แสงแดดส่องกระทบกับม่านมุ้งสีดำ ผ้าบางเบาทึบแสงพลิ้วไหวตามแรงลมนำพาความหนาวเย็นจากหิมะด้านนอกเข้ามาในห้องด้วย ร่างสองร่างนอนเคียงข้างกัน เตียงซึ่งมีขนาดใหญ่ทำให้ไม่ต้องนอนเบียดกันเกินไป ทั้งสองร่างแทบจะนอนคนละฝั่งของเตียงนอน
เฟยหลงลืมตาขึ้นทันทีเมื่อถึงเวลาตื่นของเขา คล้ายร่างกายเคยชินกับ่เวลานี้แล้ว ดวงตานิลมองม่านมุ้งกะพริบตาหนึ่งครั้งเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับ่เวลาเช้ามืดของอีกวัน กลิ่นลูกท้อหอมหวานวนเวียนอยู่รอบตัวของเขา ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวด้านข้างซึ่งกำลังนอนหลับไม่รู้สึกตัวตื่นเลยแม้ตอนนี้จะสายมากแล้วก็ตาม
หญิงสาวในอาภรณ์สีขาวนอนหลับตาพริ้มพร้อมรอยยิ้มประดับมุมปาก อาภรณ์สีขาวหนาสามชั้น แม้ตอนแรกนางจะชอบบ่นว่าอึดอัดแต่เพราะถูกเขายืนกรานหนักแน่น นางจึงต้องนอนพร้อมกับสวมเสื้อคลุมตัวหนาด้วย การที่ต้องตื่นขึ้นมามองเห็นนางนอนข้างกายกลับกลายเป็ความเคยชินอีกอย่างหนึ่งของเขาเช่นกัน
ชายหนุ่มในวัย 17 ปีค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งก่อนจะข้ามร่างหญิงสาวออกไปด้านนอกม่านมุ้งแ่เบา หลังจากเขาสวมเสื้อคลุมสีดำอีกชั้นเสร็จแล้วก็ไม่อาจจะตัดใจเดินจากไปได้ ต้องหันมามองร่างสีขาวซึ่งกำลังนอนหลับอย่างสบายใจไม่รู้สึกตัวตื่นอีกครู่หนึ่ง
จังหวะการหายใจสม่ำเสมอ ร่างสีขาวเมื่ออยู่บนเตียงนอนสีดำและมีผ้าห่มสีดำทับอยู่ทำให้หญิงสาวดูโดดเด่นขึ้นมาจนกลายเป็ความแตกต่างภายในห้องนอนห้องนี้ เดิมทีอยากจะเดินหนีออกไปด้านนอกไม่สนใจนางอีก แต่เมื่อเห็นว่าอากาศด้านนอกมีหิมะกำลังตกจึงทำให้เฟยหลงถอนหายใจเล็กน้อยเดินกลับมาเอาผ้าห่มของตนเองคลุมร่างบางนั้นอีกชั้นหนึ่ง
“เฮ้อ” เสียงทุ้มถอนหายใจเมื่อคิดถึงการเริ่มต้นนอนเตียงเดียวกันของพวกเขา ตอนแรกเขาไม่ยอมจนกระทั่งทะเลาะกัน แต่หญิงสาวกลับบุกเข้ามานอนในห้องเดียวกันกับเขาทุกๆ คืน หากเขาไม่ยอมนางก็จะบอกเขาว่า
“คุณชายจะเขินอายทำไมเ้าคะ ไม่ใช่ชายหนุ่มสักหน่อย คุณชายยังเป็เด็กเท่านั้น ทำไมบ่าวจะนอนกับคุณชายไม่ได้” เสียงใสเถียงเขาทั้งที่ตอนนั้นเขาสูงเท่านางแล้ว แม้จะจำไม่ได้ว่านางอายุเท่าใด แต่เวลานั้นเขาในวัย 15 ปียังดูเป็ผู้ใหญ่กว่านางหลายส่วน
“คุณชายกลัวบ่าวเสียชื่อเสียงหรือเ้าคะ ไม่เห็นเป็ไรเลย บ่าวยังเคยได้ยินว่าเมื่อคุณชายในเมืองหลวงบางคนเติบใหญ่ยังต้องมีสาวใช้ไปนอนด้วยทุกจวน ท่านก็เป็คุณชายคนหนึ่ง บ่าวเป็สาวใช้ มีอะไรแตกต่างจากผู้อื่นอย่างนั้นหรือเ้าคะ” นางบอกเหตุผลของตัวเองด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ดวงตาดอกท้อจ้องมองเขาพร้อมบอกเหตุผลที่ตนเองไปแอบเรียนรู้มาจากจวนอื่นด้านนอก
เวลานั้นเขายังเด็กจึงคิดเพียงว่านางพูดมีเหตุผลเพราะเคยได้ยินว่าพระชายาเป็ห่วงซื่อจื่อเว่ยชีหลานผู้อยู่เมืองหลวงจึงส่งสาวใช้ข้างกายไปหาถึงสี่คน เขาเข้าใจว่าเป็การนอนร่วมเตียงเดียวกันเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปการนอนเตียงเดียวกันของนางและเขาจึงผ่านมาอีก 2 ปี จนตอนนี้เขากลายเป็ชายหนุ่มวัย 17 ปีแล้ว
นับจากนั้นทุกคืนหลังจากที่กินข้าวเสร็จพวกเขาจะนอนบนเตียงเดียวกันตลอดมาแต่ถึงจะนอนร่วมเตียงกัน ในทุกๆ คืนต่างฝ่ายต่างแยกกันอยู่คนละฝั่งของเตียงนอนเท่านั้น ดวงตาัจ้องมองใบหน้าหวานซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มไม่รู้สึกตัวตื่นทั้งที่สายมากแล้ว
มือหนาลูบแผลเป็บนหลังมือตัวเองเบาๆ พร้อมขมวดคิ้วมุ่น รอยแผลเป็บริเวณหลังมือคล้ายจางหายลงไปเล็กน้อย อาการเ็ปในทุกคืนของเขาคล้ายบรรเทาลงไปหลายส่วน แม้ตอนแรกจะไม่เข้าใจแต่เขาเริ่มรู้สึกตัวว่าทุกครั้งที่เขาเริ่มรู้สึกเ็ปร่างกาย นางจะตื่นขึ้นมาและกุมข้อมือของเขาไว้ ความเย็นสบายค่อยๆ ไหลอาบไปทั่วทั้งร่างกายจนไม่รู้สึกเ็ปเลยแม้แต่น้อย
นับจากวันนั้นเขาก็เริ่มสงสัยฐานะของสาวใช้ผู้นี้เสียแล้ว
ใบหน้าของนางไม่เปลี่ยนไปเลยแม้จะผ่านมาหลายปี นับั้แ่เขาเป็เด็กเพียง 10 ขวบ จนกระทั่งวันนี้เขาเติบโตเป็ชายหนุ่มอายุ 17 ปี ความสูงของเขาสูงกว่านางจนบางครั้งเวลาพูดคุยกันเขาต้องก้มหน้าคุยกับนางเพราะนางสูงเพียงแค่ระดับอกของเขาเท่านั้น
หญิงสาวยังคล้ายดรุณีน้อยวัยปักปิ่นเช่นเดิมเหมือนวันแรก ใบหน้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ซ้ำในทุกคืนทุกครั้งนางจะกุมมือเขาไว้แน่นจนอาการเ็ปหายไป เมื่อเทียบกับความทรงจำที่เลือนรางแต่เขาคล้ายรู้สึกว่าเขาจะรู้จักกับนางครั้งแรกในตอนที่ตนเองอายุ 10 ขวบไม่ใช่หรือ
เหมือนกับว่าความทรงจำของเขาถูกพลังบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป 7 ปีก่อนเขายังอายุน้อยจึงไม่สงสัยเื่ของนางมากนัก แต่เมื่อเติบใหญ่เขากลับเริ่มแยกแยะได้แล้วว่านางต่างจากคนทั่วไปหลายอย่าง
บางครั้งนางจะทำงานเพลินจนลืมกินข้าวหรือดื่มน้ำ แต่นางกลับไม่รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และมีความสามารถในการเยียวยารักษาอาการเ็ปจากรอยแผลเป็ของเขา เฟยหลงยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองเพราะรู้ตัวว่าเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้รอยแผลค่อยๆ จางลงไปหลายส่วนเพราะการกระทำปริศนาของสาวใช้
นางเป็ใครกันแน่
เฟยหลงซึ่งกำลังนั่งนิ่งเงียบอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาัมองเหม่อออกไปด้านนอก หิมะสีขาวปลิวโปรยลงมาจากฟากฟ้าสีเทาหม่น เวลาค่อยๆ เดินผ่าน ท่ามกลางความเงียบ เงาร่างของชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่ตำแหน่งเดิมไม่ขยับไหวติง ไม่รู้ว่าในใจของเขากำลังคิดเื่ว้าวุ่นเื่อะไรจึงทำให้คิ้วทั้งสองข้างขมวดลึกจนทำให้ใบหน้าเคร่งเครียด
เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นทำลายความเงียบของตอนเช้าพร้อมกับร่างในชุดกระโปรงสีขาวเดินออกมาจากห้องนอนด้านหลัง ส่งผลให้เฟยหลงหลุดจากภวังค์รีบหันหน้ามามองหญิงสาวทันที ป๋ายฮวาฉีกยิ้มกว้างก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาหาเขาโดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าฐานะของตัวเองใกล้จะโกหกต่อไปไม่ไหวแล้ว
“คุณชายไม่ได้ไปฝึกวรยุทธ์หรือเ้าคะ”
เฟยหลงเพียงส่ายหน้าช้าๆ ตอบคำถามของนางว่า “วันนี้หิมะตก” ทั้งที่สายตายังจ้องมองผมของหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา
คิ้วเข้มขมวดกันจนเป็ปมเมื่อเห็นปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาสงสัยในตัวนาง นับั้แ่ได้นอนเตียงเดียวกันทำให้เขารู้ว่าผมของนางจะเริ่มขาวในทุกๆ เดือน เดิมทีไม่รู้สึกผิดปกติแต่เมื่อนอนเคียงหมอนกันทำให้เขาได้กลิ่นสมุนไพรแปลกๆ ในทุกต้นเดือนมาจากเส้นผมของนาง
“ผมของเ้ากลายเป็สีขาวแล้ว” เขาบอกเสียงเรียบนิ่ง
ป๋ายฮวาชะงักค้างด้วยความใก่อนจะรีบลูบผมของตัวเองอย่างรวดเร็วตามคำพูดของเฟยหลง “ผมขาวงั้นหรือ นี่ยังไม่ถึงสิ้นเดือนเลยนะ” เสียงใสร้องและมองเส้นผมตัวเองที่เริ่มมีบางเส้นกลายเป็สีขาว
“เ้าเป็ใคร....” เฟยหลงถามเสียงเข้มเพราะไม่ว่าอย่างไรวันนี้เขาต้องรู้ให้ได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็ใครกันแน่ และ้าอะไรจากเขา ทำไมต้องวางแผนเข้าใกล้เขาเช่นนี้ด้วย นางอยู่เคียงข้างเขามา 7 ปีเพื่ออะไร
“ไม่ใช่ คุณชายอย่าเพิ่งเข้าใจผิดเ้าค่ะ บ่าวก็เป็นางกำนัลที่ตามคุณชายมาจากวังหลวงนะเ้าคะ” ป๋ายฮวารีบแก้ตัวเพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถให้เฟยหลงจับผิดนางได้เด็ดขาด
หากถูกเขาไล่ออกจากเรือนนางจะดูแลเขาอย่างไร แม้อาการเ็ปของเฟยหลงจะน้อยลงแต่นางก็ไม่กล้าทิ้งเขาไปอยู่ดีจนกว่าจะรักษารอยแผลเป็สายฟ้าหายไปจากเขาให้หมดเสียก่อน
เดิมทีคิดว่าใช้พลังเซียนรักษาจะทำให้เขาหายจากอาการเ็ปเท่านั้น แต่หลังจากนางรักษาเขามาสามปี รอยแผลเป็กลับเริ่มจางมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกนางพยายามถ่ายพลังเซียนของตัวเองเข้าร่างของเขา แต่กลับไม่สามารถช่วยลดรอยแผลเป็ได้เลยในทันที นางจึงรู้ว่ารอยแผลเป็และความเ็ปนี้จะต้องค่อยๆ รักษาไปเท่านั้น บางทีอาจจะใช้เวลาอีกสัก 10 ปีหรือ 20 ปี แผลเป็ของเขาน่าจะสามารถเลือนหายไปได้จนหมดสิ้นอย่างแน่นอน
“เ้าเป็ใครกันแน่” เฟยหลงถามอีกครั้งด้วยความไม่พอใจเพราะแม้เขาจะถามอย่างไร นางก็ไม่ยอมตอบคำถามของเขาเลย
“บ่าวเป็บ่าวรับใช้ที่ตามคุณชายมาจากในวังเ้าค่ะ” ป๋ายฮวายืนกรานคำเดิม ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องยืนยันคำตอบของตัวเองเช่นเดิม หากท่านสงสัยท่านก็หาหลักฐานมาแย้งข้าสิ ป๋ายฮวาคิดอย่างลำพองใจ
เฟยหลงขมวดคิ้วเข้ามาหากันเพราะนางรู้เื่ของเขาเป็อย่างดี แต่เขากลับไม่รู้เื่ของนางเลยแม้แต่น้อย เขารู้เพียงว่านางชื่อป๋ายเหนียง เป็นางกำนัลจากวังหลวงเท่านั้น แต่นอกจากนี้เขากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนางเลย
“งั้นหรือ แล้วเ้าจะอธิบายเื่ผมของจ้าอย่างไร” ในเมื่อไม่มีหลักฐานก็เหลือแค่เื่เส้นผมสีขาวของนางที่สามารถนำมาโต้เถียงได้
ป๋ายฮวาเม้มปากแน่นจนใบหน้าแดงก่ำ ลักยิ้มหนึ่งข้างบุ๋มลึกด้วยความไม่พอใจ เดิมทีคิดว่าจะสามารถโกหกต่อไปได้ หากเขาสามารถเป็แม่ทัพกลายเป็คนมีความสามารถ นางก็จะเร้นกายหนีหายไปไม่สนใจเขาแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าร่วมสนามรบเลย ตัวตนของนางก็แทบจะรักษาไว้ไม่อยู่
“ข้าแค่อายุมากขึ้น” ป๋ายฮวาบอกเสียงเบาเพราะคิดคำอธิบายอื่นไม่ออก เมื่อรีบร้อนอธิบายคำว่าบ่าวก็ถูกแทนที่ด้วย ‘ข้า ‘อย่างลืมตัว
เฟยหลงปรายตามองท่าทางของนางพร้อมยกยิ้มมุมปาก “งั้นหรือ แต่ใบหน้าของเ้าไม่เปลี่ยนมา 7 ปีแล้ว ั้แ่วันแรกจนถึงตอนนี้ เ้ายังมีใบหน้าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา กลับกลายเป็ว่าตอนนี้ข้าดูกลายเป็พี่ชายของเ้ามากกว่า”
ริมฝีปากบางอ้าแล้วหุบก่อนจะอ้าอีกครั้งพยายามหาคำอธิบายแต่เมื่อคิดไม่ออกจึงหุบปากและนิ่งเงียบตามเดิม ดวงหน้าเล็กก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างกำแน่น เพราะไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
นางไม่ใช่จิ้งจอกมายาเหมือนท่านยายเล็ก นอกจากนี้พลังเซียนของนางก็เป็ของเด็กน้อยวัยหกพันปีเท่านั้น จึงไม่มีพลังพอจะเปลี่ยนแปลงร่างกายตัวเองต่อหน้าคนอื่นได้ อย่างมากนางก็สามารถท่องคาถาแปลงร่างคืนร่างหงส์ได้ก็นับว่าตนเองมีความสามารถแล้ว หากรอนางอายุหมื่นปีบางทีอาจจะใช้วิชาแปลงกายได้ แต่ตอนนี้นางแปลงกายเป็แค่ร่างมนุษย์และร่างหงส์ขาวเท่านั้นนี่นา
ป๋ายฮวาเม้มปากแน่น ใบหน้าหวานก้มหน้าลงไม่ยอมเงยหน้าสบสายตาคาดคั้นของเขาด้วยความวุ่นวายใจเพราะไม่รู้จะหาคำโกหกไหนมาบอกเขาอีก
“ไม่ยอมรับอย่างนั้นหรือ นับจากวันนี้เป็ต้นไปข้าจะจับตาดูเ้าตลอดเวลา จะดูว่าหากวันหนึ่งผมของเ้าไม่ใช่สีดำแล้ว เ้าจะหาคำพูดไหนมาแก้ตัวได้อีก” เฟยหลงบอกเสียงเยียบเย็นก่อนจะเดินไปนั่งบนโต๊ะอาหาร ดวงตานิลจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา
ตอนนี้ป๋ายฮวาก้มหน้ามองพื้นจะร้องไห้อยู่แล้ว อีกไม่เกินสามวันก็จะสิ้นเดือน ผมของนางต้องกลายเป็สีขาวแน่นอน หากไม่ใช้สมุนไพรสีดำย้อม ฮือ ทำไมแม้แต่ใช้คาถาเปลี่ยนสีผมนางยังทำไม่เป็เลย
เดิมทีนางรู้สึกภูมิใจผมสีขาวตนเองด้วยซ้ำเพราะเป็หนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดดินแดน ทำให้ตอนที่นางยังเป็เด็กไม่มีความคิดจะเรียนคาถาเปลี่ยนสีผมเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับพี่ใหญ่ของนางซึ่งภูมิใจในผมสีแดงของตัวเองเช่นกัน
ตอนนี้เป็อย่างไรเล่า หากไม่ย้อมผมในทุกเดือน ผมทั้งหัวของนางต้องกลายเป็สีขาวอย่างแน่นอน
เฟยหลงเมื่อเห็นท่าทางว้าวุ่นของหญิงสาว ยิ่งทำให้มุมปากยกยิ้มด้วยความพอใจ สักวันเขาต้องรู้ให้ได้ว่านางเป็ใครกันแน่ และเข้าใกล้เขาเพื่ออะไร การไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวนางเลยทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา คล้ายรู้สึกว่าหากวันหนึ่งนางหายไปเขาก็ไม่รู้แล้วว่าโลกใบใหญ่ถึงเพียงนี้เขาต้องตามหานางจากที่ใด
ในใจมักจะรู้สึกเย็นเยียบทุกครั้งเมื่อคิดถึงเื่เหล่านี้
เขารู้สึกว่าสักวันนางจะต้องจากเขาไปแน่นอน .....
แล้วถึงวันนั้น เขาจะไปตามหานางได้จากที่ไหน