้นหานรุ่ยก็ได้มอบของขวัญให้แก่หยุนจิ่น
“ท่านลุงหยุน ข้าไม่อยากอ้อมค้อมกับท่านแล้ว ที่ข้ากับจุนห่าวมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อขอเจราจาแลกเปลี่ยนกับท่านเจ้าเมืองเซ่า หากการเจรจานี้สำเร็จ วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในคฤหาสน์ของพวกท่านก็จะสามารถแก้ไขได้ทันที”หานรุ่ยกล่าวกับหยุนจิ่น ตอนนี้เขามีเวลาไม่มากแล้ว การเสียเวลาเพิ่มไปอีกหนึ่งนาทีก็เท่ากับเพิ่มความทุกข์ทรมานของจางหนิงที่อาจตายได้อีกหนึ่งนาที ในเมื่อเขาตอบรับว่าจะช่วยจุนฟานแล้ว เขาก็จะทำให้ดีที่สุด