เท้าของอนันต์กระทบพื้นคอนกรีตที่ชื้นแฉะอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง มัทนาถูกดึงรั้งไปกับเขาอย่างไม่เต็มใจ แรงบีบที่ข้อมือทำให้เธอรู้สึกถึงความเร่งรีบและความแข็งแกร่งของทายาทมาเฟียผู้นี้
ความมืดมิดกัดกินทุกสิ่ง มีเพียงแสงสีแดงวูบวาบจากไฟฉุกเฉินที่ส่องสะท้อนใบหน้าของทั้งสองในเสี้ยววินาที มันไม่ใช่แสงที่ให้ความหวัง แต่มันคือการเน้นย้ำถึงอันตรายที่มองไม่เห็น
“ประตูหลัง! อยู่ตรงนั้น!” อนันต์ะโเสียงแหบพร่า ขณะที่ร่างกายของเขากำบังเธอจากด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
มัทนาไม่ได้พูดอะไร เธอเหลือบมองไปด้านหลัง สิ่งที่เธอเห็นคือร่างเงาขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวราวกับสัตว์ร้าย ะุที่เธอสาดใส่ไปก่อนหน้านั้นทำได้เพียงแค่ทำให้ฆาตกรเสียจังหวะ ไม่ได้หยุดมันเลยแม้แต่น้อย เสียงมีดขนาดใหญ่ที่ลากครูดไปกับพื้นดังเป็เสียงกรีดที่ยาวนาน สร้างรอยขีดข่วนเป็ทางบนพื้นคอนกรีต เป็เสียงที่บอกว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เธอรู้สึกถึงเหงื่อที่ชื้นจากฝ่ามือของอนันต์ที่จับข้อมือเธอ และแปลกที่เธอไม่ได้รังเกียจความร้อนนั้นเลย ในทางกลับกัน เธอใช้แรงบีบนั้นเป็สมอในการวิ่งหนี
ทุกก้าวที่วิ่งนำพาพวกเขาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น—ใกล้ชิดทั้งในเชิงกายภาพและในทางความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ มัทนารับรู้ถึงกลิ่นดินปืนและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของอนันต์ที่ปะปนกับกลิ่นสนิมของโรงงานเก่า ความใกล้ชิดนี้สั่นคลอนความมุ่งมั่นที่เธอสร้างมาตลอดปี
เรากำลังหนีตายด้วยกัน... เพื่ออะไร?
เธอหนีเพื่อกลับไปแก้แค้นเขา แต่ถ้าเขาตายตอนนี้ แผนการแก้แค้นของเธอจะพังทลายลง หากเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ต้องอาศัยมือที่จับข้อมือเธออยู่นี้ให้รอดพ้นจากคมมีดของฆาตกร
ความรู้สึกที่ถูกบีบคั้นนี้เป็มากกว่าความตึงเครียด มันคือการยอมรับอย่างจำนนต่อโชคชะตาที่ผูกเธอไว้กับศัตรู
ห่างออกไปจากความโกลาหลนั้น...
ภายในห้องเก็บของเล็กๆ ที่อับชื้นและถูกปิดผนึกด้วยกองลังกระดาษเก่าๆ สองร่างกำลังหลอมรวมกันอยู่ในห้วงแห่งความเร่าร้อนอันบริสุทธิ์
สมคิดไม่ได้สนใจเสียงปืนที่ดังแว่วมาจากด้านนอกอีกต่อไป เสียงนั้นคล้ายเสียงประทัดที่แตกอยู่ไกลลิบเกินกว่าจะแทรกซึมเข้าสู่โลกส่วนตัวของเขาและสายใจ
ตอนนี้ โลกของพวกเขามีเพียงแค่เสียงหอบหายใจหนักหน่วง เสียงครวญครางต่ำๆ และเสียงผิวเนื้อที่เสียดสีกันอย่างเปียกชื้น
แก่นกายของสมคิดที่แข็งกร้าวและร้อนผ่าว ถูกฝังลึกเข้าไปในช่องทางรักของสายใจอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ทั้งสองกำลังพุ่งทะยานสู่ยอดเขาที่รอคอยการพิชิต
สายใจไม่ได้มีท่าทีสงบเสงี่ยมเหมือนในเวลาปกติอีกแล้ว ดวงตาของเธอปิดสนิท ใบหน้าซับเหงื่อและแดงก่ำ เส้นผมสีดำสนิทเปียกชื้นแนบไปกับใบหน้ายามที่เธอเงยหน้าขึ้นรับัั
เธอโอบขาเรียวเข้ากอดเอวหนาของสมคิดไว้แน่น ราวกับว่าถ้าเธอปล่อยมือ เขาจะหายไปในพริบตา ความรู้สึกที่ท่วมท้นนี้พาเธอไปสู่จุดที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน มันเป็การปลดปล่อยที่รุนแรงและดิบเถื่อน
“สมคิด... อื้อ... เร็วอีก...” เสียงกระซิบของสายใจขาดห้วง เมื่อเขาเร่งจังหวะให้รุนแรงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สมคิดตอบสนองด้วยการก้มลงซบซอกคอของเธอ เขาไม่ได้สนใจคำพูดใดๆ อีกแล้ว มีเพียงแรงปรารถนาที่ขับเคลื่อนร่างของเขาสู่ความสุดเหวี่ยง เนื้อตัวของเขาอาบเหงื่อ ชุ่มฉ่ำไปด้วยของเหลวที่ไหลออกมาจากร่างของหญิงสาว
เขาััได้ถึงการหดรัดตัวอย่างรุนแรงของช่องทางรักที่โอบรัดแก่นกายของเขาไว้แน่น ราวกับกล้ามเนื้อทั้งหมดกำลังส่งสัญญาณเชิญชวนให้เขาสูบฉีดทุกหยาดหยดของชีวิตเข้าไปในตัวเธอ
จังหวะที่เร่งขึ้นนั้นดุดันราวกับคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง สมคิดกดร่างกายลงไปจนสุดทาง ความลึกที่เกินจะบรรยายทำให้สายใจกรีดร้องออกมาเป็ชื่อของเขา
“อ๊าาา! สมคิด! ไม่ไหวแล้ว!”
เสียงร้องนั้นไม่ได้มาจากความเ็ป หากแต่มาจากความสุขสมที่ทะลักทลาย
วินาทีนั้นเองที่ความตึงเครียดในร่างกายของสายใจพุ่งถึงขีดสุด ช่องทางรักของเธอปล่อยน้ำหวานอุ่นร้อนออกมาอย่างไม่ขาดสาย สมคิดััได้ถึงการสั่นสะท้านไปทั่วร่างของเธอ และเขาก็ปล่อยตัวเองให้จมดิ่งลงไปในความอบอุ่นนั้น
อ่า...
เขาปลดปล่อยความคับแน่นที่สะสมมาทั้งหมดเข้าไปในตัวเธอ ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านั้แ่ปลายเท้าไปจนถึงสมอง มันเป็ความรู้สึกที่ทำให้โลกภายนอกดับลงโดยสิ้นเชิง
ร่างกายของทั้งสองทรุดลงบนลังกระดาษที่ถูกใช้เป็เตียงชั่วคราวอย่างหมดแรง
สายใจซบใบหน้าเข้ากับแผงอกที่ชุ่มเหงื่อของสมคิด ทั้งสองหอบหายใจหนักหน่วง รับรู้ถึงกลิ่นกายของกันและกันที่ผสมปนเปอยู่ในอากาศอบอ้าว
“คุณสายใจ...” สมคิดเรียกชื่อเธออย่างแ่เบา โดยที่แก่นกายยังคงฝังลึกอยู่ในความอบอุ่นนั้น เขาไม่้าให้่เวลานี้จบลง
สายใจเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความ้าที่ไม่ถูกเติมเต็มทั้งหมด เธอรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดทางศีลธรรม แต่ร่างกายที่ร้อนรุ่มและอิ่มเอมนี้ทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่า เธอโหยหาััจากชายผู้นี้อย่างสุดหัวใจ
“ยังไม่พอ...” เธอพูดเสียงแหบพร่า มือของเธอเลื่อนลงไปััความแข็งแกร่งที่ยังไม่ยอมสงบลงภายใต้ร่างกายของเธอ “คุณต้องทำให้ฉันลืมทุกอย่างไปเลย สมคิด”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังกลับเข้าสู่ห้วงแห่งราคะอีกครั้ง โดยเลือกที่จะเมินเฉยต่อความโกลาหลจากโลกภายนอก
— เสียงกึกก้องใกล้เข้ามา —
อนันต์และมัทนาพุ่งถึงทางออกด้านหลังสุดในที่สุด ประตูเหล็กสีดำสนิทที่ควรจะเป็ทางรอดถูกล็อกไว้ด้วยโซ่ขนาดใหญ่และคล้องด้วยแม่กุญแจหนาหนัก
“บ้าเอ๊ย!” อนันต์สบถ เขาใช้มือข้างที่ว่างพยายามดึงประตู แต่โซ่เหล็กนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะทำลายได้ด้วยมือเปล่า
มัทนาเริ่มรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านเข้ามา เธอหันปืนในมือไปทางด้านหลังอีกครั้ง แต่ความมืดทำให้เธอไม่สามารถเล็งได้อย่างชัดเจน
เสียงมีดครูดพื้นหยุดลงแล้ว และแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เคลื่อนเข้ามาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน
ฆาตกรไม่ได้เร่งรีบอีกต่อไป มันรู้ว่าเหยื่อถูกขังไว้แล้ว
อนันต์ดันมัทนาเข้าไปยืนชิดมุมที่ประตู และก้าวออกไปยืนอยู่ด้านหน้าเพื่อบังเธอไว้
“อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้!” อนันต์ะโ แม้ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับความมืด แต่เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
เสียงหายใจของฆาตกรดังขึ้น มันเป็การหายใจที่หนักหน่วงและลำบาก อาจเป็เพราะาแที่ไหล่ แต่เสียงนั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยความตั้งใจที่โหดร้าย
“อนันต์...” มัทนากระซิบเสียงสั่น เธอไม่รู้ว่าตนเองกำลังเรียกชื่อเขาเพราะ้าให้เขาปกป้องเธอ หรือเพราะเธอ้าให้เขาตายเพื่อจบเื่ราวทั้งหมด
ในชั่ววินาทีนั้นเอง ไฟฉุกเฉินดวงสุดท้ายที่ส่องสว่างอยู่เหนือศีรษะของพวกเขาเกิดการกระพริบ และดับลงโดยสิ้นเชิง
ความมืดมิดที่แท้จริงเข้าครอบงำ ราวกับพระเ้าปิดเปลือกตาลง
อนันต์ได้ยินเสียงโลหะดังแคว๊ก!—เสียงที่บ่งบอกว่ามีดขนาดใหญ่ถูกเงื้อขึ้นสูงเหนือศีรษะของเขาอีกครั้ง
เขาไม่เห็นอะไรเลย... แต่เขารู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น... อยู่ตรงหน้าเขา... และกำลังจะพุ่งเข้าใส่
ไม่มีทางหนี... ไม่มีทางสู้ในความมืดนี้...
ก่อนที่อนันต์จะทันตั้งตัว มีดนั้นก็พุ่งลงมาด้วยความเร็วที่เหนือการตอบสนองของมนุษย์!
อ่านจบแล้วอย่าลืม กดหัวใจ ❤️ กดติดตาม ➕ และที่สำคัญ กดเก็บเข้าคลัง ???? (Add to Archive) ไว้นะครับ จะได้ไม่พลาดตอนใหม่! คอมเม้นต์ติชมเป็กำลังใจให้ด้วยนะครับ 1 เม้น = 1 ล้านกำลังใจ!