ณเมืองไลท์แลนด์
เมืองศูนย์กลางทางธุรกิจหรือ Business Center City ของประเทศคอสมอสเป็เมืองที่ถือได้ว่ามีความเจริญมากที่สุดในประเทศถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เมืองหลวงก็ตาม อีกทั้งยังมีระดับความเจริญติดอันดับTOP 3 ของโลก จนองค์กรเศรษฐศาสตร์และการปกครองโลก หรือ WEOต้องยกให้เป็ 1 ใน 3 เมืองที่เป็ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่สำคัญของโลก
เมืองไลท์แลนด์เป็เมืองที่เป็ที่ตั้งขององค์กรที่สำคัญทางการเงินและทางธุรกิจอยู่เป็จำนวนมากอีกทั้งยังเป็เมืองที่มีอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี ไม่ว่าจะเป็ธุรกิจในรูปแบบของบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือธุรกิจในรูปแบบของ SME รวมถึงธุรกิจที่มีความร่ำรวยติดอันดับโลกหลายธุรกิจก็ตั้งอยู่ที่เมืองนี้เช่นเดียวกันกับบริษัท JDS Innovationบริษัทผลิตเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยติดอันดับต้นๆ ของโลก
ณ บริษัท JDS Innovation
หน้าห้องผู้บริหารของบริษัทJDS Innovation พบร่างของชายหนุ่มแต่งตัวดูภูมิฐานคนหนึ่งกำลังนั่งจดจ่ออยู่กับGPS ของบริษัท Food Delivery ที่เป็พาร์ทเนอร์กับJDS Innovation บนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวสนอกสนใจได้มากกว่าเอกสารงานที่วางกองพะเนินอยู่ตรงหน้านั้นก็คงจะมีเพียงแค่ปลานึ่งมะนาวหม้อไฟที่เ้าตัวพึ่งจะได้รับจากการสุ่มแจกในไลฟ์สตรีมของสตรีมเมอร์หน้าใหม่มาแรงที่กำลังเป็ที่นิยมอยู่ในขณะนี้
“ลุกซ์ คุณกำลังทำอะไรอยู่”
“เย้ย!บอส! ใหมดเลยครับผมหัวใจวายตายได้เลยนะเนี่ย”
ลุกซ์คาร์เตอร์ สะดุ้งจนตัวโยนเมื่อจู่ๆบอสของเขาก็โผล่มาจากทางด้านหลังแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง ทำให้เขาใจนเกือบจะตกจากเก้าอี้ทำงานและเกือบจะทำโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือร่วงอีกด้วย
“ผมเห็นจากกล้องวงจรปิดว่าคุณเอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์มาเป็ชั่วโมงๆแล้ว คราวนี้คุณสั่งอะไรมาอีกล่ะ คุณสั่งของให้มาส่งที่บริษัทเราแทบจะทุกวันอยู่แล้วนะลุกซ์”
เสียงนุ่มทุ้มฟังแล้วชวนให้เกิดความรู้สึกเย็นสงบเอ่ยขึ้นเพื่อถามเลขาคนสนิทที่เขาเห็นว่าเอาแต่นั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มาเป็ชั่วโมงๆแล้ว
“รอบนี้ไม่เหมือนรอบก่อนๆนะครับบอส ของที่ผมจะได้ในวันนี้เป็ของเกรดเอพลัสระดับพรีเมี่ยมที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้แน่นอนครับ”
“มันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ขนาดนั้นเลยแหละครับบอสถ้าบอสไม่เชื่อเดี๋ยวรอดูพร้อมกันได้เลยตอนของมาส่งผมมั่นใจว่าบอสต้องตะลึงในความพรีเมี่ยมของมันแน่นอนครับ”
เลขาหนุ่มวัย27 ปีพูดขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางประกอบอย่างโอเวอร์แอคติ้งด้วยความกลัวว่าเ้านายของตนจะไม่เชื่อ
“เอาเถอะๆ ผมเชื่อคุณแล้วๆ แต่ไม่ล่ะ เดี๋ยวผมจะกลับเข้าไปทำงานแล้วยังมีเื่ให้ต้องสะสางอีกเยอะ คุณเองก็อย่ามัวแต่เพลินอยู่กับของพรีเมี่ยมที่ว่านั่นจนลืมทำงานเอาซะล่ะ”
“รับทราบครับบอส”
ร่างสูงกำยำรูปร่างสมส่วนราวกับนายแบบพยักหน้ารับคำของเลขาส่วนตัวก่อนที่จะเดินไปผลักประตูห้องทำงานของตนเพื่อกลับเข้าไปทำงานตามที่บอกไปก่อนหน้านี้
ณ เมืองบลูแลนด์
เข้าสู่วันที่ 4 ที่เร็นได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ตอนนี้ความสมบูรณ์ของบ้านถือว่าใกล้จะครบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว จะเหลือก็แค่สวนหลังบ้านที่ยังไม่ได้เอาดินและพันธุ์ดอกไม้ต้นไม้ไปลง
วันนี้เร็นจึงคิดที่จะหยุดการไลฟ์สตรีมเพื่อไปหาซื้ออุปกรณ์ทำสวนและพันธุ์ดอกไม้ต้นไม้เพื่อเอามาปลูกที่สวนหลังบ้านรวมถึงไปทำเื่ย้ายทะเบียนบ้านเข้าบ้านใหม่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเด็กหนุ่มได้ทำการโพสบอกผู้ติดตามบนหน้าเพจเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้จะหยุดไลฟ์หนึ่งวัน
รับสายด้วย ! รับสายด้วย ! รับสายด้วย !
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขัดจังหวะเร็นที่กำลังนั่งลิสต์รายการของที่้าจะซื้อทั้งหมดในวันนี้ลงบนสมุดโน้ตอยู่อย่างตั้งใจในห้องนั่งเล่นมือเรียวสวยวางปากกาลงก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครโทรมา แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเมื่อชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นเป็ชื่อของเพื่อนจอมลวงโลกของเขา
เพื่อนคนนี้เป็คนที่เร็นเคยคิดว่าเป็หนึ่งในคนที่จริงใจกับเขามากที่สุดั้แ่ตอนที่เรียนด้วยกันใน่มัธยมปลายเขาในชาติที่แล้วไร้เดียงสาจนดูไม่ออกว่าความหวังดีที่อีกฝ่ายหยิบยื่นมาให้นั้นเป็ความหวังดีจอมปลอมเพื่อนคนนี้มักจะคอยยุยงให้เขาทำอะไรแปลกๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนในครอบครัวเรย์มิงตันอยู่เสมอๆหนึ่งในนั้นคือการที่บอกให้เขาพยายามเลียนแบบมาร์ตี้ที่เป็ที่รักของคนในครอบครัวในทุกๆเื่ ไม่ว่าจะเป็รสนิยมการแต่งตัว อาหารที่ชอบ สีที่ชอบหรือแม้แต่กระทั่งท่าทางการเดินและจริตเวลาพูด ซึ่งเร็นในเวลานั้นได้ปฏิบัติตามคำแนะนำจอมปลอมเหล่านี้อย่างเชื่อฟังเพราะคิดง่ายๆว่าถ้าหากเขาเป็เหมือนมาร์ตี้คนในครอบครัวอาจจะหันมาสนใจเขาบ้างก็เป็ได้
และแน่นอนว่าหลังจากที่เร็นได้ทำการเลียนแบบมาร์ตี้ตามคำแนะนำของเพื่อนคนนี้ไปผลที่ได้รับกลับมาคือเขาโดนคนในครอบครัวและคนรอบข้างรังเกียจมากขึ้นกว่าเดิมเพราะเข้าใจกันไปเองว่าเด็กหนุ่มอิจฉามาร์ตี้มากจนถึงขั้นพยายามที่จะลอกเลียนแบบมาร์ตี้ไปเสียทุกอย่างจนดูน่าขันทั้งๆ ที่ตัวเร็นในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย เด็กหนุ่มคิดเพียงแค่ว่าอยากที่จะได้รับความรักความเอาใจใส่จากคนในครอบครัวบ้างก็เท่านั้นเอง
ไม่เพียงเท่านั้นในชาติที่แล้วเร็นยังเคยมอบเงินที่แม่บุญธรรมให้ไว้กับเขาแก่เพื่อนคนนี้ไปครึ่งหนึ่งหลังจากที่อีกฝ่ายมาเดินมาบอกกับเขาทั้งน้ำตาว่าแม่ป่วยหนักต้องใช้เงินจำนวนมากรักษาและไม่รู้จะหันไปพึ่งใครจึงอยากจะรบกวนขอยืมเงินจากเขาเพื่อเอาไปรักษาแม่หน่อย ตัวเร็นในตอนนั้นไม่กล้าที่จะไปรบกวนตระกูลเรย์มิงตันจึงตัดสินใจนำเงินของแม่บุญธรรมออกมาให้ยืมแต่ก็ต้องมารู้ความจริงในภายหลังว่าเพื่อนตัวดีคนนี้โกหก! แถมเงินที่เคยให้ไปก็ไม่มีท่าทีว่าจะคืน รวมถึงยังเอาเื่ของเขาไปพูดลับหลังจนสนุกปากอีกด้วย
ไม่พูดพร่ำทำเพลงเพื่อให้เป็การเสียเวลาเร็นรีบกดตัดสายก่อนจะเพิ่มชื่อของ โนอาร์ นอร์แมน เข้าไปในบัญชีแบล็คลิสต์ทันทีนี่เขาลืมไปได้อย่างไรเนี่ย!ว่าต้องบล็อกเบอร์ของคนที่ไม่จริงใจพวกนั้นออกไปทั้งหมด! แต่ถ้าทำแบบนั้นมันจะเป็การเสียเวลามากจนเกินไปเพราะคนที่มีเบอร์โทรศัพท์เบอร์ปัจจุบันเขานั้นล้วนแล้วแต่เป็คนที่ไม่จริงใจทั้งสิ้นเพราะงั้นสู้เปลี่ยนเป็เบอร์ใหม่ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ เมื่อคิดได้ดังนั้นเร็นจึงลิสต์ซิมโทรศัพท์ใหม่ เพิ่มในรายการที่ต้องซื้อในวันนี้ลงไปบนสมุดโน้ตทันที
หลังจากลิสต์รายการที่ต้องซื้อในวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วเร็นก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังตลาดรวมพันธุ์พืชนานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลกที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองทันที เนื่องจากวันนี้เป็วันหยุดการจราจรจึงค่อนข้างจะติดขัดมากกว่าวันปกติ ทำให้เร็นต้องใช้เวลาในการเดินทางนานถึง1 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย
เมื่อเดินทางมาถึงตลาดเร็นก็มุ่งหน้าไปที่ร้านจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทำสวนและปุ๋ยก่อนเป็อันดับแรก สิ่งที่เด็กหนุ่ม้าซื้อประกอบด้วยจอบพลั่ว เสียม สายยาง บัวรดน้ำ ส้อมพรวน ช้อนปลูก กรรไกรตัดแต่งกิ่ง และปุ๋ยชีวภาพและเมื่อได้ทุกอย่างครบตามที่้า เร็นก็ทำเื่ชำระเงินค่าของกับทางร้านพร้อมกับติดต่อให้ทางร้านนำของที่ซื้อไปทั้งหมดให้ไปส่งให้ที่บ้านก่อนที่จะชำระเงินค่าขนส่งเพิ่มเติม
เร็นเดินออกจากร้านจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทำสวนและปุ๋ยเพื่อไปยังร้านเป้าหมายถัดไปนั่นก็คือร้านจัดจำหน่ายพันธุ์ดอกไม้และพันธุ์พืช เมล็ดพันธุ์ดอกไม้และพืชที่เขา้าซื้อไปปลูกในวันนี้ประกอบด้วยดอกกุหลาบสีชมพูดอกเจอราเนียมสีแดง ดอกมะลิ ดอกลาเวนเดอร์ ดอกดาวเรือง ดอกกระดังงา เมล็ดพันธุ์ส้มBitter Orange และเมล็ดพันธุ์แอปเปิ้ลแดง
เร็นเดินตรงไปชำระเงินที่เคาท์เตอร์แคชเชียร์หลังจากที่ได้พันธุ์ดอกไม้และพืชครบตามที่้าเมื่อชำระเงินเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินออกมาจากร้านพร้อมกับถุงเมล็ดพันธุ์ดอกไม้และพืชในมือหลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็เดินดูของในตลาดๆ เล็กๆ น้อยๆก่อนจะเดินกลับที่รถเพื่อเดินทางไปที่หมายถัดไป
ใช่แล้วที่หมายถัดไปของเร็นคือห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่เป็คู่แข่งกับห้างสรรพสินค้าของครอบครัวเรย์มิงตันนั่นเอง เป็ความโชคดีของเขาที่เมืองบลูแลนด์มีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งตั้งอยู่ทำให้เขาไม่จำเป็ต้องไปเหยียบที่ห้างของครอบครัวนั้นอีก
เร็นเดินตรงเข้าไปที่ศูนย์ให้บริการของเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อที่จะซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่ใช้เวลาไม่นาน เด็กหนุ่มก็ได้เบอร์โทรศัพท์ใหม่มาสมใจ มือเรียวสวยรีบถอดซิมเก่าออกมาก่อนที่จะโยนทิ้งลงถังขยะไปหลังจากนั้นก็หยิบซิมใหม่ขึ้นมาใส่เข้าไปแทนที่ทันที
‘แค่นี้ก็เรียบร้อย! ต่อไปนี้อย่าได้มารบกวนกันอีกเลย’
เร็นคิดอย่างพึงพอใจพร้อมกับยิ้มกว้างออกมาก่อนจะเดินตรงไปยังโซนจำหน่ายวัตถุดิบทำอาหารและของสด เพื่อซื้อวัตถุดิบและของสดติดไม้ติดมือกลับบ้านสำหรับทำอาหารกินเองและไลฟ์สตรีมครั้งถัดไป
ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเร็นก็ได้ของครบตามที่้าหลังจากชำระเงินเรียบร้อย เร็นก็เดินกลับไปที่รถแล้วขับออกจากห้างไปทันที เป้าหมายต่อไปของเด็กหนุ่มคือเดินทางต่อไปยังสำนักงานเขตเพื่อทำเื่ย้ายทะเบียนบ้าน
โชคดีที่เมื่อเด็กหนุ่มเดินทางมาถึงสำนักงานเขตคิวของคนที่มาทำเื่ย้ายทะเบียนบ้านยังมีไม่เยอะดังนั้นเขาจึงทำเื่เสร็จได้ไวเท่ากับว่าตอนนี้ชื่อของเร็นได้ย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านใหม่เป็ที่เรียบร้อยแล้วเร็นถือสมุดทะเบียนบ้านอันใหม่ที่พึ่งได้รับมาพร้อมกับระบายยิ้มออกมาบางๆ
‘เท่ากับตอนนี้เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับบ้านหลังนั้นแล้ว’
เร็นคิดพร้อมกับมองสมุดที่กำลังถืออยู่ในมืออย่างพึงพอใจ
เมื่อทำธุระที่้าจะทำทั้งหมดในวันนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยด้วยดีเด็กหนุ่มเ้าของใบหน้าฟ้าประทานก็ขับรถกลับบ้านด้วยความอารมณ์ดี แต่ในระหว่างที่เขากำลังขับรถกลับบ้านอยู่นั้นสายตาดันเหลือบไปเห็นสวนสาธารณะที่เมื่อก่อนเขาชอบมานั่งพักผ่อนและทำจิตใจให้สงบอยู่บ่อยๆเวลาที่ทะเลาะกับคนในครอบครัวเรย์มิงตัน
เร็นจึงอดไม่ได้ที่จะขับรถแวะเข้าไปเพื่อไปนั่งพักผ่อนไหนๆ วันนี้เขาก็ไม่ได้ไลฟ์สตรีมอยู่แล้ว อีกทั้งยังพอมีเวลาเหลืออยู่อีกพอสมควรกว่าจะถึงเวลาที่ร้านจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทำสวนและปุ๋ยจะไปส่งของที่บ้านแวะนั่งพักสักหน่อยคงจะไม่เป็ไร
เร็นเดินเข้าไปนั่งพักตรงเก้าอี้ตัวที่เขาชอบนั่งเป็ประจำพร้อมกับมองทิวทัศน์ของสวนสาธารณะตรงหน้าอย่างผ่อนคลาย แต่่เวลาแห่งความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นานเพราะตอนที่เร็นกำลังนั่งคิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อย ๆ อยู่นั้น หูเ้ากรรมดันไปได้ยินเสียงของคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุด!
เร็นเหลือบตามองไปยังต้นทางของเสียงเล็กน้อยก่อนที่จะเห็นร่างของคนสองคนที่อยู่ในชุดออกกำลังกายกำลังเดินมาทางที่เขานั่งอยู่สองคนนั้นเป็หนึ่งในกลุ่มคนที่เขาไม่อยากเจอมากที่สุด ซึ่งสองคนที่ว่านั่นก็คือ ลูเธอร์อาร์ก ว่าที่คู่หมั้นที่ในอดีตเขาเคยคลั่งไคล้มากจนทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน กับอีกคนคือฟิน ฟินเนอเร่ เพื่อนสนิทที่ปากไม่มีหูรูดของลูเธอร์นั่นเอง
เร็นเบนสายตากลับมาโฟกัสที่ทิวทัศน์ของสวนสาธารณะตามเดิมก่อนที่จะดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวและหยิบหมวกที่เอามาด้วยขึ้นมาสวมทับลงไปอีกที เพื่ออำพรางตัวไม่ให้สองคนนั้นจำเขาได้
“นี่ลูเธอร์นายรู้เื่ที่ว่าที่คู่หมั้นของนายทำให้มาร์ตี้ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือยังนิสัยเอาแต่ใจและขี้อิจฉาของหมอนั่น กี่ปีกี่ปีผ่านไปก็ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ”
“ตัวฉันเองไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวมาร์ตี้หรอกนะแต่ก็อดรำคาญเ้าหมอนั่นไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมอนั่นกลั่นแกล้งมาร์ตี้และครั้งนี้หมอนั่นก็เกินไปจริงๆ ที่แกล้งมาร์ตี้จนเข้าโรงพยาบาลแบบนี้”
เสียงของฟินดังขึ้นเรื่อยๆตามระยะห่างที่ค่อยๆ แคบลงระหว่างเร็นและสองคนนั้น เร็นที่ได้ยินที่ฟินพูดไปเมื่อสักครู่ใต้แต่ลอบกลอกตาไปมา
‘ฉันเนี่ยนะที่กลั่นแกล้งมาร์ตี้ เหอะ! จะมีก็แต่เ้านั่นมากกว่าที่ชอบสร้างสถานการณ์ให้คนอื่นเข้าใจฉันผิด’
“นายเลิกสนใจเื่ของเขาเถอะ เขาจะทำอะไรกับใครมันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับฉันขอแค่ไม่เข้ามาสร้างความรำคาญให้กันก็พอ”
เสียงเนิบนาบของลูเธอร์ตอบกลับฟินไปอย่างเหนื่อยหน่าย
“เอ แต่จะว่าไปนี่ก็ผ่านมาเป็อาทิตย์แล้วนะที่ฉันไม่เห็นเ้านั่นมาวอแวนายแบบที่ผ่านมาเลยหรือว่าจะโดนครอบครัว เรย์มิงตันกักบริเวณอยู่”
“ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันไม่สนใจดีซะอีกที่ไม่มาก่อความวุ่นวายให้กัน ชีวิตฉันจะได้สงบสุขขึ้น”
เร็นกรอกตาไปมาอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของคนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยชอบมาก
‘ตอนนั้นฉันคิดน้อยไปต่างหากถึงได้ตามวอแวนายแบบนั้น’
เร็นนึกย้อนไปถึงตัวเองในชาติก่อนที่ตามติดลูเธอร์แจเพื่อที่จะเอาอกเอาใจและแสดงความเป็เ้าของในตัวว่าที่คู่หมั้นคนนี้ลูเธอร์จัดได้ว่าเป็ชายหนุ่มในฝันของสาวๆ และหนุ่มๆ หลายๆคน รวมถึงเขาในอดีตด้วยเช่นเดียวกันลูเธอร์มีหน้าตาที่หล่อจัดในแบบที่สามารถไปเป็ดาราได้สบายๆ แถมยังเป็ลูกคนชายโตของตระกูลอาร์กตระกูลที่ร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อีกทั้งยังมีการศึกษาที่ดีมากมาั้แ่เด็กซึ่งลูเธอร์มักจะเป็ที่หนึ่งของสายชั้นั้แ่ตอนที่เรียนประถมจนถึงมัธยมปลาย
พอเข้ามหาวิทยาลัยลูเธอร์ก็ยังคงครองความเป็ที่หนึ่งเอาไว้ได้อยู่ ทั้งการสอบเข้าคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยสปริงตันด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของประเทศและมีผลการเรียนที่เป็ที่หนึ่งของคณะในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็ตัวเต็งของคนที่จะได้รับเกียรตินิยมเหรียญทองตอนเรียบจบ ไม่เพียงเท่านั้นลูเธอร์ยังได้เป็รับการคัดเลือกให้เป็เดือนมหาวิทยาลัยจากคนทั้งมหาวิทยาลัยอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็ชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบมากๆ คนหนึ่ง
ตัวเร็นในชาติที่แล้วหลงคิดไปเองว่าตัวเขานั้นโชคดีที่มีว่าที่คู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบแบบนี้เลยพยายามที่จะเอาอกเอาใจอีกฝ่าย พยายามทำทุกอย่างเพื่ออีกฝ่ายถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะรำคาญเขามากแค่ไหนก็ตาม เขาทนทำแบบนั้นอยู่หลายปีเพราะโลกสวยปลอบใจตัวเองซ้ำๆ ว่า ไม่เป็ไร ยังไงสุดท้ายเราสองคนก็ต้องแต่งงานกันนายทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ เดี๋ยว ลูเธอร์ก็ใจอ่อนเอง แต่จนแล้วจนรอดลูเธอร์ก็ไม่เคยหันมาสนใจเขาั้แ่ที่รู้จักกันจนกระทั่งเขาเสียชีวิตจากโลกนี้ไป
และพอมาคิดดูดีดีตัวเขากับหมอนั่นคงสถานะเป็แค่‘ว่าที่’ คู่หมั้นต่อกันจวบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตเพราะฝั่งของตระกูลอาร์กได้ยื่นข้อเสนอมาว่าตราบใดที่เร็นยังไม่สามารถทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันหรือยังไม่สามารถทำอะไรที่สร้างชื่อเสียงได้ในระดับประเทศจะไม่ยอมจัดงานหมั้นแบบจริงจังให้ ซึ่งแน่นอนว่าเร็นในชาติที่แล้วทำไม่ได้จริงๆเพราะพอจะทำอะไรได้สำเร็จสักอย่างเขามักจะเจอกับอุปสรรคที่คอยเข้ามาขัดขวางอยู่เสมอๆ
‘เหอะ! มันก็แค่ข้ออ้างที่หมอนั่นหยิบยกขึ้นมาเพื่อไม่้าที่จะหมั้นกับเราดีดีนั่นแหละเพราะหมอนั่นรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงซะตัวเราในตอนนั้นก็ไม่มีทางทำตามข้อเสนอได้แน่นอน’
‘เรามันโง่เองที่เคยไปรักคนที่ไม่ได้เห็นค่าเรายันวินาทีสุดท้ายของชีวิตแบบนั้น พอกันทีต่อจากนี้ขอให้ทางเดินของเราเป็เส้นขนาน อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลยเถอะ ลูเธอร์อาร์ก’
เร็นคิดในใจก่อนจะเหลือบไปมองร่างของชายหนุ่มสองคนที่กำลังเดินห่างเขาไปเรื่อยๆ
เร็นรีบลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปที่รถด้วยความกลัวว่าสองคนนั้นจะเดินย้อนกลับมา วันนี้เขามีความสุขได้ไม่สุดจริงๆไหนเทพเ้าแมวส้มโชกุนบอกว่าก้อนแห่งความโชคร้ายได้เคลื่อนออกไปจากดวงชะตาของเขาแล้วไงทำไมเขายังโชคร้ายมาเจอคนที่ไม่อยากเจอแบบนี้อีก
เร็นเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งอย่างหงุดหงิดก่อนจะขับรถกลับบ้านไปทันทีและเมื่อเขากลับถึงบ้านอุปกรณ์ทำสวนและปุ๋ยก็มาส่งที่บ้านเข้าพอดี
“เอาล่ะมีกิจกรรมให้ทำให้หายหงุดหงิดแล้ว”
เร็นพูดพร้อมกับนำอุปกรณ์ทำสวนทั้งหมดรวมถึงเมล็ดพันธุ์พืชพันธุ์ดอกไม้และปุ๋ยไปไว้ตรงสวนหลังบ้านก่อนจะนำวัตถุดิบทำอาหารและของสดเข้าไปเก็บในครัว และทำอาหารง่ายๆ อย่างสเต๊กปลากินเพราะเขาถือคติกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก่อนจะลงแรงทำอะไรสักอย่าง ท้องต้องอิ่มก่อน
---------------------------------
่ไรท์เตอร์ทอล์ค : พวกมารผจญพวกแกมาเอาไร !!ตอนเดียวโผล่มาตั้ง3 ตัว
มี๊หัวจะปวดแทนน้องเร็นจริงๆค้า เดี๋ยวส่งเทพเ้าแมวส้มโชกุนไปจัดการเลย