[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

เล่มที่ 7 บทที่ 189 โปรดหลีกทางด้วย นายขวางทางของฉัน (3)

        ร่างสองร่างปรากฏขึ้นที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ด

        “นักศึกษาจากจิงเหอสินะ คงมาดูการท้าทายหอคอย เข้าไปได้เลย...”

        ยามหน้าประตูมหาวิทยาลัยลงทะเบียนข้อมูลบัตรนักศึกษาให้ทั้งสองคน แล้วโบกมือให้เข้าไป

        ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคนแบบนี้เยอะมาก

        ทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้จากมหาวิทยาลัยอื่นในเขตตะวันออก และนักสู้ทั่วไป

        เนื่องจากเหมียวเหรินสยง ผู้ติดอันดับหกในทำเนียบเจ็ดมหาศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สี่ ซึ่งมาท้าทายหอคอยที่เจ็ด ทำให้เกิดกระแสฮือฮาไม่น้อยในเขตตะวันออก

        หลายคนได้ยินข่าวก็รีบมาดู

        ทั้งสองคนที่ลงทะเบียนเข้าไปในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ด ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นเช่นนั้น

        หนึ่งในสองคนที่ลงทะเบียนเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดมีรูปร่างผอมเพรียว ใบหน้าขาวผ่องสวยงาม ผมหางม้าด้านหลังผูกด้วยโบผูกผมสีม่วง เวลาเดินจะกระโดดโลดเต้นเหมือนภูต

        ส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่มรูปร่างสมส่วน หน้าตาหล่อเหลาเล็กน้อย

        ชายหนุ่มเดินอยู่ข้างหญิงสาว พูดไม่หยุดปาก

        “น้องหยางยวน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดใช่ไหม เรื่องแบบนี้ให้พี่มาด้วยก็ถูกแล้ว พี่อยู่ที่เมืองมหาวิทยาลัยเขตตะวันออกมานานมาก ไม่คุ้นเคยที่ไหนบ้าง แม้แต่ในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ด ก็ยังมีเพื่อนสนิทหลายคน...”

        บนใบหน้าของชายหนุ่มมีความภาคภูมิใจเล็กน้อย ในน้ำเสียงมีการโอ้อวดเจืออยู่

        หยางยวนมีสีหน้าเย็นชา ดูเหมือนไม่ได้ฟังสิ่งที่ชายหนุ่มพูดเลย

        แต่กลับก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือเป็นระยะ

        ทุกครั้งที่ดูด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แต่ก็เก็บสายตากลับไปด้วยความผิดหวัง

        ชายหนุ่มเห็นฉากนี้อยู่ในสายตา รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “น้องหยางยวน เพื่อนมัธยมปลายของเธอที่มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ด ยังไม่ตอบข้อความเธอเหรอ?”

        หยางยวนพูดเพียงแค่ “อืม” และไม่ได้พูดอะไรอีก

        ชายหนุ่มกลับหัวเราะเยาะออกมา “พี่ว่านะ ในเมื่อเขาไม่อยากตอบเธอ ก็อย่ารอเลย

        พี่เห็นคนแบบนี้มาเยอะแล้ว คิดว่าเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็เป็นคนเหนือคน ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนในอดีตอะไรนั่น ตัดขาดจนหมดสิ้น...”

        หยางยวนขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เขาไม่ใช่คนแบบนั้น”

        “ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งไม่ต้องหาเขาแล้ว”

        ชายหนุ่มยิ้ม “เขายังเห็นเธอเป็นเพื่อน ถึงไม่อยากตอบข้อความเธอ นี่แสดงว่าอะไร?

        นี่แสดงว่าเขาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดได้อย่างเลวร้ายมาก

        ไม่อยากให้เธอเห็นสภาพที่น่าสมเพชของเขาในตอนนี้ ผู้ชายน่ะ ยังไงก็ต้องมีหน้ามีตา

        พูดตามตรง ในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์มีคนแบบนี้เยอะมาก

        หลายคนเมื่อก่อนอยู่ในเมืองหรือมณฑล ก็เป็นอัจฉริยะที่ได้รับการยกย่องเชิดชู ใจสูงยิ่งกว่าฟ้า

        จู่ๆ ก็มาอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยปีศาจและสัตว์ประหลาด ดึงใครออกมาก็เก่งกว่าตัวเอง ตำแหน่งหัวแถวในอดีตกลายเป็นที่โหล่ในทันที

        จากบนสวรรค์ตกลงสู่ก้นเหว หลายคนทนรับแรงกดดันทางจิตใจไม่ไหว ก็ปิดตัวเอง พังทลายไปเลย

        ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คนที่ลาออกจากมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ด้วยเหตุผลนี้ ก็ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองคนแล้ว...”

        หยางยวนเหลือบมองชายหนุ่ม ไม่อยากเสียเวลาพูดกับเขา

        เธอรู้จักว่าลู่เซิ่งเป็นคนแบบไหน

        ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของลู่เซิ่ง แม้จะอยู่ในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะ ก็จะต้องโดดเด่นได้อย่างแน่นอน

        ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ลู่เซิ่งไม่ได้ตอบข้อความเธอ คาดว่าน่าจะมีเรื่องยุ่งของตัวเอง

        ลู่ชิงเหอก็บอกแล้ว

        ปกติแล้วลู่เซิ่งแทบจะไม่ดูข้อความของคนอื่น นอกจากข้อความของคนในครอบครัว และยิ่งน้อยที่จะตอบกลับ

        บางครั้งอาจจะนึกขึ้นได้แล้วตอบกลับหลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือนก็เป็นเรื่องปกติ

        “ช่างเถอะ น้องหยางยวนอย่าไปสนใจเพื่อนเก่าของเธอเลย อุตส่าห์มามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดทั้งที แถมยังเจออัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สี่อีกด้วย ทำไมเราไม่ไปดูความสนุกกันดีกว่า...”

        ชายหนุ่มเสนอ

        หยางยวนกลับส่ายหน้า “ถ้ารุ่นพี่อยากดู ก็ไปเองเถอะ ฉันจะหาเพื่อนของฉันต่อ ถ้าหาไม่เจอก็จะกลับเลย”

        หยางยวนรำคาญชายหนุ่มคนนี้มาก

        ชายหนุ่มเป็นรุ่นพี่ปีสามจากฝ่ายกิจการนักศึกษามหาวิทยาลัยจิงเหอ ตอนเข้าเรียนเคยเจอเธอครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงสังสรรค์ แล้วก็เกาะติดเธอเหมือนตังเม

        ครั้งนี้ที่หยางยวนมามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์เพื่อมาหาลู่เซิ่ง ไอ้หมอนี่ก็หน้าด้านตามมาด้วย

        ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนี่มีฝีมือพอตัว แอบช่วยเธอสกัดพวกแมลงวันไปไม่น้อย หยางยวนคงจะฉีกหน้ากับเขาไปนานแล้ว

        แต่ถึงอย่างนั้น ท่าทีของเธอก็ยังเย็นชาต่อเขามาโดยตลอด

        เมื่อเห็นว่าหยางยวนจะแยกจากเขา ชายหนุ่มก็ร้อนใจขึ้นมาทันที

        ความคิดในหัวหมุนอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นก็เกิดประกายความคิดขึ้นมา จึงพูดออกมาว่า “น้องหยางยวน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ที่เหมียวเหรินสยงมาท้าทายหอหอย เกี่ยวข้องกับหน้าตาของนักศึกษาทั้งหมดของมหาวิทยาลัยมหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ด แม้แต่พวกเราคนนอกยังได้ยินข่าวแล้วรีบมาดู

        เธอว่าคนของมหาวิทยาลัยมหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดจะไปดูไหม?”

        หยางยวนชะงักไปเล็กน้อย หยุดฝีเท้า

        “ที่รุ่นพี่หมายถึง....เพื่อนของฉัน อาจจะอยู่ที่หอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ด้วยเหมือนกัน?”

        “แปดสิบเปอร์เซ็นต์...โอ้ ไม่สิ ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย”

        ชายหนุ่มตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่มีเวลาตอบข้อความเธอได้ยังไง พวกเราไปหากันเถอะ ต้องหาเขาเจอแน่นอน”

        ดวงตาของหยางยวนเป็นประกาย ลังเลใจเล็กน้อย รู้สึกว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง จึงพยักหน้าช้าๆ

        “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไปดูกัน”

        “ดี”

        ชายหนุ่มจึงค่อยคลายใจลง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม

        “ถึงตอนนั้นหาคนเจอแล้ว เธอต้องช่วยแนะนำพี่ดีๆ หน่อยนะ นักศึกษาหัวกะทิของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดเลยนะนั่น”

        ในใจกลับหัวเราะเยาะไม่หยุด

        ให้ตายสิ เขาต้องดูให้เห็นกับตา

        ว่ามันเป็นคนแบบไหน มีสามหัวหกแขน ถึงทำให้สาวสวยระดับนางฟ้าอย่างหยางยวนคิดถึงแต่เขาได้ขนาดนี้

        ได้ยินว่าหยางยวนมาจิงเหอก็เพราะตามไอ้เด็กนั่นมา ทุกวันอยู่ในหอพักไม่ทำอะไรเลย เอาแต่กอดโทรศัพท์มือถือรออีกฝ่ายตอบข้อความ

        เวรเอ๊ย ไม่สบอารมณ์เอามากๆ

        “มาๆ น้องหยางยวน ตามพี่มา หอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์พี่เคยมาหลายครั้งแล้ว พี่คุ้นเคยกับที่นั่นดี!”

        ชายหนุ่มนำทางหยางยวนไปข้างหน้าตลอดทาง

        ในไม่ช้า ทั้งสองก็เดินไปถึงใต้หอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์

        เมื่อเห็นผู้คนมากมายที่เบียดเสียดยัดเยียดกัน และร่างสี่ร่างที่พลังชีวิตเหมือนเตาหลอม พลังงานเหมือนควันหมาป่า

        ชายหนุ่มมีสีหน้าตื้นตันใจ อดไม่ได้ที่จะอุทาน “ให้ตายสิ เรื่องครั้งนี้ก่อเรื่องใหญ่จริงๆ แม้แต่รองอธิการบดีระดับปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ทั้งสี่ท่านของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดยังตื่นตระหนกกันหมด...เอ๊ะๆ น้องหยางยวน ทำไมไม่เดินต่อล่ะ?”

        เมื่อชายหนุ่มหันกลับไปมอง ก็พบว่าหยางยวนหยุดฝีเท้า ไม่เดินต่อตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

        หยางยวนยืนอยู่กับที่ สายตาจ้องมองชื่อที่โดดเด่นและเจิดจ้าบนหน้าจอขนาดใหญ่ในระยะไกล

        เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดออกมาอย่างช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจและซับซ้อนว่า “ฉันเจอเพื่อนแล้ว”

        “ฮะ?”

        ชายหนุ่มกะพริบตา มองตามสายตาของหยางยวนไปอย่างงุนงง

        ...

        ชั้นที่ยี่สิบแปด!

        นอกหอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ พวกนักศึกษาเงียบสนิท ต่างตกอยู่ในความตกตะลึงอย่างสุดซึ้ง

        ในเวลานี้ ไม่มีใครสนใจเกมท้าทายหอคอยและป้องกันหอคอยที่ว่านั่นอีกต่อไปแล้ว

        เหมียวเหรินสยง?

        มันเป็นตัวอะไร?

        ถูกลืมไปนานแล้ว

        แม้แต่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สี่ที่มากับเหมียวเหรินสยง ก็ยังยืนตะลึงมองหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยสีหน้าสับสนและเหม่อลอย

        รวมถึงรองอธิการบดีระดับปรมาจารย์ทั้งสี่คน สายตาของทุกคนจับจ้องอยู่ที่สองแห่งสลับกันไปมา

        ที่หนึ่งคือหน้าจอขนาดใหญ่ที่แสดงผลการแข่งขัน

        อีกที่หนึ่ง...

        คือทิศทางของทางออกหอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์

        พวกเขากำลังรอ

        กำลังรอผลการแข่งขันสุดท้ายของลู่เซิ่งออกมา

        และกำลังรอ

        อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดของพวกเขาออกจากหอคอย

        เวลาถูกยืดออกไปอย่างไม่มีกำหนด และราวกับเป็นเพียงชั่วพริบตา

        ในที่สุด ชื่อที่อยู่ลำดับแรกบนหน้าจอขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ กลายเป็นสีเทาและหม่นแสงลง

        หยุดนิ่ง

        หอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ชั้นที่ยี่สิบแปด

        ตัวเลขที่ทำให้ผู้คนสั่นสะเทือนทั้งร่างกายและจิตใจ

        สถิติใหม่ ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในขณะนี้!

        อารมณ์ของทุกคนเริ่มตื่นเต้น ความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยมีมาก่อนเกิดขึ้นจากใจของพวกเขา

        หลายคนตระหนักว่า

        ในขณะนี้ พวกเขาได้กลายเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และผู้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์บางอย่างไปแล้ว

        เมื่อชื่อของลู่เซิ่งถูกแขวนไว้บนยอดหอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ และถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ด

        พวกเขาคือผู้โชคดีที่ได้เป็นสักขีพยานในการถือกำเนิดของฉากนี้

        ก็จะถูกรวมไว้ในเครื่องหมายวรรคตอนที่รองรับมัน

        ประสบการณ์แบบนี้ ทำให้พวกเขา...

        รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง!

        ไม่มีใครสนใจหน้าจอขนาดใหญ่อีกต่อไป สายตาของทุกคนรวมกันอยู่ที่ตำแหน่งทางออกของหอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์

        ท่ามกลางความคาดหวังของทุกคน ในที่สุด...

        ก็มีคนออกมา

        ...

        “แปะ...แปะ...”

        ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากหอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ หยุดอยู่ที่ตำแหน่งหน้าประตูหอคอย

        เขาหรี่ตาเล็กน้อย ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของแสงภายในและภายนอกหอคอย

        เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตานับร้อยนับพันคู่รวมอยู่ที่ตัวเอง เหมียวเหรินสยงก็ชะงักไปเล็กน้อย

        จากนั้น...

        บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้ม

        คนพวกนี้...

        คงจะตกตะลึงกับผลงานของฉันไปแล้วสินะ

        เหมียวเหรินสยงมีความมั่นใจที่จะหยิ่งผยอง

        แม้จะไม่รู้ว่าผลงานสุดท้ายของตัวเองเป็นอย่างไร แต่เขาสัมผัสได้ว่า มันดีกว่าผลงานของเขาในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สี่อย่างแน่นอน

        “มหาศักดิ์สิทธิ์ถานจงอวี้เป็นประเภทที่เติบโตช้าแต่ยิ่งใหญ่ หอคอยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดก่อตั้งขึ้นในเวลาที่สั้นที่สุด ภาพสะท้อนของเจตจำนงก็อ่อนแอกว่าเล็กน้อย...

        ไม่น่าแปลกใจที่คนของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้มหาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่เจ็ดถึงได้ไร้ประโยชน์ขนาดนี้ ฮึฮึ...”

        เหมียวเหรินสยงหัวเราะเยาะในใจ เงยหน้าขึ้นกวาดสายตาไปทั่ว

        แต่ไม่นาน เหมียวเหรินสยงก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

        สายตาที่คนเหล่านี้มองเขา...

        ทำไมถึงไม่เหมือนกับที่เขาจินตนาการไว้เลย?

        รู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่า...เหมือนกับว่า...

        เหมือนกับกำลังยืนบังหน้าจอในโรงภาพยนตร์

        ไม่ควรจะเป็น...

        ก่อนที่เหมียวเหรินสยงจะคิดออก มือใหญ่ก็กดลงบนศีรษะของเขาแล้ว

        ผลักร่างของเขาไปด้านข้างอย่างแรง

        เสียงสงบดังขึ้นจากด้านหลังของเหมียวเหรินสยง

        “โปรดหลีกทางด้วย นายขวางทางของฉันแล้ว”

คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

นิยาย แฟนตาซี
150K 136
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

นิยาย แฟนตาซี
146K 253
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.54M 3732
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271