เมืองหลวงอันแสนศิวิไล
- เมืองหลวงGAC -
ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมงในการมาถึงเมืองหลวง ทั้งเชลบี้และพ่อกับแม่ต่างมีอาการเมื่อยขบ เนื่องจากนั่นนานเกินไป ชาร์ลีจึงรีบเร่งความเร็วให้ไปถึงที่พักให้ไวที่สุด
ดีที่ทั้งเขาทั้งเซเลน่าต่างก็เป็บุคคลสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ทำให้สามารถใช้สวัสดิการบ้านพักต่างเมืองได้แต่ต้องเป็บ้านในย่านกระทรวงวิทยาศาสตร์เท่านั้นและบ้านพักที่พวกเขาต้องไปอยู่ในโครงการที่ 2 ของย่านกระทรวงวิทยาศาสตร์
เพียงแค่ 10 นาทีชาร์ลีก็จอดรถที่หน้าบ้านสีขาวสไตล์โมเดิร์นหลังหนุึ่ง
“ว๊าววว” เชลบี้รีบอุทานออกมาหลังจากเห็นบ้านหลังโตตรงหน้าเขา “สวยจังเลยครับ” เชลบี้จ้องไปที่ตัวบ้านด้วยตาที่เป็ประกายยิ่งกว่าเดิมหลังจากลงจากรถแล้วดูให้ชัดๆ
“ครับลูก.. มันสวยมาก แต่…” ด้วยน้ำเสียงที่ดูมีเลศนัยของชาร์ลีทำเอาเชลบี้ยืดตัวขึ้นด้วยความอยากรู้
“แต่อะไรครับ! พ่ออย่าลีลาสิ” ตากวางจ้องไปที่พอ่ตัวเองอย่างกดดันเอาคำตอบด้วยความเร่งเร้า
“แต่เราอยู่ที่นี่ได้แค่ชั่วคราวนะ” คำตอบของชาร์ลีทำเอาเชลบี้สะดุดอากาศเกือบหัวทิ่ม
“อะไรของพ่อเนี่ย! เื่นี้ผมก็รู้ไหม ไม่คุยด้วยแล้ว ไปยกกระเป๋าดีกว่า” พูดจบเชลบี้ก็ทิ้งให้ชาร์ลียืนยิ้มอยู่อย่างนั้น ให้ตายเถอะ อะไรของพ่อก็ไม่รู้ ไอเราก็นึกว่ามีเื่อะไรร้ายแรงซะอีก
สามคนพ่อแม่ลูกช่วยกันขนของอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็มีคนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์มาขอพบชาร์ลีและเซเลน่า ด้วยเหตุนี้ทำเอาเชลบี้ถึงกับเซ็งไปเลย เขาอุส่าว่าจะชวนพ่อกับแม่ไปย่านการค้าสักหน่อย แต่แผนต้องสะดุดเพราะคนจากกระทรวงนั่น!
“‘งั้นผมไปเดินเล่นที่สวนแก้วแล้วกันนะครับ เชิญคุยกันตามสบาย”
“จ่ะลูก อย่าไปนานนักล่ะ” เซเลน่าบอกกับเชลบี้เสร็จก็หันมาให้ความสนใจคนจากกระทรวงต่อด้วยท่าทางทีเคร่งขรึม “เราไปคุยกันที่ห้องทำงานเถอะค่ะ”
.
.
.
เขาเดินออกมาจากบ้านพักได้ 5 นาทีก็มาหยุดอยู่ที่จุดรอรถรางไฟฟ้าภายในโครงการเพื่อนั่งออกไปสวนแก้ว
รถรางไฟฟ้าในโครงการคล้ายกับรถส่วนตัวที่เราอยากจะไปไหนก็แค่เลือกสถานที่ที่เราจะไปมันก็จะพาเราไปยังที่หมายทันทีโดยไม่ต้องไปรอรถรางไฟฟ้าสาธารณะในเมืองแต่คนในเมืองไม่ค่อยจะนิยมใช้งานกันนักเพราะคิดว่าไม่สะดวกเท่ารถโฟลตติ้งส่วนตัว
ระหว่างทางไปสวนแก้วทำเอาเชลบี้ตาวาวตลอดทางเพราะตึกแต่ละตึกถูกออกแบบได้อย่างสมบูรณ์แบบตามแบบสมัยกรีก-โรมันที่เรียกชื่อตามยุคเก่า อลังการยิ่งกว่าเมืองของเขาเสียอีก ทั้งป้ายโฆษณาโฮโลแกรมตามตัวตึกที่กำลังฉายภาพของแกลเลี่ยน ไบรท์ ดาราดังของยุคนี้ จุดบริการเทเลพอร์ตทุกๆ 5 กิโลเมตร และหุ่นยนต์ลาดตระเวนที่กำลังตรวจตราความเรียบร้อย
อันที่จริงรถรางไฟฟ้าที่เขานั่งอยู่ก็มีโหมดลอยฟ้าเช่นกัน แต่ตามกฎแล้ว ห้ามให้ยานพาหนะทุกชนิดใช้โหมดลอยฟ้าภายในเมืองหลวงเด็ดขาด เพื่อลดอุบัติเหตุทางอากาศยกเว้นแต่ว่าจะมีใบอนุญาตให้ใช้โหมดลอยฟ้าได้
นั่งรถรางไม่นานก็มาถึงสวนแก้วใจกลางย่างกระทรวงวิทยาศาสตร์ สวนแก้วหรือก็คือสวนลอยฟ้า ภายนอกสวนแก้วถูกล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม่ประหลาดจากดาวอาร์กอน*ที่จะปล่อยละอองน้ำออกมาตลอดเวลาทำให้เวลาสะท้อนแสงแล้วดูระยิบระยับคล้ายกับแก้วนั่นเอง
เชลบี้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด อากาศเย็นสบายปกคลุมลงมาที่ตัวของเชลบี้ทันทีที่เดินเข้าไปใกล้กับจุดส่งตัวเข้าไปในสวนแก้ว แค่เสี้ยววินาทีเชลบี้ก็ถูกส่งตัวมาที่ใจกลางของลานจุดส่งตัว
เขารีบเดินไปที่ทางเข้าที่เป็ซุ้มที่เกิดจากต้นกุหลาบมอญ 1 ในดอกไม้โบราณของดาวไกอาพันกันจนเกิดเป็ซุ้มขนาดใหญ่
“1 คนครับ” เขาบอกกับหุ่นยนต์ตัวเล็กที่ทำหน้าที่เก็บเงินกับผู้เข้าชมสวนอย่างแข็งขันพร้อมกับยกเทเลวอชแสกนไปที่หน้าจอของหุ่นยนต์ตัวนั้นเพื่อจ่ายค่าเข้าชม
“ขอบคุณ” เชลบี้เดินเข้าข้างในทันทีที่เ้าหุ่นยนต์เปิดทาง
“ข้างในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้ประหลาดๆ ทั้งนั้นเลยแฮะ” เชลบี้มองไปรอบด้วยความสนใจอย่างเด็มเปี่ยม เชลบี้มองหาเ้าหน้าที่ที่ดูแลต้นไม้พวกนี้ทันที จนเจอเด็กผู้หญิงตัวเล็กกว่าเขาประมาณหนึ่งที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนหันหลังอยู่ “ขอโทษนะครับ… ถ้าผมอยากจะเริ่มดูต้นไม้พวกนี้ควรเริ่มจากโซนไหนก่อนดีครับ”
แต่เชลบี้กลับต้องชะงักเพราะคนที่เขาคิดว่าเป็เด็กกลับเป็ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่หน้าเด็ก? “ดูที่ป้ายแนะนำสิ” พร้อมกับชี้ไปที่ป้ายแนะนำตรงข้างๆ ทางเข้าที่เชลบี้เดินผ่านมาด้วยน้ำเสียงเ็า จากนั้นหันหลังกลับไปทำงานต่ออย่างไม่ใส่ใจ
การกระทำนั้นทำเอาเชลบี้ถึงกับไปไม่เป็ อะไรวะ? เขายืนเกาหัวอย่างงงๆ แต่ก็ต้องสะอึกทันทีที่เขาลองหันไปมองตามที่คนเมื่อกี้ชี้ไปเพราะว่ามันคือป้ายแนะนำที่ใหญ่เบ้อเร่อต่างหากล่ะ
“ไอ้ซื่อบื้อ” เขาด่าตัวเองเบาๆ แล้วเดินไปดูที่ป้ายแนะนำ “อืมม…. ดูพวกต้นไม้หายากก่อนดีกว่า” เลือกเสร็จแล้วเชลบี้ก็ไม่เสียเวลาอยู่ที่ป้ายอีก
.
.
.
“ต้นฮีลลิ่ง เป็ 1 ในต้นไม่ที่ช่วยเยียวยาอาการาเ็ที่มีเปอร์เซ็นต์เสียชีวิตถึง 85%” อ่านจบเชลบี้ถึงกับตาวาว “โอ้โหห.. เจ๋งเป็บ้าเลย” เขาจ้องเ้าต้นฮีลลิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนใจเป็พิเศษ “ถ้ามีปลูกไว้ที่บ้านก็ดีสิ”
“ฮ่าๆๆ คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ ต้นฮีลลิ่งจะเกิดในดินที่ที่มีพลังงานบริสุทธิ์สูงเท่านั้น ซึ่งที่ดาวเราไม่มี อีกอย่างกว่าจะหาหน่อของมันเจอคงต้องตายก่อนแหละ! เพราะว่าต้นฮีลลิ่งมีจิติญญาแห่งป่าซ่อนไว้ยังไงล่ะ! ส่วนต้นนี้ที่นายดูอยู่คือต้นที่เกิดจากการเพาะเนื้อเยื่อของต้นที่หมดอายุขัยน่ะ ” น้ำเสียงที่กระตือรือร้นนั่นตอบเชลบี้อย่างฉะฉานถึงแม้เชลบี้จะไม่ได้สนใจเขาก็ตาม
เชลบี้ที่ได้ยินเสียงพูดนั่นจึงหันหน้ามองที่ต้นตอทันทีภาพตรงหน้าเขาก็คือเด็กผู้ชายรุ่นเดียวกับเขายืนยิ้มกว้างจนเห็นฟันให้เขาอยู่
“ฉันธีโอ.. ธีโอ ไบร์ท ยินดีที่ได้รู้จัก” ธีโอยื่นมือออกไปเพื่อจับมือทักทายกับคนตรงหน้าเขา คนคนนี้น่ารักมาก เขาก็น่ารักมากดังนั้นเราควรเป็เพื่อนกัน!
“เอ่อ… ฉันเชลบี้ เบลซ ยินดีที่ได้รู้จัก.. เช่นกัน” เชลบี้นึกในใจ ไอ้หมอนี่ดูเพี้ยนแปลกๆ แฮะ
ระหว่างที่เชลบี้พูดกับตัวเองในใจ ธีโอที่ยื่นมือรออยู่ก่อนจำเป็ต้องดึงมือเชลบี้มาเขย่าเอง “ยินดีสุดๆ! ต่อไปนี้เราเป็เพื่อนกันนะ! เดี๋ยวฉันพาทัวร์ที่นี่เอง ฉันมาบ่อยมากจนรู้เกือบทุกอย่างเลยล่ะ!”
“เฮ้ย!” เชลบี้ใที่อยู่ๆ ธีโอก็ดึงมือเขาไปแบบนั้น หมอนี่มันเพี้ยนของแท้! ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายลากเขาไปเชลบี้ก็รีบปฏิเสธทันที “ไม่เป็ไรๆ ฉันอยากเดินดูเองน่ะ”
“อื้อๆ ไม่ลำบากเลย! ไม่ต้องเกรงใจนะ” ธีโอยิ้มแฉ่งใส่เชลบี้แล้วรีบลากเชลบี้ไปดูต้นฮีลลิ่งใกล้ๆ กว่าเดิม “ต้นฮีลลิ่งเป็ต้นไม้พิเศษพวกมันใช้เวลาในการเติบโตอย่างเต็มที่ 50 ปี ถ้ายิ่งอายุเยอะพลังบริสุทธิ์ของพวกมันที่แผ่ออกมาก็ยิ่งสูงตามไปด้วยละ! ”
เชลบี้ที่โดนลากไปด้วยก็ได้แต่เลยตามเลย ถึงเ้าธีโออะไรนี่จะดูเพี้ยนๆ แต่คิดไปคิดมาสิ่งที่หมอนี่อธิบายให้เขาฟังก็น่าสนใจและมีประโยชน์ทีเดียว รู้ตัวอีกทีก็โดนธีโอลากไปทั่วโซนต้นไม้หายาก
“นี่ๆๆๆ แล้วก็ต้นนี้! ต้นพรายน้ำ ได้ชื่อนี้เพราะว่ามันมีลำต้นที่เป็เส้นยาวๆ คล้ายกับผมคนไงละ แล้วก็ๆ ^%&) (**&*& (” เชลบี้กุมขมับทันที เ้าหมอนี่พูดจ้อไม่หยุด ต่อให้เขาทำหน้าไม่สนใจหรือแอบเดินหนีเขาก็จะโดนธีโอวิ่งมาตามลากกลับไปทันที เขาไม่ไหวแล้ววว!
“นายหยุดสักแป๊บหนึ่งได้ไหมฉันเวียนหัว!” เขาะโออกใส่ธีโอทันทีด้วยความรำคาญ ตอนนี้เขาปวดหัวไปหมดแล้ว อุส่าว่าจะเดินดูเงียบๆ แท้ๆ เลย
ธีโอหยุดชะงักแล้วจ้องไปที่เชลบี้ด้วยสีหน้าใ “นายเวียนหัวหรอ…. ” ธีโอถามเชลบี้เสียงอ่อน เอาอีกแล้ว เชลบี้ต้องเกลียดเขาแล้วแน่เลย “ขอโทษนะ”
น้ำเสียงหงอยๆ นั่นทำเอาเชลบี้ถึงกับถอนหายใจ “เฮ้ออ…. ถ้านายพูดช้าลง แล้วไม่พูดเยอะๆ รัวๆ ฉันก็ไม่เวียนหัวหรอก ขอโทษด้วยที่ะโใส่” เชลบี้กอดอกมองธีโอที่ตอนนี้อย่างกับหมาหงอยตัวหนึ่ง ธีโอผมยาวเหมือนเขา แต่ผมเป็สีดำตรงสวย ตากลมๆ สีอัลมอนด์ จมูกเล็กๆ ที่กำลังแดงเพราะจะร้องไห้ที่ถูกเขาะโใส่
ให้ตายสิ! ไอ้หมอนี่ขี้โกงชะมัดยาด อย่ามาทำหน้าตาน่ารักใส่เขานะ! เขาชอบคนหล่อนะ!
“อืม.. ฉันหยุดไม่ได้น่ะ เวลาที่พูดเื่ที่ตัวเองชอบ แล้วคนที่ทนฟังฉันได้ก็ไม่มีใครเลย ฉันเห็นเชลบี้มองเ้าต้นฮีลลิ่งอย่างสนใจเลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปคุยด้วย… ” ธีโอพูดจบก็ปาดน้ำที่มันเอ่อล้นเต็มตาของเขาตอนนี้ออกเพราะว่าเขากำลังมองไม่เห็นว่าเชลบี้ทำหน้ายังไงอยู่
“อืม.. ตอนนี้ก็เย็นแล้ว ฉันต้องไปแล้วละ” เชลบี้รีบขอตัวออกมาก่อนเพราะถ้าอยู่นานกว่านี้เขาได้ร้องไห้แน่ๆ เพราะเขาก็มีแค่มัลโก้เป็เพื่อนสนิทคนเดียว
“เดี๋ยวสิ! ฉันขอแชตบ็อกซ์*เชลบี้ได้ไหม” ธีโอรีบวิ่งมาดักหน้าเชลบี้แล้วยื่นข้อมือที่สวมอินเทลวอชให้เชลบี้สแกนเพิ่มเพื่อนกับเขา
เชลบี้ไม่พูดอะไรก็สแกนเพิ่มเพื่อนแล้วก็เดินออกไปอย่างเร็ว เขาจะกลั้นไม่ไหวแล้ว ถ้ายืนอยู่นานกว่านี้เขาได้ร้องไห้ออกมาแน่ๆ เลยให้ตายสิ “ฮึบ! อย่าไหลนะๆ!” เขาเอามือมาพัดหน้าให้น้ำตาแห้งเพื่อที่มันจะไม่ไหลออกมา “เฮ้อออ.. เห็นว่าน่ารักเหมือนเขาหรอกนะ จะยอมเป็เพื่อนด้วยก็ได้”
.
.
.
หลังจากออกจากสวนแก้วแล้วเชลบี้เรียกรถรางจากโครงการให้มารับเพื่อไปย่านการค้าซื้อหนังสือ ก็จริงอยู่ที่ว่าตอนนี้มันเป็ยุคใหม่แล้ว แต่หนังสือก็ยังได้รับความนิยมอยู่เพราะว่ามันน่าเบื่อเกินไปที่จะใช้แค่อินเทลวอชอย่างเดียว
ยืนรออยู่ครู่หนึ่งรถรางของเขาก็มาถึงแล้วตรงไปย่านการค้าทันที
ย่านการค้าของเมืองหลวงนั้นประดับประดาไปด้วยดวงไฟคริสทัลตลอดทางทำให้ดูหรูหราสมชื่อย่านการค้า ไม่ว่าจะร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหรือแม้กระทั่งร้านหนังสือก็ออกแบบตกแต่งได้อย่างเลิศหรูอลังการจริงๆ รถโฟลตติ้งราคาแพงหลายคัน พากันอวดโฉมอยู่บนท้องถนนกันอย่างแข็งขัน
รถรางจอดลงหน้าร้านหนังสือร้านใหญ่แห่งหนึ่งในย่านการค้า เขาตั้งระบบรถรางให้รอรับดังนั้นเขาจึงรีบเข้าไปซื้อหนังสือ ภายในร้านเป็ไม้ทั้งหมดทำให้ดูมีมนต์ขลังอย่างน่าประหลาด
“้าหนังสือแบบไหนดี?” เสียงของชายชราที่ดูแลร้านถามเชลบี้ด้วยความสุภาพ
“โอ๊ะ เอ่อ… คุณลุงพอจะมีหนังสือเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ที่มีตาสีแดงไหมครับ?” เขาไม่นึกถึงมันใช่ว่าเขาจะลืม ผู้ชายคนนั้น เดลรอย… เขาตาสีเืนกแต่เผ่าคาเนเลี่ยน*จริงๆ ตาสีโกเมน ถึงจะสีแดงเหมือนกันแต่ก็คนละแบบ แล้วเขาคนนั้นเป็เผ่าอะไรล่ะ?
ชายชราลืมตามองมาที่เชลบี้อย่างครุ่นคิด สักพักก็พยักหน้าราวกับว่ารู้อะไร “เื่นี้… กระผมคงช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วย ขอตัว”
อะไรของลุงนะ เชลบี้เกาหัวอย่างงุนงง แล้วเดินส่ายหัวออกจากร้าน แต่ก่อนที่จะเปิดประตู เสียงของชายชราก็เรียกเชลบี้ก่อน “เดี๋ยวก่อน”
“ครับ?” เขางงหนักกว่าเดิมอีกหรือจะยอมขายหนังสือเกี่ยวกับเื่นั้นให้เขาแล้ว?
“กระผมไม่มีหนังสือเกี่ยวกับเื่นั้นหรอก แค่อยากจะฝากคำเตือนสักอย่างก่อนจะไป” ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดออกมา “อย่ายึดติดกับที่นี่มากเกินไป สักวันท่านจะต้องกลับไปยังที่ที่ท่านจากมา กระผมบอกได้แค่นี้ โชคดี”
ราวกับมีมือปริศนาผลักเชลบี้ให้ออกจากร้านอย่างรวดเร็ว เชลบี้รีบหันกลับไปมองที่ร้านทันทีแต่กลับต้องเบิกตากว้างเพราะร้านหนังสือที่สว่างไสวเมื่อครู่กลับมืดสนิทราวกับว่าไม่มีคนมาเปิดร้านนี้ตั้งนานแล้ว
“นี่มันอะไรกันเนี่ย…. แล้วที่ลุงคนนั้นพูดมันหมายความว่ายังไง” ทำไมเขารู้สึกว่า่นี้มันมีแต่เื่แปลกๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาเลยนะ……
ติดตามตอนต่อไป.....
(เพื่อนใหม่)
***********
มาแล้วววววว มีปมใหม่มาอีกแล้วค่าาา ตอนหน้าเจอกับเพื่อนใหม่ของน้องกันค่ะ ปานจะพยายามลงให้ได้บ่อยๆ นะคะ
ฝากเอ็นดูน้องเชลบี้กันเยอะๆ นะคะ
**หมายเหตุ**
**เผ่าไซน์ จากดาวอาร์กอน
เผ่าไซน์เป็เผ่าที่เชี่ยวชาญในด้านการวิจัยและทดลอง 60%ของดาวอาร์กอนเป็พื้นที่ป่า จึงทำให้มีพืช สมุนไพรที่สำคัญเยอะเป็อันดับ 1 และมีมอนสเตอร์ป่าที่อันตราย พวกเขาขายพืชพันธุ์ที่สำคัญให้แก่ดาวไกอาแลกกับการสนับสนุนด้านอาหารการกิน เนื่องจากพวกเขาไม่อยากกินสารอาหารที่มาจากพืชอีกต่อไป
พวกเขามีดวงตาสีน้ำเงิน รูปร่างเล็กคล้ายกับคนแคระของดาวไกอาในยุคก่อน พวกเขาเป็พวกที่ไม่ชอบอะไรเลยนอกจากอาหารจากดาวไกอา ทุกคนมักจะสวมแว่นตลอดเวลาและมีปีกเล็กๆ ที่หลังของพวกเขา
**แชตบ็อกซ์ เป็ 1 ในแอพพลิเคชั่นชื่อดังคล้ายกับสื่อโซเชี่ยลของยุคก่อน
** เผ่าคาเนเลี่ยนเป็เผ่าที่เย่อหยิ่งรองลงมาจากเผ่าโซลดิ* เป็ตัวของตัวเองสูง เครื่องประดับส่วนใหญ่ในแต่ละดาวก็ได้อัญมณีมาจากเผ่าคาเนเลี่ยนทั้งสิ้น อัญมณีของดาวคาย่ามีพลังงานที่บริสุทธิ์สูงมาก ช่วยลดความคลั่งของพลังจิตได้ดี
พวกเขามีตาสีโกเมนและมีการแบ่งลำดับชนชั้นตามความเข้มของสีตา เผ่าคาเนเลี่ยนทุกคนจะมีโกเมนรูปหยดน้ำอยู่ระหว่างคิ้วทุกคนซึ่งจะมีความเข้มของสีเท่ากับตาของตัวเอง ผมสีดำเกือบทั้งเผ่าและเผ่าคาเนเลี่ยนจะสวมใส่เครื่องประดับอยู่เสมอ
**เผ่าโซลดิจากดาวโซลดิก้าเป็เผ่าที่แสดงถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวยที่แท้จริง พวกเขาเย่อหยิ่งและรักในศักดิ์ศรียิ่งกว่าสิ่งใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าดาวต่างๆ ต่างต้องพึ่งพาเงินสนับสนุนจากดาวโซลดิก้า
พวกเขามีตาสีเทา ผมสีเงิน ไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างไว้ผมยาวและมีรูปร่างลักษณะต่างๆ คล้ายคลึงกับมนุษย์