(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 85 ถูกจับได้

    ​

     บทที่ 85

    ถูกจับได้

     

     

    อย่างน้อยเรื่องราวเคร่งเครียดก็ลดทอนไปหลายส่วน ประตูแห่งแดนเหนืออย่างรัสเซลได้รับทราบตัวการที่คอยชักใยจากวินเดลและลองอีริสแล้ว หลังจากนี้คงต้องมีการตรวจเข้มมากขึ้น น่าเสียดายที่หลักฐานในครั้งนี้ไม่อาจนำมาใช้เป็นพยานเพื่อเอาความกับอีกฝ่ายได้ การหายตัวไปของกลุ่มคนสร้างปัญหาจึงถูกหลงลืมไปด้วยกาลเวลา

     

    วันนี้เป็นอีกวันที่ข้ารับใช้รู้สึกประหลาดใจเมื่อเจ้านายของตนเริ่มแต่งตัวอย่างรวดเร็วและเก็บงานทุกอย่างไว้ชั่วคราว...

    คิทกำลังเร่งรีบออกจากห้องทำงานของตนเพื่อไปขึ้นรถม้าที่ข้ารับใช้เตรียมไว้ เขาเป็นเช่นนี้เพราะกลุ่มการค้าบอราลได้เดินทางมาถึงแล้ว ในใจจึงตื่นเต้นที่จะรับสินค้าซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ของดินแดนตามที่เขาฝากฝัง

     

    ป้ามาธิลด้าที่มาพร้อมกับลุงอาร์ทิสก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

     

    “ไง...” อาร์ทิสยิ้มกว้างเมื่อเห็นเด็กน้อยคนเก่าที่เปลี่ยนไปมาก “โตขึ้นเยอะเลยนะ หล่อจนข้าจำแทบไม่ได้ทีเดียว”

    “เรดวู้ดยินดีต้อนรับครับ การเดินทางราบรื่นไหมครับ”

    “ราบรื่นและยอดเยี่ยมมาก ป้าก็นึกว่าเดินทางมาผิดที่เสียอีก ตั้งแต่เข้ารัสเซลมาก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในต่างอาณาจักรเลยล่ะ ฮะ ๆ ๆ ...” แม่ค้าสูงวัยผู้ใจดีรู้สึกโล่งอกที่การเดินทางอันยาวนานของปีนี้สิ้นสุดลงเสียที พวกเธอมีแผนจะเปิดสาขาที่เรดวู้ดจึงต้องมีคนส่วนหนึ่งย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ และเพราะสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับท่านลอร์ดหนุ่ม อาคารสำหรับทำการค้าขายกลางเมืองจึงถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ เหลือเพียงสมาชิกของกลุ่มบอราลที่จะต้องขนของเข้าไปเพื่อเปิดกิจการเท่านั้น

    “ข้ามีของฝากที่เจ้าน่าจะชอบด้วยนะ มันเป็นพืชที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เจ้าบรรยายเอาไว้มากเลย... เรน่า หยิบถุงตัวอย่างมาให้ท่านชายชมหน่อยเร็ว”

     

    ไม่นานนักสาวใช้คนเก่งของกลุ่มการค้าบอราลก็หยิบถุงผ้าหยาบที่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มานำเสนอ ภายในมีฝักธัญพืชที่คิทคุ้นตายิ่งนัก แต่มันออกจะบิดเบี้ยวมีเมล็ดหลากสีและน่าเกลียดไปหน่อย

     

    “ข้าต้องติดต่อผ่านกลุ่มการค้าถึงสามกลุ่มเชียวนา กว่าจะเจอพวกมันที่สุดขอบทางใต้ของอินเซนเดีย มันไม่ได้เรียกว่าคอร์น (ข้าวโพด) แบบที่เจ้ากล่าวไว้ แต่คนในท้องถิ่นเรียกว่าอะไรนะ... แมส? แมช?”

    “คนในท้องถิ่นเรียกมันว่า เมซ (Maize) ค่ะ ปลูกกันอย่างแพร่หลายทีเดียว เห็นว่าทนแล้งได้ดีมาก แม้ว่าจะมีเมล็ดที่แข็งไปเสียหน่อย...” มาธิลด้าอธิบายต่อเมื่อสหายของตนจำไม่ได้ “ด้านนอกยังมีไก่เนื้อ แล้วก็นกกระทาที่เจ้าตามหาด้วยนะ เห็นว่าตัวเล็กนิดเดียวแต่ออกไข่กันเก่งเชียว...”

     

    มาธิลด้ายังอธิบายเพิ่มเติมพร้อมกับเดินนำขบวนตรวจสอบของขวัญที่พิเศษและยอดเยี่ยมในสายตาของคิทมาก นอกจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีพันธุ์ส้มและมะนาวหายากจากต่างแดน พร้อมเมล็ดพันธุ์สมุนไพรชนิดต่าง ๆ ที่รวบรวมมาตลอดปีอีกด้วย

    ท่านลอร์ดที่เดินชมด้วยรอยยิ้มอย่างปิดไว้ไม่มิด ทำให้สายตาสอดส่องของพ่อค้ากลุ่มอื่นพร้อมชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา เจ้านายของเมืองนี้ไม่ได้ชอบของมีค่าอย่างทองคำและเพชรพลอย แต่กลับชอบของประหลาดจากต่างแดนมากกว่า พวกเขาจึงเกิดความคิดเริ่มวางแผนจัดหาของกำนัลมากมายที่ยังไม่มีในดินแดนนี้เพื่อนำพวกมันมามอบให้กับลอร์ดเดวิด

    เผื่อจะได้รับการอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น

    คิทจับมือขอบคุณอาร์ทิสและมาธิลด้า พร้อมกับตกลงราคาที่เหมาะสมสำหรับสินค้าพวกนี้ทันที ทว่ากลุ่มบอราลไม่อาจรับเหรียญทองคำพวกนั้นเอาไว้ได้...

     

    “ของพวกนี้ เป็นค่าตอบแทนสำหรับอาคารที่เจ้าจัดหาไว้ให้พวกเราอย่างไรเล่า เมืองแห่งนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในดินแดนเชียวนะ นอกจากจะเป็นสวรรค์ของผู้คนทั่วไปแล้ว ยังเป็นสวรรค์สำหรับพ่อค้าแม่ขายอย่างเราด้วย ต่อให้มีเงินมากมายแค่ไหนก็จับจองสถานที่ทำการค้าที่เจ้าเตรียมไว้ให้พวกเราไม่ได้หรอก”

    “แต่... ของพวกนี้มันมากเกินไป...”

    “น้อยเกินไปต่างหาก” มาธิลด้ายังคงยืนยันคำพูดแบบเดียวกันกับอาร์ทิส “ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าเห็นอนาคตเช่นใดในของพวกนี้ แต่สำหรับพวกเราแล้ว มันยังไม่เท่ากับอาคารสี่คูหาสามชั้นที่เจ้าสร้างไว้ให้อย่างหรูหรากลางเมืองหรอกนะ”

    “การค้าที่เหมาะสม ต้องยินยอมพร้อมกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพียงความต้องการของฝ่ายเดียวหรอก”

    “ข้า... เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากนะครับ” คิทไม่อาจเถียงตรรกะการค้าขายของอีกฝ่ายที่ปฏิบัติตามคำสอนขององค์ฮันเดลอย่างเข้มงวด พวกเขาเป็นกลุ่มการค้าเพียงหนึ่งในสองกลุ่มเท่านั้น ที่ลอร์ดเดวิดมอบความเชื่อมั่นไว้สูงสุด อีกหนึ่งกลุ่มคือกลุ่มวาเรนที่กลายเป็นหนึ่งในผู้บริหารกิจการของเมืองแล้วนั่นเอง

     

    ของขวัญครั้งนี้ จะทำให้อาหารที่แดนเหนือในอนาคตมีหลากหลายมากขึ้นไปอีก แถมเมซยังกลายเป็นทางเลือกของพืชที่สามารถปลูกได้ในเขตแล้งซึ่งมีน้ำจำกัด

    แม้กลุ่มการเกษตรที่เป็นหน่วยงานใหญ่ที่สุดในดินแดนจะมีภาระอยู่แล้ว แต่พื้นที่กว้างขวางและยังรกร้างในดินแดนแห่งนี้ยังมีอีกเยอะนัก แรงงานของทั้งสามเมืองก็มีจำนวนมากจนท่านลอร์ดทั้งหลายไม่จำเป็นต้องกังวลกับภาวะขาดแคลนแรงงานไปอีกหลายปีทีเดียว

    หากคำนวณการเติบโตของประชากรแต่ละปีอย่างถี่ถ้วนแล้ว แดนเหนือคงจะเต็มไปด้วยเด็กเล็ก ๆ วิ่งกันให้วุ่นรอบเมือง จำนวนประชากรคงจะเติบโตเป็นสองเท่าในเวลาเพียงไม่กี่ปี มันจะต้องกลายเป็นดินแดนที่เฟื่องฟูและเจริญที่สุดในอาณาจักรเป็นแน่...

     

    (ถ้าหากปัจจัยพื้นฐานมั่นคงแล้ว ข้าคงต้องรีบจัดการเรื่องการศึกษาเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต อืม... งานเพิ่มขึ้นอีกแล้ว เฮ้อ) ท่านชายคนเก่งคิดไปเรื่อยพร้อมถอนหายใจ แต่ไม่นานนักเขาก็อารมณ์ดีขึ้นเมื่อคิดได้ว่าตนเองมีทีมงานอยู่พร้อมแล้ว ขอแค่เขามีไอเดียและแผนการที่เป็นประโยชน์ก็พอ ไม่ต้องลงแรงสร้างด้วยมือของตนเองทุกอย่างเสียหน่อย

     

    หลังจากควบคุมสินค้าแปลกใหม่ไปยังโกดังพิเศษข้างคฤหาสน์ไม้ดำพร้อมตรวจสอบจนเสร็จสิ้น สัตว์ชนิดใหม่ก็ถูกส่งขึ้นเขาไปยังโรงเลี้ยงพิเศษที่โบสถ์เรดวู้ดเพื่อดำเนินการขยายพันธุ์ต่อไป หลังจากนั้นคิทก็กลับเข้าที่พักเพื่อจดบันทึกแนวคิดของตนเอาไว้เผื่อลืมทันที ข้าง ๆ โต๊ะมีหนังสือเล่มใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามวางอยู่สองเล่มแล้ว หนึ่งในนั้นเป็นความรู้ด้านการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสม และเป็นคำเตือนของโรคร้ายต่าง ๆ ที่อาจตามมา

    อีกเล่ม... เป็นแผนการรับมือโรคระบาดที่มีเนื้อหาค่อนข้างน่ากลัวพร้อมภาพประกอบที่ท่านชายสั่นกระดิ่งทุกเดือนเพื่อทบทวนความทรงจำจากโลกที่แล้ว ก่อนจะร่างภาพอันสยดสยองจนผู้ลงลายเส้นรู้สึกขนลุก นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มเล็กที่ดูไม่สลักสำคัญอะไร แต่มันระบุแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งดัดแปลงมาจากคำสอนหลายข้อในคัมภีร์วจนะแห่งอีนอส

     

    คิทได้แต่หวังว่า ความรู้ที่ได้รับการกลั่นกรองให้อ่านง่ายพร้อมยกตัวอย่างให้ได้ศึกษา จะทำให้ผู้คนหันมาสนใจคำสอนอันทรงคุณค่าของท่านเทพผู้ยังมีอารมณ์ขุ่นเคืองได้

     

    ปากกาเหล็กที่ดัดแปลงโดยนายช่างฮิวอย่างประณีตถูกวางลงไป พร้อมกับขวดน้ำหมึกที่ปิดลงแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาพักผ่อนพร้อมครอบครัวในช่วงเย็น

    เงาดำมืดที่อยู่ตรงมุมห้องและเฝ้าดูมาโดยตลอดกำลังเคลื่อนตัวไปหาหนังสือเล่มจิ๋วด้วยความสนใจยิ่ง หลังจากที่ได้เห็นว่าคำสอนข้อหลัก ๆ ของตนเองถูกปรับปรุงให้น่าอ่าน ร่างของเด็กน้อยชุดดำที่น่าจะมีอายุไม่เกินสิบขวบปีก็ปรากฏออกมาจากหมอกดำมืดที่รวมตัวกัน หนังสือเล่มนั้นถูกประทับตราประจำตัวของท่านเทพอย่างรวดเร็วก่อนมันจะจางหายไปอย่างไม่ทิ้งร่องรอย

    ทว่า...ก่อนที่ผู้ชอบทำตัวลึกลับจะหายตัวไปอีกครั้ง... เขากลับเผชิญหน้ากับร่างใหญ่โตของสหายเก่าแก่อีกหลายตน กำแพงแสงบางเบากำลังปิดกั้นการเคลื่อนตัวของเงามืดเอาไว้เรียบร้อย

     

    “อะแฮ่ม... มาเที่ยวเล่นแอบดูเด็กน้อยของพวกเราแบบนี้... ดูโรคจิตจังเลยเนอะ ท่านคิดเห็นเช่นนั้นไหม ท่านไวท์วิงส์?” ผู้ถูกจับได้สะดุ้งเฮือกก่อนจะหันหน้าไปมองเทพีในชุดเขียว

    “นั่นสิ แอบลงมาที่นี่แต่ยังแสร้งทำเป็นปิดประตูเข้ามิติของตนเอาไว้เสียแน่นหนา... ป่วนหัวข้ามิใช่น้อย” เด็กน้อยท่ามกลางผู้ใหญ่ร่างยักษ์กลุ่มหนึ่ง สะดุ้งอีกทีเมื่อได้ยินสหายเก่าแก่ในชุดขาวกระจ่างพูดขึ้น

    “ท่านอีนอส พวกข้ามีกาแฟดำกับเค้กผลไม้ด้วยนะ สนใจมาลองชิมด้วยกันหรือเปล่า” ตาสีเขียวนั่น เจ้าเด็กน้อยแลนด์บรูห์สินะ อึก... กลิ่นหอมน่ากินนัก

    “ตามกลับไปคุยกับพวกเราดี ๆ เถอะอีนอส เลิกน้อยใจได้แล้ว เจ้าไม่ใช่เด็ก ๆ อีกแล้วนะ”

     

    ดวงตาสีน้ำตาลทองของร่างสูงใหญ่ทำให้เทพในร่างเด็กน้อยคอตก เขาอยากจะเฝ้าดูเจ้าหนูคนเก่งให้มากกว่านี้ ไม่น่าตื่นเต้นจนเปิดเผยตัวเมื่อเห็นหนังสือเล่มนั้นเลย... สหายพวกนี้คงแอบรอเขาอยู่นานแล้วก็ได้

    ประตูมิติของทวยเทพเปิดออกอีกครั้ง ก่อนที่ท่านเทพแห่งความมืดผู้ยิ่งใหญ่จะถูกนำทางไปอย่างละมุนละม่อม (?) โดยมีไวท์วิงส์เดินจูงมือ พร้อมกับแลนด์บรูห์ที่ถือถาดเค้กผลไม้กลิ่นหอมกรุ่นนำทางตลอดเวลา เมื่อถึงโต๊ะอาหารสังสรรค์ที่ประจำ เก้าอี้สีดำก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ ซึ่งมนุษย์ตัวน้อยคนนั้นทำอาหารถวายเขาเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพียงแค่เขายังกลัวจนไม่เปิดเผยตัวเพื่อรับของเหล่านั้น

     

    “ค่อย ๆ กินสิ... ทุกเดือนที่เดวิดทำไว้ให้พวกข้าก็เก็บไว้ให้ท่านตลอดนั่นแหละ ว้าย... เลอะหมดแล้ว” มิ้วส์สององค์กำลังดูแลจัดส่งจานชามพร้อมอาหารอร่อยอย่างต่อเนื่อง อีกฝ่ายก็มูมมามเสียเหลือเกิน เหมือนไม่ได้กินอาหารมาเป็นพันปี

     

    โต๊ะสังสรรค์แห่งนี้ยังคงอบอุ่นเหมือนเคย สมาชิกใหม่ที่เพิ่งมาถึงส่งสายตาค้อนขวับไปยังสหายทุกตนที่กำลังมองมายังเขาด้วยรอยยิ้มเหมือนเห็นเด็กน้อยขาดความอบอุ่นที่เพิ่งกลับบ้าน

    (ร้ายกาจนัก... เอาอาหารมาล่อข้าผู้นี้ ฮึก...) แม้ความคิดจะพยายามหักห้ามใจเพียงใด แต่มือทั้งสองข้างก็ไม่หยุดเสียที

     

    อีนอสมีมุมมองเกี่ยวกับเจ้าหนูน้อยเดวิดเปลี่ยนไปแล้ว

    ครั้งนี้เขาพ่ายแพ้เพราะอาหารของเจ้าเด็กมนุษย์ตัวน้อย... ศักดิ์ศรีที่มีไม่เหลือหลอ

    น้ำตาแห่งความยินดีกำลังไหลปนออกมาพร้อมความขุ่นเคืองต่อเหล่าสหายที่กำลังหยอกล้อไม่หยุด

     

     

     

     

     

    สาระน่ารู้

     

    ข้าวโพด (Corn) ที่เรามีกินกันทุกวันนี้ เกิดจากการพัฒนาพันธุกรรมอย่างต่อเนื่องมาหลายพันปีเชียวนะ บางแหล่งข้อมูลก็บอกว่าพบฝักข้าวโพดที่มีอายุประมาณห้าพันถึงหกพันปี บางแหล่งก็เจอฝักเมซที่มีอายุมากถึงเก้าพันปี

    งานวิจัยด้านพันธุกรรมและโบราณวัตถุที่ขุดค้นเจอพืชในอดีตมีเยอะจนน่าตกใจ ฝักข้าวโพดที่เก่าที่สุด (เท่าที่ไรท์อ่านเจอ) อยู่ที่เม็กซิโกจ้า อาจจะมีเก่ากว่านั้นเนอะ ใครเชี่ยวชาญเสริมได้นะ (ไรท์ไม่ได้เรียนสายไบโออ่ะ แหะ ๆ)

    sds​

     

    (แหล่งอ้างอิงรูป The genetic architecture of teosinte catalyzed and constrained maize domestication, PNAS (Proceeding of the National Academy of Sciences of the United States of America PNAS March 19, 2019 116 (12) 5643-5652 อยากอ่านก็ไปโหลดดูกันได้ มีสิบหน้า ไม่ต้องจ่ายตังค์)

    แรกเริ่มเดิมทีมันเคยเป็นเพียงต้นหญ้าป่ามาก่อนที่มีชื่อว่า Teosinte (รูป) หน้าตาของฝักเมล็ดเป็นเพียงแถวเรียงหนึ่งขึ้นสลับกันเท่านั้น หลังจากพัฒนาสายพันธุ์มาสักพักจึงกลายเป็น Maize (รูป) ที่มีฝักอวบอิ่มและใหญ่ขึ้นมาก

    ดังนั้นที่พวกเรากินอยู่แบบเต็มอิ่มและมีฝักเมล็ดสีเหลืองทองสวยงามแค่ไม่กี่บาทนี่... เป็นสิ่งที่พัฒนาต่อมาอีกหลายช่วงอายุคนทีเดียว

    กัดข้าวโพดแล้วอย่าลืมขอบคุณบรรพบุรุษมนุษย์โลกกันด้วยนะ เอ่อ... อาหารประเภทอื่นก็เหมือนกัน ฮะ ๆๆ

     


    ​

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน