“เฟิ่งหยูข้าขอตัวไปส่งน้องสะใภ้ก่อนกลับมาข้าจะมาดื่มกับเจ้า”
“ชอบคุณคุณชายเฟิ่งหยูที่พาข้ากลับมาอย่างปลอดภัยข้าต้องขอโทษท่านด้วยที่ปิดบังฐานะของข้าเพื่อความปลอดภัยของข้าและบุตรชายข้าจำเป็นต้องทำอย่างนี้หวังว่าท่านคงจะเข้าใจ”
“เจ้าไม่ต้องกังวลข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนของราชวงศ์? ตั้งแต่แรกแล้ว”
“ท่านรู้ท่านรู้ได้อย่างไร ข้าไม่เคยเอ่ยบอกใครแม้แต่คนเดียวเลยนี่เท่าที่จำได้คนติดตามของข้าก็ถูกสังหารไปหมดแล้วด้วย”
“ป้ายที่ห้อยอยู่กับบุตรชายของเจ้ายังไงหละ”
“ข้ากับองค์ชายอานฉวนเป็นสหายกันย่อมเป็นธรรมดาที่จะเคยเห็นป้ายประจำตัวขององค์ชายซึ่งมันก็เหมือนกับอันที่แขวนอยู่กับบุตรชายของท่าน”
“เป็นเช่นนี้นี่เองข้าช่างโง่เขลายิ่งนักหากเป็นศัตรูพวกเราคงถูกสังหารไปแล้วคราวหน้าข้าจะระมัดระวังกว่านี้”
“เจ้าอย่าได้โทษตัวเองไปเลยไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรอก เอาหละพวกเจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะข้าจะรอองค์ชายอยู่ที่นี่เององค์ชายท่านอย่าลืมเชิญองค์ชายสามมาดื่มด้วยกันหน่อยนะข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับเขานิดหน่อย”
“เอ๋ทำไมท่านถึงได้รู้ด้วยว่าองค์ชายสามคือสามีของข้า?”หลี่ถังเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เอาไว้ข้าจะอธิบายเจ้าทีหลังตอนนี้ข้าเหนื่อย อยากพักผ่อนแล้ว”
“ก็ได้คะคุณชายเฟิ่งหยูข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ขอบคุณคุณชายอีกครั้งเจ้าค่ะ”
องค์ชายอานฉวนไปส่งหลี่ถังและบุตรชายของนางกลับตำหนักขององค์ชายสามพร้อมกับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากหลี่ถังตลอดทาง
“เจ้าเองก็ไม่รู้หรือว่าใครที่สังหารคนของเจ้าแถมยังตามล่าพวกเจ้าพวกมันหวังอะไรในตัวเจ้า ถึงได้กล้าทำกับพวกเจ้าเช่นนี้”
“ข้าน้อยเองก็ไม่รู้องค์ชายใหญ่อย่าเป็นกังวลเลยตอนนี้ข้ากับลูกก็กลับมาได้อย่างปลอดภัยถึงวังหลวงแล้วคงไม่มีใครคิดทำร้ายพวกเราได้อีก ครั้งนี้โชคดีที่ได้คุณชายเฟิ่งหยูช่วยเอาไว้ ”
“ไม่ได้หรอกเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ ข้าจะสืบดูให้ได้ว่าพวกมันเป็นใครถึงกล้าบังอาจกล้าทำร้ายเจ้ากับหลานของข้าได้”
องค์ชายอานฉวนเดินไปส่งหลี่ถังถึงตำหนักองค์ชายสามเมื่อองค์ชายสามทราบเรื่องถึงกับโกรธกริ้วเป็นอย่างมากโชคดีที่ลูกและภรรยาของเขาปลอดภัยกลับมาได้
“โชคดีที่น้องหญิงไปเจอกับสหายของพี่ใหญ่ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ได้มานั่งคุยกันตรงนี้ได้”
“พี่ใหญ่สหายของท่านยังอยู่ที่ตำหนักของท่านหรือไม่?”
“ยังอยู่เขาจะพักกับพวกเราสักพักหนึ่ง ส่วนตอนนี้เขารอดื่มกับข้า เออเขาชวนเจ้าให้ไปดื่มกับเขาด้วย เจ้าก็ตามข้าไปด้วยก็แล้วกันปล่อยให้ลูกกับภรรยาของเจ้าพักผ่อนให้เต็มที่ ดูเหมือนว่าเฟิ่งหยูจะมีอะไรพูดกับเจ้าด้วยคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ เช่นนั้นคงไม่บอกให้ข้าพาเจ้าไปด้วย”
“ได้พี่ใหญ่ข้าจะตามท่านไปลูกชายกับภรรยาข้ากลับมาได้เพราะเขาข้าเองก็ต้องไปขอบคุณเขาด้วยตนเองอยู่แล้ว”
“น้องหญิงเจ้าไปพักผ่อนก่อนข้ากลับมาแล้วเราค่อยมาคุยกันตอนนี้ข้าต้องไปขอบคุณคุณชายเฟิ่งหยูด้วยตนเองก่อนมิเช่นนั้นข้าเองก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน”
“เจ้าคะท่านพี่ น้องจะพาลูกไปพักผ่อนก่อน”
“น้อมส่งองค์ชายใหญ่”
“เอาหละพวกเราไปกันเถอะเฟิ่งหยูรอพวกเรานานแล้ว”
“ไปกันเถอะพี่ใหญ่....”
องค์ชายอานฉวนพร้อมด้วยองค์ชายสามเร่งมาหาเฟิ่งหยูทันที
“ขอโทษที่ทำให้รอนานข้าได้สั่งให้คนจัดสุราอาหารอย่างดีมาเรียบร้อยแล้ว”
“ชอบใจท่านมากที่ช่วยเหลือภรรยาและบุตรชายของข้าข้าอานชิว บุตรคนที่สามของกษัตริย์อานเมิงซู”
“คารวะองค์ชายสาม..”
“ไม่เป็นไรหรอกพวกเรามาดื่มด้วยกันก่อน เรื่องอื่นไว้ปรึกษากันทีหลัง”
พวกเขาดื่มกินและพูดคุยกันประมาณหนึ่งชั่วยามได้
เฟิ่งหยูจึงเริ่มเปิดประเด็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางมาอาณาจักรเต่าทมิฬ
“องค์ชายสามท่านรู้จักโม่สุ่ยไหม?”
“โม่สุ่ยรู้จักสิ พวกมันเป็นพวกรับจ้างทำงานทุกชนิดที่ขอเพียงมีเงินจ้างพวกมันพวกมันจะทำทุกอย่าง ท่านถามทำไมอย่างนั้นหรือหรือว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องของภรรยาและลูกชายของข้า”
“ใช่แล้วหละเป็นกลุ่มของโม่สุ่ยที่รับทำงานนี้ พวกเขาต้องการจับภรรยาและบุตรของท่าน”
“พวกเขาจะจับภรรยาและบุตรของข้าไปเพื่ออะไร? ข้าเองไม่เข้าใจหรือว่ามีใครจ้างพวกโม่สุ่ยมาอีกที”
“เป็นเช่นนั้นองค์ชายสามท่านพึ่งจะค้นพบเหมืองแร่ใช่หรือไม่?”
“ทำไมเจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงแม้แต่ภรรยาของข้า ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย.....”
“น้องสามเจ้าค้นพบเหมืองแร่เช่นนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วพี่ใหญ่ข้าพึ่งจะค้นพบเหมืองแร่เมื่อสองเดือนที่แล้ว และยังไม่ได้สำรวจอย่างจริงจังแต่คนที่ทราบเรื่องนี้มีเพียงไม่กี่คน ที่เป็นคนสนิทของข้าเท่านั้น”
“เช่นนั้นแสดงว่าคนสนิทขององค์ชายสามนั้นเชื่อถือไม่ได้แล้วต้องมีเกลือเป็นหนอนอย่างแน่นอน เพราะข่าวเหมืองแร่ของท่านแม้แต่โม่สุ่ยเองยังทราบ”เฟิ่งหยูกล่าว
“เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น”
“เพราะโม่สุ่ยก่อนจะถูกข้าสังหารเขาได้บอกข้อมูลนี้แก่ข้าเขาบอกว่าจะจับตัวบุตรและธิดาของท่านเพื่อบังคับให้ท่านมอบเหมืองแร่ให้กับคนผู้หนึ่งและยังบอกอีกด้วยว่าคนที่จ้างวานโม่สุ่ยนั้นคือตระกูลเล่อข้าเองก็ไม่รู้จักคนตระกูลเล่อหรอกนะแค่ฟังมาจากโม่สุ่ยอีกทียังไงพวกเราก็ต้องสืบให้ได้ว่าเป็นตระกูลเล่อจริงหรือไม่”
“อะไรนะเจ้าสังหารโม่สุ่ยไปแล้วอย่างนั้นหรือ เจ้ารู้หรือไม่เขาอยู่ในขั้นราชันเทวะเชียวนะเดี๋ยว ๆๆๆ เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นคนฆ่า เช่นนั้นเจ้าสามารถสังหารราชันเทวะได้อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ข้าสังหารเขาเองสังหารพร้อมกับลูกน้องของพวกโม่สุ่ยอีกสิบกว่าคน”
“เจ้าตัวคนเดียวนี่นะสามารถสังหารโม่สุ่ยพร้อมกับพวกนับสิบด้วยตัวคนเดียว”
เฟิ่งหยูพยักหน้า......
“ตระกูลเล่อเช่นนั้นหรือถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดก็ต้องเป็นตระกูลเล่อแต่เดี๋ยวก่อนนะเมื่อกี้ท่านพูดว่าเขาจะนำเหมืองแร่ไปให้คนผู้หนึ่งแสดงว่าตระกูลเล่อก็ต้องรับคำสั่งมาอีกทีเช่นนั้นใครกันละที่กล้าทำเรื่องแบบนี้ได้”
องค์ชายอานฉวนหันหน้าไปมององค์ชายสามพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาพร้อมๆกัน
“องค์ชายสอง”
“น้องรอง”
เฟิ่งหยูพยักหน้า
“ใช่แล้วหละจากข้อมูลที่ข้าได้จากโม่สุ่ยตระกูลเล่อต้องการเหมืองแร่นี้เพื่อมอบให้กับองค์ชายรอง”
“ทำไมเขาคิดอยากได้เหมืองแร่ของข้าเหมืองแร่ของข้าพึ่งจะค้นพบไม่นาน แล้วทำไมพี่รองไม่มาขอข้าตรง ๆ หากเขาขอข้าตรง ๆ ข้าก็คงให้เขาโดยดีแล้วไม่น่าจะมาทำกับภรรยาและลูกชายของข้าแบบนี้”
“ข้าคิดว่าองค์ชายสองต้องรู้เรื่องสำคัญบางอย่างในเหมืองแร่ขององค์ชายสามเป็นแน่มิเช่นนั้นคงไม่ทำเช่นนี้เป็นแน่ และคงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งด้วย”
“แต่ว่าตอนนี้เราไม่มีหลักฐานอะไรโม่สุ่ยก็ตายไปแล้วพวกเราคงทำอะไรกับตระกูลเล่อและพี่รองไม่ได้...”
“พวกเราทำอะไรองค์ชายรองไม่ได้แต่อย่าลืมว่าพวกเราสามารถกำจัดตระกูลเล่อออกไปได้เพื่อตัดกำลังสนับสนุนขององค์ชายรองได้”เฟิ่งหยูพูดขึ้นมา
“หากว่าน้องรองทำเช่นนี้แสดงว่าเขาต้องส่งคนไปสำรวจเหมืองแร่นั้นแล้วอย่างแน่นอนเช่นนั้นพวกเราเองก็ต้องไปสำรวจดูว่ามีอะไรที่น้องรองต้องการในเหมืองแร่นั้นถึงได้กล้าทำแบนนี้กับครอบครัวของน้องสามได้”
“ข้าเองก็เห็นด้วยกับองค์ชายอานฉวนพวกเราต้องลองลงไปสำรวจดูว่ามีอะไรอยู่ ข้าคิดว่ามันต้องเป็นของสำคัญอย่างแน่นอนที่อยู่ใต้เหมืองแร่นี้”
“เช่นนั้นก็ได้พรุ่งนี้พวกเราทั้งสามลองไปสำรวจเหมืองแร่นี้ดูข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่ามันจะมีอะไรสำคัญนักหนา พี่รองถึงได้ทำแบบนี้กับครอบครัวของข้า”
“แล้วเรื่องที่ท่านต้องติดตั้งค่ายกลมิติหละพวกเราจะทำยังไงกันดี ตอนนี้เสด็จพ่อคงยังไม่ทราบว่าท่านมาถึงแล้วแต่พรุ่งนี้ยังไงข้าก็ต้องรายงานให้พระองค์ทราบอยู่ดี”
“ไม่ต้องห่วงหรอกองค์ชายพอจะทราบไหมว่าบิดาของท่านเตรียมสถานที่ไว้สำหรับสร้างค่ายกลมิติ”
“พวกเรารู้และทรัพยากรทั้งหมดข้าเป็นคนเก็บไว้ให้ท่านเองเสด็จพ่อสั่งให้ข้าจัดเตรียมไว้ให้ท่านข้าเองก็เตรียมทรัพยากรทั้งหมดเรียบร้อยตั้งนานแล้วด้วย”
“เช่นนั้นก็ดีถ้าอย่างนั้นองค์ชายสามท่านกลับไปพักผ่อนกับภรรยาและลูกของท่านก่อนข้ากับองค์ชายอานฉวนจะไปติดตั้งค่ายกลให้เสร็จภายในคืนนี้พรุ่งนี้เช้าเราจะได้ออกไปสำรวจเหมืองแร่ของท่านด้วยกัน”
“เช่นนั้นก็ได้ข้าเองก็เป็นห่วงน้องหญิงและลูกชายของข้าเช่นเดียวกันเช่นนั้นพวกเราก็แยกกันพรุ่งนี้เช้าค่อยมาเจอกันอีกทีก็แล้วกัน”
“ตกลงตามนี้พรุ่งนี้เช้าพวกเรามาพบกันอีกทีหลังจากเข้าเฝ้าฝ่าบาทเสร็จเรียบร้อย”
หลังจากองค์ชายสามกลับไปได้ไม่นาน……
“ท่านคิดว่าน้องรองของข้าจะพบอะไรในเหมืองแร่?”
“ข้าเองก็ไม่อาจจะเดาได้แต่คงเป็นของสำคัญ และหาได้ยากยิ่งเป็นแน่....”
“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับท่านรอไว้พรุ่งนี้พวกเราไปสำรวจก็คงจะรู้เอง”
“เอาหละพวกเราก็ไปติดตั้งค่ายกลมิติให้เสร็จเรียบร้อยก่อนก็แล้วกันพรุ่งนี้ท่านก็ไปรายงานให้บิดาของท่านให้ทราบและเชิญพวกเขามาทดสอบค่ายกลมิติ”
“ตกลงตามนั้นเช่นนั้นท่านตามข้ามา”องค์ชายอานฉวนพาเฟิ่งหยูไปยังสถานที่ ที่จัดเตรียมไว้สำหรับติดตั้งค่ายกลมิติเขานำทรัพยากรต่างๆ ออกมาให้เฟิ่งหยู เฟิ่งหยูตรวจสอบสถานที่ พร้อมกับติดตั้งค่ายกลมิติด้วยความชำนาญเพียงหนึ่งชั่วยามกว่า ๆ เฟิ่งหยูก็สามารถติดตั้งค่ายกลเสร็จสิ้นเขาตรวจสอบความเรียบร้อยทุกอย่าง อย่างละเอียด ถี่ถ้วน
“พวกเราไปพักผ่อนกันก่อนเถอะพรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้ค่ายกลมิติก็พร้อมใช้งานได้แล้วพรุ่งนี้เช้าเราต้องไปยังเหมืองแร่ขององค์ชายสาม ท่านเองก็ต้องไปรายงานกับบิดาของท่านเช่นกัน”
“ตกลงพวกเราแยกกันไปพักผ่อนก่อนหากท่านต้องการสิ่งใดของให้บอกคนที่ข้าจัดไปดูแลท่านก็แล้วกัน”
“ขอบคุณองค์ชาย”