หลิวอี้นั่งอยู่บนหลังคาห้องพักของผู้ดูแลร้านค้าสกุลจาง เขาทำการนำผงยาสลบออกมาจากแหวนมิติ หลิวอี้ใช้ไฟเผาให้ยากลายเป็นควันและส่งควันเข้าไปภายในห้องของผู้ดูแลร้าน
ผู้ดูแลร้านกำลังทำกิจกรรมอยู่กับภรรยาของหัวหน้าตระกูลจาง อยู่ๆเขาก็หยุดขยับร่างกายและล้มฟุบลงไปที่หน้าอกของหญิงงาม
“นี่ท่านหมดแรงแล้วหรอ ไหนบอกว่าจะทำกับข้าจนถึงเช้า”หญิงงามพูดขึ้นมา
นางไม่เห็นมีเสียงตอบรับนางรับรู้ได้ว่าเกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้น นางกำลังจะตะโกนเรียกคนที่อยู่ด้านนอกแต่นางกับหมดสติลงเสียก่อน
หลิวอี้เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้อง เขารอเวลาจนถึงช่วงดึก จึงนำร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองคนออกไปไว้ที่ด้านหน้าร้านค้า หลิวอี้ปูผ้าให้อย่างดี แถมยังห่มผ้าให้ทั้งสองคนอีกด้วย
“โทษของคนที่กล้าโกงข้า จะต้องโดนแบบนี้”พูดเสร็จหลิวอี้ก็จากไป
หลิวอี้กลับมาถึงเรือนสิบทิศ เห็นเย่เอ๋อกำลังยืนรอเขาอยู่
“ทำไมเจ้าไม่เข้าไปรอข้าภายในเรือน ด้านนอกอากาศหนาว”
“ข้าไม่ได้มารอท่าน ข้าเพียงแค่ออกมาเดินเล่น”
ความจริงแล้วเย่เอ๋อไม่ได้ออกมารอหลิวอี้ นางเพียงแค่รู้สึกดีใจเพราะนางได้สำรวจของภายในเเหวนมิติเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่อยู่ในนั้นมีเยอะมาก หินกำเนิดปราณไม่รู้ว่ามีกี่ล้านก้อน ทรัพย์สินทั้งตระกูลเย่ของนางยังไม่เยอะขนาดนี้
“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”หลิวอี้พูดจบเขาก็เดินโอบเอวเย่เอ๋อเข้าไปภายในห้อง ทั้งสองคนมานั่งที่เตียง
“ท่านไปทำอะไรมา”
“เดียวพรุ้งนี้เจ้าก็จะรู้เอง แต่พวกเราจะต้องรีบตื่นเช้าเพื่อไปดูความสนุก”หลิวอี้พูดจบเขาดึงนางนอนลงบนเตียงทันที
“ท่านลืมไปแล้วรึ ว่าจะต้องจ่ายมาก่อน”
“ทำไมข้าจะต้องจ่าย ข้าเพียงแค่จะนอน”หลิวอี้พูดจบเขากอดเย่เอ๋อเอาไว้แนนจากนั้นก็หลับไป
เย่เอ๋อรู้สึกว่าหลิวอี้แปลกไป ทำไมเขาถึงไม่ทำอะไรนาง นางรู้สึกไม่ชินเลยแม้แต่น้อย คิดไปคิดมานางก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
เช้าวันต่อมาหลิวอี้กับเย่เอ๋อเข้าไปภายในเมือง ทั้งสองคนยังคงเปลี่ยนตัวตนเหมือนเดิม เป็นสองบุรุษเดินเคียงข้างกัน หลิวอี้พานางเดินไปยังทิศทางของร้านค้าสกุลจาง ทั้งสองคนไปถึงก็เห็นผู้คนจำนวนมากยืนมุงดูอะไรบางอย่างที่หน้าร้าน
“ตรงนั้นมีอะไร ทำไมถึงมีคนเยอะขนาดนี้”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา
“พวกเราไปดูกันเถอะ”หลิวอี้พานางเดินเข้าไปดู
ทั้งสองเดินเข้ามาถึงก็ได้ยินเสียงคนพูดกันไปต่างๆนาๆ
“นางคือภรรยาของท่านหัวหน้าสกุลจางไม่ใช่รึ”มีเสียงพูดขึ้นมาภายในกลุ่ม
“ใช่ๆ ข้าจำนางได้”
“แล้วทำไมนางถึงนอนกอดกับผู้ดูแลร้านค้าสกุลจางละ”
“พวกเขาเป็นชู้รักกันแน่นอน”อีกคนพูดขึ้นมา
เสียงคนพูดกันไปต่างๆนาๆ เพียงไม่นานมีรถม้าและคนคุ้มกันเดินทางมาถึงที่ด้านหน้าหอ ชายแก่คนหนึ่งเดินลงมาจากเกี้ยว
หลิวอี้จำชายแก่ได้ เขาคือผู้นำตระกูลจาง
“หลีกทาง หลีกทาง”เสียงคนคุ้มกันพูดขึ้นมา
ชาวบ้านที่เป็นไทมุงต่างก็ขยับเปิดทาง ชายแก่เดินเข้าไปดูใกล้ๆพบเห็นเป็นภรรยาของเขาที่มีร่างกายเปลือยเปล่ากำลังนอนกอดชายคนหนึ่งอยู่ ชายแก่เห็นดังนั้นเขาถึงกับเข่าทรุดลงทันที คนคุ้มกันรีบเข้ามาพยุงหัวหน้าตระกูลเอาไว้
หลิวอี้เห็นดังนั้นรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก ความเจ็บปวดภายนอกยังไม่สู้ความเจ็บปวดภายใน
หนึ่งหญิงหนึ่งชายที่นอนกอดกัน พวกเขาได้ยินเสียงดัง ทั้งสองคนจึงได้สติ
“ใครมาเสียงดังอยู่แถวนี้”ชายผู้ดูแลพูดขึ้นมาแต่เขายังไม่ได้ลืมตา
“ที่รักไม่เป็นไร นอนต่ออีกหน่อยเถอะ คืนที่ผ่านมาท่านทำกับข้าเกือบจะทั้งคืน ข้ายังเหนื่อยอยู่”เสียงของหญิงงามพูดขึ้นมา
หัวหน้าตระกูลได้ยินคำนี้ถึงกับกระอักเลือดออกมาทันที
เสียงยังคงดังต่อเนื่อง หญิงงามจึงรู้สึกผิดสังเกตุ นางลืมตาขึ้นมา นางมองเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังยืนมองดูนาง ที่สำคัญนางมองเห็นใบหน้าคนที่แสนจะคุ้นเคย นั้นคือสามีของนาง นางก้มมองร่างกายของนาง พบว่านางไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว นางรีบดึงผ้าห่มมาพันตัวของนางไว้ทันที
“นายท่าน สิ่งที่ท่านเห็นไม่ใช่เรื่องจริงนะเจ้าค่ะ ข้าถูกจัดฉาก”
ผู้ดูแลได้ยินนางพูดว่านายท่าน เขารีบลืมตาขึ้นมาทันที ภาพที่เขาเห็นมันช่างเหนือจินตนากาลของเขาไปมาก เป็นภาพที่เขาไม่อยากที่จะเห็นมาก่อน