(จบ) สุดยอดนักปรุงพิษพันธนาการรักคุณชายรูปงาม

    บทที่ 32 การปฏิรูปการค้า

    บทที่ 32 การปฏิรูปการค้า


    เธอเริ่มต้นการปฏิรูปจากโรงเตี๊ยม เนื่องจากสำนักหลิงอวิ๋นก่อตั้งได้ไม่นาน ร้านค้าต่างๆ จึงไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านที่คึกคักที่สุด ต้องใช้วิธีการที่แปลกใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้า


    อย่างแรกคือการตกแต่งโรงเตี๊ยม เธอใช้ถ่านเขียนแบบ คำนวณ วัดขนาด และวาดรูป ประเมินราคา โครงสร้างโดยรวมของโรงเตี๊ยม ของตกแต่งในห้องโถงและห้องส่วนตัว 


    โต๊ะคิดเงิน ห้องครัว สวนด้านหลังโต๊ะเก้าอี้ จานชาม คำพูด กิริยามารยาท การแต่งกาย และจริยธรรมของผู้จัดการและบริกร ล้วนได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยวาดเป็นภาพร่างและรวบรวมเป็นเล่ม


    จากนั้นก็จัดทำรายการอาหาร


     อาหารในรายการเป็นอาหารอร่อยๆ ที่เธอเคยกินในชาติที่แล้ว เธอเชื่อว่าวัตถุดิบในโลกนี้ล้วนได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังปราณ รสชาติของอาหารที่ทำออกมาก็จะยิ่งอร่อยมากขึ้น มีทั้งเนื้อสัตว์อสูร ปลา อาหารทะเล สัตว์ปีก ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม และขนมหวาน อาหารกว่าร้อยชนิด หลากหลายมาก


    สุดท้าย จากประสบการณ์ในชาติที่แล้ว เธอเขียนแผนการตลาดออกมาหนาปึก 


    เช่น การทำบัตรสมาชิกส่วนลด การจัดกิจกรรมชิงรางวัลเพื่อดึงดูดคนหนุ่มสาวที่มีชื่อเสียงและฐานะในท้องถิ่น การแจกอาหารจานใหม่ให้ลูกค้าชิมเป็นประจำ และการร่วมมือกับร้านขายยาและร้านขายอาวุธ


     เธอแค่เสนอไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ส่วนการดำเนินการก็ให้หลิงอีเป็นคนจัดการทั้งหมด เธอไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้มากนัก ชอบใช้ชีวิตแบบสบายๆ มากกว่า


    สามวันต่อมา ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เธอมองกระดาษที่อยู่ในมือหนาปึกด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เปิดประตู เดินไปที่ห้องตำราของอาจารย์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

    พอถึงหน้าประตู ทหารองครักษ์ก็แจ้งว่าเจ้าสำนักทั้งหกและหลิงอีกำลังประชุมอยู่ข้างใน เธอกำลังจะกลับ ก็ได้ยินเสียงของหลิงอ้าวเทียนดังมาจากข้างใน 


    “ยัยหนู เข้ามาสิ”


    จื่อเชียนเกอยิ้มก่อนจะผลักประตูเข้าไป โค้งคำนับอาจารย์และผู้อาวุโสทุกคนอย่างสุภาพ


    หลิงอ้าวเทียนพยักหน้า วางเอกสารในมือลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ออกจากการฝึกฝนเร็วขนาดนี้เลยหรือ? เอาอะไรมาให้อาจารย์อีกล่ะ ต้องเป็นเรื่องที่น่ายินดีใช่หรือไม่?”


    จื่อเชียนเกอเดินเข้าไปกอดแขนเขา ยิ้มหวาน แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจทั้งยังทำท่าทางออดอ้อน 


    “อาจารย์ ทำไมท่านถึงรู้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจล่ะเจ้าคะ?”

    หลิงอ้าวเทียนชักสีหน้า มองสิ่งที่อยู่ในมือของเธอ พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ใช่ อาจจะเป็นเรื่องน่าตกใจก็ได้ เอามาดูหน่อยสิ”


    จื่อเชียนเกอยิ้ม จัดเรียงเอกสารในมือแล้วยื่นให้เขา ทุกครั้งที่เขาเปิดไปหน้าหนึ่ง เธอก็จะอธิบายให้ฟัง


    หลิงอ้าวเทียนเปิดดูแบบแปลนก่อน พอเห็นภาพตกแต่งก็ถึงกับอึ้ง คิดในใจว่า เป็นเรื่องน่าตกใจจริงๆ ด้วย เขาดูไปพลางส่งต่อให้คนอื่นๆ ดูไปด้วย


    กว่าจะอธิบายจบก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว เธอพูดจนคอแห้ง จื่อเชียนเกอจึงรินชาให้ตัวเอง นั่งลงจิบอย่างช้าๆ รอให้คนอื่นๆ ทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่ๆ พวกนี้ 


    ในห้องตำราเงียบกริบจนน่าขนลุก จนกระทั่งเธอดื่มชาหมด ก็มีเสียงปรบมือดังสนั่น ทำเอาเธอตกใจ เกือบสำลักน้ำชา


    สายตาแปดคู่ต่างจ้องมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เหมือนหมาป่าสีเทาเห็นแกะน้อย ถึงแม้ว่าเธอจะมีจิตใจที่เข้มแข็ง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถอยหลัง


    หลิงอ้าวเทียนไม่เคยเห็นจื่อเชียนเกอเป็นเช่นนี้ จึงรู้ว่าเธอตกใจจริงๆ ดวงตาจึงมีแววขบขัน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น 


    “สมองของเจ้ามันทำมาจากอะไรกันแน่ คิดอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาได้ตั้งเยอะ เจ้าช่างเป็นดาวนำโชคของสำนักหลิงอวิ๋นเราจริงๆ 


    แผนการตลาดเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ขอเวลาพวกเราอีกหน่อย ปัญหาทางการเงินของสำนักหลิงอวิ๋นก็จะได้รับการแก้ไขในไม่ช้า”


    คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยโดยเฉพาะหลิงอี 


    สิ่งที่จื่อเชียนเกอเสนอมามันมีประโยชน์มาก ช่วยแบ่งเบาภาระของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนสุขุม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม 


    “ท่านประมุขพูดถูก ปัญหาที่พวกเราถกเถียงกันมาครึ่งวันยังหาทางออกไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าคุณหนูจื่อเชียนเกอจะแก้ไขได้ง่ายๆ เช่นนี้


    ฮ่าๆ พวกท่านทุกคนไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าหรอกนะ ช่วงนี้ข้าเครียดเรื่องนี้มาก ในที่สุดก็โล่งใจได้เสียที”


    คนอื่นๆ ก็เข้าใจความเครียดของเขา พอได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา


    หลิงอ้าวเทียนมอบแบบแปลนและเอกสารทั้งหมดให้หลิงอี “เอาไป ไปจัดการตามสถานการณ์จริง”


    หลิงอีรับเอกสารทั้งหมดด้วยมือทั้งสองข้าง พูดอย่างจริงจัง “ขอรับท่านประมุข หลิงอีรับรองว่าภายในสามเดือนจะต้องทำผลงานออกมาให้ได้”


    จื่อเชียนเกอเห็นว่าเรื่องของเธอจบแล้ว เรื่องอื่นเธอไม่อยากยุ่ง กลับไปกินอาหารอร่อยๆ ที่ตันหมัวมัวทำดีกว่า จึงลุกขึ้นพร้อมกล่าวลา 


    “อาจารย์ ถ้าเช่นนั้นศิษย์ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ไม่รบกวนพวกท่านปรึกษากันแล้ว”


    หลิงอ้าวเทียนยิ้ม เหมือนจะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ จึงพูดว่า “อืม ไปเถอะ”


    หลังจากที่แผนการปฏิรูปโรงเตี๊ยมออกมา หลิงอีก็จัดการทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ตันหมัวมัวก็ยุ่งมาก สอนพ่อครัวใหญ่ของแต่ละร้านทำอาหารจานใหม่ทุกวัน 


    สองเดือนต่อมา ยอดขายของโรงเตี๊ยมทั้งหมดของสำนักหลิงอวิ๋นก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลิงอีเห็นผลงานเช่นนี้ก็ยิ้มแก้มปริทุกวัน


    ช่วงนี้ นอกจากการฝึกฝนตามปกติแล้ว จื่อเชียนเกอก็ทุ่มเทให้กับการวางแผนปฏิรูปร้านค้าอื่นๆ ของสำนักหลิงอวิ๋น 


    ด้วยความสำเร็จของโรงเตี๊ยมเป็นตัวอย่าง เธอก็ได้ปรับปรุงและตกแต่งที่พัก เหลาสุรา ฯลฯ


    ส่วนร้านขายยาและร้านขายอาวุธ เธอแค่ให้แบบแปลนการตกแต่งและกลยุทธ์ส่วนลดหรือรูปแบบการตลาด นอกจากนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าสำนักตำหนักหลอมโอสถที่สอนวิชาหลอมโอสถให้เธอ


    เธอจึงมอบสูตรยาบำรุงผิวให้เป็นการตอบแทน ยาบำรุงผิวไม่ได้มีระดับสูงมาก เป็นยาระดับสามชั้นยอด แต่ใช้เป็นยาพิเศษในการสร้างความน่าสนใจ ดึงดูดเหล่าสตรีที่ฝึกตนจำนวนมาก


    ศิษย์และนักหลอมโอสถฝึกหัดในตำหนักหลอมโอสถของสำนักหลิง     อวิ๋นมีประมาณหนึ่งพันคน 


    เจ้าสำนักต้วนหงหลินเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดขั้นสูงสุด ผู้อาวุโสสองคนก็ก้าวเข้าสู่ระดับเจ็ดแล้ว เป็นบุคคลที่โด่งดังในทวีปเซิ่งเทียน


    ต้วนหมิงหลาง ศิษย์เอกของตำหนักหลอมโอสถ เป็นหลานชายของเจ้าสำนักต้วนหงหลิน มีพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถ 


    เป็นคนมีอุปนิสัยจริงจังและมุ่งมั่น อ่อนน้อมถ่อมตน และใจดี อายุยี่สิบสองปี เป็นนักหลอมโอสถระดับสี่แล้ว 


    เขาชอบจื่อเชียนเกอมาก ทุกครั้งที่เธอเจอปัญหาในการหลอมโอสถ เขาก็จะคอยชี้แนะอย่างละเอียด เหมือนพี่ชายที่แสนดี 


    ตอนนี้พอเห็นสูตรยาที่เธอมอบให้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ 


    “เสี่ยวเชียนเกอ ของขวัญของเจ้านี่มันล้ำค่าเกินไปแล้ว นักหลอมโอสถทุกคนต่างก็หวงแหนสูตรยาเหมือนชีวิต เจ้าน่าจะรู้ว่าสูตรยานี้จะส่งผลอย่างไร จะยกให้ตำหนักหลอมโอสถจริงๆ หรือ?”


    จื่อเชียนเกอยิ้มหวาน “ใช่เจ้าค่ะ การมอบสูตรยาให้กับตำหนักหลอมโอสถก็ถือเป็นการช่วยเหลือสำนัก ย่อมต้องคุ้มค่าอยู่แล้ว


     ตอนนี้วิชาหลอมโอสถของข้ายังอ่อนหัด ยังช่วยอะไรไม่ได้มาก ต้องอาศัยศิษย์พี่ทุกท่านช่วยชี้แนะด้วย”


    ต้วนหมิงหลางบีบแก้มเธอเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “พูดอะไรเช่นนั้น สูตรยานี้ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือสำนัก แต่ยังช่วยเหลือพวกเราด้วย พวกเราทุกคนต่างหากที่ต้องขอบใจเจ้า”


    “ใช่ เสี่ยวเชียนเกอ พวกเราต้องขอบใจเจ้ามากนะ” ศิษย์คนอื่นๆ ในตำหนักหลอมโอสถก็พูดเสริม



    คล้ายกับเรื่อง(จบ) สุดยอดนักปรุงพิษพันธนาการรักคุณชายรูปงาม ที่คุณอ่าน