แคว้นอรุณ ต่างเดือดดาล ผู้บัญชาการจางรั่วหยุน
สั่งนำอัจฉริยะบุกโจมตีทิศที่อี้เฉินอยู่พวกเขาส่งจอมยุทธอัจฉริยะ หลาย10คนของแต่ละตระกูลลงสังเวียน
หมายล้อมสังหารกลุ่มจอมยุทธทิศที่อี้เฉินสังกัดอยู่ให้ราบเป็นหน้ากลอง
ทิศนั้นเสียขวัญอย่างมากจากการโจมตีของอี้เฉิน วันนี้พวกเขาสูญเสียไปมากเกือบจะ 300 กว่าคนในวันเดียว
ผู้บัญชาการจางรั่วหยุน แคว้นอรุณเริ่มนั่งไม่ติด
คิดแผนรับมืออย่างบ้าคลั่งเขาไม่อาจปล่อยทิศที่อี้เฉินอยู่ให้ชนะสงครามได้อีก ไม่อย่างนั้นจอมยุทธจะเสียเสียขวัญอย่างมาก
แคว้นพฤกษาแปลกใจเหตุใดชายชราถึงไม่เผยตัว พวกเขาต่างอยากรู้จักชายชรา
ผู้คนฮึกเหิมไม่หวาดกลัวแคว้นอรุณอีกต่อไป"พวกเรามีผู้พิทักษ์ชายชราสงครามครั้งนี้ไม่แพ้อย่างแน่นอน"
หลายๆ คนถึงกับพยักหน้าเห็นฤทธิรณที่ชายชราสำแดงด้วยตาตัวเอง
สภาพของเหล่าจอมยุทธหลายๆ คนตอนนี้ร่างอาบนองไปด้วยเลือดของศัตรู ไม่รู้ใครเป็นใคร
เลือดที่อาบนองเป็นเหมือนเกียรติยศ ไม่มีใครอยากชะล้างออก
จอมยุทธ์หลายๆ คนที่ประจันหน้าต่างถูกสรรเสริญ พวกเขาเหมือนหน่วยกล้าตายรับคมหอกคมดาบ
หริ่นเจีย คันปากอยากจะพูด ใจจะขาดแต่หวาดกลัวในตัวอี้เฉิน
จอมยุทธหลายๆ นั่งบำเพ็ญเพียรพักฟื้นปราณพลัง
พรุ่งนี้ต้องเป็นสงครามที่หนักหน่วงอีกวันเป็นแน่ จอมยุทธแคว้นอรุณต้องตอบโต้คืนอย่างแน่นอน
ตอนนี้จอมยุทธ์ของทั้งสองฝ่ายเริ่มใกล้เคียงกันมากขึ้นห่างอยู่เพียง 100 กว่าคนเท่านั้น
"แต่มีข่าวลือว่าอัจฉริยะของพวกเขามีมากกว่าทางแคว้นพฤกษามาก พวกทหารรับจ้างเองก็เป็นอัจฉริยะหลายสิบคน"
พวกเขาต่างพูดคุยกัน เสียงเอ็ดอึง
"สงครามต่อๆ ไปอาจเป็นสงครามสำหรับอัจฉริยะเข้าห้ำหั่นฆ่าฟันกัน"
หลายคนเองก็รับรู้ศึกต่อไปจะอันตรายมากยิ่งขึ้น ถึงขนาดมีคนสารภาพรักกับจอมยุทธหญิงท่ามกลางสงคราม
บางคนถึงกับเขียนจดหมายบอกลาฝากไว้กับผู้นำทัพ หริ่นหลัน
นางเองที่เห็นยังเจ็บปวดหัวใจนางเป็นผู้นำจึงไม่ได้ออกสู้ศึกสงคราม
เพียงแค่คอยบัญชาการทับย่อย นางนั้นหยิ่งทะนงและองอาจเหมือนบุรุษเสียยิ่งกว่าสาวงาม
นางเห็นอี้เฉินจึงเข้าไปทักทาย "เจ้ายังรอดอยู่อีกหรืออี้เฉิน"
"แม่นางหริ่นหลัน ท่านอย่างสาปแช่งข้าแบบนั้นสิข้าออกจะหนังเหนียวตายยากจะตาย"
"ดีดี หวังว่าพรุ่งนี้เจ้าจะรอดกลับ" นางยิ้มแฝงด้วยแววตาอาลัย
"คุณหนูอย่าไปกวนใจเขาขอรับ"
"เหตุใดเจ้าพูดเช่นนั้นเล่า หลิ่นเจีย แถมยังตัวสั่นผิดปกติเจ้าบาดเจ็บมางั้นหรือ"
อี้เฉินจ้องมองมาที่ หลิ่นเจีย
"ไม่มีอะไรขอรับคุณหนู"
"ไม่มีอะไรก็ดีแล้วพวกเจ้ารักษาตัวเถอะ"
"หริ่นเจียเรายังเป็นสหายที่ดีต่อกันใช่หรือไม่"
"ใช่ใช่"
"ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอกเจ้าสบายใจได้ถ้าเจ้ายังเห็นว่าข้าเป็นสหายก็ถือซะว่าช่วยข้า"
วันนี้จอมยุทธ์แคว้นอรุณเปลี่ยนแผนการรบพวกเขาเคลื่อนทัพเป็นฝ่ายบุกโจมตี
พวกเขาแบ่งกองกำลังเป็น 5 กองเหมือนกับที่แคว้นพฤกษาทำ
เขาทุ่มกองกำลังเหล่าจอมยุทธ์อัจฉริยะส่วนใหญ่ไปทางทิศที่อี้เฉินอยู่ หมายมั่นบดขยี้ให้แตกพ่าย
ทิศนั้นเสียขวัญอย่างมากจึงต้องโยกย้ายจอมยุทธหลายตำแหน่ง เสียงระเบิดดังอึกทึกป่าพวกเขาเปิดฉากเข้าต่อสู้โรมรันอย่างฉับพลัน
ทำให้จอมยุทธหลายคนของแคว้นพฤกษาตั้งตัวไม่ทันบาดเจ็บสาหัสล้มตายไปหลายคน
เหล่าอัจฉริยะบุกทะลวงฆ่าฟัน ปราณพลังเอ่อล้นกดดันทุกสารทิศ
มีแม้กระทั่งจอมยุทธที่แปลงกายเป็นเสือขาวพุ่งทะลวงนำเข้ามาหมายเปิดทางให้เหล่าจอมยุทธ เข้ามาภายใน
บางคนถึงกับร่างสั่นเทิ้มล้มลงกับพื้น หริ่นหลันเห็นท่าไม่ดีสั่ง ถอยร่น
แคว้นอรุณยิ่งได้ใจเปิดฉากสร้างมหันตะสังหารครั้งใหญ่ เสียงศัสตราวุธดังกระทบกันออกไปไกล
เสียง "ฆ่า" ดังท่วมท้นท้องฟ้า
จอมยุทรหลายๆ คนเริ่มรับมือจอมยุทธอัจฉริยะ10กว่าคนไม่ไหวถูกฆ่าไปหลาย 10 คนในพริบตา
ทุกๆ ที่ ที่จอมยุทธอัจฉริยะ ก้าวข้ามศพกองเกลือนกลาด เลือดอาบนองเป็นสายธาร ย้อมผืนป่าแห่งนี้จนแดงฉานดุจเขตแดนอเวจี
อี้เฉินคำรามลั่นปลดปล่อยปราณพลังสีเลือดแดงฉานออกไป ปราณพลังแพร่กระจายทั่วบริเวณสร้างเขตแดนปราณพลังของตัวเองขึ้นมา
รอบๆ ตัวอี้เฉินเป็นสีเลือดดั่งขุมนรกอเวจี
กลิ่นอายของความตายและคาวเลือดรอยคละคลุ้ง เข้ากดดันทุกคนรอบบริเวณ ดวงตาคมกล้ามองทุกสรรพชีวิตอย่างบ้าคลั่ง
ใครที่อยู่ในอาณาเขตของอี้เฉินจะเชื่องช้าลง
แม้แต่จอมยุทธอัจฉริยะ ยังหวั่นกลัวผิวหนังเริ่มรู้สึกแสบร้อน รู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานมาใกล้
อี้เฉินพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งระเบิดพลังกายาอักขระลอยแน่นขนัดสาระพังกาย เรียกหอกสีเลือดออกมากลิ่นอำมหิตพวยพุ่ง
บุกโจมตีโรมรันทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า
เสียง "ฆ่า" ดังอื้ออึง
แม้แต่จอมยุทธอัจฉริยะก็ไม่อาจต้านทานได้ปราณพลังอี้เฉินได้ เลือดไหลอาบนองเป็นสายธาร หัวหลุดร่วงกระเด็นกระดอน
อี้เฉินเองก็บาดเจ็บถึงพวกเขาจะถูกกดดันจากเขตแดนที่อี้เฉินสร้าง แต่ก็ไม่อาจต้านทานจอมยุทธอัจฉริยะหลายคนได้
อี้เฉินกระอักเลือดคำใหญ่แผลฉีกขาดเลือดไหลนอง จอมยุทธอัจฉริยะที่แปรงกายาเป็นงูอสรพิษคิดจะฝังเขี้ยวฆ่าอี้เฉินด้วยพิษให้ตายอย่างทรมาน ถูกอี้เฉินหมุนควงหอกออกไปขวางงูอสรพิษ
กระเด็นออกไปไกลเกล็ดหลุดร่วงไปหลาย10ชิ้น มันโมโหอย่างบ้าคลั่ง อยากจะสับอี้เฉินเป็นหมื่น ๆ ชิ้น
"เจ้าจะตายอยู่แล้วยังจะดิ้นรนอีก" พวกเขาต่างแสยะยิ้ม
พวกเขารวมตัวพุ่งทะยานไปพร้อมกันหมายมั่น เด็ดหัวอี้เฉินไปฉลองชัย แต่ฉันใดพวกเขาก็สะดุ้งผงะกับสิ่งที่อี้เฉินกระทำ
อี้เฉินสะบัดเลือดตัวเองรอบทิศ แล้วบังคับเลือดตัวเองให้แทงทะลุร่างของอีกฝ่ายถึงการโจมตีจะไม่รุนแรงถึงตาย
แต่ก็ทำให้เลือดเนื้ออีกฝ่ายฉีกขาด
"อ๊าก" เสียงร้องเจ็บปวดดังไปทั่วทิศ
อัจฉริยะต่างตกตะลึง ชายคนนี้ควบคุมปราณพลังลึกล้ำอย่างมากแม้แต่ควบคุมเลือดก็ยังสามารถทำได้
พวกเขาไม่ดูถูกอี้เฉินอีกต่อไป หากปล่อยอี้เฉินเติบโตอาจเป็นภัยคุกคามต่อแคว้นอรุณในภายภาคหน้า
จอมยุทธอัจฉริยะหลายๆ คนยังไม่ยอมแพ้บินทะยานหมายเด็ดหัวอี้เฉิน
ทิศที่อี้เฉินอยู่ดึงเหล่าจอมยุทธอัจฉริยะไว้หลายคนทำให้สงครามเริ่มกลับมาสูสีอีกครั้ง
จอมยุทธ์หลายคนแคว้นอรุณต่างโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง"เหตุใดยังฆ่าอี้เฉินไม่ได้ ซักที"
เขาหลายๆ คนเริ่มเสียเปรียบเมื่อไม่มีจอมยุทธอัจฉริยะคอยหนุนหลัง
อี้เฉินสำแดงวิชามังกรทะยานนภาไปยังจุดอับสายตาของจอมยุทธอัจฉริยะ
แทงหัวจอมยุทธอัจฉริยะ ขาดหายไป 2คนในพริบตา เลือดพุ่งสูงเสียดฟ้าย้อมนภา
พวกเขาเริ่มหวาดหวั่นถอยหนี ไม่คิดต่อสู้อีกต่อไปหากไม่รีบถอยหนีต้องสูญเสียจอมยุทธคนอื่นๆ จนหมดแน่
จอมยุทธอัจฉริยะ อยากจะฆ่าอี้เฉินที่บาดเจ็บหนักแต่เมื่อ
มองภาพรวมสงครามจอมยุทธคนอื่นๆ เมื่อไม่มีจอมยุทธอัจฉริยะหนุนหลัง กลับสู้ไม่ได้แตกพ่ายไปหลายคน
ไม่นานคำสั่งถอยทัพก็ประกาศขึ้น
จอมยุทธแคว้นพฤกษาโห่ร้องยินดีเป็นปีติ "ชายชราผู้พิทักษ์ช่วยเราไว้"
พวกเขาต่างสรรเสริญอี้เฉิน เหมือนอี้เฉินเป็นดั่งเทพสงครามในตอนนี้
"แบบนี้จะมีใครหยุดกลุ่มพวกเราได้แม้แต่จอมยุทธอัจฉริยะ ยังแตกพ่าย"