อำมรินทร์อยู่บ้านรู้สึกเบื่อๆ เลยอยากลองไปสำรวจในห้องทำงานของพ่อ เผื่อเขาจะฟื้นความทรงจำได้บ้าง เขาเลยลองค้นไปในลิ้นชักจนกระทั่งเห็นซองขาว พอลองเปิดซองกลับเห็นปึกรูปคู่ระหว่างภาณุมาศกับพงศ์ศักดิ์ “นี่หมายความว่ายังไงกันล่ะเนี่ย พวกเขาเป็แฟนกันมาก่อน หรือว่าคบชู้กันแน่นะ”
สักพักก็มีเสียงเคาะห้อง “ซินดี้เองค่ะ ไปทานอาหารเที่ยงกันเถอะนะคะ”
“ครับ ซินดี้ เดี๋ยวผมออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” อำมรินทร์ทำได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ
************************************************
พอเวลาสามทุ่ม ซินดี้ง่วงนอนมากเลยเข้าไปในนอนก่อน อำมรินทร์รู้สึกนอนไม่หลับ เลยไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน เพราะอยากคิดอะไรคนเดียวเงียบๆ แต่แล้วสักพักเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาที่สวนหลังบ้านเหมือนกัน เขาจึงหลบด้านหลังต้นไม้ใหญ่ เพื่อดูว่าเป็ใคร ใช่โจรผู้ร้ายหรือไม่ แต่พอมองไปแล้วกลับเห็นเป็ภาณุมาศภรรยาของเขาเอง ซึ่งตอนนี้เธอกำลังจะโทรไปหาใครสักคน
“สวัสดีค่ะคุณพงศ์ศักดิ์ มาถึงบ้านแล้วค่ะ ตอนนี้คุยได้สะดวกแล้ว คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ” ผกายฤกษ์กล่าว
“อ้อ คือว่าตอนนี้พรรณพรท้องได้หกเดือนแล้วครับ ผมอยากให้คุณไปช่วยเลือกเสื้อผ้าและอาหารบำรุงครรภ์ที่ห้างสรรพสินค้าให้หน่อย เจอกันห้างสิบโมงเช้าในพรุ่งนี้จะได้มั้ยครับ” พงศ์ศักดิ์บอกธุระ
“ได้ค่ะ พรุ่งนี้เป็วันหยุดพอดีเลย ฉันอาจจะไม่ค่อยสันทัดนักนะคะ แต่มีคนรู้จักน่าจะแนะนำได้ ให้ไปเจอกันที่ห้างสิบโมงเลยใช่มั้ยคะ”
“ใช่ครับ ขอบคุณมากจริงๆ มันเป็ท้องแรก ผมเลยห่วงเป็พิเศษครับ”
“แล้วค่อยเจอกันนะคะ สวัสดีค่ะ”
พออำมรินทร์รู้ว่าภาณุมาศคุยกับพงศ์ศักดิ์คนรักเก่า ก็ถึงกับโกรธมาก ไม่อาจทนฟังต่อไป เขาเลยขึ้นไปนอนที่ห้องทันที
ในขณะที่ผกายฤกษ์ก็รีบโทรไปบอกน้องสาวที่เพิ่งคลอดไม่นาน ให้มาเจอกันที่ห้างตอนสิบโมงด้วยเหมือนกัน เพราะอยากให้รัชนีกรช่วยพาพรรณพรเลือกเสื้อผ้าและแนะนำของบำรุงให้ อีกทั้งน้องสาวเป็พยาบาลยังไงก็ต้องชำนาญในการเลือกอาหารบำรุงได้ดีกว่าอยู่แล้ว
วันถัดมา เหตุการณ์ในบ้านอำมรินทร์ยังคงสงบแต่เข้าสู่บรรยากาศเดิมอีกแล้ว เพราะทั้งผกายฤกษ์กับอำมรินทร์อยู่แบบต่างคนต่างอยู่ ไม่สนใจกัน
ผกายฤกษ์รีบไปพบพงศ์ศักดิ์ที่ห้างตามเวลานัดหมาย โดยแนะนำนาลันทา ภรรยาคุณหมอชัยทศน์ให้พรรณพรและพงศ์ศักดิ์รู้จัก ในตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยให้คนอื่นรู้ว่าที่แท้นาลันทาก็คือรัชนีกรน้องสาวของผกายฤกษ์เอง
ผกายฤกษ์กับพงศ์ศักดิ์ไม่สันทัดในการเลือกซื้อของ เลยพากันมานั่งรอที่ร้านอาหารในห้างเพื่อคุยกันเื่สัพเพเหระ
ในขณะที่นาลันทาได้พาพรรณพรไปเลือกซื้อของ แต่ที่ผู้หญิงทั้งสองคนดูจะขัดใจก็ตรงที่พงศ์ศักดิ์ได้ให้บอดี้การ์ดติดตามหญิงสาวทั้งคู่ด้วย เพื่อความปลอดภัย แม้ว่าพรรณพรจะพยายามห้ามปรามแล้ว แต่พงศ์ศักดิ์ก็ไม่ยอมเพราะเป็ห่วงภรรยามาก
ผกายฤกษ์กับพงศ์ศักดิ์คุยกันถึงเื่ราวของภาณุวัฒน์ พ่อค้ายาเสพติดที่เพิ่งโดนจับไปและถูกตัดสินให้ปะาชีวิต และคุยถึงเื่นางแบบสายชลแฟนคุณอำนาจที่เพิ่งคลอดลูกชายไป แล้วจะเข้าพิธีแต่งงานกันในอีกไม่นาน เนื่องจากสายชลไม่อยากแต่งงานตอนท้องโต มันทำให้เธอดูไม่สวยในเวลาสวมชุดแต่งงาน พอคุยกันไปได้อีกสักพัก ก็มีเสียงทักของผู้ชายดังขึ้น
“ไม่ยักรู้ว่าภรรยาของผมจะต้องแอบมาทานข้าวกับผู้ชายอื่นถึงที่นี่เลยนะครับ” อำมรินทร์กล่าวอย่างโกรธๆ
ทั้งคู่หันไปตามเสียงทักนั้น ก็เห็นเป็อำมรินทร์มากับซินดี้
พงศ์ศักดิ์รู้สึกแปลกใจที่เห็นเพื่อนตัวเองผิดปกติไป คิดในใจว่า “ทำไมนายจำไม่ได้ว่า ฉันแต่งงานมีลูกแล้ว และทำไมนายพูดอะไรแปลกๆ แบบนั้น” แต่ก็พูดในเชิงสุภาพว่า “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ นายกำลังเข้าใจผิด” พอพูดจบก็ต้องใที่ผกายฤกษ์มาจับมือเชิงห้ามปรามไม่ให้พูดต่อ
ผกายฤกษ์หันมายิ้มให้อำมรินทร์กับซินดี้ และพูดว่า “คุณจะมาร่วมวงมั้ยล่ะคะ พวกเรากำลังคุยสนุกกันพอดี”
“ผมไม่ขัดจังหวะคุณหรอกครับ เชิญตามสบาย” อำมรินทร์โกรธจนหน้าแดง แทนที่จะพาซินดี้ไปเดินเลือกซื้อของต่อ เขากลับขอตัวกลับบ้านเลย อ้างว่าเริ่มปวดหัวไม่สบาย ซินดี้เลยยอมตามใจเขา
พอนาลันทาพาพรรณพรเลือกซื้อของเสร็จ ก็มาพบพงศ์ศักดิ์และผกายฤกษ์ที่ร้านอาหาร
แต่เพราะพงศ์ศักดิ์ยังสงสัยเื่อำมรินทร์ เลยรีบถามผกายฤกษ์ทันที “อำมรินทร์เขาเป็อะไรไปหรือเปล่าครับ ทำไมถึงดูแปลกๆ ไป และอีกอย่างอำมรินทร์เขาก็เลิกกับซินดี้ไปั้แ่เมื่อห้าปีที่แล้ว เหตุเพราะซินดี้นอกใจไปคบชายอื่นลับหลัง ทำไมเขาถึงกลับมาควงกันอีกล่ะครับ”
“เมื่อตอนที่พวกเราะโหน้าผาเพื่อหนีตาย ศีรษะของอำมรินทร์กระแทกก้อนหินค่ะ มีผลทำให้เขาสูญเสียความทรงจำในห้าปีที่ผ่านมา ดังนั้นความจำเขาจะหยุดถึงแค่เมื่อห้าที่แล้ว” ผกายฤกษ์เล่า
“อย่างนั้นก็แย่สิครับ ตอนนี้เขาก็จำคุณไม่ได้เสียด้วย อีกอย่างจากที่ดูสีหน้าเขา เขาต้องเข้าใจผิดเื่ระหว่างเราแน่ๆ เลย” พงศ์ศักดิ์เริ่มกังวล
“ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ คุณพงศ์ศักดิ์ ยังไงพวกเราก็ต้องแยกกันอยู่ดี ในเมื่อพี่มาศตายไปแล้ว การสมรสก็ถือเป็โมฆะอยู่แล้ว ฉันสามารถไปจากเขาเมื่อไหร่ก็ได้”
“แล้วคุณไม่ห่วงอำมรินทร์บ้างหรอครับ หากเขาจำได้เมื่อไหร่ และต้องเสียคุณไป เขาต้องปวดใจอย่างมากแน่ๆ”
“เท่าที่ดู อาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้นะคะ เอาล่ะค่ะ คุณไม่ต้องห่วงฉันนะคะ ฝากดูแลพรรณพรให้ดีด้วยค่ะ ลานะคะ”
************************************************
รัชนีกรในคราบนาลันทาเห็นพี่สาวผิดใจกับอำมรินทร์ก็รู้สึกเป็ห่วง
“พี่ไม่เห็นใจพี่อำมรินทร์เขาหรอคะ ที่เขาเป็อย่างนี้ก็เพราะเขาป่วยจำไม่ได้จริงๆ เขาไม่ได้มีเจตนาลืมพี่และนอกใจพี่เลยนะคะ” รัชนีกรกล่าว
“พี่จะทำอะไรได้ล่ะรัช ในเมื่อตอนนี้เขาจำพี่ไม่ได้ และเขาก็เกลียดพี่มากเสียด้วย ดีไม่ดีเขาอาจจะจำพี่ไม่ได้ตลอดชีวิตของเขาเลยก็ได้ พี่จำเป็ต้องอยู่แบบทรมานอย่างนี้ต่อไปด้วยหรอ" ผกายฤกษ์กล่าว
“งั้นก็แล้วแต่พี่ตัดสินใจเถอะค่ะ ว่าแต่พี่ลาออกจากการเป็ตำรวจแล้วนี่ ก็เท่ากับว่าพี่ตกงานแล้วไม่ใช่หรอคะ”
“ไม่ยากหรอกรัช เดี๋ยวพี่อาจจะสมัครเป็บอดี้การ์ดก็ได้ ไม่ต้องกังวลแทนพี่หรอกนะ ดูแลหลานของพี่ให้ดีก็แล้วกัน”
“แหมพี่ ก็ห่วงแต่หลานสาวคนเดียว น้องนุ่งเนี่ยไม่ห่วงแล้วสินะ”
“ก็ต้องห่วงสิ แต่เห็นคุณหมอและพ่อของนาลันทาดูแลรัชดีซะขนาดนี้ มันก็หายห่วงแล้วล่ะ”
“จะว่าไป รัชต้องรีบกลับแล้วค่ะ วันนี้พ่อของนาลันทามาเยี่ยมหลาน”
“งั้นรีบไปเถอะ เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้วล่ะ”