“อยู่เฉย ๆ อย่าขัดขืนการจับกุม” ทหารชุดเพลิงสีแดงประกาศออกมา หลังเจอเข้ากับอานนท์และปลายฝนที่แอบอยู่หลังหิน
“ใจเย็นครับ พวกเราทำอะไรผิด? จะมาจับผมกับเธอทำไมกันครับ?” อานนท์ทำท่าทางเหมือนคนตกใจจนลุกลี้ลุกลนที่จะถูกจับ
“พวกแกทั้งสองคือพวกที่อยู่ในเรือบินใช่ไหม?” ทหารคนเดิมตะเบ็งเสียงดังลั่นเพื่อถามอานนท์กับปลายฝนพร้อมถือดาบขู่
“เรือบิน? เรือบินไหนครับ? พวกเราแค่เดินผ่านมา” อานนท์แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเรือบินที่เขาอาศัยมาตก
ทหารคนนั้นชี้ไปทางซากเรือบินที่ตกที่อยู่ห่างออกไปแล้วพูดว่า “เรือบินที่กลายเป็นซากอยู่ในกองไฟนั่นไง พวกแกออกมาจากที่นั่นใช่ไหม?”
“เปล่านะครับ” อานนท์พยายามปฏิเสธทุกกรณี
“ถ้าไม่ใช่แล้วมาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ใกล้ซากเรือบินนั้นทำไม?” ทหารคนเดิมยังคงตะคอกใส่เพื่อข่มขู่
“พวกเราคิดว่ามีบ้านคนแถวนี้ เพราะเห็นควันไฟ พวกเราจึงเดินตามควันไฟมาเท่านั้น” คำพูดของอานนท์ช่างฟังดูมีเหตุผลจนทหารเริ่มเปลี่ยนใจเล็กน้อย แต่เขายังไม่ยอมแพ้
“แต่งตัวแบบนี้แสดงว่าเป็นทหารจากธาราใช่ไหม?” ทหารคนเดิมตะคอกถามเสียงดังอีกครั้งขณะใช้ดาบชี้ไปยังเสื้อผ้าของปลายฝน
“เข้าใจผิดแล้วครับ พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านเท่านั้น ถึงพวกเราจะเป็นชาวธาราจริง ๆ ก็ตาม” อานนท์พยายามแก้ตัวให้กับปลายฝน
อานนท์ได้ทำการเปลี่ยนชุดไปตั้งแต่ยังอยู่บนเรือบินแล้ว เขาต้องการปลอมตัวเพื่อปิดบังตัวตนเมื่อคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์ธาตุแสงออกมา แต่ปลายฝนยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อของเธอ ทำให้เธอตกเป็นผู้ต้องสงสัย
“แค่ปากพูด ใครก็พูดได้” แล้วทหารที่คุยกับอานนท์ก็ออกคำสั่ง “เอาตัวพวกมันกลับไปที่ป้อมก่อน แล้วค่อยมาดูกันอีกทีว่าที่พวกแกพูดเป็นเครื่องจริงหรือไม่”
หลังทหารคนนั้นพูดจบ ทหารอีกสองคนก็เข้ามาล้อมอานนท์และปลายฝนไว้
เมื่อเห็นว่าคงหาทางออกไปจากเรื่องนี้ไม่ได้ อานนท์ก็แอบกระซิบกับปลายฝนเพื่อให้เธอไม่ต้องกังวล “ไม่ต้องกลัวนะ ทำตามคนพวกนี้ไปก่อน”
ปลายฝนค่อนข้างสับสนและหวาดกลัว เธอไม่คาดคิดมาก่อนจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ที่สำคัญหากตัวตนของเธอถูกเปิดเผยเรื่องทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง สิ่งที่เธอไม่เข้าใจเลยคืออานนท์ ทำไมเขาไม่ลงมือจัดการทหารทั้งสามคนนี้ไปเลย เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วเขาคือชายคนเดียวกันกับชายผมสีเงินในคืนนั้น แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเชื่อใจเขา และปล่อยทุกอย่างให้ไหลไปตามกระแส
ความคิดของอานนท์นั้นแตกต่าง ถูกแล้วที่เขาสามารถจัดการทั้งสามคนนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ต้องแลกกับการเผยตัวตนและพลังที่แท้จริงที่อาจนำมาสู่ปัญหาน่าปวดหัวอีกมากมาย แต่เรื่องนั้นอาจเป็นเรื่องรองในความคิดของเขา สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคือ คืนนี้เขาและเธอจะซุกหัวนอนที่ไหนกัน?
เขารู้ดีว่าสภาพอากาศตอนกลางคืนของอาณาเขตศิขาเลวร้ายมากเพียงใด ในอดีตเขาเคยท่องไปทั่วและอาศัยนอนมาแล้วทุกอาณาจักร เขารู้ดีว่าที่ไหนเป็นอย่างไร ศิขาที่พื้นดินแห้งแล้งและเต็มไปด้วยโขดหิน ไร้ซึ่งต้นไม้หรือแหล่งน้ำใด ๆ ตกดึกลมจะแรงเป็นพิเศษจนเย็นเยียบ ต่อให้ปลายฝนจะมีเลือดเป็นธาตุน้ำที่คุ้นชินกับความเย็น แต่ความหนาวเย็นในตอนกลางคืนของที่นี่หากไม่มีกำบังเลยมันช่างแสนเลวร้าย
ไหนจะน้ำที่พวกเขากำลังขาดหายไป อย่างน้อยการต้องไปป้อมของศัตรูในฐานะผู้ต้องสงสัยแบบนี้ พวกเขาก็ยังมีที่ให้หลับนอน มีกำแพงและหลังคาคอยกันลมยามค่ำคืน และมีน้ำให้ลดความกระหายได้ หากท้ายที่สุดเรื่องมันบานปลาย เขาก็แค่ทำลายทุกอย่างให้เป็นจุณแล้วค่อยพาปลายฝนหนี