ความมืดมิดภายในห้องนอนใหญ่ของ The Crown Penthouse ในค่ำคืนนี้ยังคงทำหน้าที่เป็เสมือนกรงขังอันหนาวเหน็บที่คอยกักขังผมไว้กับความทรมานที่ไร้ทางออก แสงไฟระยิบระยับสีทอง สีส้ม และสีน้ำเงินจากตึกระฟ้าเบื้องล่างส่องลอดผ่านรอยแยกของม่านกันแสงผืนหนาหนักเข้ามา ทอดตัวเป็แนวเฉียงตัดผ่านเตียงนอนขนาดคิงไซส์สีเทาเข้มที่ว่างเปล่า สำหรับสายตาของคนนอก คชา นฤบดินทร์ คือชายหนุ่มผู้โชคดีที่สุดในแวดวงสังคมไฮโซ ทายาทอันดับหนึ่งของเครือนฤบดินทร์กรุ๊ปที่โครงการอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรูมูลค่าแสนล้านบาท ทว่าในความเป็จริง ผมเป็เพียงชายผู้พ่ายแพ้ต่อคำสาปแช่งของร่างกายตัวเองที่เรียกว่าโรคไมเกรนและอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง
ผมลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียงกว้างอย่างเหนื่อยอ่อน สองมือหนายกขึ้นบีบขมับข้างขวาของตัวเองจนเส้นเืปูดโปนเพื่อพยายามบรรเทาความเ็ปแสนสาหัสที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจรราวกับมีค้อนเหล็กั์คอยกระแทกอยู่ภายในสมอง ทุกครั้งที่แสงไฟนีออนวูบวาบผ่านเข้ามาจากภายนอก ความเ็ปจะยิ่งทวีความรุนแรงจนผมต้องหลับตาแน่น ความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมารอบกระบอกตาขวาจนผมรู้สึกเหมือนดวงตาจะหลุดออกมาจากเบ้า อาการปวดนี้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความเครียดและแรงกดดันทางธุรกิจในแต่ละวัน
ผมไม่ได้ัักับคำว่า ‘หลับสนิท’ จริงๆ มานานหลายปีแล้ว ทุกครั้งที่พยายามข่มตานอนพักผ่อน ภาพความทรงจำอันแสนเ็ปในอดีตจะย้อนกลับมาฉายซ้ำราวกับเครื่องฉายภาพยนตร์เก่าๆ ที่ไม่มีวันดับลง ภาพใบหน้าของ ‘พิมพ์’ อดีตคนรักที่ผมเคยคิดจะมอบหัวใจและนามสกุลนฤบดินทร์ให้ ร่วมมือกับ ‘อนันต์’ เพื่อนสนิทที่ผมไว้วางใจที่สุดั้แ่สมัยเด็ก ทั้งสองคนยืนเคียงคู่กันและส่งยิ้มเยาะหยันมาให้ผม ในมือของพวกมันมีเอกสารโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมกะโปรเจกต์ ‘The Grand Narubadin’ ซึ่งเป็ความลับขั้นสูงสุดทางธุรกิจของตระกูลนฤบดินทร์
พวกมันใช้ความรัก ความเชื่อใจ และความจริงใจของผมเป็บันไดก้าวไปสู่ความโลภ แอบขโมยข้อมูลแผนการร่วมลงทุนไปขายให้แก่กลุ่มคู่แข่งทางธุรกิจในราคาพันล้านบาทเพื่อทำลายตระกูลของผม ความเ็ปจากการถูกทรยศหักหลังในครั้งนั้นรุนแรงยิ่งกว่าาแสดทางกาย มันบดขยี้หัวใจของผมจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี และเศษซากที่เหลือรอดอยู่ก็ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็ก้อนน้ำแข็งที่เย็นะเืและแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ผมสร้างกำแพงสูงตระหง่านล้อมรอบหัวใจของตัวเองไว้ และปฏิเสธที่จะเปิดใจเชื่อใจใครอีกเด็ดขาด ทุกคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตผม ไม่ว่าจะเป็นักธุรกิจผู้มีเกียรติ เซเลบริตี้ชื่อดัง หรือแม้กระทั่งผู้หญิงที่พยายามทอดสะพานให้ผม ล้วนแต่สวมหน้ากากงูเห่าที่คอยหาจังหวะฉกฉวยผลประโยชน์จากตัวผมทั้งสิ้น
การใช้ชีวิตท่ามกลางฝูงสุนัขป่าและงูพิษในสังคมไฮโซทำให้ผมต้องตื่นตัวระแวดระวังภัยอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง สมองของผมปฏิเสธที่จะปิดการทำงานเพราะความกลัวและความระแวดระวังที่ฝังลึกในจิตใต้สำนึก ผมกลายเป็คนนอนไม่หลับ ร่างกายเหนื่อยล้าโรยแรงจนถึงขีดสุดแต่ดวงตากลับเบิกกว้างจ้องมองเพดานสลัวในความมืด ยาแก้ปวดและยานอนหลับยี่ห้อที่ดีที่สุดที่แพทย์สั่งจ่าย ทำได้เพียงทำให้ผมรู้สึกมึนงงและลอยละล่องราวกับซากศพเดินได้ในยามกลางวัน แต่ความปวดและอาการฟุ้งซ่านยังคงอยู่ครบถ้วน
ค่ำคืนนั้น... อาการปวดหัวของผมรุนแรงจนแทบจะทนไม่ไหว สมองตึงเปรี๊ยะราวกับจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ ผมตัดสินใจพาตัวเองออกจากเพนต์เฮาส์ที่เงียบสงบราวกับสุสานลอยฟ้า มุ่งหน้าไปยัง ‘Solitaire VIP Club’ ของไอ้ภัทร เพื่อนสนิทผู้ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและข่าวกรองลับให้แก่ตระกูลอัศวเมธินทร์ แม้ผมจะเกลียดเสียงดังและความจอแจของสถานบันเทิง ทว่าในบางครั้ง ความสับสนวุ่นวายและแสงไฟสลัวของคลับหรูอาจจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของผมจากความเ็ปในสมองได้บ้าง
เมื่อผมก้าวเท้าเข้าไปในโซน VIP Lounge ของ Solitaire VIP Club บรรยากาศหรูหราอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเหล้าราคาแพงและควันซิการ์พรีเมียม เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงแ่เบาเคล้าคลอไปกับเสียงแก้วคริสตัลกระทบกัน ผมเลือกนั่งในมุมมืดที่ลึกที่สุดของร้านเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของผู้คน ทว่าความสงบเงียบที่ผม้ากลับถูกพังทลายลงด้วยการปรากฏตัวของ ‘แพรววา’ ดาราสาวชื่อดังที่พยายามทำตัวเด่นข้างกายผมมาั้แ่หัวค่ำ
"คชาคะ... ดื่มอีกสักหน่อยสิคะ คอนโดโครงการใหม่ที่คุณเพิ่งเปิดตัวเนี่ย แพรวอยากได้ห้องมุมสวยๆ สักห้องจังเลยค่ะ คุณคชาจะใจดีลดราคาพิเศษให้แพรวไหมคะ?"
น้ำเสียงดัดจริตแหลมสูงของแพรววาดังกรอกหูผมซ้ำๆ ราวกับเครื่องจักรที่ไร้ชีวิตชีวา นิ้วเรียวบางเคลือบเล็บสีแดงสดของเธอจงใจลูบไล้ผ่านท่อนแขนแกร่งของผมอย่างยั่วยวน เรือนร่างอวบอิ่มเบียดเสียดแนบชิดเข้ามาจนผมได้กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงที่เธอชโลมมาจนท่วมตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ปนสารเคมีที่ฉุนกึกนั้นลอยมากระทบจมูก ยิ่งกระตุ้นให้อาการปวดตุบๆ ที่ขมับของผมพุ่งสูงขึ้นจนเกือบถึงขีดสุด
ผมส่งเสียงเหอะในลำคอ ใบหน้าหล่อคมคายบึ้งตึงอย่างเปิดเผย แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมถอยห่างเพราะความละโมบในเงินทองและชื่อเสียงที่อยากจะแสดงตัวว่าเป็ผู้หญิงของคชา นฤบดินทร์ ผมต้องอดทนเพราะพ่อของเธอเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่คนสำคัญในโครงการร่วมทุนใหม่ของนฤบดินทร์กรุ๊ป ความอดทนของผมลดน้อยลงเรื่อยๆ มือหนาบีบแก้วบรั่นดีแน่นจนเกือบจะแตกคามือ ผมอยากจะจับผู้หญิงคนนี้โยนออกนอกคลับให้พ้นสายตาไปเสียที
ในขณะที่ผมกำลังจะทนไม่ไหวและเตรียมจะลุกหนี ร่างสูงโปร่งของไอ้ภัทรก็เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะ ใบหน้าของมันประดับด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ประดุจสุนัขจิ้งจอกที่รู้ใจเพื่อนไปเสียทุกเื่ มันไม่ได้มาคนเดียว ทว่าข้างกายของมันมีหญิงสาวร่างบางคนหนึ่งเดินตามมาด้วย
"ไงครับคุณชายคชา... ดูท่าทางกำลังสนุกกับการต้อนรับของคนสวยอยู่เลยนะ" ไอ้ภัทรเอ่ยแซว แววตาพราวระยับของมันกวาดมองแพรววาก่อนจะเบนสายตามาทางผม "ฉันเห็นนายทำงานเหนื่อยๆ แถมวันนี้ยังต้องคอยต้อนรับแขกคนสำคัญ เลยพาน้อง 'มิเกล' เด็กพิเศษของคลับเรามาช่วยดูแลนายเป็ส่วนตัวน่ะ"
ผมตวัดสายตาดุดันไปมองไอ้ภัทรทันที น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังราวกับเสือแยกเขี้ยวคำรามข่มขู่เอ่ยขึ้น "ถ้ามึงมาเพื่อกวนประสาทกู... ก็ไสหัวไปซะภัทร กูไม่มีอารมณ์เล่นกับมึง"
แต่ก่อนที่ผมจะพ่นคำด่าหยาบคายออกมามากกว่านั้น สายตาคมกริบของผมกลับไปสะดุดเข้ากับร่างบอบบางที่ยืนอยู่ข้างตัวไอ้ภัทรอย่างพอดิบพอดี
วินาทีนั้น... ราวกับเวลาและโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของผมคือหญิงสาวร่างบางระหงในชุดเดรสผ้าซิลค์ซาตินสายเดี่ยวสีครีมแชมเปญ ตัวเดรสเข้ารูปเน้น่เอวคอดกิ่วและสะโพกผายกลมกลึงอันงดงาม ผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมสะท้อนแสงไฟสลัวจนดูคล้ายกับมีออร่าอ่อนโยนล้อมรอบตัวเธอ เรือนผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลคาราเมลปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังบาง ดูนุ่มนวลและน่าัั ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจแกร่งของผมกระตุกไหวอย่างรุนแรงกลับเป็ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอ
แววตาคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความโลภ กระหายเงิน หรือสายตาเรียกร้องความสนใจที่แฝงผลประโยชน์เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผมเคยพบเจอ ตรงกันข้าม... มันเป็แววตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรี ความเด็ดเดี่ยว ทว่าก็แฝงความโศกเศร้าและความหวาดหวั่นอย่างลึกซึ้งไว้ภายในดั่งแก้วคริสตัลที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เธอสบตาผมตรงๆ อย่างกล้าหาญ แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาน้อยๆ ด้วยความประหม่าก็ตาม
และในวินาทีถัดมา สิ่งมหัศจรรย์ที่ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตก็พลันบังเกิดขึ้น
กลิ่นอายความหอมจางๆ โชยมาจากเรือนร่างของเธอ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ปรุงแต่งด้วยสารเคมีอย่างน่ารำคาญใจ ทว่ามันเป็กลิ่นกายธรรมชาติที่แสนนุ่มนวล... กลิ่นวานิลลาหวานละมุนคลอเคล้าไปกับกลิ่นอายดิบชื้นของกุหลาบป่าที่บานสะพรั่งกลางสายหมอก กลิ่นหอมนั้นลอยมาััประสาทรับรู้กลิ่นของผมช้าๆ
ทันทีที่ผมสูดลมหายใจดึงเอากลิ่นกายของเธอเข้าสู่ปอด... อาการปวดขมับแปลบๆ ราวกับมีปลายเข็มทิ่มแทงหัวสมอง of ผมก็พลันหยุดชะงักลงดั่งปาฏิหาริย์! ความเ็ปแสนสาหัสที่เต้นตุบๆ อยู่หลังกระบอกตาขวาพลันมลายหายไปในพริบตา เส้นเืที่ขมับขวาที่เคยปูดโปนตึงเปรี๊ยะคลายตัวออกอย่างรวดเร็ว ความเครียดสะสมที่โอบล้อมสมองมานานหลายเดือนสลายหายไปประหนึ่งหิมะที่ต้องแสงตะวันยามเช้า
ผมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เคยเยือกเย็นเต้นผิดจังหวะด้วยความตื่นตะลึงและโหยหาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายของผมรู้สึกเบาสบายและผ่อนคลายในแบบที่ยาแก้ปวดตัวใดบนโลกก็ไม่สามารถให้ได้ กลิ่นกายของเธอเปรียบเสมือนโอสถทิพย์ชโลมจิตใจที่แหลกสลายของผมให้กลับคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
ผมจ้องมองเธอไม่วางตา ความรู้สึกทะยานอยากจะและเก็บรักษาแหล่งกำเนิดกลิ่นหอมนี้ไว้กับตัวชั่วนิรันดร์ปะทุขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่ ผม้าผู้หญิงคนนี้... ผมต้องได้เธอมาอยู่ข้างกายเพื่อช่วยบรรเทาความทรมานนี้
"ใครสั่งให้เอาผู้หญิงคนนี้มา?" ผมเค้นเสียงต่ำเพื่อสะกดกลั้นความหวั่นไหวและกระแสความ้าอันรุนแรงที่พุ่งพล่านในอกไม่ให้ไอ้ภัทรจับสังเกตได้
"ฉันเองไงเพื่อนรัก" ไอ้ภัทรหัวเราะในลำคอ แววตาของมันรู้ทันปฏิกิริยาของผมเป็อย่างดี "น้องมิเกลวางตัวดีมากนะ คุยเก่งชงเหล้าเก่ง รับรองไม่กวนประสาทนายแน่นอน"
แต่ดาราสาวข้างตัวผมเห็นท่าไม่ดี รีบแผดเสียงแหลมขัดขึ้นทันทีด้วยความอิจฉาริษยา "คชาคะ! แพรวก็อยู่ตรงนี้ทั้งคนนะคะ จะเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาร่วมนั่งด้วย แพรวไม่ยอมนะคะ!"
คำพูดร้ายกาจและเสียงแหลมสูงของแพรววาทำให้ผมขมวดคิ้วด้วยความรำคาญขีดสุด กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเธอเริ่มกลับมาทำร้ายสมองของผมอีกครั้ง ผมหันไปมองหน้าดาราสาวด้วยสายตาเย็นเฉียบจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกและหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ผมจะหันกลับมามองมิเกลที่ยืนสงบนิ่ง พยายามรักษาหน้ากากความเข้มแข็งไว้ทั้งที่แววตาสั่นระริก
"ออกไป" ผมเอ่ยเสียงเรียบนิ่งทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจสั่งการเด็ดขาด
"คชาคะ! ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปเลยค่ะ แพรวเห็นด้วย..." แพรววายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ทว่าคำพูดถัดมาของผมกลับทำให้รอยยิ้มของเธอแข็งค้าง
"ฉันหมายถึงเธอ... แพรววา ออกไปจากโต๊ะของฉันซะ"
"คะ... คชา!" แพรววาตาโตด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อหู "คุณไล่แพรวเหรอคะ? เพราะนังผู้หญิงเอ็นวีไอพีคนนี้น่ะเหรอ!"
ผมไม่คิดจะเสียเวลาชายตามองดาราสาวคนนั้นอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ของผมขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ข่มขวัญให้ผู้คนรอบข้างดูเล็กลงในพริบตา ผมก้าวเท้าเข้าไปหาร่างบอบบางของมิเกลช้าๆ กลิ่นวานิลลาและกุหลาบป่าของเธอยิ่งเข้มข้นเด่นชัดขึ้นเมื่อระยะห่างลดลง ผมตระหนักดีว่าพฤติกรรมของผม in ตอนนี้มันดูแปลกประหลาดและขาดสติ ทว่าความโหยหาที่จะหลุดพ้นจากความทรมานมันมีมากกว่าสิ่งอื่นใด
ฟุ่บ!
ก่อนที่มิเกลจะทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาแข็งแรงของผมก็เอื้อมไปคว้าข้อมือบางของเธอไว้แน่น ััแรกจากผิวเนื้อนุ่มละมุนและเย็นชื้นของเธอทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจของผมจนอุ่นวาบ ผมออกแรงดึงเพียงเบาๆ ร่างบางที่เบาหวิวราวกับขนนกก็ลอยละลิ่วเข้าสู่แผงอกแกร่งของผมทันที
"อุ๊ย!" เธออุทานเสียงแ่เบา ร่างกายอ้อนแอ้นแนบชิดติดกับอกของผมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ผมใช้ท่อนแขนแกร่งอีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น รั้งร่างของเธอเข้ามาแนบชิดเพื่อประกาศความเป็เ้าของอย่างเด็ดขาดต่อหน้าทุกคน
"เธอกลายเป็คนของฉันแล้วในคืนนี้" ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าชิดใบหูบาง ััได้ถึงเสียงหัวใจดวงน้อยของเธอที่เต้นระรัวดั่งเสียงกลองศึก ซึ่งส่งแรงสั่นะเืผ่านเข้ามาถึงอกของผม
---
ในวันถัดมา บรรยากาศภายในห้องสวีทส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมในเครือนฤบดินทร์เต็มไปด้วยความตึงเครียดอันเงียบสงบ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านม่านบางเบาสีเทา ทอดตัวลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยที่มีเอกสารสัญญาหลายแผ่นวางอยู่
ผมนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาหนังสีชาร์โคลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา มิเกลนั่งหลังตรงอย่างมีมารยาทดั่งกุลสตรี ปลายนิ้วเรียวสวยบีบเข้าหากันแน่นบนตักแสดงถึงความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ ความคิดในหัวของผมแล่นริ้วอย่างเ็าและเป็งานเป็การดุจนักธุรกิจเจรจาดีลการค้าระดับพันล้าน
ผมสั่งให้เลขา ‘ธีรุตม์’ ร่างสัญญาจ้างระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม เงื่อนไขระบุชัดเจนว่าเธอต้องทำหน้าที่เป็ ‘คู่ออกงาน’ และ ‘ผู้หญิงส่วนตัว’ แลกกับเงินตอบแทนจำนวนมหาศาล... สิบห้าล้านบาท!
ในใจของผมตอนนั้นแฝงไปด้วยความระแวงและเหยียดหยามอยู่ลึกๆ ผมแอบคิดว่าเธอคงจะเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่พอเห็นตัวเลขเงินจำนวนมหาศาลนี้แล้ว ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความโลภและรีบตะครุบข้อเสนอโดยไม่ลังเล หรือบางทีอาจจะใช้เล่ห์เหลี่ยมเจรจาเพื่อขอเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่อมิเกลยื่นมือที่สั่นเทาน้อยๆ ไปหยิบกระดาษสัญญาขึ้นมาเปิดอ่าน ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอกลับไม่ได้ฉายแววความโลภหรือความยินดีปรีดาเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม... แววตาของเธอสั่นไหวและเต็มไปด้วยความเ็ปรวดร้าวระคนสิ้นหวัง แววตาที่จ้องมองตัวเลขสิบห้าล้านนั้นไม่ได้มองเห็นความหรูหราอลังการ ทว่ามันคือภาพเงาของความจำเป็อันโหดร้าย... ค่ารักษาพยาบาลมารดาของเธอที่ล้มป่วยหนักและหนี้สินที่กดทับครอบครัวจนแทบไม่มีทางออก
ความหยิ่งทะนงและความภาคภูมิใจในตัวเองของเธอแสดงออกผ่านการพยายามนิ่งสงบ ไม่ยอมก้มหัวอ้อนวอนหรือแสดงอาการประจบสอพลอต่อหน้าผมเพื่อแลกกับเงินทอง เธอวางตัวดีและสง่างามดั่งดอกบัวที่เบ่งบานอย่างสง่างามท่ามกลางโคลนตม ความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่สวยที่พร้อมจะเสียสละร่างกายและเวลาหนึ่งปีเพื่อปกป้องครอบครัวทำให้จิตใจของผมสั่นไหวอย่างรุนแรง
"เป็อย่างไร?" ผมถามขึ้นในที่สุดเพื่อหยั่งเชิง "เงินสิบห้าล้าน... แลกกับเวลาหนึ่งปีของเธอ มันมากพอที่จะทำให้เธอตกลงหรือยัง?"
ถ้อยคำของผมตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งความประนีประนอม ผม้าทดสอบเกราะป้องกันของเธอ
มิเกลช้อนดวงตากลมโตขึ้นสบตาดุดันของผมตรงๆ รอยยิ้มบางเบาที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อซ่อนเร้นความขมขื่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน "ข้อเสนอของคุณคชา... ดีมากค่ะ เกลไม่มีข้อโต้แย้งหรือขอแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น เกลยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎทุกข้ออย่างเคร่งครัดค่ะ"
น้ำเสียงของเธอหวานใสแต่เด็ดเดี่ยวและฉะฉาน ไม่มีเศษเสี้ยวของเสียงออดอ้อนหวังผลประโยชน์ส่วนตัว เธอจับปากกาหมึกซึมยี่ห้อหรูหราที่ผมยื่นให้ ก่อนจะลงลายมือชื่อ ‘มลัญชรา อัครไพศาลสกุล’ ลงในช่องผู้รับจ้างอย่างมั่นคงและปราศจากการลังเล
ในวินาทีนั้น ผมรู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากพิมพ์และผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผมเคยพบมาทั้งหมด ความจริงใจและความรักครอบครัวที่เปี่ยมล้นปนกับความหยิ่งในศักดิ์ศรีของเธอทำลายหน้ากากแห่งความระแวงในใจของผมลงไปทีละน้อย ทว่าผมก็ยังต้องควบคุมและแสดงสิทธิ์ขาดของตนเอง
"ดี" ผมเอ่ยสั้นๆ ตรวจดูเอกสารที่เซ็นเสร็จสิ้น "เงินงวดแรกห้าล้านบาทจะโอนเข้าบัญชีของเธอภายในสิบนาทีนี้ ส่วนเื่การย้ายเข้า... ฉัน้าให้เธอย้ายเข้ามาที่ The Crown Penthouse ในค่ำคืนนี้เลย"
ผมโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ แผ่ไอความกดดันและสายตาข่มขู่ข่มขวัญ "และจำไว้... เมื่อเธอเซ็นสัญญานี้แล้ว... ทุกอณูบนร่างกายของเธอ เงินทองที่เธอได้ไป และทุกลมหายใจของเธอในพื้นที่ของฉัน... มันเป็ของฉันแต่เพียงผู้เดียว อย่าทำให้ฉันต้องผิดหวังในตัวเธอ มลัญชรา"
---
ค่ำคืนแรกใน The Crown Penthouse เริ่มต้นขึ้นหลังจากเวลาล่วงเลยผ่านเที่ยงคืน
ผมเปิดประตูบานใหญ่ของห้องนอนใหญ่เข้ามาด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้าจนแทบจะพังทลาย การประสานงานโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติและคดีความเื่คนทรยศหักหลังในบริษัทดูดพลังชีวิตของผมไปจนหมดสิ้น และที่แย่ที่สุดคือ อาการปวดหัวข้างเดียวของผมกลับมาเล่นงานอย่างรุนแรง เส้นเืที่ขมับขวาปูดโปนตึงเปรี๊ยะปวดร้าวลึกซึ้งเข้าไปถึงแกนสมองจนผมต้องใช้ฝ่ามือบีบขมับตัวเองซ้ำๆ เพื่อสกัดกั้นความเ็ป
ทว่าทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้าสู่บรรยากาศสลัวรางภายในห้องนอนใหญ่...
กลิ่นอายแรกที่พุ่งเข้าปะทะประสาทััรับรู้ของผมคือความหอมหวานอ่อนโยนของวานิลลาผสมกลิ่นสดชื่นของกุหลาบป่า กลิ่นกายประจำตัวของมิเกลอบอวลไปทั่วบริเวณห้องนอนกว้างขวาง ร่างกายของผมที่เคยเกร็งแน่นและตึงเครียดผ่อนคลายลงช้าๆ ความปวดแปลบในหัวสมองสลายตัวลงไปกว่าครึ่งเพียงแค่ผมสูดลมหายใจดึงกลิ่นอายนี้เข้าปอด
ผมตวัดสายตามองตรงไปยังเตียงนอนกว้างขวาง มิเกลยืนตัวเกร็งอยู่ข้างเตียงในชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวผ้าซิลค์ซาตินสีครีมอ่อน ผิวขาวผ่องและแผ่นหลังบางเนียนละเอียดสะท้อนแสงไฟสลัวดูงดงามราวกับเทพธิดาตัวน้อยที่ตกลงมาในรังเสือ
ความคิดในหัวของผมเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ความคิดสายหนึ่งเตือนสติว่าผมห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ผู้หญิงคนนี้เป็เพียงข้อตกลงทางธุรกิจ เป็ของเล่นและเครื่องมือบำบัดอาการป่วยที่ผมซื้อมาด้วยเงินสิบห้าล้านบาท ห้ามมีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด ทว่าแรงดึงดูดและกลิ่นกายอันแสนเย้ายวนของเธอกลับดึงรั้งให้ผมก้าวเดินเข้าไปหาเธออย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ผมเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นวานิลลาจากตัวเธอยิ่งเด่นชัดจนผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย
"นอนลงไป" ผมออกคำสั่งทันทีด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าแฝงกระแสของความเหนื่อยล้าสะสม "ฉันปวดหัวจนแทบบ้า และ้านอนพักผ่อน ถ้าเธอยังยืนเหม่ออยู่แบบนี้... ฉันจะลงโทษเธอฐานขัดคำสั่ง"
มิเกลมีแววตาตื่นตระหนกแ่เบาด้วยความกลัวว่าผมจะล่วงเกินเธอทางร่างกาย ทว่าเธอก็ยอมปีนขึ้นไปบนเตียงกว้าง สอดตัวลงนอนตะแคงและขยับตัวลีบไปชิดขอบเตียงฝั่งตรงข้ามเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย
ผมสะบัดถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองออก เผยให้เห็นร่างกายกำยำท่อนบนเปลือยเปล่า สะบัดตัวขยับขึ้นมาบนเตียงนอนหนานุ่มทันที และไม่ยอมปล่อยให้เธอสร้างระยะห่างนั้นได้ตามใจชอบ
ฟุ่บ!
ผมเอื้อมท่อนแขนแกร่งเข้าไปคว้าโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงเพียงเบาๆ ร่างบอบบางอันแสนนุ่มนิ่มก็ลอยละลิ่วถอยหลังเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างของผมทันที อ้อมกอดของผมโอบรัดร่างบางไว้จนแผ่นหลังเนียนละเอียดของเธอแนบสนิทติดกับแผงอกร้อนผ่าวของผมอย่างไร้ช่องว่างใดๆ กั้นกลาง
"อุ๊ย... คุณคชา!" เธออุทานตัวโยน พยายามขยับตัวประท้วงน้อยๆ "ปล่อยเกลก่อนได้ไหมคะ... เกลรู้สึกอึดอัด..."
"อยู่เฉยๆ..." ผมสั่งเสียงพึมพำข้างใบหูบาง ซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอขาวผ่องและลาดไหล่เนียนของเธอ สูดลมหายใจลึกซึ้งดึงเอากลิ่นวานิลลาหวานละมุนเข้าสู่ปอด "อย่าขยับหนี... กลิ่นตัวของเธอและอ้อมกอดนี้มันช่วยทำให้ฉันผ่อนคลาย"
ความอบอุ่นและนุ่มนวลจากผิวเนื้อของเธอโชยผ่านชุดนอนผ้าไหมบางเบาเข้าสู่ร่างกายของผม ไออุ่นนี้มันช่างแตกต่างจากความเย็นเยือกของเงินทองและอำนาจในโลกธุรกิจที่ผมคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง มันละมุนละไมจนกำแพงแห่งความหวาดระแวงและคุกน้ำแข็งในใจของผมเริ่มปริร้าว
"พูดอะไรหน่อยสิ..." ผมพึมพำเสียงพร่า แววตาเริ่มปิดปรือลงด้วยความผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเกิดมานานปี "หรืออ่านอะไรให้ฉันฟังก็ได้... เสียงของเธอเมื่อคืนมันช่วยสะกดประสาทปวดหัวของฉันได้ดี พูดมาเถอะ... เื่อะไรก็ได้"
มิเกลกลืนน้ำลายและพยายามระงับหัวใจที่เต้นรัวแรงของเธอ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบหนังสือวรรณกรรมแปลเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงมาเปิดอ่านช้าๆ
น้ำเสียงหวานใส นุ่มนวล และมีท่วงทำนองที่ไพเราะราวกับบทเพลงกล่อมของเธอเริ่มต้นเอ่ยเอื้อนคำประพันธ์ออกมาอย่างเนิบช้า
"ในยามค่ำคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ... แสงสว่างดวงน้อยภายในกระท่อมหลังเล็กยังคงทอประกายอบอุ่น..."
น้ำเสียงของเธอนุ่มละมุนไหลผ่านเข้ามาในโสตประสาทของผม คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมของวานิลลาและกุหลาบป่าที่โชยกรุ่น ััอุ่นจากร่างกายบอบบางในอ้อมแขนทำให้อาการปวดหัวตึงเปรี๊ยะสุดท้ายมลายหายไปจนหมดสิ้น สมองของผมผ่อนคลายลงอย่างลึกซึ้ง ความระแวดระวังภัยจากแผลใจในอดีตถูกชะล้างออกไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยน้ำเสียงหวานละมุนและััอันอ่อนโยน
ความอบอุ่นและความสงบปลอดภัยโอบอุ้มจิตใจที่อ่อนล้าของผม ลมหายใจของผมค่อยๆ เปลี่ยนเป็สม่ำเสมอและลึกซึ้งขึ้น แรงกอดรัดที่เอวคอดของเธอปรับลดระดับกลายเป็การโอบกอดที่ทะนุถนอมแต่อบอุ่นและมั่นคง
ในที่สุด... ผมก็ก้าวข้ามขอบเหวแห่งความทรมาน ดิ่งจมลงสู่ห้วงนิทราอันแสนสงบและเต็มอิ่มเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี โดยมีกลิ่นกายหวานละมุนและอ้อมกอดนุ่มนิ่มของเธอเป็เกราะป้องกันภัยให้ผมในค่ำคืนนั้น