หลังจากงานเลี้ยงฉลองการแต่งงานของเหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซี ครอบครัวเหอก็ยังอาศัยอยู่ที่ชุมชนไห่ถังและยังเปิดร้านขายอาหารว่างและเครื่องดื่มเหมือนเดิม
คุณพ่อเหอกับคุณแม่เหอให้เหตุผลว่าพวกเขาชอบความสงบและชอบกับความเป็มิตรของผู้คนที่อยู่ในชุมชนนี้ อีกอย่างการได้ไปอาศัยอยู่ในวิลล่าสุดหรูกับลูกสาวและลูกเขยก็ไม่ใช่เื่ไม่ดี แต่การได้กลับไปอาศัยอยู่ในที่แบบนั้นจะยิ่งทำให้พวกเขาจดจำกับความทุกข์และการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตนเอง ทั้งคุณพ่อเหอและคุณแม่เหอจึงยังอาศัยอยู่ที่ห้องแถวในชุมชนไห่ถังเพื่อเปิดร้านค้าต่อไป
ถึงแม้เหอหลี่น่าจะชำระหนี้สินให้กับตระกูลเหอจนหมด แต่เหอหลี่จิ้งก็ยังยืนยันที่จะอยู่ช่วยงานที่ร้านของหวังลี่อิงต่อ หนึ่งคือเธอไม่วางใจที่จะปล่อยให้คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กันตามลำพังโดยไม่มีคนดูแล เหตุผลข้อที่สองคือหากมีคนรู้ว่าเธอคือคุณหนูรองเหอ พวกเขาจะยกเอาเื่ที่ครอบครัวประสบในวันนั้นขึ้นมาพูดอีกหรือเปล่า เหอหลี่จิ้งไม่มั่นใจว่าจะทนกับคำพูดเหน็บแนมและก็ไม่รู้ด้วยว่าเธอจะทนกับความอยากรู้อยากเห็นของคนอื่นได้หรือเปล่า
เมื่อทุกคนตกลงว่าจะอาศัยอยู่ที่ชุมชนไห่ถังต่อ เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีก็ไม่คิดจะโน้มน้าว แต่ทั้งคู่ก็ไม่อยากห่างจากครอบครัวมากเกินไป ดังนั้นในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ สองสามีภรรยาก็จะมาทานอาหารกับครอบครัวอยู่เป็ประจำ บางครั้งเหอหลี่น่ายังเสนอให้คุณพ่อคุณแม่และคุณน้าลี่อิงปิดร้านอาหารสักสองสามวันเพื่อออกไปเที่ยวแบบพักค้างคืน
โดยมีแขกประจำที่มักจะมาทานอาหารและร่วมทริปท่องเที่ยวกับครอบครัวเหอด้วยก็หนีไม่พ้นจางฟาน การแสดงออกของชายหนุ่มไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคงหาโอกาสจีบเหอหลี่จิ้งอยู่แน่ๆ
“คุณน้าลี่อิงครับ วันนี้มีเมนูอะไรให้ผมกินบ้าง เมื่อคืนผมทำงานดึกจนไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย บอกตามตรงว่าตอนนี้ให้ผมกินหมูทั้งตัวผมยังกินไหวเลยครับ” จางฟานนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม และสายตาของเขาก็พยายามมองหาใครบางคน
หวังลี่อิงเดินถือถาดใส่ข้าวราดสามชั้นตุ๋นน้ำแดงพร้อมซุปไข่มะเขือเทศมาให้ชายหนุ่ม “ไม่ต้องมองแล้ว วันนี้เธอไม่อยู่ที่นี่”
“คุณน้ารู้ได้ยังไงว่าผมกำลังมองหาใครอยู่” จางฟานรีบก้มหน้ากินข้าวเพื่อซ่อนความอาย “ผม...ผมก็แค่เห็นว่าคุณน้าอยู่คนเดียว ถ้าไม่มีคนช่วยงานวันนี้ผมจะอยู่ช่วยคุณน้าเอง”
“ฉันแต่งงานจนหย่าไปรอบหนึ่งแล้ว เื่แค่นี้ฉันจะมองไม่ออกได้ยังไง ว่าแต่เธอเถอะ จะเอาแต่แอบมองไปอย่างเดียวแค่นี้เหรอ ไม่กลัวเหรอว่าจะมีคนมาจีบเธอตัดหน้า”
“คุณน้า! คุณน้าอย่าบอกนะครับว่ามีคนคิดที่จะมาจีบน้องจิ้งจิ้งแข่งกับผม” จางฟานใจนเผลอพูดเสียงดัง
“เธอคิดว่าที่ร้านอาหารของฉันขายดีเป็เพราะอาหารราคาถูกและรสชาติอร่อยเท่านั้นเหรอ” หวังลี่อิงลุกขึ้นยืนก่อนจะเดิมอ้อมไปตบไหล่จางฟาน “น้าจะบอกอะไรให้นะเสี่ยวฟาน ถ้าขืนเธอยังมัวแต่ชักช้า ไม่แน่พี่เหอกับพี่หญิงเหออาจจะได้นักศึกษาหนุ่มๆ แถวนี้มาเป็ลูกเขยก็ได้”
จางฟานกำตะเกียบที่ถืออยู่ในมือไว้แน่นจนแทบจะหัก “คุณน้าลี่อิง คุณน้าคิดว่าผมควรจะทำยังไงดีครับ”
“อะไรกันเนี่ย เื่นี้เธอยังต้องมาถามฉันอีกเหรอ” หวังลี่อิงแสร้งทำท่าถอนหายใจ “เฉินซีที่เงียบขรึมกว่านายยังเอาชนะใจหนูนาน่าได้ แล้วนายที่ทั้งพูดมากทั้งดูใจกล้าแต่ทำไมถึงสู้เฉินซีไม่ได้”
“โธ่...คุณน้าครับ ผมมาทานข้าวที่นี่ทุกวันแล้วผมยังช่วยงานเธอทุกอย่าง ผมแสดงออกว่าชอบเธอขนาดนี้เธอยังไม่รู้อีกเหรอครับ”
“การแสดงออกของเธออาจทำให้คนอื่นมองว่าเธอเป็คนมีน้ำใจเท่านั้นก็ได้ไม่ใช่เหรอ”
“คุณน้าจะให้ผมไปสารภาพรักกับเธอเหรอครับ!”
“โอ๊ย! ฉันพูดมาขนาดนี้แล้วเธอยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรอีกเหรอ ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว” หวังลี่อิงพูดจบก็เก็บถาดอาหารเดินเข้าไปในครัว แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะออกมาะโ “พี่เหอกับพี่หญิงเหอออกไปธุระข้างนอก ร้านข้างๆ มีคนดูแลแค่คนเดียว เธอไม่ไปดูหน่อยล่ะ”
จางฟานไม่สนใจแม้แต่จะกินน้ำที่เหลืออยู่ให้หมด เขาวางแก้วแล้วรีบเดินไปที่ร้านข้างๆ ทันที
หวังลี่อิงเดินออกมาจากห้องครัวแล้วยิ้ม “ถ้านาน่ากับเฉินซีไม่ยืนยันว่าเธอเป็คนดี ฉันไม่มีทางช่วยให้เธอสมหวังหรอก แต่จะสำเร็จหรือเปล่า เื่นี้ก็อยู่ที่ฝีมือของเธอแล้วนะเสี่ยวฟาน”
เหอหลี่จิ้งที่ยุ่งอยู่กับการห่อแซนวิชจึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาดูว่าใครที่เดินเข้าร้านมา เธอทักทายออกไปตามความคุ้นเคย “คุณลูกค้าเชิญนั่งแล้วก็เลือกเมนูรอก่อนได้นะคะ อีกเดี๋ยวฉันจะออกไปรับออร์เดอร์ค่ะ”
จางฟานเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า “จิ้งจิ้ง! ผม...ผม...”
เหอหลี่จิ้งเงยหน้าขึ้นมามอง “พี่เสี่ยวฟาน พี่เข้ามาั้แ่เมื่อไหร่คะ แล้วลูกค้าคนเมื่อกี้หายไปไหนแล้ว”
“ไม่...ไม่มีใครเข้ามา คนที่เข้ามาคือผมเอง”
เหอหลี่จิ้งห่อแซนวิชชิ้นสุดท้ายเสร็จก็นำไปวางไว้ในตู้โชว์สินค้า เธอหันมามองที่จางฟานอีกครั้งก็เห็นว่าหน้าผากของชายหนุ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้น เธอดึงทิชชูก่อนจะเอื้อมมือผ่านเคาน์เตอร์มาเช็ดให้เขา แต่มือของเธอกลับถูกชายหนุ่มจับไว้ “ฉันเห็นพี่มีเหงื่อออกเยอะก็เลยจะเช็ดให้ ฉันขอโทษนะคะที่ทำอะไรโดยไม่คิด ถ้าอย่างนั้นพี่เช็ดออกเองนะคะ ว่าแต่พี่ไม่ได้กำลังไม่สบายอยู่หรอกนะ ให้ฉันพาไปหาหมอหรือเปล่า”
“ผม...ผมไม่ได้ไม่สบาย แต่ผม..ผม...” จางฟานพูดไม่ออก หากฮั่วเฉินซีมาเห็นเขาในสภาพนี้ต้องหัวเราะเยาะเขาจนตายแน่ เขาสูดลมหายใจเพื่อเรียกความกล้าอีกครั้ง “จิ้งจิ้ง ผม...ผมชอบ...”
“พี่อยากบอกอะไรฉันเหรอคะ” เหอหลี่จิ้งถามอย่างสงสัย เธอไม่เคยเห็นเขาเป็อย่างนี้มาก่อน “ตกลงวันนี้พี่เป็อะไรกันแน่”
“จิ้งจิ้ง ผมชอบคุณ ผมชอบคุณั้แ่วันแรกที่เราเจอกันแล้วครับ และที่ผมมากินข้าวที่นี่และยังมาช่วยงานคุณทุกวันก็เพราะผมอยากเห็นหน้าคุณ ถ้าผมไม่ได้เห็นหน้าคุณผมก็ไม่มีแม้แต่สมาธิจะทำงาน หากเป็ไปได้ก่อนนอนทุกคืนผมก็อยากจะโทรหาคุณหรือส่งข้อความมาบอกราตรีสวัสดิ์กับคุณ แต่ผมก็กลัวว่าคุณจะรำคาญ แต่ตอนนี้ผมทนไม่ไหวแล้ว ผมอยากบอกความในใจกับคุณเพราะถ้าคุณก็มีความคิดเดียวกับผม ทุกครั้งที่ผมคิดถึงคุณผมก็สามารถแสดงความรู้สึกของผมออกมาได้อย่างเปิดเผย” จางฟานถือวิสาสะคว้ามือหญิงสาวมากุมไว้ “จิ้งจิ้งครับ ผมชอบคุณมาก คุณจะให้โอกาสผมได้แสดงความจริงใจกับคุณ หรือไม่...หรือไม่คุณเต็มใจที่จะคบกับผมไหมครับ”
“พี่เสี่ยวฟาน! พี่...พี่พูดอะไรคะเนี่ย” เหอหลี่จิ้งไม่คิดว่าจางฟานจะสารภาพรักกับเธออย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้
“จิ้งจิ้ง ผมพูดจริงนะ ผมชอบคุณ ไม่สิ...จะให้ผมบอกว่าผมรักคุณเลยก็ได้ ถึงแม้ผมจะรู้ว่าฐานะและชาติกำเนิดของผมไม่คู่ควรกับคุณ แต่เื่ความรู้สึกผมก็ไม่สามารถห้ามมันได้จริงๆ” จางฟานปล่อยมือหญิงสาวอย่างทำใจ “ขอโทษนะครับที่ผมอาจจะใจร้อนไปสักหน่อย คุณไม่ต้องให้คำตอบกับผมตอนนี้ก็ได้ หรือ...หรือถ้าคุณไม่ได้คิดแบบเดียวกับผมก็ถือว่าวันนี้ผมไม่ได้พูดอะไรก็ได้ครับ”
“คุณดูซิเนี่ย ว่าที่ลูกเขยของคุณเหมือนกับคุณตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิด” คุณแม่เหอพูดขึ้นพร้อมกับดึงมือสามีที่ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูให้รีบเข้ามาในร้าน
“คุณแม่! คุณแม่กลับมาั้แ่เมื่อไหร่คะ” เหอหลี่จิ้งหน้าแดง ลำพังแค่ถูกสารภาพรักเธอก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว แต่นี่คุณพ่อคุณแม่กลับมาได้ยินตอนที่เธอถูกชายหนุ่มสารภาพรักเข้าไปอีก เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วจริงๆ
จางฟานก็ใไม่แพ้กัน เขาหันกลับไปส่งยิ้มเจื่อน“สวัสดีครับคุณอา คุณอาหญิง”
“เมื่อกี้ยังปากดีสารภาพความรักเสียยืดยาว คราวนี้มาทำตัวสั่นเป็ลูกนกตกน้ำ เหอะ...เสแสร้งให้ใครดู” คุณพ่อเหอพูดเสียงเข้มก่อนจะหันไปพูดกับภรรยา “เมื่อก่อนตอนหนุ่มๆ ผมไม่ได้ดูขี้ขลาดแบบเขาสักหน่อย คุณพูดเกินไปแล้ว”
“คุณยังกล้าพูด จะให้ฉันพูดเื่จริงต่อหน้าเด็กๆ เลยไหมคะ” คุณแม่เหอมองค้อนสามีก่อนจะหันไปยิ้มให้จางฟาน ั้แ่หวังลี่อิงกระซิบบอกกับเธอว่าจางฟานอาจตกหลุมรักลูกสาวคนเล็กของเธอเข้าแล้ว เธอก็คอยดูพฤติกรรมของชายหนุ่มมาตลอด ยิ่งลูกสาวคนโตกับลูกเขยยืนยันว่าจางฟานเป็คนดีและไม่เ้าชู้ คุณแม่เหอก็ไม่คิดจะขัดขวางหากลูกสาวคนเล็กก็มีใจให้ชายหนุ่ม อีกอย่างจางฟานกับฮั่วเฉินซีก็สนิทสนมจนเหมือนจะเป็พี่น้อง หากฮั่วเฉินซีเป็คนดี แล้วจางฟานจะเป็คนเลวไปได้อย่างไร “เสี่ยวฟาน ที่เธอบอกว่าเธอรักลูกสาวของแม่น่ะ เธอพูดจริงหรือเปล่า”
“คุณแม่คะ!” เหอหลี่จิ้งะโขึ้นเสียงดัง “คุณแม่ถามอะไรอย่างนั้นคะ”
“คุณแม่ครับ ทุกคำพูดที่ผมพูดออกไปเป็ความจริงทุกคำ” แม้จางฟานจะตอบคำถามว่าที่แม่ยาย แต่สายตาของเขากลับจ้องไปที่เหอหลี่จิ้ง “ผมรักจิ้งจิ้งด้วยใจจริง ผมขอสัญญาว่าตลอดชีวิตนี้ผมจะไม่มีใครนอกจากเธอ ผมจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจ และผมจะทำให้เธอเป็ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดเลยครับ”
“แล้วหนูล่ะจ๊ะ หนูคิดยังไง” คุณแม่เหอหันไปถามลูกสาว ไม่ใช่ว่าเธอจะคอยสังเกตชายหนุ่มอยู่ฝ่ายเดียว เพราะเธอก็สังเกตลูกสาวคนเล็กอยู่เหมือนกัน และเธอก็รู้ด้วยว่าลูกสาวคนเล็กก็มีใจให้ชายหนุ่ม เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน ลูกสาวคนเล็กถึงไม่ยอมเปิดใจ
“คุณแม่คะ ฉัน...ฉันก็ชอบพี่เสี่ยวฟานค่ะ แต่ฉันรู้สึกว่าฉันไม่คู่ควรกับเขาและฉันไม่คู่ควรกับใครเลย เพราะคนอย่างฉันที่แม้แต่พ่อแม่แท้ๆ ยังไม่้า นอกจากคุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็พี่นาน่า ยังจะมีใครรักและพร้อมจะดูแลฉันไปตลอดชีวิตอีกเหรอคะ” เหอหลี่จิ้งพูดออกมาทั้งน้ำตา เธอคิดมาตลอดว่าเธอเป็คนโชคดีที่คนตระกูลเหอให้ความรักความสำคัญ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีใครรักและจริงใจกับเธอแบบนี้อีก และไม่ใช่ว่าเธอไม่มีใจให้จางฟาน แต่เพราะความกลัว เธอจึงไม่รู้ว่าควรจะตอบรับความรู้สึกของเขาดีไหม
“ถ้าหนูยังไม่มั่นใจหนูก็ลองคบกับเขาไปก่อนก็ได้นี่จ๊ะ แม่ไม่ได้จะให้หนูแต่งงานกับเขาวันนี้พรุ่งนี้เสียเมื่อไหร่ เอาไว้ให้หนูมั่นใจ หนูค่อยตัดสินใจอีกที” คุณแม่เหอหันไปมองจางฟาน
จางฟานเข้าใจเจตนา เขารีบยืนยัน “จิ้งจิ้ง ผมไม่ได้เร่งรัดที่จะให้คุณแต่งงานกับผมตอนนี้ ผมขอแค่โอกาสให้เราสองคนได้ลองคบกันดูก่อน ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณเห็นถึงความจริงใจ รอให้ถึงวันที่คุณพร้อม คุณค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ได้”
“ถ้า...ถ้าถึงตอนนั้นแล้วฉันไม่ตกลงที่จะแต่งงานกับพี่ล่ะ”
“ผมจะเป็ฝ่ายที่จะเดินจากไปเองครับ”
เหอหลี่จิ้งยิ้มทั้งน้ำตา “พี่เสี่ยวฟาน ขอบคุณนะคะ ฉัน...ฉันตกลงที่จะคบกับพี่ค่ะ”