การออกล่าในวันแรกสิ้นสุดลงใน่เย็นของวัน ตะกร้าที่เคยว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยผลไม้ป่าและสมุนไพรนา ๆ พันธุ์
เนี่ยลู่ซือและชิงอีแบกสัตว์ที่ล่ามาไว้บนบ่า ก่อนที่จะเดินนำชาวบ้านกลับไปยังหมู่บ้าน โดยมีทหารทั้งสิบคอยคุ้มกันอยู่ทั้งด้านข้างและหลัง
"น...นี่มัน"
ทันทีที่พวกนางก้าวเข้ามาภายในหมู่บ้าน ผู้คนมากมายที่มองมาก็อยู่ในอาการใ ไม่เว้นแม้กระทั่งหัวหน้าหมู่บ้าน
"ท่านให้คนมาช่วยกันแยกส่วนเนื้อสัตว์เหล่านี้หน่อยได้หรือไม่ พวกข้าขอกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์สักครู่"
"ขอรับ ได้ขอรับ "
หลังจากที่สตรีทั้งสองแยกตัวออกมา หัวหน้าหมู่บ้านพร้อมกับชาวบ้านอีกหลายสิบคนก็ได้ช่วยกันแยกชิ้นส่วนสัตว์ตรงหน้า
"ท่านแม่กลับมาแล้ววว"
เสียงเล็ก ๆ ของเสี่ยวหลงดังขึ้น ก่อนที่เขาจะวิ่งไปหาผู้เป็มารดาด้วยความคิดถึง
"ท่านพี่ยินดีต้อนรับกลับขอรับ"
"คุณหนูเหนื่อยหรือไม่เ้าคะ "
เนี่ยลู่ซือมองคนที่มารอต้อนรับตนเองด้วยรอยยิ้ม ในชีวิตก่อนของนางแม้จะมีเหล่าศิษย์มากมาย แต่เพราะพวกเขาเคารพนางมากเกินไป การที่จะกล้าเผชิญหน้าและกล่าวทักทายนางด้วยรอยยิ้มเช่นนี้จึงแทบจะไม่มีให้เห็น และเพราะเป็เช่นนั้น การที่นางได้รับความรัก ความใกล้ชิดมากขนาดนี้จึงทำให้นางรู้สึกดีไม่น้อย
แต่ในใจลึก ๆ ของนางกลับมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า มันเป็เพียงสิ่งที่นางขโมยมาจากเนี่ยลู่ซือตัวจริงก็เท่านั้น...
"คุณหนูเป็อะไรหรือเ้าคะ สีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีนัก"
เสียงที่แสนอ่อนโยนของแม่นมหลี่ ทำให้เนี่ยลู่ซือหลุดจากภวังค์ นางกล่าวปฏิเสธก่อนที่จะขอแยกตัวไปชำระร่างกาย
แม้ตัวของนางจะกล่าวปฏิเสธแต่ใช่ว่าผู้อื่นจะััความรู้สึกของนางไม่ได้ นับั้แ่อดีตแม้ตัวนางจะได้ชื่อว่าเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เป็ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดได้รับการเคารพนับถือจากผู้คนมากมาย แต่นางนิสัยบางอย่างที่แก้ไม่หาย นั่นก็คือเมื่อใดที่นางตกอยู่ในห้วงความรู้สึก ใบหน้าของนางจะแสดงออกอย่างชัดเจน
แต่เพราะกลไกในร่างกายของนางป้องกันตนเอง หากไม่ใช่คนสนิทหรือคนที่ไว้ใจ นิสัยนี้ของนางจะถูกเก็บไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ทำให้นอกจากศิษย์เอกไม่กี่คน ก็มีเพียงคนทั้งสี่เท่านั้นที่ได้เห็นด้านนี้ของนาง
หลังจากที่เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทุกคนก็ไดมารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้านเพื่อมารอรับเสบียงและเครื่องนุ่งห่ม
"คนในหมู่บ้านมีอยู่กี่คนหรือเ้าคะ"
เนี่ยลู่ซือเอ่ยถามขึ้น หลังจากได้เห็นชาวบ้านมากมายเดินทางมายังสถานที่นัดหมาย
"ประมาณสองร้อยยี่สิบคนขอรับ แต่มีผู้ที่ป่วยหนักและแก่ชราที่ไม่สามารถมารับของได้อีกกว่ายี่สิบคน "
"เช่นนั้นท่านก็แยกส่วนของพวกเขาเอาไว้ด้วยล่ะ ส่วนผู้ที่ป่วยหนัก หลังจากแจกจ่ายทุกอย่างเรียบร้อย ท่านช่วยนำทางให้ข้าที"
"ท่านจะไปทำไมหรือขอรับ" หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ข้าพอมีวิชาแพทย์ติดตัว เลยอยากลองตรวจสอบอาการพวกเขาดู หากช่วยได้ข้าก็จะช่วย"
สิ้นคำกล่าวของลู่ซือ ทุกคนที่ได้ยินต่างก็มองมาที่นางราวกับว่ามีเทพเซียนบน์มาโปรด
การแจกจ่ายเสบียงเป็ไปด้วยความเรียบร้อย ชาวบ้านทั้งหลายให้ความร่วมมือเป็อย่างดี อีกทั้งยังมีความเป็ระเบียบไม่น้อย
ก่อนที่นางจะเดินทางมายังหมู่บ้านแห่งนี้ นางเตรียมใจรับมือกับความวุ่นวายไว้ไม่น้อย แต่เมื่อได้มาัักับชาวบ้านที่นี่จริง ๆ แล้ว นางรู้สึกดีกับพวกเขาไม่น้อย บางทีอาจจะมากพอที่อยากจะให้ครอบคุ้มครองและหากพึงใจมากพอ นางอยากจะให้พวกเขาเป็ผู้ใต้อาณัติของนางเสียด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่นางสามารถตัดสินใจได้ในทันที อีกทั้งนางยังต้องได้รับคำยินยอมจากตัวพวกเขาก่อนด้วย
"ถึงแล้วขอรับ "
หลังจากแจกจ่ายทุกอย่างเสร็จแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านก็ได้นำทางนางมายังบ้านของผู้ป่วยคนแรก
ทันทีที่นางก้าวเข้ามาภายในอาณาเขตของตัวบ้าน ความรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างก็คล้ายจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น
"นายหญิง..."
"ข้ารู้แล้ว"
ชิงอีที่อยู่ไม่ไกลคล้ายกับััถึงพลังบางอย่างได้ นางหันไปหาผู้เป็นายและคล้ายจะเอ่ยบางสิ่งออกมา แต่ถูกผู้เป็นายหยุดเอาไว้เสียก่อน
ภายในบ้านหลังเล็กทรุดโทรม มีร่างของสตรีผอมแห้งผู้หนึ่งนอนอยู่บนเตียงไม้หลังเก่า ิัที่ขาวซีด แขนขาที่เล็กเสียจนมองเห็นกระดูก ดูเหมือนคนที่อดอาหารมาเป็เวลานาน มากกว่าผู้ที่ล้มป่วยด้วยโรคร้ายเสียอีก
"แค่ก ๆ ท่านหัวหน้าหมู่บ้านหรือเ้าคะ...แล้วอีกห้าคนคือใครกัน"
ผู้ที่อยู่บนเตียงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาของนางไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมา แต่กลับสามารถระบุจำนวนผู้ที่เข้ามาใหม่ได้อย่างแม่นยำ
"เสี่ยวฮวา พวกเขาคือคนที่มาช่วยหมู่บ้านขอเรา อีกทั้งยังตั้งใจจะมาช่วยดูอาการป่วยของเ้า "
"ท่านก็รู้ว่าสิ่งที่ข้าเป็มันไม่ใช่อาการป่าย...แต่เป็คำสาป...แค่ก ๆ "
"ค..คือว่า ม..ไม่ใช่ขอรับ ไม่ใช่..คือ"
หัวหน้าหมู่บ้านหันมาเอ่ยกับนางด้วยท่าทางตะกุกตะกัก คล้ายจะเอ่ยปฏิเสธในสิ่งที่หญิงสาวได้กล่าวเมื่อครู่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหาคำใดมากล่าวได้
"ข้าขอตรวจนางสักหน่อย หากท่านมีอะไรจะพูดก็ให้พูดภายหลังจากที่ข้ารักษานางเสร็จเถิดเ้าค่ะ "
หลังจากที่ลงมือตรวจหาสาเหตุ ในที่สุดแล้วนางก็ได้รับคำยืนยันในสิ่งที่ตนสงสัยเมื่อก่อนหน้านี้"
'ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่เวลาผ่านไปนับพันปีทายาทของพวกเขายังคงดำรงอยู่'
เนี่ยลู่ซือหันไปยิ้มให้สตรีตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยออกมา
"ข้ามีวิธีรักษานางเ้าค่ะ แต่ข้าอยากที่จะยืนยันอะไรบางอย่างเสียก่อน "
"อะไรหรือขอรับ"
"หมู่บ้านของท่าน สืบเชื้อสายมาจากสำนักเนตร์ใช่หรือไม่เ้าคะ"
"ท่าน...ท่านรู้ได้อย่างไร!!!"
ท่าทางที่แสดงออกมาของหัวหน้าหมู่บ้าน ยืนยันทุกอย่างได้เป็อย่างดี
"ท่านไม่ต้องกลัวข้าหรอกเ้าค่ะ กล่าวกันตามจริงนอกจากข้าแล้ว ไม่มีผู้อื่นที่รู้เื่นี้แล้ว"
จากที่ในคราแรกที่ถอยห่าง เขาเริ่มกลับมายืนอยู่จุดเดิมอีกครั้ง ก่อนที่จะชั่งใจเล็กน้อย และเริ่มเล่าทุกอย่างให้พวกนางฟัง
"เป็อย่างที่ท่านได้กล่าวมาขอรับ ที่จริงแล้วข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด แต่ตามบันทึกของบรรพบุรุษของพวกเรา เคยมีการเล่าถึงสำนักเนตร์ไว้ขอรับ บันทึกนี้ได้เขียนนันทึกเื่ราวเมื่อราวหนึ่งพันปีก่อน บันทึกเกี่ยวกับความรุ่งเื่ของเหลาผู้ฝึกตนในยุคนั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะแปลเปลี่ยนไปหลังจากที่เ้าสำนักพฤกษา์ได้จากไป
เหล่าผู้ที่จิตใจมีแต้กิเลสได้คิดทำการใหญ่ พวกมันหวาดกลัวผู้ที่อยู่เหนือตนและได้ทำการวางแผนกำจัดสำนักต่าง ๆ ที่เห็นต่างไปจากพวกมัน ซึ่งสำนักเนตร์เองก็ได้ตกเป็เหยื่อของพวกมันเช่นเดียวกัน
ศิษย์ในสำนักกว่าพันคนถูกสังหารจนเกือบสิ้น เหลือเพียงผู้เหลือรอดไม่กี่สิบคนและเมื่อรวมกับศิษย์ที่อยู่ด้านนอก แล้วก็มีไม่ถึงห้าสิบคน
เพราะ้าให้ผู้สืบทอดสำนักยังคงอยู่ บรรพบุรุษของพวกเราในครานั้นจึงได้หลบหนีเข้ามาภายในป่าและย้ายถิ่นฐานมาจนปัจจุบัน
แต่พวกข้าเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดพลังที่ได้รับสืบทอดมากลับทำให้คนในหมู่บ้านมีอาการเช่นนี้ จนหลายร้อยปีมานี้พวกเขาได้เปลี่ยนคำเรียกมัน เป็คำสาปของบรรพบุรุษแทน "
หลังจากที่ได้ฟังเื่ราวทุกอย่างแล้ว เนี่ยลู่ซือก็รู้สึกปวดใจไม่น้อย เื่ทุกอย่างเกิดขึ้นหลังจากที่นางตายไปแทบจะทันที ราวกับว่าคนพวกนั้นรอเวลานี้มาเป็เวลานานแล้ว เมื่อสบโอกาสคนพวกนั้นกลับ...
"ทั้งที่ข้าคิดว่าตนเองทำทุกอย่างได้ดีแล้วแท้ ๆ ทั้งที่เคยคิดว่าอนาคตข้างหน้ามันต้องดีกว่าในอดีตแท้ ๆ ..."
เนี่ยลู่ซือเอ่ยอย่างแ่เบา น้ำเสียงของนางแสดงออกถึงความเศร้าไว้อย่างชัดเจน ความรู้สึกของนางเริ่มดำดิ่ง คิดโทษว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพราะตนเองจัดการคนชั่วเ่าั้ไม่ดีเอง
"ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของท่านนะเ้าคะ แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเื่เมื่อหนึ่งพันปีก่อนเกิดอะไรขึ้นบ้าง และมันเกี่ยวอะไรกับท่าน แต่ข้ามั่นใจว่าท่านไม่ได้เป็คนทำให้สิ่งเลวร้ายนี้เกิดขึ้นแน่"
นางหันไปมองสตรีตรงหน้า คำพูดทั้งหมดที่ถูกเอ่ยมาทำให้นางได้สติอีกครั้ง
'นั่นสินะ การที่นางมามัวแต่โทษตนเองเช่นนี้ก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น อย่างไรก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ เช่นนั้นนางจะทำทุกอย่างให้ดี เพื่อให้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลังเช่นตอนนี้อีก'
"ขอบใจเ้ามาก ข้าขอถามอะไรอีกสักข้อ ท่านพอจะรู้เื่เกี่ยวกับสำนักพฤกษา์หรือไม่ หลังจากการกวาดล้างในครั้งนั้นพวกเขาเป็เช่นไรบ้าง "
นางเอ่ยถามหัวหน้าหมู่บ้านด้วยด้วยความหวัง
"ตามบันทึกคาดว่าน่าจะมีผู้าเ็และเสียชีวิตไม่น้อย แต่หลังจากที่สำนักเนตร์ถูกโจมตี พวกเราก็ไม่มีข้อมูลของสำนักอื่นอีกเลยขอรับ"
"เช่นนั้นหรือ ถ้าเป็เช่นนั้นก็ดีแล้ว หากยังมีผู้ที่เหลือรอดอยู่ก็ดีแล้ว"
เนี่ยลู่ซือกล่าวออกมา ใบหน้าของนางมีรอยยิ้มประดับเอาไว้
'ไม่แน่ว่าผู้สืบทอดของเหล่าศิษย์ในสำนัก อาจจะยังมีชีวิตกันอยู่ หากไม่ใช่ศูนย์ก็ยังมีความหวัง'
เมื่อสติกลับคืนมา นางก็ได้เอ่ยเื่พลังของสำนักเนตร์ให้กับหัวหน้าหมู่บ้านได้ฟัง
ในอดีตสำนักเนตร์ถือเป็สำนักใหญ่ที่รองลงมาจากสำนักของนาง ความสามารถของพวกเขาค่อนข้างโดดเด่นเหนือผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ
ดวงตาที่แสนวิเศษราวกับ์ประทาน สายตาที่มองเห็นในความมืดได้ไกลกว่าสองลี้ าั้งยีงมองเห็นจุดอ่อนของผู้ที่อยู่ต่ำกว่าได้อย่างชัดเจน คือสิ่งที่สืบทอดกันมาภายในสำนัก
อีกทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายที่มีถือเป็จุดแข็งที่สำนักอื่นยากที่จะเทียบเคียง
แต่เพราะความสามารถที่มากเกินไป ทำให้พวกเขาจะต้องดูดซับพลังปราณมหาศาลอยู่ตลอด ทรัพย์ยาการที่ใช้ในแต่ละเดือนจึงมากมายมหาศาลตามไปด้วย
ซึ่งในอดีตจุดอ่อนเพียงจุดเดียวนี้ แทบไม่สามารถเรียกว่าเป็จุดอ่อนได้ เพราะพลังปราณนั้นมีอยู่มากมาย อีกทั้งภายในสำนักเองก็มีทรัพยากรเหล่านี้อยู่อย่างไม่จำกัด
แต่ใครจะคิดว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น สำนักที่ยิ่งใหญ่จะตกต่ำได้ถึงเพียงนี้ ถึงขนาดที่หากปล่อยไว้อีกไม่กี่ปี เหลาลูกหลานที่สืบทอดพลังโดยตรงนี้อาจจะตายเลย
"เช่นนั้นพวกเขาต้องตายหรือขอรับ..."
"ข้าบอกแล้วว่าข้ามีวิธีรักษาพวกเขา แต่ข้ามีข้อแม้บางอย่าง"
"ข้อแม้อะไรหรือเ้าคะ...แค่ก ๆ !!"
สตรีผู้นอนอยู่บนเตียงไม่หลังเก่าเอ่ยถามขึ้น
"ข้าจะช่วยรักษาพวกเ้าทั้งยังช่วยฟื้นฟูสำนักอีกครั้ง หากพวกเ้าเต็มใจที่จะมาอยู่ใต้อาณัติของขา"
แม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้วหากพวกเขาปฏิเสธนางก็ยังคล่รักษาพวกเขาอยู่ดี
"ข้าตกลงเ้าค่ะ" หญิงสาวตอบรับอย่างหนักแน่น
"อืม...เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถอะ"
นางยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่จะเริ่มลงมือรักษาในทันที
*****