"มันคือรังของตัวต่ออย่างนั้นหรือ?"เทียนฉินอุทานออกมาอย่างแปลกใจ
ทันทีที่เขาค้นพบรังสีน้ำตาลเข้มนี้ เทียนฉินพลันเริ่มระมัดระวังตัวก่อนเป็นอย่างแรก จากนั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหวไปทางต้นไม้นั้นอย่างช้าๆ หากสามารถทำลายมันได้เลยก็อาจช่วยให้เขารอดจากอันตรายได้
แต่การตัดสินใจครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นดาบสองคม หากไม่ทันระวังจนตัวต่อที่อาศัยอยู่ภายในรู้ตัวก็อาจจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บได้ เพราะพิษของเข็มที่หางของตัวต่อพวกนี้แม้จะไม่สามารถทำร้ายคนให้ถึงตายได้ แต่เมื่อต้องเจอกับตัวต่อจำนวนมากแล้ว พิษร้ายแรงของมันก็ไม่อาจจะมองข้ามได้เลย
ในขณะที่เดินเข้าไปใกล้เขากำลังชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสียที่จะเกิดขึ้น พลันส่งกระแสจิตออกไปตรวจสอบอย่างระมัดระวังเต็มที่ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของชีวิตและความตายและไม่มีที่ว่างให้สำหรับความประมาทเลย แต่ทันใดนั้นเองเมื่อเขาได้เข้ามาในระยะสายตาที่มองได้เห็นถนัดตา ตัวต่อหลายสิบตัวก็ได้บินออกมาจากรังของมันทันที
"พวกมันคือต่อหยกราตรี!"
หลงยู่หมิงอุทานขึ้นมาอย่างแปลกใจเมื่อได้เห็นตัวต่อหลายตัวบินออกมาจากรัง จากนั้นจึงรีบอธิบายให้เทียนฉินได้รู้เกี่ยวกับฤทธิ์เดชของต่อหยกราตรีพวกนี้ทันที เพื่อที่เขาจะได้รับมือกับพวกมันได้ง่ายขึ้น
เทียนฉินได้ฟังจนเข้าใจก็พยักหน้าตอบรับพลางจ้องมองต่อหยกราตรีที่บินออกมา พร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีจัดการพวกมัน ขนาดตัวของต่อหยกราตรีพวกนี้มีขนาดเท่าไข่ไก่ ลำตัวสีดำของมันตัดสลับไปด้วยเส้นคาดสีแดง ปีกทั้งสองข้างโปร่งใสราวกับกระจกกระพือบินวนไปมาคล้ายกับกำลังค้นหาผู้บุกรุก และทันใดนั้นมันก็หันมาทางเทียนฉินพร้อมกับบินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของเทียนฉินเปลี่ยนไปทันที จากนั้นจึงรีบถอยหนีออกมาโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าเขาโจมตีพวกมันตอนนี้เกรงว่าพลังของเขาจะไปกระทบเข้ากับรังของพวกมัน จนทำให้ตัวต่อที่อยู่ด้านในพากันกรูออกมาทั้งหมดก็เป็นได้ และจากการประเมินของเขาในรังนี้มีจะต้องมีตัวต่อหยกราตรีมากถึงห้าหรือหกร้อยตัวแน่ และที่สำคัญจะต้องมีนางพญาต่อหยกราตรีที่ยังไม่รู้ว่ามันจะทรงพลังขนาดไหนกัน
และเมื่อถอยห่างมาในระยะปลอดภัยแล้ว เทียนฉินจึงวาดดาบออกไปด้วยกระบวนท่าพยัคฆ์คลั่งทันที คลื่นดาบที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุลมหมุนพัดเข้าใส่ฝูงต่อหยกราตรีจนกระเด็นปลิวออกไป และมีตัวต่อบางตัวก็ถูกคลื่นดาบซัดเข้าโดยตรงจนร่วงตายในทันที แต่ทว่าฝูงต่อที่เหลือกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรเลย รีบบินกลับไปหาเทียนฉินอย่างเร็วราวกับว่าไม่รู้จักความตาย
แต่ครั้งนี้เทียนฉินไม่คิดจะลองเชิงอีกแล้ว วาดออกด้วยกระบวนท่าคลื่นมายาพร้อมผสานกับเพลิงอัคนีเข้าใส่อย่างไม่ปราณี
ฟู่!
คลื่นดาบแปดเล่มที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงลุกโชนสว่างไสวไปทั่วบริเวณ ครั้นเมื่อยามมันกระทบกับตัวต่อเหล่านั้นก็ลุกพรึ่บเผาไหม้พวกมันในพริบตา ส่งกลิ่นหอมของเนื้อย่างโชยลอยออกมาจนน้ำลายสอ
เทียนฉินแสยะยิ้มออกมามุมปาก พลางระเบิดพลังปราณออกมาเต็มที่ จากนั้นจึงวาดดาบออกไปอีกครั้งทันที ฝนดาบมากมายแผ่ไอเย็นของเพลิงหิมะออกมาราวกับว่าเข้าสู่ฤดูหนาว ดาบแต่ละเล่มขาวใสราวกับหิมะร่วงหล่นใส่รังต่อหยกราตรีเล่มแล้วเล่มเล่าจนขาวโพลนไปหมด
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ตัวต่อที่อยู่ในรังก็รีบพากันบินออกมาจากปากรูอย่างโกรธแค้นที่ถูกรุกราน แต่ทันทีที่มันบินออกมาก็ถูกคลื่นไอเย็นของเพลิงหิมะเข้าปกคลุมจนแข็งตายไม่หรือรอดเลยสักตัว
และเมื่อผ่านมาได้เพียงชั่วอึดใจเดียว รังของตัวต่อหยกราตรีก็ถูกปกคลุมไปด้วยเกร็ดหิมะจนมิด เทียนฉินจึงเดินเข้าไปใกล้รังต่อหยกราตรีพลางส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบดู เมื่อแน่ใจแล้วว่าพวกมันตายกันหมดแล้ว เขาจึงไม่รอช้าใช้ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ตัดกิ่งไม้เพื่อเอารังของมันลงมาด้านล่างทันที
จากการบอกเล่าของหลงยู่หมิงที่ได้กล่าวไว้ว่า ตัวอ่อนของตัวต่อหยกราตรีนี้มีประโยชน์กับเขามาก เพราะไม่ใช่เพียงแต่มันมีรสชาติที่อร่อยเท่านั้น แต่มันยังช่วยให้เส้นลมปราณของเขาขยายใหญ่ขึ้น ทำให้การซึบซับพลังต่างๆเข้ามาในร่างกายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เทียนฉินจึงจัดการค่อยๆผ่ารังของมันออก และทันทีที่เขาผ่ารังของมันออกมาเป็นชั้นๆ ก็พลันเห็นตัวอ่อนสีขาวราวกับน้ำนมอัดแน่นเต็มอยู่เต็มไปหมด เขาจึงไม่รอช้าขับเคลื่อนพลังปราณดูดกลืนพวกมันทั้งหมดเข้ามาในปาก จากนั้นจึงนั่งลงเพื่อย่อยพลังงานที่ได้มาด้วยความตื่นเต้น
"ยังไม่พอให้ข้าได้เลื่อนระดับอีกหรือนี่?"
ผ่านไปเพียงไม่นาน เทียนฉินลืมตาพร้อมกับพึมพำออกมาอย่างเสียดาย ที่ตนเองไม่อาจจะก้าวเลื่อนระดับไปได้อีกขั้นหนึ่ง แต่เขาสัมผัสได้อยู่ว่าโอกาสที่จะเลื่อนระดับได้นั้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแล้ว จากนั้นจึงลุกขึ้นก้าวเดินไปยังสะพานที่ทอดยาวลงมาทันที
หลังจากที่ขึ้นมาอยู่บนชั้นที่แปด พลันก็มีเสียงดังแว่วเข้ามาในหูของเทียนฉิน แม้ว่าเสียงจะเบาแต่เขาก็ตื่นตัวทันที เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของลมที่พัดใบไม้ แต่เหมือนกับมีบางสิ่งที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามาใกล้ เทียนฉินรีบส่งกระแสจิตพลางจ้องเขม็งไปทางต้นเสียงนั้นทันที ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถมองเห็นภาพในเวลากลางคืนได้ชัดเจนนัก แต่มันก็เพียงพอให้มองเห็นความเคลื่อนไหวในคืนที่มืดมิดเช่นนี้ได้
และสิ่งที่เขามองเห็นนั้นก็คือ สัตว์อสูรขนาดใหญ่ทั้งตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำ ดวงตาของมันเปล่งประกายแสงสีแดงออกมาดูน่ากลัวในตอนกลางคืน และที่สำคัญลำตัวของมันที่ยาวจนมองไม่เห็นหางนั้นกลับมีขาสี่ขาค่อยๆก้าวเดินมาทางเขา เทียนฉินพลันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่เคยเห็นสัตว์อสูรที่แปลกประหลาดเช่นนี้
เทียนฉินกระชับดาบในมือแน่น เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังของสัตว์อสูรตัวนี้ ว่ามันจะต้องมีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นสูงแน่ แต่เขาไม่ได้หวาดหวั่นนักอีกทั้งยังมั่นใจว่าสามารถเอาชนะมันได้แน่ จึงได้เริ่มขับเคลื่อนคลื่นพลังให้ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว และเปลวเพลิงอันทรงพลังก็แผ่กระจายออกมาทางด้านหลัง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นมังกรทั้งสี่ตัว พลางจ้องมองอย่างไปที่สัตว์อสูรที่คืบคลานเข้ามา
สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายงูดูเหมือนจะรู้สึกถึงพลังที่อยู่ข้างหน้าเขา ก็หยุดชะงักพลันยกหัวขึ้นเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างของมันที่จ้องมองมาก็ยิ่งแดงกล่ำ เทียนฉินเห็นดังนั้นก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าและวาดดาบออกไปโจมตีทันที
ถึงแม้สัตว์อสูรตัวนี้มีร่างกายใหญ่โตแต่ความเร็วของมันนั้นเร็วจนหลือเชื่อ เพราะทันทีที่มังกรทั้งสี่ตัวพุ่งเข้าโจมตี ร่างของสัตว์อสูรตัวนั้นก็หายไปจากตำแหน่งเดิม ทว่าเรื่องความเร็วของเทียนฉินก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ในขณะที่สัตว์อสูรเคลื่อนตัวหลบการโจมตี ร่างของเขาก็พริ้วตัวเข้ามาหามันพร้อมกับวาดดาบเข้าใส่เต็มแรง
ตู้ม!
สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายงูถูกคลื่นดาบกระแทกเต็มที่ พร้อมกับท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชน ร่างมหึมาของสัตว์อสูรตัวนี้ก็กระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่ด้านหลังจนเกิดเสียงดังกึกก้อง
"หืม! ทำไมเกล็ดของมันถึงได้หนาขนาดนี้กัน?"
เมื่อเห็นสัตว์อสูรบิดตัวไปมาเทียนฉินก็แปลกใจเล็กน้อย แม้ว่าการโจมตีของเขาจะไม่ได้ใช้พลังออกมาจนหมด แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บได้แน่ ทว่าสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายงูตัวนี้กลับไม่มีร่องรอยบาดแผลตรงไหนเลย
และทันใดนั้นเองก็มีเสียงเหยียบใบไม้แห้งดังขึ้นรอบๆ ก่อนจะปรากฎดวงตาสีแดงหลายคู่ขึ้นมาราวกับโคมไฟในยามค่ำคืน กลิ่นอายอันแปลกประหลาดที่อยู่รอบๆพลันตลบอบอวลเข้มข้นขึ้น เทียนฉินกวาดสายตามองดูก็ได้เห็นสัตว์อสูรมากกว่าห้าตัวอยู่รายล้อมเขา
สีหน้าของเทียนฉินกลายเป็นเคร่งขรึม เขารู้สึกว่าสัตว์อสูรเหล่านี้มีระดับพลังไม่ต่างไปจากตัวแรกเลย จากนั้นจึงขับเคลื่อนพลังออกมาเต็มที่ก่อนจะพุ่งเข้าไปในกลุ่มของพวกมัน พร้อมกับระเบิดพลังฟาดฟันเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว และด้วยท่าร่างที่ว่องไวของเขารวมถึงกระบวนท่าหลากหลายชนิด สัตว์อสูรเหล่านั้นถูกเทียนฉินโจมตีเข้าไปอย่างต่อเนื่อง บางครั้งถึงแม้พวกมันจะตอบโต้กลับมาบ้
าง แต่กลับไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆให้กับเขานัก
จบตอนที่ 152